คัดลอกลิงก์เเล้ว

นิทาน กระต่ายตุ๊กตากับเจ้าชายแห่งดวงจันทร์

สำหรับบนดวงจันทร์โลกดูเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่สำหรับโลกของเจ้ากระต่ายตุ๊กตา ดวงจันทร์งดงามที่สุด ดูเหมือนเจ้ากระต่ายตุ๊กตาตกหลุมรักเจ้าชายแห่งดวงจันทร์เสียแล้วสิ

ยอดวิวรวม

112

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


112

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 มี.ค. 63 / 13:31 น.
นิยาย Էҹ еµ꡵ҡѺҪ觴ǧѹ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
หากเรารักใครสักคน การทำอะไรทุกอย่างเพื่อเขา มันคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วจริงหรือ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 มี.ค. 63 / 13:31


                กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีตุ๊กตากระต่ายตัวหนึ่ง ถูกทอดทิ้งไว้ในกระท่อมร้างกลางป่าใหญ่ ไม่มีใครเหลียวแลเจ้าตุ๊กตากระต่ายมอมแมม เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยเย็บปะจากเศษผ้าราคาถูก วันหนึ่งผู้วิเศษจากฟากฟ้ามองเห็นความโดดเดี่ยวเดียวดายของเจ้าตุ๊กตากระต่ายด้วยความเมตตาสงสาร เขาเสกให้มันมีชีวิต ทันใดนั้นเอง เจ้ากระต่ายตุ๊กตาก็ขยับแขนขา ยืดเส้นสาย โค้งคำนับต่อผู้วิเศษจากฟากฟ้าผู้ประทานชีวิตให้มัน

“ขอบพระคุณท่านผู้วิเศษ” เจ้ากระต่ายตุ๊กตากล่าวอย่างนอบน้อม “ท่านทำให้ข้ามีชีวิต” เจ้ากระต่ายตุ๊กตาลองเขย่งขา กระโดดไปมารอบกระท่อมร้างที่เต็มไปด้วยเศษฝุ่นและหยากไย่ ผู้วิเศษจากฟากฟ้ามองมันจากเบื้องบนแล้วส่งยิ้มให้มันอย่างปราณี

“ข้ากระโดดได้ด้วย” เจ้ากระต่ายตุ๊กตาอวดได้ไม่ทันไร ก็ล้มหน้าคว่ำคลุกกับฝุ่นบนพื้น มันค่อยๆ ยันตัวเองลุกขึ้น ส่ายหัวเล็กน้อยปัดไล่ความมึนงง

“ระวังหน่อยเจ้ากระต่าย!” ผู้วิเศษจากฟากฟ้าเตือน “ตัวเจ้ามีแต่นุ่นยัดท้อง ขาของเจ้าก็สั้นไม่มั่นคง เจ้าจะกระโดดเหมือนกระต่ายทั่วไปไม่ได้”

“โธ่...” เจ้ากระต่ายหน้าสลด “ท่านเสกให้ข้ามีร่างกายแบบกระต่ายตัวอื่นได้มั้ย...” มันถามอย่างมีความหวัง

“ทำไมล่ะ...” ผู้วิเศษจากฟากฟ้าถาม “ไม่ดีใจที่เจ้าพิเศษกว่าคนอื่นหรอกหรือ” เจ้ากระต่ายตุ๊กตานิ่งคิดตามคำท้วงถามของผู้วิเศษจากฟากฟ้า

“ข้าแค่คิดว่า ข้าดูแปลกแยก...”

“ถ้าเจ้าคิดว่ามันพิเศษ มันก็จะพิเศษ” ผู้วิเศษจากฟากฟ้ากล่าวกับเจ้ากระต่ายที่ก้มลงมองดูร่างกายมอมแมมของตนเอง ก่อนจะเงยหน้าส่งยิ้มให้แก่ผู้วิเศษ 

“ข้าเข้าใจแล้ว...”

“เจ้าเป็นเด็กดี...” ผู้วิเศษจากฟากฟ้าบอกอย่างสุขุม เจ้ากระต่ายยิ้มตาเป็นประกายเมื่อได้รับคำชม “และข้ามีของขวัญจะมอบให้เจ้า”

“ท่านจะให้ขนมกับลูกอมข้าเหรอ” เจ้ากระต่ายเอียงคอหูกระต่ายที่มีรอยแหว่งจากการถูกหนูกัดตกลู่ลงระพื้น “ข้าน่าจะกินไม่ได้นะ ท้องของข้ามีแต่นุ่น...”

“ข้าจะให้พรแก่เจ้าสามข้อต่างหาก” ผู้วิเศษจากฟากฟ้ากล่าวขัดก่อนที่เจ้ากระต่ายตุ๊กตาจะคิดไปไกลกว่านี้ “เจ้าจะขออะไรก็ได้”

“อะไรก็ได้เลยเหรอ” เจ้ากระต่ายทวนคำพยายามคิด ก้มมองแขนขาของตัวเองแล้วก็ส่ายหัว ในเมื่อมันพิเศษมันก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไรนี่นา “ข้าคิดไม่ออกเลยว่าข้าอยากได้อะไร...” 

