คัดลอกลิงก์เเล้ว

ความฝัน

พวกเราสามารถเจอกันได้เพียงในความฝันเท่านั้น

ยอดวิวรวม

137

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


137

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 ต.ค. 57 / 14:22 น.
นิยาย ѹ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ทุ้งดอกไม้หลากสีและแสงแดดอันอบอุ่นเหมาะสำหรับการออกมาทัศนาที่ทุ้งดอกไม้นี้เป็นอย่างยิ่ง

 

เด็กชายผมสีดำและดวงตาสีดำดั่งเช่นเด็กทั่วๆไป กำลังเดินไปที่ทุ่งดอกไม้ สายตามองเห็นทุ้งดอกไม้อยู่รำไร

ตรงกลางทุ่งดอกไม้นั้น มีบางสิ่งบางอย่างอยู่ เด็กชายยิ้มเมื่อเห็นสิ่งๆนั้นก่อนจะวิ่งตรงไป

เด็กชายหยุดวิ่งเมื่อมาถึงขอบของทุ่งดอกไม้ ภาพของบางสิ่งบางอย่างที่อยู่กลางทุ่งดอกไม้ก็ชัดเจน

ถึงแม้จะแตกต่างแต่ก็ราวกับเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เด็กสาวผู้มีผมสีขาวและดวงตาสีขาวบริสุทธิ์ เธอกำลังนั่งอยู่กลางทุ้งดอกไม้ ผมของเธอนั้นยาวติดพื้น เสื้อผ้าของเธอเป็นชุดวันพีชกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์

ตัวเธอนั้นบริสุทธิ์ราวกับดอกไม้แรกแย้มยามผลิบาน

เหมือนเธอจะรู้สึกตัวว่ามีคนเดินจึงหันไปมอง

เมือเธอเห็นเด็กชาย เธอก็ยิ้มออกมา

เด็กชายเดินเข้าหาเธอราวกับโดนดึงดูด

เธอยื่นลูกแก้วสีเขียวมรกตให้กับเด็กชาย

เด็กชายทำสีหน้าลำบากใจราวกับไม่ต้องการสิ่งๆนี้

เด็กสาวทำแก้มป้องอย่างไม่พอใจก่อนจะยัดลูกแก้วสีมรกตใส่มือ เด็กชายจึงได้แต่จำใจรับไว้

เด็กสาวยิ้มรอยยิ้มอันแสนสดใสและบริสุทธิ์

ก่อนที่ภาพนั้นจะหายไป

 

ภาพที่เด็กชายเห็นคือเพดาน ท้องฟ้าสีครามนั้นไม่มีอีกแล้ว

เด็กชายค่อยๆดันตัวขึ้นจากเตียง สิ่งที่เห็นทั้งหมดนั้น

เป็นเพียงความฝันเท่านั้น

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 ต.ค. 57 / 14:22


บทแห่งการลาจาก

 

เด็กหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ สายตาอันงัวเงียนั้นมีแววเสียดายปะปนอยู่

เด็กหนุ่มอายุประมาณ 17 ปี ผมสีดำและนัน์ตาสีดำยุ่งเหยิง บ่งบอกว่าเพิ่งตื่นนอน นาฬิกาข้างเตียงบ่งบอกถึงตอนนี้เป็นเวลา 6 โมง

เด็กหนุ่มบิดขี้เกียจ ก่อนจะเข้าห้องน้ำ

ชุดเสื้อกักแขนยาวสีดำและกางเกงขายาวสีดำ ซึ่งไม่ว่ามองจากมุมไหนก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นชุดนักเรียนของโรงเรียนเรล

เด็กหนุ่มหยิบกระเป๋าบนโต๊ะ ก่อนจะออกจากห้อง

ทางลงบันดันมืดมิด เขาเดินลงมาตามความเคยชิน

แกร็ก หลอดไฟเหนือศีรษะกระพริบ ก่อนจะส่องสว่างออกมา

เด็กหนุ่มวางมือจากสวิตช์ข้างกำแพง

ห้องครัวที่ภายในมีเครื่องทำครัวแบบต่างๆ ตู้เย็นและโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับสองที่

