เธอน่ะตัวร้าย แล้วนายก็ปากแข็ง

ตอนที่ 63 : คำล่ำลา(ไม่มี)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    20 ม.ค. 50

“ฮอครักซ์เหรอ...นาย...นายรู้ได้ไง”เฮอร์ไมโอนี่ถามตะกุกตะกัก
“ส่งมันมาเร็วๆสิ...ไม่มีเวลานะ”มัลฟอยบอก เฮอร์ไมโอนี่รีบส่งสร้อยให้มัลฟอยอย่างร้อนรน
“พอตเตอร์...”มัลฟอยร้องเรียก แฮร์รี่หันมามอง
“ฮอครักซ์อีกอันอยู่ที่ฉัน”มัลฟอยร้องบอก โวลเดอร์มอร์หันขวับมามองที่มัลฟอย แววตาแสดงออกถึงความหวาดกลัว
“ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้”โวลเดอร์มอร์พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แฮร์รี่ยิ้มเยาะ
“ถึงเวลาของแกแล้ว...แกต้องชดใช้ทั้งหมดกับพ่อแม่ของฉัน...แล้วก็คนอื่นๆ”แฮร์รี่พูด โวลเดอร์มอร์เบิกตากว้าง รูจมูกบานออก
“ก็ดูว่าเจ้ากับข้า...ใครเป็นใคร”โวลเดอร์มอร์พูดพลางชี้ไม้กายสิทธิ์ไปทางแฮร์รี่ แสงสีแดงพุ่งออกจากปลายไม้กายสิทธิ์ร่างของแฮร์รี่กระแทกกับโขดหินอันใหญ่ และแน่นิ่งไป
“แฮร์รี่...”เสียงของจินนี่ เฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอย และรอน อุทานออกมาพร้อมกัน ทั้งสี่พากันเข้าไปดูแฮร์รี่อย่างห่วงใย
“มันยังไม่ตายหรอก...แต่คนที่จะตายรายต่อไป...คือแก”โวลเดอร์มอร์ชี้ไม้กายสิทธิ์มาทางมัลฟอย เฮอร์ไมโอนี่รีบเข้ามาขวางกอดมัลฟอยไว้แน่น
“ฉันไม่ยอมนะ...”เฮอร์ไมโอนี่พูดพลางกอดมัลฟอยไว้ รอนมองด้วยความเสียใจพลางจ้องมัลฟอยและเฮอร์ไมโอนี่ไม่วางตา
“ถอยไปเกรนเจอร์...”มัลฟอยพูดพยายามจะดึงเฮอร์ไมโอนี่ออก
“ไม่เอา...ฉันไม่ยอมให้นายตาย...ถ้านายตายฉันจะตายด้วย”เฮอร์ไมโอนี่พูด เธอเริ่มร้องไห้ มัลฟอยมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน
“เอาสิ...ล่ำลากันให้พอ...ยายเลือดสีโคลนกับคนทรยศ”โวลเดอร์มอร์มองทั้งคู่ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ มัลฟอยมองโซลเดอร์มอร์ด้วยทีท่าเรียบเฉย
“เกรนเจอร์...ฉันให้เธอตายกับฉันไม่ได้หรอก”มัลฟอยพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้ามองเขาด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
“ฉัน...ต้องการให้เธอมีชีวิตอยู่...ถ้าเธอปลอดภัยฉันจะตายตาหลับ...แต่ถ้าเธอตายไป...ฉันจะเกลียดตัวเองไปตลอดชีวิต เพราะฉัน...”มัลฟอยพูดช้าๆและจริงจัง
“นายหมายความว่า...”
“ฉันรักเธอไง...ยายบ้าเอ๊ย”มัลฟอยพูด รอนเข้าใจในทันที และในที่สุดเขาเพิ่งเข้าใจกับสิ่งที่เขาต่อสู้มาโดยรู้ตัวว่าแพ้มานานแล้ว
“มัลฟอย...ฉัน...”