“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะเก็บพรของเจ้าไว้ให้ก่อน เจ้าจงไปใช้ชีวิตเฉกเช่นปุถุชน วันหนึ่งเจ้าอาจจะค้นพบว่าอะไรคือสิ่งที่เจ้าปรารถนาที่สุด แล้ววันนั้น ข้าหวังว่าเจ้าจะใช้พรสามข้ออย่างเต็มคุณค่า”

“ขอบคุณท่านผู้วิเศษ” เจ้ากระต่ายตุ๊กตาบอกอย่างร่าเริง “หวังว่าข้าจะได้ใช้พรของท่านก่อนที่มันจะหมดอายุนะ” อารมณ์ขันทำให้ผู้วิเศษจากฟากฟ้ายิ้มสรวล ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปเหลือเพียงฝุ่นควันและหยากไย่ของเพดานกระท่อม เหลือเพียงเจ้ากระต่ายตุ๊กตามองไปรอบ ๆ อย่างสำรวจ มุมมองการรับรู้การมองเห็นของมันก่อนจะถูกบันดาลให้มีชีวิตก็คือสภาพรกร้างในกระท่อม เจ้ากระต่ายตุ๊กตาจึงเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเช้าวันแรกด้วยการทำความสะอาดกระท่อมให้สะอาดน่าอยู่

                กว่าที่กระท่อมเล็กๆ โกโรโกโส จะกลับมามีสภาพเป็นกระท่อมสะอาดเอี่ยมน่ารักได้ ดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าเสียแล้ว เจ้ากระต่ายนอนลงนิ่งๆ พักเหนื่อยจากการลงแรงขัดถูพื้นเพดานแทบทุกซอกทุกมุม ถึงกระนั้น มันก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจในตัวเองที่ได้ทำให้กระท่อมนี้ดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง 

“ใหม่เอี่ยมเหมือนตัวข้าเลย” เจ้ากระต่ายพูดพลางกลั้วหัวเราะ มันดันตัวลุกขึ้น หรี่ตามองในความมืดสลัวเพราะแสงจากดวงอาทิตย์จากไปแล้ว เจ้ากระต่ายตุ๊กตาพยายามควานหาไม้ขีดไฟใช้จุดตะเกียงน้ำมันแขวนผนังห้อง โชคดีเหลือเกินที่มันเป็นคืนเดือนหงายแสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่าง ส่องให้เจ้ากระต่ายเห็นไม้ขีดไฟวางอยู่ข้างๆ กาต้มน้ำที่มันไม่น่าจะได้ใช้ มันกระโดดหยองแหยงไปคว้าไม้ขีดไฟมาจุดไส้ตะเกียง พลันกระท่อมสว่างไสว เจ้าตุ๊กตากระต่ายทอดกายนอนลงบนโซฟานุ่มๆ แต่มันยังไม่สามารถข่มตานอนหลับได้ลง เพราะกำลังดื่มด่ำกับการจินตนาการถึงวันพรุ่งนี้ มันมีแผนการที่จะสนุกสนานกับชีวิตให้เต็มที่

ดังนั้น ในทุกๆเช้า เมื่อตะวันทอแสงรำไร เสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว เจ้ากระต่ายจะกระโดดโหยงผุดลุกขึ้นจากเตียงอย่างกระตือรือร้นเพื่อออกไปท่องเที่ยวในป่า ผูกมิตรกับสรรพสัตว์ในละแวกนั้นจนมันเป็นที่รักของผองเพื่อนที่รู้จักกัน แต่พอตกกลางคืน สัตว์ทุกตัวต่างต้องนอนหลับพักผ่อน มีเพียงเจ้ากระต่ายตุ๊กตาเท่านั้นที่ชอบเดินเที่ยวเล่นในยามราตรี มันท่องเที่ยวไปตามราวป่า แม่น้ำลำธารทุกสาย ลัดเลาะตามภูเขาลูกนั้นลูกนี้ไปเรื่อยๆ

จนกระทั่งวันหนึ่งเจ้ากระต่ายตุ๊กตาได้บังเอิญเดินขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงที่สุดในป่า

บนยอดเขาเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในยามค่ำคืน หมู่หิ่งห้อยลอยอ้อยอิ่งส่งแสงเรื่อๆ อยู่ท่ามกลางความมืดลอยรับขับกับดวงดาวที่แต่งแต้มอยู่บนนภา ดวงจันทร์กลมโตดวงใหญ่เปล่งประกายแจ่มจรัส เจ้ากระต่ายตุ๊กตาอ้าปากค้าง สถานที่นี้ช่างสวยงามมากเหลือเกินในเวลานี้ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาเจ้ากระต่ายที่สุดกลับหาใช่ธรรมชาติอันงดงามบริเวณโดยรอบบนยอดเขาไม่