เขาทำอาหารง่ายๆทาน ก่อนจะเก็ส่วนที่เหลือเข้าตู้เย็น

เด็กหนุ่มตอกส้นรองเท้า ก่อนจะออกจากบ้าน

ไปล่ะครับ เขากล่าวกับบ้านอันว่างเปล่าและมืดมิด

 

แสงแดดยามเช้าไม่ค่อยจะมีในเวลานี้ เด็กหนุ่มนั่งรถไฟฟ้า แล้วเดินอีกซักพัก จนมาถึงหน้าสถานที่ที่มีป้ายติดอยู่ด้านหน้า มันเขียนว่า โรงเรียนเรล

ภายในโรงเรียนนั้นว่างเปล่า ไม่มีเสียง ไม่มีใคร

เขาเดินขึ้นบันไดจนถึงชั้น 3 ก่อนจะเข้าห้องเรียน

ครืน ประตูเลื่อนเปิดออก

ในห้องเรียนไร้ผู้คน เด็กหนุ่มวางกระเป๋าไว้โต๊ะกลางห้อง ก่อนจะเปิดหน้าต่างบานหนึ่งแล้วนั่งอยู่บริเวณนั้น สายลมยามเช้าพัดเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เขานั่งมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย

ครืน เสียงเปิดประตูทำให้เด็กหนุ่มตื่นจากผวังก่อนที่เขาจะกลับมานั่งที่ของตัวเอง

เด็กนักเรียนที่เข้ามาในห้องเปิดหน้าต่างทั้งหมด เตรียมไวท์บอร์ดและอุปกรณ์สำหรับการเรียการสอน

 

ภูธเนศ มาครับ

ณัฐวัติ มาครับ

วรรณภูมิ ครับ

ศรัณย์ มาครับ เขาหรือศรัณย์ขานรับการเรียกชื่อของอาจารย์

ฐิติยา มาค่ะ

สมศรี มาค่ะ

ฯลฯ

คานาเรีย “…”

ไม่มางั้นหรอ อาจารย์ปิดสมุดเช็คชื่อก่อนจะเริ่มสอน

 

โรงเรียนอันแสนธรรมดา คาบสอนอันแสนน่าเบื่อและเสียงระฆังที่อยากได้ยิน

เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ศรัณย์ ศรัณย์ที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าอยู่เงยหน้ามอง

มาที่ห้องพักครูด้วย อาจารย์เดินออกจากห้อง

 

ณ ห้องพักครู

เธอส่งใบเส้นทางอาชีพหรือยัง ศรัณย์ส่ายหน้า

แล้วเธอคิดหรือยังว่าอยากจะเป็นอะไร อยากจะทำอะไรต่อจากนี้ ศรัณย์ส่ายหน้าอีก

อาจารย์กุมขมับอย่างหน่ายใจ

ฉันก็ไม่ได้จะกดดันอะไรเธอหรอกนะ แต่ตอนนี้เธออยู่ม.ปลาย ปี 3 แล้วนะ การสอบปลายภาคก็ใกล้เข้ามาทุกที ถึงจะเป็นปลายภาคเทอม1 แต่มันก็…” อาจารย์สันทยายเนิ่นนานเกินกว่าครึ่งชั่วโมงก่อนจะปล่อยศรัณย์ให้กลับบ้านได้

 

พระอาทิตย์ ส่องแสงสีส้มเหลืองบนท้องฟ้า ใกล้จะชิดขอบโลกเต็มที

ประตูบ้านเปิดออก ศรัณย์ถอดรองเท้า ก่อนจะพูดกับบ้านที่ไร้แววสิ่งมีชีวิตว่า

กลับมาแล้วครับ

เขาอุ่นอาหารที่ทำเหลือเมื่อตอนเช้า ในขณะรอก็อาบน้ำไปด้วย ก่อนจะรับประทานอาหารที่อุ่นเสร็จพอดี

นาฬิกาบนฝาฝนังบอกดเวลา 17.55 .