“ฉันยังไม่ต้องการคำตอบ...ฉันรอได้...ฉันจะสู้กับมันเอง”มัลฟอยบอก รอนมองและขยับตัวลุกขึ้นเดินมายืนข้างๆเฮอร์ไมโอนี่ กับมัลฟอย
“ฉันด้วย...ฉันจะขอสู้กับนายด้วย”รอนบอก มัลฟอยมองอย่างช่างใจ ก่อนจะพยักหน้า
“เอาสิ...จะได้ตายพร้อมๆกัน...มากันให้หมด...ไอ้พวกทรยศต่อเลือด”โวลเดอร์มอร์พูดเสียงเย็น
“มัลฟอยทำลายฮอครักซ์สิ...”เฮอร์ไมโอนี่ตะโกนบอก มัลฟอยมองดูสร้อยที่อยู่ในมือ พร้อมกับชูไม้กายสิทธิ์ขึ้น
“แกจะต้องตาย...พวกเราจะทำให้แกตาย”มัลฟอยบอก เตรียมร่ายคาถา
“อย่า...อะวาดา-เคดาฟรา”เวลาเป็นไปอย่างเชื่องช้า แสงสีเขียว พุ่งตรงเข้ามาหามัลฟอย ที่ตกใจยืนตะลึงงัน ไม่มีทางหลบทัน แต่แล้วรอนก็ตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง เขาตัดสินใจเอาร่างขวางแสงนั้นและ...
ไม่มีคำบอกกล่าว ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากของรอน แต่เวลาก็กลับเดินเป็นปกติ
“รอน ...”เสียงจินนี่ และเฮอร์ไมโอนี่ร้องออกมาพร้อมกัน รอนตาเบิกกว้างแววตาว่างเปล่า โดยปราศจากวิญญาณ ร่างของเขากระแทกกับพื้นและแน่นิ่ง
“แก...”มัลฟอยมองดูโวลเดอร์มอร์อย่างแค้นใจ มัลฟอยยกไม้กายสิทธิ์และจี้เข้าไปที่สร้อย แสงสีแดงเรืองขึ้น และสร้อยก็ละลายหายไปในพริบตา
“ไม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่”โวลเดอร์มอร์กรีดเสียง แววตาฉายแสงสีแดงด้วยความโกรธ
“พวกแกต้องตาย...ไม่ใช่ข้า”โวลเดอร์มอร์พูด ในขณะเดียวกับที่แฮร์รี่ค่อยๆรู้สึกตัวขึ้น และชี้ไม้กายสิทธิ์มาทางโวลเดอร์มอร์ที่ไม่ได้ระวังตัว
“อะวาดา-เคดาฟรา”แฮร์รี่ตะโกน แสงสีเขียวพุ่งไปยังโวลเดอร์มอร์ และโดนเข้าอย่างจัง แต่ที่น่าแปลกก็คือ ร่างของโวลเดอร์มอร์ค่อยๆหลอมละลายไปจนกลายเป็นผุยผง เสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดของโวลเดอร์มอร์หายไป เหลือเพียงแต่ความเงียบ และเสียงร้องไห้ของจินนี่กับเฮอร์ไมโอนี่เท่านั้น
“รอน...ฮือฮือ”เฮอร์ไมโอนี่วิ่งเข้ามากอดร่างของรอนแน่นและร้องไห้ไม่หยุด
“ฉันขอโทษ...”เสียงรอนกระซิบดังขึ้น แต่เป็นเสียงแผ่วเบาที่เฮอร์ไมโอนี่เหมือนจะได้ยินคนเดียว
“ฉันยกโทษให้นาย”เฮอร์ไมโอนี่พูดพึมพำ
“เกิดอะไรขึ้นกับรอน...”แฮร์รี่ถามอย่างตกใจ
“เขาไปแล้ว...”จินนี่บอกขณะที่ยังสะอึกสะอื้น
“เธอว่าไงนะ...รอน”แฮร์รี่ก้มตัวลงข้างๆร่างของรอน น้ำตาค่อยๆไหลออก
“เขาเอาตัวบังมัลฟอยไว้...ตอนพี่สลบไป...เขา...”จินนี่บอก มัลฟอยนั่งลงข้างๆแฮร์รี่ และเป็นคนเดียวที่ไม่ร้องไห้