ดวงตาของเจ้ากระต่ายตุ๊กตาปรากฏร่างของชายหนุ่มที่งดงามราวกับรูปปั้น เส้นผมสีทองพลิ้วไหวไปตามสายลมเอื่อยๆ เขามีลูกนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้ม ดวงตากลมโตเหมือนดังดวงจันทร์สุกสว่างที่ตัวเขาเป็นเจ้าของ “เจ้าชายแห่งดวงจันทร์” ใบหน้าของเขาทำเอาเจ้ากระต่ายตุ๊กตาหายใจไม่ทั่วท้อง มันรู้สึกมีชีวิตจริงๆ ยิ่งกว่ามีชีวิต ก้อนนุ่นที่อกข้างซ้ายเต้นตุบๆ ไม่เป็นจังหวะ มันจ้องมองเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ที่ไม่แม้แต่จะชายตามองลงมายังพื้นโลก เฝ้าดูเขาเยื้องกรายด้วยท่วงท่าสง่างามละสายตาไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว 

“อยากขึ้นไปอยู่บนนั้นจัง” มันเอ่ยกับตัวเอง สำหรับบนดวงจันทร์โลกดูเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่สำหรับโลกของเจ้ากระต่ายตุ๊กตา ดวงจันทร์งดงามที่สุด ดูเหมือนเจ้ากระต่ายตุ๊กตาตกหลุมรักเจ้าชายแห่งดวงจันทร์เสียแล้วสิ

หลังจากวันนั้น ทุกๆ วัน เมื่อตะวันชิงพลบเจ้ากระต่ายตุ๊กตาจะปีนป่ายหน้าผาขึ้นไปนั่งที่โขดหินบนยอดเขาที่สูงที่สุดเพื่อมองดูความเป็นไปของเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ แล้วเจ้ากระต่ายตุ๊กตาก็ค้นพบว่าเจ้าชายแห่งดวงจันทร์มีสัตว์เลี้ยงตัวโปรดอยู่หนึ่งตัว เป็นกระต่ายขนนุ่มปุกปุย ขนสีขาวนวลไร้ตำหนิใดๆ เจ้าชายมักจะอุ้มกระต่ายตัวนั้นออกมาชมดวงดาวบนฟากฟ้าด้วยกันเสมอๆ หางตาของเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ ไม่แม้แต่จะแลมองลงมายังโลกสักนิด ถึงแม้เจ้ากระต่ายตุ๊กตาจะรู้อย่างนั้น มันก็ยังคงนั่งมองเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ด้วยความรักใคร่ เพียงเพราะว่าในทุกๆวัน แค่เพียงได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ ก็ทำให้มันมีความสุขเหนือกว่าสิ่งอื่นใด

แต่แล้วในคืนหนึ่ง วันที่พระจันทร์มืดสนิทไร้แสงส่อง เจ้ากระต่ายตุ๊กตายังคงมานั่งอยู่บนโขดหินเหมือนทุกๆ คืน เช่นเคย แล้วก็เป็นเหมือนเช่นคืนก่อนๆ เจ้าชายแห่งดวงจันทร์ปรากฏกายให้เจ้ากระต่ายตุ๊กตาเห็น แต่สิ่งที่ต่างไปจากเดิม คือรอยยิ้มบนใบหน้าของเจ้าชายแห่งดวงจันทร์นั้นลบเลือนไป ที่สำคัญเจ้าชายแห่งดวงจันทร์มาเดินเล่นเพียงลำพัง ไร้เงากระต่ายขาวนวลตัวโปรดข้างกาย

เจ้ากระต่ายตุ๊กตาผุดลุกขึ้นนั่งไม่ติดที่ ทำไมเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ถึงมีสีหน้าเศร้าสร้อย ไม่สดใสเหมือนเช่นเคย รอยยิ้มที่ทำให้เจ้ากระต่ายตุ๊กตายิ้มตามทุกครั้งนั้นหายไป เจ้าชายแห่งดวงจันทร์นั่งขุดคู้เศร้าโศกและเริ่มร่ำไห้โดยเข้าใจว่าไม่มีใครเห็นหยดน้ำตา แต่เจ้ากระต่ายตุ๊กตาเห็น มันเจ็บเสียยิ่งกว่าตอนที่ต้องเอาเข็มเย็บผ้าปะซ่อมรอยขาดวิ่นบนตัวเองเสียอีก

คืนแล้วคืนเล่าที่เจ้าชายแห่งดวงจันทร์นั่งร่ำไห้เพียงลำพังปราศจากเจ้ากระต่ายสีขาวนวล เจ้ากระต่ายตุ๊กตาขุ่นเคืองใจที่รู้ว่าเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ร่ำไห้อาลัยอาวรณ์ถึงกระต่ายตัวโปรดที่หายตัวไปไร้ร่องรอย

“เจ้ากระต่ายนวลผ่องมันไปไหน ทำไมปล่อยให้เจ้าชายแห่งดวงจันทร์โศกเศร้าได้ถึงเพียงนี้นะ” มันผุดลุกผุดนั่งอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเห็น อยากขึ้นไปบนดวงจันทร์ให้รู้แล้วรู้รอด อยากเหลือเกินที่จะไปปลอบประโลมเขา ทำยังไงนะ ถึงจะได้ขึ้นไปบนนั้น ทำยังไง...ถึงจะทำให้เจ้าชายแห่งดวงจันทร์กลับมามีความสุข