ศรัณย์รีบเก็บจาน ล็อกประตูให้เรียบร้อย แล้วขึ้นนอนทันที

เข็มสั้นของนาฬิกาข้างเตียงใกล้ชี้เลข 6 เข้าไปทุกที

เขหลับตาลง

 

ทุ่งหญ้าสีเขียวขจี แสงแดดอบอุ่นเหมาะออกมาทัศนาเป็นอย่างยิ่ง

เขารีบวิ่งไปตามทางอันคุ้นเคย

ทุ่งดอกไม้มีเหล่าผีเสื้อหลากสีสันบินว่อนรอบๆ ศรัณย์มองดูสิ่งที่อยู่ใจกลางทุ่งดอกไม้

เขายิ้มออกมา รอยยิ้มที่ไม่มีวันอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง

ถึงแม้จะแตกต่างแต่ราวกับเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ดวตาสีขาวราวหิมะ ผมสีเงินเงางาม ผิวสีไข่มุกไร้ริ้วรอย ชุดวันพีชกระโปรงยาวสีขาว เธอกำลังนั่งอยู่กลางดงดอกไม้หลากสีสัน ผมของเธอนั้นยาวจนติดพื้นดิน อายุของเธอพอๆกับศรัณย์

เธอนั้นเป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์ที่ไม่มีสิ่งใดปนเปื้อน

เหมือนกับเธอจะรู้สึกตัวว่ามีบางสิ่งอยู่ใกล้ๆจึงหันไปมอง

เมื่อเธอเห็นว่าเป็นศรัณย์จึงยิ้มออกมาบางๆอย่างยินดี เธอในตอนนี้ราวกับดอกไม้แรกแย้มยามผลิบานก็มิปาน

 

พวกเราพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ความสนุกที่ไม่มีทางเจอในโลกแห่งความจริง พวกเราเล่นกัน การละเล่นที่ไม่สามารถทำได้ในโลกแห่งความจริง

อิอิอิ ฉันชนะอีกแล้วนะ หญิงสาวหัวเราะน่ารัก รอยยิ้มของเธอสดใสราวกับแสงตะวัน ศรัณย์ที่เห็นรอยยิ้มนั้นหน้าขึ้นสีทันที

แค่รอยยิ้มของเธอฉันก็แพ้แล้วล่ะ เขาพึมพำออกมา

เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ

เปล่า คือ เอ่อ เธอเล่นเก่งดีนะ เธอยิ้มดีใจที่ถูกชมนั้นยิ่งทำให้ศรัณย์หน้าแดงเข้าไปใหญ่ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับช่วงเวลาที่อยู่ที่นี้สั้นเพียงพริบตา

หญิงสาวรู้ดีว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เธอซึมนิดๆ

ใกล้ได้เวลาแล้วสินะ เธอพูดออกมา ศรัณย์ที่เห็นใบหน้าซึมๆของหญิงสาวจึงอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น

เธอชื่ออะไรหรอ หญิงสาวตกใจกับคำถามนั้นเป็นอย่างมาก

ฉันอยากรู้ เธอเป็นใคร เธออยู่ที่ไหน ฉันอยากเจอเธอ…” นิ้วชี้ของเธอแตะไปที่ริมฝีปากของเด็กหนุ่ม

เราเคยพูดเรื่องนี้กันไปแล้วไม่ใช่หรอ นิ้วชี้ถูกเอาออกเมื่อพูดจบ

ถ้าเหตุผลเธอคงรู้ดี เพราะเหตุผลของฉันเหมือนกับของเธอหญิงสาวยิ้มเศร้าๆให้กับคำพูดนั้น

 

ศรัณย์ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ภายในแววตามีประกายเสียดายปะปนอยู่

นาฬิกาข้างเตียงบอกเวลา 6 โมงเช้า

เด็กหนุ่มลุกขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันอีกครั้ง

 

ช่วงเวลาอันแสนธรรมดาหรือบางทีอาจแย่กว่านั้น ผมได้เจอกับเธอในความฝันตั้งแต่ 7 ขวบ

ผมได้คุย ได้เล่นกับเธออย่างสนุกสนานทุกๆวัน ที่เป็นแบบนี้ได้เพราะเธอยังไม่รู้เรื่องของผม

ในบ้านอันว่างเปล่า ผมเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ 6 ขวบ ในตอนนั้นผมยังเด็กอยู่มาก ผมรับรู้ถึงความเศร้าได้เป็นครั้งแรก ความเศร้าที่ไม่ใช่การถูกทำร้ายหรือถูกรังแก แต่มันคือความเศร้าโศกที่มากกว่านั้นจนเทียบไม่ติด ไม่มีทั้งความโกรธ ชิงชัง อิจฉาเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมเรียกมันว่าความเศร้าโศกอันแท้จริง