“เขาช่วยชีวิตฉัน”มัลฟอยบอกต่อ เฮอร์ไมโอนี่กอดรอนร้องไห้ในขณะที่แฮร์รี่ จินนี่ยังคงร้องไห้ ส่วนมัลฟอย รู้สึกว่า เขาเป็นหนี้บุญคุณรอนเหลือเกิน ในที่สุดทั้งสี่ก็พากันนำร่างรอนออกมาจากถ้ำ และพบคนอื่นๆที่มีบาดเจ็บทั้งมากและน้อย แต่ไม่มีใครคนอื่นตาย แฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่ จินนี่ และมัลฟอย ต่างพากันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ด้วยความดีใจระคนเสียใจในเหตุการณ์ครั้งนี้
หลังจากวันนั้น 1 วัน ในงานศพของรอน ณ ลานกว้างบ้านโพรงกระต่าย
คุณก็รู้ว่าใครจบชีวิตแล้ว
รายงานนี้เกิดขึ้นเมื่อวาน ขณะเวลา 17.00 น. กระทรวงเวทมนตร์ได้รับรายงาน
ให้จับกุมผู้เสพความตายและเข้าค้นแหล่งชุมนุมของวกเขา โดยมีผู้บงการ
ที่เรารู้จักกันในนาม คุณก็รู้ว่าใคร ซึ่งได้พบว่าจบชีวิตด้วยฝีมือของมือปราบมารของกระทรวง
ของเรา นั่นคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆเกี่ยวกับการ
โค่นล้มจอมมารที่เรืองอำนาจที่สุดในศตวรรษ จากคำบอกเล่าของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น
..อ่านต่อหน้า 3,5,6,11,14.
“พิธีจะเริ่มแล้วนะแขกมากันครบหรือยัง”แฮร์รี่ร้องถามด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ในขณะที่มองหนังสือพิมพ์ในมือ
“อืมส์...แต่ต้องรอสคริมเจอร์ด้วยนะ... เห็นเขาบอกจะมาร่วมเคารพศพของรอนวันนี้”เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงอู้อี้พลางมองไปยังจินน
ี่ที่กำลังปลอบนางวิสลีย์ให้หยุดร้องไห้
“แม่ค่ะ...แม่ยังมีหนู...มีเฟร็ด...มีจอร์ช...มีพี่บิล...พี่ชาลี”
“เขายังเด็กเกินไปอายุน้อยเกินไป...เขา...ไม่น่าเลย”นางวิสลีย์ฟูมฟาย
“แม่...เราน่าจะภูมิใจในสิ่งที่รอนทำนะ”เฟร็ดบอก
“เขาทำดีที่สุดแล้ว”จอร์ชบอก แฮร์รี่เดินเข้ามายืนตรงหน้านางวิสลีย์ เธอดึงแฮร์รี่เข้าไปกอดไว้แน่น
“แฮร์รี่...ฉันดีใจที่เธอรอดมาได้... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ให้รอนเสมอมา”นางวิสลีย์พูดด้วยเสียงเหมือนคนเป็นหวัดย่างรุ
นแรง
“ผมต่างหากต้องขอบคุณรอน...เขาช่วยผมมาตลอดเหมือนกัน”แฮร์รี่บอก
“อาเธอร์คุณเป็นไงบ้าง...”เสียงลูปินถาม นายวิสลีย์สั่นหัวน้อยๆขณะที่ร้องไห้เหมือนกัน ลูปินที่ในขณะนี้แขนหนึ่งข้างเข้าเฝือกมองนายวิสลีย์อย่างเห็นใจ ท็องส์ (ผมสีดำยาวมัดเป็นหางม้า) ยืนหน้าเศร้าสร้อยอยู่ข้างๆลูปิน แฮกริด (ใบหน้ามีแผลใหญ่ลึก) กำลังร้องไห้ รวมทั้งศาสตราจารย์ มักกอลนากัล ฟลิตวิก และเสปราต์ ต่างก็ยืนคุยกันเงียบๆด้วยความเศร้าใจ
“สคริมเจอร์มานู่นแล้วมอลลี่...เราเริ่มพิธีกันได้เลย”ลูปินบอก นางวิสลีย์พยักหน้า