และแล้วเจ้ากระต่ายตุ๊กตาก็คิดถึงพรสามข้อที่ผู้วิเศษจากฟากฟ้าเคยเอ่ยปากประทานให้แก่มัน ดวงจันทร์ลอยเคลื่อนหายไป แสงสว่างของดวงอาทิตย์ส่องรำไรรับอรุณรุ่ง เจ้ากระต่ายตุ๊กตาตะโกนร้องเรียกผู้วิเศษจากฟากฟ้า ร้องขอให้เขาปรากฏตัว

“ท่าน ท่านผู้วิเศษ ข้าต้องการพรของข้า...” เจ้ากระต่ายตะโกนก้องพลางแหงนมองบนท้องฟ้าที่แจ่มจ้าไปด้วยแสงตะวัน พลันประกายแสงของผู้วิเศษจากฟากฟ้าก็ปรากฎ เขาจ้องมองดูเจ้ากระต่ายที่มีท่าทางอมทุกข์ไม่ผิดกับเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ที่มันหลงรัก ผู้วิเศษจากฟากฟ้ามองเห็นเรื่องราวทุกอย่าง และรู้ว่าเจ้ากระต่ายตุ๊กตาอยากจะขออะไร

“เจ้าแน่ใจแล้วหรือ เจ้ากระต่าย” ผู้วิเศษจากฟากฟ้าถามย้ำ เจ้ากระต่ายพยักหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ

“ข้าแน่ใจ... ข้าต้องการขึ้นไปบนดวงจันทร์ ข้าอยากไปช่วยเจ้าชายให้เขาคลายทุกข์”

“ทำไมเจ้าจึงขอเช่นนี้...”

“เพราะข้ามั่นใจว่าข้าจะสามารถทำให้เจ้าชายแห่งดวงจันทร์กลับมายิ้มได้อีกครั้งหนึ่ง...”เจ้ากระต่ายตุ๊กตาตอบไปโดยซื่อ ไม่มีเลศนัยแฝงใด ผู้วิเศษจากฟากฟ้านิ่งพินิจพิจารณาสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังของเจ้ากระต่ายตุ๊กตาด้วยความอ่อนใจราวกับล่วงรู้อนาคตว่าในภายภาคหน้าจะเกิดอะไรขึ้น

“ข้าจะให้พรข้อแรกแก่เจ้า ตามที่เจ้าปรารถนา...” เจ้ากระต่ายตุ๊กตาใจชื้นขึ้น มันยิ้มแย้มอย่างดีใจ “แต่...จำคำข้าไว้ให้ดี เจ้ากระต่ายน้อย ข้าหวังว่าพรอีกสองข้อที่เหลือ เจ้าจะใช้มันอย่างคุ้มค่าที่สุด”

“ข้าจะจำ” เจ้ากระต่ายตอบอย่างหนักแน่น ฉับพลันที่มันรับคำ พรของผู้วิเศษจากฟากฟ้าก็สำแดงผล ตัวของมันลอยเหนือพื้นโลก มีแรงเหวี่ยงอันมหาศาลโยนตัวมันข้ามโพ้นฟ้าไปหาดวงจันทร์ที่ถูกบดบังด้วยดวงอาทิตย์

                เจ้ากระต่ายตุ๊กตาพบว่าตัวเองได้ยืนเหยียบอยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์อันขรุขระ ไม่งดงามดั่งที่มันมองเห็นไกลๆ จากบนพื้นโลก ปราสาทของเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เป็นปราสาทที่งดงามวิจิตระการตาที่สุด ประตูปราสาทเปิดรอต้อนรับให้เจ้ากระต่ายตุ๊กตาเดินเข้าไปข้างใน เจ้ากระต่ายใจตุ้มๆ ต่อมๆ ตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่มันจะได้พบกับเจ้าชายแห่งดวงจันทร์

“นั่นใคร?” เสียงห้าวห้วนร้องถามมาจากบัลลังก์ที่ประทับกลางโถงท้องพระโรง เจ้ากระต่ายสาวเท้าก้าวให้ไวขึ้นเพื่อจะไปเข้าเฝ้าเจ้าชาย แต่ด้วยขาที่สั้นและน้ำหนักเบา ทำให้มันหัวคะมำหน้าคว่ำลงกับพื้นก่อนจะดันตัวเองลุกขึ้น ส่งยิ้มให้กับเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ที่มองมันอย่างไม่สบอารมณ์

“ข้า...คือกระต่าย...” เจ้ากระต่ายตุ๊กตาแนะนำตัวเองอย่างเคอะเขิน

“เจ้าเนี่ยนะกระต่าย...” เจ้าชายแห่งดวงจันทร์ถามพลางมองสารรูปที่เต็มไปด้วยรอยปะปุจากเศษผ้าบนเนื้อตัวของเจ้ากระต่ายตุ๊กตา “เจ้ามันเป็นตุ๊กตา...” 