และคนที่ฆ่าพวกเขาคือผมเอง

มีผู้ใหญ่หลายคนรับอุปการะผมแต่ทุกคนก็ตายกันหมด ด้วยโรคภัย อุบัติเหตุหรือสิ้นอายุขัย มีหลายคนที่บอกว่า มันไม่ใช่ความผิดของหนู แต่คนเหล่านั้นกลับถอยห่างจากตัวผมอย่างหวาดกลัว แต่ถึงกระนั้นทางโรงเรียนเรลก็ยังรับอุปการะให้เรียนและจัดหาที่อยู่ให้

เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่พ่อและแม่ของผมตายไปได้ 1 ปี

ทุกๆคนในห้องไม่สิ ทุกๆคนในเมืองรู้เรื่องของผมดี พวกเขาพยายามที่จะไม่เข้าใกล้ผมราวกับสิ่งแปลกปลอม ถึงแม้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น แต่พวกเขาก็ยังคงปักใจเชื่อในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อยู่เช่นเดิม

ผมไม่โทษพวกเขาหรอก ใครๆก็กลัวความตายกันทั้งนั้น ถึงแม้เรื่องนี้จะผ่านไป 11 ปีแล้วก็ตาม

อยากเจอเธอแต่ผมไม่อยากให้เธอรู้เรื่องนี้มากกว่า เธอเองก็คงเหมือนกัน เพราะฉะนั้นพวกเราจึงไม่เคยคุยเรื่องของตัวเองเลย ผมอยากเจอเธอตลอด อยากอยู่กับเธอให้นานกว่านี้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะไม่สามารถหลับได้

ผมเคยลองนอนทั้งวันในวันอาทิตย์ ผลปรากฏว่า มันไม่สามารถหลับได้ แต่จะหลับได้เฉพาะ 6 โมงเย็นจนถึง 6 โมงเช้าเท่านั้น แน่นอน ผมไม่สามารถบอกเรื่องนี้กับใครได้ไม่สิ ไม่มีใครให้บอกมากกว่า

ทุกๆครั้งที่อยู่บ้าน อยู่โรงเรียนหรืออยู่ที่อื่นนอกเหนือจากนี้ผมก็คิดอยู่เสมอว่า เธอกำลังทำอะไรอยู่นะ

 

ทุ่งดอกไม้ วันนี้ผมมาที่นี้อีกครั้ง หญิงสาวผมสีเงินดวงตาสีขาวก็มาอยู่ตรงหน้าผมอย่างเคย ไม่ว่าผมจะมองเธอสักกี่ครั้งก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย แค่ได้อยู่กับเธอผมก็มีความสุขที่สุดแล้ว ถ้าหากเปลี่ยบเธอกับบางสิ่งบางอย่างล่ะก็ เธอคงเหมือนดอกมี่ขาวบริสุทธิ์ที่ยึดแผ่นดินให้ผมยังยืนอยู่ได้

ใกล้ได้เวลาแล้วสินะ ผมพูดแบบนั้นก่อนจะยื่นลูกแก้วสีเขียวมรกตให้เธอ

หญิงสาวมีสีหน้าลำบากใจราวกับไม่ต้องการสิ่งๆนี้ ผมยัดมันใส่มือเธอ

ผมอยากเปลี่ยนแปลง การเจอกันครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งที่แล้วๆมาเพราะผมในตอนนี้อยากเจอเธอมากกว่าอดีตที่ไม่อยากให้รู้

ฉันชื่อศรัณย์ เธออึนกับคำพูดของผมอยู่หน่อยๆ ก่อนจะทำตาโตเท่าไข่ห่าน ท่าทางแบบนี้ก็น่ารักดีเหมือนกันแฮะ ผมคิดเช่นนั้นพลางยิ้มออกมา

ร่างของเธอหายไป ใช่แล้ว พวกคุณฟังไม่ผิดหรอก ร่างของเธอหายไปจากโลกแห่งความฝัน

 

หญิงสาวลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ หลังคาของเตียงขนาดใหญ่ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ในดวงตานั้นมีแววาสียดายปะปนอยู่