พิธีค่อยๆดำเนินไปอย่างเงียบเชียบและเรียบง่าย ผู้คนที่มางานศพต่างเคารพศพด้วยสีหน้าเศร้าเสียใจจริงๆ กระทั่งเพอร์ซี่ วิสลีย์ยังสีหน้าสลดพึมพำอะไรบางอย่างว่า ขอโทษ แม้แต่มัลฟอยเอง ก็เสียใจจริงๆกับการจากไปของรอน
“ฉันขอบใจนายมากนะวิสลีย์”มัลฟอยพูดตอนที่เคารพศพของรอน ก่อนจะดินมายืนข้างๆเฮอร์ไมโอนี่
“ฉันคงจะเหงาไปเยอะ”เฮอร์ไมโอนี่พูดพลางยิ้มเศร้าๆ
“เกรนเจอร์...”มัลฟอยเรียก เธอหันมามองแล้วยิ้มให้มัลฟอยอย่างจริงใจ
“ฉันเตรียมคำตอบไว้แล้วนะ...แต่เราพูดตรงนี้ไม่ได้หรอก”เฮอร์ไมโอนี่บอก
“ฉันอยากรู้เลยตอนนี้”
“ทีนายกว่าจะบอกต้องรอนานเป็นเดือนๆเลย...หัดรอซะมั่งสิคนปากแข็ง”
“เธอนี่นะ...”
“ห้ามบ่น...”เฮอร์ไมโอนี่พูด พลางหันกลับไปดูทางพิธีอีกรอบ
“ฉันจะไม่ลืมนายรอน”เฮอร์ไมโอนี่พูด
“เกรนเจอร์...ฉันบอกอะไรเธอเลยได้ไหม”มัลฟอยบอก
“เอาสิ”เฮอร์ไมโอนี่พูด
“ฉัน...อยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอ...ฉะนั้นเธอ...แต่งงานกับฉันไหม”มัลฟอยพูดตะกุกตะกัก เฮอร์ไมโอนี่มองมัลฟอยด้วยความเขินอาย เธอเดินหนีออกไปนอกงานศพโดยไม่พูดอะไร มัลฟอยเดินตามเงียบๆ
“เธอตกลงไหม...แต่งงานกับฉันนะ”มัลฟอยพูดเสียงดังพอที่จะทำให้คนอยู่ระยะ 10 เมตรได้ยิน เฮอร์ไมโอนี่ยังคงทำเฉย
“ถ้าเธอไม่ตกลงฉันจะตะโกนให้ดังกว่านี้อีกนะ”มัลฟอยบอก เฮอร์ไมโอนี่หยุดกึก และหันมามองมัลฟอยด้วยใบหน้าอันแดงจัด ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย
“ตกลงใช่ไหม”
“อืมส์...”มัลฟอยและเฮอร์ไมโอนี่ต่างคนต่างหลบตาด้วยความเขิน ก่อนจะพากันเดินจูงมือกลับไปในงานศพของรอนอีกครั้ง

เตรียมชมฉากจบได้ค่ะ ตอนต่อไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

226 ความคิดเห็น

  1. #226 Bam_Promarsa (@Bam_Promarsa) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 11:26

    เดี๋ยว!

    บอกรักกันในวันเดียวกับที่เพื่อนตาย

    ขอแต่งงานกันในงานศพ....

    ช่างโรแมนติกอะไรเยี่ยงนี้ -_-
    #226
    1
  2. #200 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 16:37
    เด่วๆๆ 

    บอกรักกัน ก่อนตายย 
    ขอแต่งงาน ในงานศพ

    สุดยอดจริงๆ 555
    #200
    0
  3. #132 Faiza (@faisiri1809) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 19:10
    ขอแต่งงานในงานศพ โรแมนติกมากกเยย
    #132
    1
  4. #90 yoyo (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2555 / 16:17
    โรแมนติกมากๆอ่ะ ขอแต่งงานในงานศพ
    #90
    2