“ข้าเป็นอะไรก็ได้อย่างที่ท่านอยากให้เป็น” เจ้ากระต่ายบอกอย่างเริงร่าพลางโค้งคำนับให้กับเจ้าชาย “ข้ามาที่นี่เพื่อทำให้ท่านมีความสุข...”

“ความสุขงั้นเหรอ” เจ้าชายแห่งดวงจันทร์ทวนคำพลางหัวเราะเสียงแห้ง “กระต่ายแสนรักของข้าหายไป ข้าจะมีความสุขได้ยังไงกันเล่า”

“ข้าไง ข้าจะมาเป็นกระต่ายของท่าน” เจ้ากระต่ายตุ๊กตาบอกอย่างมั่นอกมั่นใจ “ข้าจะทำให้ท่านกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้งให้ได้” มันประกาศเบื้องหน้าพระพักตร์ของเจ้าชายแห่งดวงจันทร์เป็นคำมั่น มันเริ่มร้องเล่นเต้นระบำทำท่าทางตลกขบขันหวังให้เจ้าชายรู้สึกสนุกสนาน แต่เจ้าชายแห่งดวงจันทร์กลับรับสั่งเรียกให้ข้ารับใช้พาเจ้ากระต่ายตุ๊กตาไปโยนทิ้งนอกปราสาท

“เจ้าไม่มีวันแทนที่กระต่ายของข้าได้” เสียงของเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ตะโกนไล่หลังเจ้ากระต่ายตุ๊กตา 

ถึงกระนั้น ความดื้อรั้นบวกกับความพยายามที่จะทำให้เจ้าชายกลับมามีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้นนำพาให้มันหาวิธีนำตัวเองกลับเข้ามายังปราสาทจนได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ในทุกๆ วัน เจ้ากระต่ายตุ๊กตาพยายามเสนอหน้าแป้นแล้นของตนเองไปให้เจ้าชายแห่งดวงจันทร์เห็นทุกครั้ง แล้วเมื่อเจ้าชายแห่งดวงจันทร์มองเห็นมันทีไร ก็จะจับมันยกขึ้นแล้วโยนออกไปให้พ้นๆ หน้า แต่ในเวลาไม่นาน มันก็จะกลับมาอีก ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่หลายวัน เจ้าชายแห่งดวงจันทร์ถึงกับเอ่ยออกมาอย่างโมโห

“ทำไมเจ้ายังไม่ไปให้พ้นๆหน้าข้าอีก”

“ข้าจะไปก็ต่อเมื่อข้าเห็นว่าท่านมีความสุขแล้วจริงๆ”เจ้ากระต่ายตุ๊กตาบอกอย่างดื้อดึง เจ้าชายแห่งดวงจันทร์พยายามสะกดกลั้นโทสะ ไม่จับคอมันเหวี่ยงออกไปจากปราสาท เขาสูดลมหายใจเข้าเพื่อระงับให้ตัวเองใจเย็นก่อนจะบอกแก่เจ้ากระต่ายตุ๊กตาว่า

“ก็ได้...ข้าจะลองดู ว่าเจ้าจะทำได้จริงดังว่าหรือเปล่า แต่เจ้ารับปากข้าแล้วนะว่าถ้าข้ามีความสุขแล้วเจ้าจะไป”

“ข้ารับปาก” เจ้ากระต่ายตุ๊กตาลิงโลดดีใจ 

ในที่สุด เจ้าชายแห่งดวงจันทร์ก็ให้โอกาสเจ้ากระต่ายตุ๊กตาได้เข้าใกล้ ได้เข้ามาอยู่ในปราสาท โดยไม่ถือสาที่มันจะเสนอหน้ามาให้เห็นอีก เจ้าชายแห่งดวงจันทร์อยากให้มันทำอะไร มันก็ยอมทำให้ไม่อิดออด อยากให้มันกระโดด มันก็กระโดด อยากให้มันร้องเพลง มันก็ร้องเพลง อยากให้มันเต้นมันก็เต้น แม้กระทั่งอยากให้มันกินแครอท เหมือนกระต่ายของเขา มันก็ทำ แม้ว่าจะไม่สบายท้องทุกครั้งที่แครอทตกถึงท้องที่มีแต่นุ่น และตัวมันเองจะต้องแอบล้วงเอาแครอทออกจากท้องไปทิ้งในยามที่เจ้าชายหลับไปแล้ว แต่แค่มันคิดว่าเพื่อความสุขของเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ มันยินยอมทำทุกสิ่ง แต่ถึงกระนั้น เจ้าชายแห่งดวงจันทร์ก็ยังไม่มีรอยยิ้มปรากฏให้แก่มันแม้แต่ครั้งเดียว

                วันหนึ่ง เจ้าชายแห่งดวงจันทร์พามันไปยังบึงบัวที่อยู่ใจกลางของดวงจันทร์ เขาพามันพายเรือเล่น แล้วเปรยว่า