เธอดันตัวขึ้นจากเตียง นาฬิกาคุณปู่ริมห้องบอกเวลา 6 โมงเช้า

ห้องขนาดใหญ่ เฟอร์นิเจอร์อันหรูหรามากมายในห้องบ่งบอกถึงฐานะของเธอได้เป็นอย่างดี

เธออาบน้ำ แต่งตัวด้วยเสื้อสีดำ กระโปงยาวถึงเข่าสีดำ

บันไดวนอันโออ่า ชั้นล่างมีอาหารมากมายวางอยู่บนโต๊ะยาวซึ่งไม่มีใครนั่งอยู่เลย เธอรับประทานอาหารอย่างสุภาพ เธอนั่งรถลีมูซีนสีดำมาจนถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ป้ายด้านหน้าเขียนว่า โรงเรียนพารา คนขับรถเดินมาเปิดประตูให้หญิงสาว

ภายในโรงเรียนที่เงียบสงบ เธอเดินบันไดมาถึงชั้นสาม

ครืน ประตูห้องเลื่อนออก

ภายในห้องที่ไม่มีใครเธอวางกระเป๋าบนโต๊ะริมหน้าต่างก่อนจะเปิดหน้าต่างออก สายลมอ่อนๆยามเช้าพัดเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แต่มันกลับไม่สามารถทำให้เธอรู้สึกง่วงได้เลย เธอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างลืมตัว

ครืน เสียงประตูทำให้เธอจัดท่านั่งให้เหมาะสม

เด็กนักเรียนเดินเข้ามาเปิดหน้าต่างให้หมดก่อนจะจัดอุปกรณ์สำหรับการสอนของอาจารย์

ภูธเนศ มาครับ

ณัฐวัติ มาครับ

วรรณภูมิ ครับ

ศรัณย์ หญิงสาวสะดุ้ดกับชื่อนั้น “…”

ไม่มางั้นหรอ

ฐิติยา มาค่ะ

สมศรี มาค่ะ

ฯลฯ

คานาเรีย มาค่ะ หญิงสาวหรือคานาเรียขานรับ

อาจารย์ปิดสมุดเช็คชื่อก่อนจะเริ่มสอน

โรงเรียนอันแสนธรรมดา คาบสอนอันแสนน่าเบื่อและเสียงระฆังที่อยากได้ยิน

เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้คานาเรีย คานาเรียที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าอยู่เงยหน้ามอง

มาที่ห้องพักครูด้วย อาจารย์เดินออกจากห้อง

 

ณ ห้องพักครู

เอ่อ ครูขอโทษนะที่เรียกท่านแบบนั้น คานาเรียถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะบอกกับอาจรย์ว่าไม่เป็นไร

เอ่อคือ ครูคงจะไม่ได้สอนพวกเธออีกแล้ว คานาเรียฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย

แต่ถ้าท่านช่วยอจารย์สักนิด…” คานาเรียเดินออกจากห้องนั้นทันที

ตอนแรกคนาเรียจะถามเรื่องเกี่ยวกับคนที่ชื่อว่าศรัณย์แต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้เธอจึงเดินกลับบ้าน

 

ฉันคือลูกสาวตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งจากประเทศอังกฤษ แต่ที่ฉันอยู่ที่ประเทศไทยในตอนนี้เพราะงาน

ถึงแม้ฉันจะเกิดในตระกูลอันสูงศักดิ์แต่คำขวัญในตระกูลฉันคือคนไม่ทำงานไม่มีข้าวกิน และงานที่ฉันทำอยู่คือการตรวจครูผู้สอนและโรงเรียนให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย

โรงเรียนพาราคือ1ใน150โรงเรียนที่ตระกูลฉันสร้างขึ้นฉันเพิ่งมาถึงที่นี้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา การทำงานทำให้ฉันมีประสบการณ์มากขึ้นแต่มันก็ทำให้ฉันไม่มีเพื่อนเลย

เพราะตระกูลของฉันขึ้นชื่อเรื่องความเนียบและโหดเป็นที่สุด ก่อนที่ฉันจะมาถึงพวกเขาคงประกาศให้นักเรียนและอาจารย์ให้อย่ายุ่งกับฉันเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