“ข้าเคยมาที่นี่กับกระต่ายแสนรักของข้า...” เจ้าชายกล่าวกับเจ้ากระต่ายตุ๊กตาอย่างเศร้าสร้อย “เจ้าขาวนวลชอบว่ายน้ำเล่นเพื่อเก็บดอกบัวให้ข้า”

“ท่านอยากได้ดอกบัวเหรอ” เจ้ากระต่ายตุ๊กตาถาม แต่ไม่มีคำตอบจากเจ้าชาย เพียงแค่นั้น มันตัดสินใจกระโดดลงน้ำโดยไม่ลังเล ร่างกายที่ประกอบด้วยเศษผ้าและนุ่นที่ชุ่มน้ำ ทำให้มันทุลักทุเลในการตะเกียกตะกายอยู่ในบึง มือที่ไม่มีอุ้งเท้าแบบกระต่ายปกติไม่สามารถคว้าก้านบัวได้อย่างเต็มมือ ร่างของเจ้ากระต่ายค่อยๆ หมดแรง และกำลังจะจมลง จมลง จมลง

แต่โชคช่วยที่เจ้าชายแห่งดวงจันทร์เอื้อมมือคว้าตัวมันไว้ได้ เขามีสีหน้าโกรธเกรี้ยวอย่างที่มันไม่เคยเห็นมาก่อน

“เจ้ากระต่ายโง่! เจ้าไม่ได้สารรูปตัวเองเลยหรือไงกัน ทำอะไรก็คิดถึงตัวเจ้าเองบ้าง!” เจ้าชายตวาดก้อง เจ้ากระต่ายตุ๊กตาสำลักน้ำ หูตก เปียกปอนไปทั้งตัว 

“ข้าขอโทษ” มันรู้สึกผิดที่ทำให้เจ้าชายโกรธ ได้แต่ทำหน้าสลดและนิ่งเงียบ จนกระทั่งเจ้าชายแห่งดวงจันทร์พายเรือพามันกลับไปยังปราสาท

                ค่ำคืนนั้น เจ้าชายแห่งดวงจันทร์เสด็จมาหาเจ้ากระต่ายตุ๊กตา เขาเฝ้าดูอาการมันด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เจ้ากระต่ายอยากร่าเริง ตั้งใจจะร้องเพลงกล่อมให้เจ้าชายฟังเช่นทุกคืน แต่เจ้าชายแห่งดวงจันทร์สั่งให้มันเงียบ ดึงมันไปโอบกอด แล้วลูบหัวมันอย่างแผ่วเบา ราวกับว่ากำลังปลอบประโลมที่ในวันนี้มันเกือบสิ้นชีวิต เจ้ากระต่ายตุ๊กตาผู้รับรู้แต่การถูกทอดทิ้งและโดดเดี่ยวเกิดความอบอุ่นในใจ อยากให้เจ้าชายแห่งดวงจันทร์นอนลูบหัวมันไปอย่างนี้ตลอดไป

                แต่คำว่าตลอดไป ไม่มีอยู่จริง

                วันหนึ่ง ในวันที่แสงอรุณรุ่งถักทอสว่างไสวกว่าทุกวัน เจ้ากระต่ายตุ๊กตาตื่นสายกว่าเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ ที่ไม่อยู่ในห้องนอนแล้ว มันได้ยินเสียงหัวเราะอย่างสดใสดังมาจากข้างล่าง และมันจดจำได้ว่าเป็นเสียงที่มันหวังจะได้ยินตลอดมาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว เจ้ากระต่ายตุ๊กตากระโดดโลดเต้น วิ่งออกจากห้องนอน ลงไปยังท้องพระโรงเพื่อหาต้นตอของเสียงหัวเราะ

                แล้วมันก็พบว่าเจ้าชายแห่งดวงจันทร์กำลังอุ้มกระต่ายสีขาวนวลตัวเดิมที่หนีหายจากเขาไป

                เจ้าชายทรงรับสั่งให้ข้ารับใช้ทุกคนจัดงานเลี้ยงต้อนรับเจ้ากระต่ายสีขาวนวลอย่างเอิกเกริก รอยยิ้มที่เจ้ากระต่ายตุ๊กตาฝันจะได้เห็น ก็ได้เห็น แต่เพียงแค่ รอยยิ้มนั้นไม่ได้เกิดมาจากความสุขที่ได้อยู่กับเจ้ากระต่ายตุ๊กตาเท่านั้นเอง 

                ในขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองให้กับการกลับมาของเจ้ากระต่ายสีขาวนวล เจ้ากระต่ายตุ๊กตาเดินหลบมุมออกมาจากปราสาทโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น มันบอกตัวเองว่า หมดหน้าที่ของมันแล้ว มันได้เห็นเจ้าชายแห่งดวงจันทร์มีความสุข ได้เห็นรอยยิ้มของเจ้าชายแห่งดวงจันทร์อีกครั้งหนึ่ง รอยยิ้มที่เจ้ากระต่ายตุ๊กตามองกี่ครั้งก็รู้สึกสุขใจเสมอมากลับมาแล้ว มันควรจะทำตามสัญญาที่เคยลั่นวาจาไว้ ‘ข้าจะไปก็ต่อเมื่อข้าเห็นว่าท่านมีความสุขแล้วจริงๆ’