ฉันเจอเขา เจอศรัณย์ตั้งแต่อายุ 7 ขวบและการศึกษาอย่างหนัก ในตอนนั้นฉันอยากได้เพื่อนมาก อาจเป็นเพราะยังเด็กจึงต้องการความอิสระ ที่เด็กนักเรียนหลายๆคนมี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ฉัน ถูกฝึกหนัก ไม่ว่าจะด้านการเต้นรำ การเรียนและกีฬา

การตรวจตราที่ต้องทำตั้งแต่อายุ 6 ขวบ พ่อแม่ที่แทบไม่ได้เห็นหน้า ฉันรู้ดีว่าชีวิตของฉันสบายกว่าเด็กคนอื่นๆมากนัก แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะคิดเล็กคิดน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้

เพราะฉะนั้นตอนที่ฉันเจอกับศรัณย์ ฉันดีใจมากจริงๆ พวกเราได้เล่นกัน ได้พูดคุยกันในโลกแห่งความฝัน แต่เมื่อเร็วๆนี้ฉันรู้สึกแปลกกับเขานิดหน่อย เวลาที่เขายิ้มทีไรหัวใจฉันก็เต้นแรงขึ้นทุกที

ฉันไม่ได้เกลียดความรู้สึกนี้ แต่ก็ไม่ได้ชอบมันมากเท่าไร ถ้าหากจะเปลียบเทียบล่ะก็ เขาคงเป็นแสงอาทิตย์อันอบอุ่น ความอบอุ่นที่ละลายความหนาวเหน็บในตัวฉัน

ถึงเขาจะไม่ได้สำคัญกับฉันมากมายนัก แต่ฉันก็อยากอยู่กับเขาตลอดไป อยากจะอยู่กับเขาให้นานกว่านี้ แต่ว่าฐานะของฉัน อาจทำให้พวกเราห่างไกลกันมากกว่าเดิม ฉันไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย ไม่อยากเลยจริงๆ

 

ในโลกแห่งความฝัน พวกเรายังคงพูดคุยกัน เล่นกันอย่างสนุกสนานเช่นเดิม

ถ้าหากว่าฉันสามารถพูดคุยกับเขาได้มากกว่านี้ล่ะก็ ฉันอยากคุย อยากเล่นกับเขาให้มากกว่านี้

ใกล้ถึงเวลาแล้ว เขาว่าอย่างเศร้าๆ

ไม่อยากเห็นใบหน้าเศร้าๆของเขาอีกแล้ว

คานาเรีย เชารีบหันมามองฉัน ด้วยสีหน้าที่คาดไม่ถึง ใบหน้านั้นฉันจะไม่ยอมให้เธอต้องเศร้าอีกต่อไป

เขายิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มอันเจิดจ้าราวกับแสงของพระอาทิตย์ อีกแล้วหัวใจของฉันเต้นแรงอีกแล้ว ทำไมกันนะ

ฉันลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ หลังคาเตียงขนาดใหญ่ก็ปรากฏอยู่ในสายตา ฉันดันตัวลุกขึ้น นาฬิกาคุณปู่บอกเวลา 6 โมง

ฉันลุกขึ้นทำกิจวัตรประจำวันอีกครั้ง

 

ฉันรอให้อาจารย์คนเก่ออกจากโรงเรียนก่อนจะถามเกี่ยวกับคนที่ชื่อศรัณย์จากอาจารย์คนใหม่

อาจารย์บอกว่าคนที่ชื่อศรัณย์พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งและฉันรู้จักกับโรงพยาบาลนั้นพอดี

ฉันสั่งให้คนขับรถที่มารับขากลับไปส่งยังโรงพยาบาลนั้นทันที

 

ผมถมเกี่ยวกับคนที่ชื่อคานาเรียที่ไม่เคยมาเรียนเลย อาจารย์บางท่านบอกอย่าพูดเรื่องของเธอ แต่ผมไม่สนตื้อต่อไปเรื่อยๆ อาจารย์ที่ยังกลังเกี่ยวกับข่าวลือของผมจึงยอมบอกว่าเธออยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ผมไปที่นั้นทันที

 

ฉัน/ผม เดินเข้ามาโรงพยาบาลนั้นก่อนจะถามที่เคาท์เตอร์ว่า คานาเรีย/ศรัณย์ อยู่ที่ห้องไหน ค่ะ/ครับ

ในห้องพยาบาลอันเงียบเหงา ร่างของหญิงสาว/ชายหนุ่ม นอนอยู่บนเตียง

 

ในโลกแห่งความฝันทั้งสองก็ยังคงพูดคุยกันและเล่นกันอย่างเคย ไม่มีใครถามเกี่ยวกับตัวของอีกฝ่ายในโลกแห่งความจริง ไม่มีใครหาข้อมูลเกี่ยวกับอีกฝ่าย

วันนี้ฉันสอบปลายภาคแล้วนะ คานาเรียพูด

ฉันก็เหมือนกัน

ใกล้ได้เวลาแล้วสินะ คานาเรียยื่นลูกแก้วให้ศรัณย์ แต่แล้ว

คลืน…” แผ่นดินสั่นสะเทือน ทั้งสองมองหน้ากัน

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่โลกใบนี้ล่มสลาย หญิงสาวและชายหนุ่มยินขึ้นพลางมองโลกที่กำลังแตกสลาย

มือทั้งสองประสานกัน ภายในมือที่ประสานกันมีลูกแก้วสีมรกตอยู่ วิธีการที่ทั้งสองไม่กล้าทำเพราะกลัวว่าจะไม่ได้เจอกันอีก

““ฉันมีเรื่องจะบอก”” ทั้งสองพูดพร้อมกัน ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน

งั้นพูดพร้อมกันนะ ศรัณย์พยักหน้า ทั้งสองสูดหายใจเข้าลึกๆ ขอแค่ครั้งนี้ได้พูดออกไป บางทีมันคงเป็นโอกาศสุดท้าย เสียงของทั้งสองประสานกัน

““ฉัน…””

 

จากเหตุการณ์นั้นก็ผ่านไป1เดือนแล้ว

ผมยังคงตื่น 6 โมงเช่นเดิมแม้จะไม่ฝันแล้วก็ตาม วันปิดเทอมหนึ่งเดือนหมดลง โรงพยาบาลที่ไปไม่มีร่างของหญิงสาวที่ไม่รู้จักอยู่อีกแล้ว

ไปล่ะครับ ผมกล่าวกับบ้านอันว่างเปล่า

แสงแดดยามเช้าไม่ค่อยจะมีในเวลานี้ เด็กหนุ่มนั่งรถไฟฟ้า แล้วเดินอีกซักพัก จนมาถึงหน้าสถานที่แห่งหนึ่ง ผมเดินเข้าไปในโรงเรียนอันคุ้นตา ทุกสิ่งยังคงเหมือนเดิม ไร้เสียง ไร้ผู้คน

ถึงแม้ผมจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว แต่เธอก็ยังคงอยู่ในใจผมไม่เปลี่ยนแปลง แต่บางสิ่งในตัวผมก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงอันเล็กน้อยแต่มันก็เป็นก้าวอันสำคัญ

ผมเดินขึ้นบันไดไปชั้นสาม

และผมก็ไม่ได้เกลียดการเปลี่ยนแปลงนี้นักหรอก

ครืน ประตูห้องถูกเปิดออก ห้องไร้ซึ่งผู้คนก็ยังคงเหมือนเดิม แต่ก็มีบางสิ่งที่แตกต่างจากเดิมนิดหน่อย

ถึงแม้จะแตกต่างแต่ก็ราวกับเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผมสีเงินเงางามและผิวสีไข่มุกไร้ริ้วรอย

ถึงแม้ความหวังจะน้อยนิด

หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อรอย ผมเดินเข้าหาเธออย่างลืมตัว

ถึงแม้ผมจะอยู่ข้างเธอแล้วแต่เธอก็ยังไม่รู้สึกตัว

นี้เธอ ผมเรียกแต่เธอก็ไม่หันมา เสียงฟี้ๆทำให้รู้ว่าเธอกำลังสัปหงก

แต่ผมก็ยังอยากจะคว้ามันเอาไว้

มือของผมเอื้อมไปแตะไหล่เธออย่างช้าๆ

 

และพบเจอ

ผลงานอื่นๆ ของ knight of round

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น