                ทำไมนะ เมื่อเห็นรอยยิ้มของเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ในวันนี้กลับทำให้มันรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งขั้วหัวใจ

                เจ้ากระต่ายตุ๊กตาอ่อนระโหยโรยแรงไร้กำลังวังชาจะร่าเริง มันเดินกะปลกกะเปลี้ยราวกับไร้วิญญาณตรงไปยังจุดที่ผู้วิเศษจากฟากฟ้าส่งมันมาบนดวงจันทร์ มันยังไม่ทันเอื้อนเอ่ยร้องเรียกแต่อย่างใด ผู้วิเศษจากฟากฟ้าก็ปรากฏกายให้มันเห็นพร้อมด้วยใบหน้าเวทนา

                “ข้ารู้ว่าเจ้าจะใช้พรข้อที่สอง” ผู้วิเศษจากฟากฟ้ากล่าวเสียงเรียบ “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

“เจ็บ...” เจ้ากระต่ายตุ๊กตาบอกเสียงแหบแห้ง มันชี้ไปที่อกข้างซ้ายราวกับบ่งบอกว่าข้างในมีหัวใจที่คับแน่นไปด้วยความทุกข์ “ข้าเจ็บตรงนี้...”

“ข้ารู้” ผู้วิเศษจากฟากฟ้ากระซิบ “และข้าก็รู้ว่าเจ้าจะขออะไร”

“ท่านรู้...” เจ้ากระต่ายตุ๊กตาถอนหายใจ “ถ้าอย่างนั้น ได้โปรดประทานพรนั้นให้ข้าเถอะ” สิ้นคำร้องขอจากเจ้ากระต่ายตุ๊กตาผู้วิเศษจากฟากฟ้าร่ายมนตร์ให้ตัวเจ้ากระต่ายลอยขึ้นเหนือพื้นดวงจันทร์ แรงเหวี่ยงอันมหาศาลผลักดันมันกลับไปยังพื้นโลกเบื้องล่างบนยอดเขาที่เดิมที่มันเคยนั่งดูพระจันทร์

                เจ้ากระต่ายตุ๊กตามองดูดวงจันทร์ มันมองไม่เห็นเจ้าชายแห่งดวงจันทร์เลย เขาคงจะมีความสุขอยู่กับกระต่ายขาวนวลตัวโปรดของเขาในปราสาท ไม่มีเงาของเจ้ากระต่ายตุ๊กตาหลงเหลือในสายตาของเจ้าชายแห่งดวงจันทร์เลยแม้แต่สักนิด ผู้วิเศษจากฟากฟ้ายังคงปรากฏตัวให้มันเห็น เขารู้ว่าเจ้ากระต่ายตุ๊กตาเศร้าโศกเพียงใด เพียงแค่เพราะมันเป็นตุ๊กตา มันจึงมิอาจแสดงความเสียใจออกมาผ่านใบหน้าได้

                แต่เขารู้ว่ามันกำลังใจสลายเป็นเถ้าธุลี

“ทำไมข้ายังเจ็บอยู่...” เจ้ากระต่ายตุ๊กตาเอ่ยถามเสียงสั่น “ข้าควรมีความสุขที่เห็นเขามีความสุขนี่นา”

“เพราะเจ้ารักเขา และปรารถนาจะให้เขารักเจ้าตอบ” ผู้วิเศษจากฟากฟ้ากล่าว “เจ้าหวัง...ว่าตัวเองจะเป็นความสุขในชีวิตของเขา และเมื่อเจ้าคิดว่าไม่ใช่ เจ้าจึงเป็นทุกข์”

“ข้าไม่อยากเป็นทุกข์...” เจ้ากระต่ายตุ๊กตาบอกหน้าเศร้า “ข้าไม่รู้ว่ามันจะทำให้ข้าทุกข์ได้ขนาดนี้” ผู้วิเศษจากฟากฟ้าได้แต่ฟังเสียงสะอื้นภายในจิตใจของเจ้ากระต่ายตุ๊กตาอย่างเงียบๆ เจ้ากระต่ายตุ๊กตานั่งนิ่งอยู่เป็นเวลาหลายชั่วโมง ทุกข์อันแสนสาหัสก็ไม่มีความทุเลาลง มันจ้องตาผู้วิเศษจากฟากฟ้าก่อนจะถามว่า

“ข้าเหลือพรข้อเดียวแล้วใช่ไหม”

“ใช่” ผู้วิเศษจากฟากฟ้าตอบเสียงเบาหวิว เขารู้ว่าเจ้ากระต่ายตุ๊กตาจะขออะไรในทันทีที่มันอ้าปากเอื้อนเอ่ย

“ข้าขอกลับไปเป็นตุ๊กตากระต่ายไร้ชีวิตตลอดกาล...” เจ้ากระต่ายตุ๊กตาคุกเข่าอ้อนวอนต่อผู้วิเศษจากฟากฟ้า“ข้าได้เห็นคนที่ข้ารักมีความสุขแล้ว นั่นคือความปรารถนาสูงสุดของชีวิตข้า และข้าไม่ต้องการสิ่งใดอีก”

“เจ้าจำคำข้าได้ใช่หรือไม่ ข้าหวังจะให้เจ้าจะใช้พรอย่างคุ้มค่าที่สุด...” 

“ข้าจำได้ทุกถ้อยคำ...แต่...” มันยิ้มเศร้าๆ “ข้าถือว่าการได้รัก และได้ทุ่มเทเพื่อความรัก ทำให้พรทั้งสามข้อของข้า คุ้มค่ามากที่สุด”

“ข้าเสียใจที่เจ้าเลือกแบบนี้”

“ข้าเลือกแล้วน่า” เจ้ากระต่ายทำเป็นร่าเริง “ฝากบอกเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ว่า รอยยิ้มของเขาจะทำให้ข้ามีความสุขเสมอ แค่นี้แหละ ข้าไม่ขออะไรมากกว่านี้ ได้โปรดเสกให้ข้ากลับไปเป็นตุ๊กตาดังเดิมเถิด”

                สิ้นคำร้องขอของเจ้ากระต่ายตุ๊กตา แสงสว่างวาบปรากฏให้เห็นเป็นรังสีสีเงิน ร่างของเจ้ากระต่ายตุ๊กตาลอยคว้างก่อนจะตกลงมาเป็นตุ๊กตากระต่ายที่ดวงตาไร้ชีวิตดังเดิม ไร้จิตวิญญาณ ไร้การรับรู้ เฉกเช่นความปรารถนาสุดท้ายของมัน ผู้วิเศษจากฟากฟ้าถอนหายใจ พลางร่ายเวทยกร่างมันให้นั่งลงตรงโขดหินดังเช่นมันเคยทำเป็นประจำครั้นเมื่อยังมีชีวิต ทันใดนั้นเอง บันไดแสงจากดวงจันทร์ก็พาดทับลงมายังยอดเขา เจ้าชายแห่งดวงจันทร์เสด็จลงมาด้วยท่าทางร้อนรน

“เจ้ากระต่าย...” เจ้าชายแห่งดวงจันทร์แทบล้มทั้งยืน เมื่อมองเห็นดวงตาไร้ชีวิตชีวามองตรงมาทางเขาอย่างเลื่อนลอย

“ท่านมาช้าไป...” ผู้วิเศษจากฟากฟ้ากล่าวกับเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ “เจ้ากระต่ายร้องขอพรข้อสุดท้ายจากข้าไปแล้ว...และมันแก้ไขไม่ได้” เจ้าชายแห่งดวงจันทร์ร่ำไห้พลางดึงร่างที่ไร้ชีวิตของเจ้ากระต่ายตุ๊กตามากอดแล้วลูบหัวมันอย่างที่เขาเคยทำเช่นทุกค่ำคืน

“เจ้ากระต่ายโง่... หากเจ้ารอข้าสักนิด ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ ว่าข้ามีความสุขมากแค่ไหนเวลาอยู่กับเจ้า” เจ้าชายแห่งดวงจันทร์กล่าวทั้งน้ำตา “เจ้าโง่ที่ไม่รู้ใจข้าสักนิด เจ้าหุนหันพลันแล่นและไม่รักตัวเอง ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าให้คิดถึงตัวเจ้าเองบ้าง”

“รอยยิ้มของท่านจะทำให้เจ้ากระต่ายมีความสุขเสมอ”

“ท่านพูดเองเหรอ”

“เปล่า...” ผู้วิเศษจากฟากฟ้าชี้ไปยังเจ้าตุ๊กตากระต่ายในอ้อมกอดของเจ้าชายแห่งดวงจันทร์ เขากระชับอ้อมกอดแน่น น้ำตาไหลพรั่งพรู ร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจอยู่เป็นเวลานาน ก่อนจะตระหนักได้ว่า มันไม่สามารถแก้ไขเรื่องราวใดๆ ได้อีกแล้ว

                เจ้าชายแห่งดวงจันทร์ขอนำร่างไร้ชีวิตของเจ้ากระต่ายตุ๊กตาขึ้นไปไว้บนดวงจันทร์ และตั้งเป็นอนุสรณ์อันเป็นตัวแทนแห่งความรักและความระลึกถึงความสุขที่เจ้ากระต่ายตุ๊กตามอบให้ ถึงแม้เจ้ากระต่ายตุ๊กตาจะไม่มีวันรับรู้เลยว่ามันมีความหมายกับเจ้าชายแห่งดวงจันทร์มากขนาดไหน

 

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า รักคือการให้ แต่ควรให้อย่างพอดีและมีสติ ไม่ให้รักมาทำร้ายตัวเองได้

ผลงานอื่นๆ ของ สายธารแห่งราตรี

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น