Review Light Novel โดยอคติล้วนๆ

  • 90% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 314,760 Views

  • 2,861 Comments

  • 1,010 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,995

    Overall
    314,760

ตอนที่ 343 : โลกพรรค์นั้นทำลายมันไปซะเถอะ เล่ม 2 เมื่อฮีโร่เบื่อโลก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 697
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 พ.ค. 60



สำนักพิมพ์: Luckpim

 

ราคาปก: 175 บาท

 

แนวเรื่อง: Comedy, Fantasy, Romance, Sci-Fi

 

แต่งเรื่อง: Sou Sagara

 

Illustration: Kantoku

 

แปล: ฮิมารุ

 

สถานะปัจจุบัน:

นิยายเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจค “Shared World” ที่รวมเอานักเขียนชื่อดังต่างสำนักพิมพ์ มาเขียนเรื่องราวในโลกใบเดียวกัน ประกอบด้วย

 

โลกพรรค์นั้นทำลายมันไปซะเถอะ -Qualidea Code- โดย อ.โซ ผู้แต่งน้องเหมียวยิ้มยาก มีทั้งหมดสองเล่ม ดูหน้าปก CLICK มีแปลไทยแล้วดูรีวิวที่นี่  เล่ม 1

 

Qualidea Code โลกใบนั้นฉันจะกอบกู้มันเอง โดย อ.โคจิ ผู้แต่ง DATE A LIVE มีทั้งหมดสองเล่ม ดูหน้าปก CLICK มีแปลไทยแล้วดูรีวิวที่นี่  เล่ม 1-2

 

                Dou Demo Ii Sekai Nante -Qualide Code- โดย อ.วาตารุ ผู้แต่งเรื่องยาฮาริ ออกมาแล้วหนึ่งเล่ม ดูหน้าปก CLICK

 

                Kuzu to Kinka no Qualidea ผลงานแต่งร่วมของอ.โซกับอ.วาตารุ ออกมาแล้วหนึ่งเล่ม ดูหน้าปก CLICK

 

                 Qualidea Code ฉบับอนิเมเป็นเหตุการณ์หลังจากนิยายแต่ละภาค และรวมตัวเอกของนิยายทั้งสามภาคไว้ด้วยกัน

 

เรื่องย่อ:

ในอนาคตอันใกล้ที่การต่อสู้กับ 'ศัตรู' ของมนุษยชาติ——— "อันโนน" ได้อุบัติขึ้น สุซาคุ อิจิยะ นักเรียนสังกัดโรงเรียนในเมืองปราการริมอ่าวโตเกียว ต้องเผชิญกับปัญหาเป็นครั้งแรก สิ่งที่เพี้ยนไปคือตัวเขา หรือว่าโลกกันแน่ หรือว่าจะเป็น——— "ฉันคือคานาเรียของคุณ! คานาเรียผู้ยิ้มแย้มแจ่มใสสไมล์พีชอยู่เคียงข้างคุณทุกๆ คน! อุทาระ คานาเรียเจ้าเก่าเจ้าเดิมค่ะ!" ——— ผู้หญิงคนนี้กันนะ คานาเรียที่สวมชุดว่ายน้ำกระโดดเหยงๆ อย่างไร้ความหมายกำลังทำให้ความยุติธรรมของคุสุซาคุสั่นคลอนหลังจากที่ลังเลไปพักหนึ่ง เขาก็เริ่มให้คำชี้แนะแก่เพื่อนพ้องใหม่ ทว่า... "จะบอกให้ก็ได้ —— ความรู้สึกนั่นก็คือ ความรักไงล่ะ" เธอน่าจะตาถั่วไปแล้วงั้นรึ?"

 

ทีวีอนิเม 'ควอลิเดีย โค้ด' เริ่มฉายกรกฎาคมนี้! ฉากที่สองของสมรภูมิแนวหน้าอันเต็มไปด้วยเรื่องราวเลิฟคอเมดี้ของหนุ่มสาวจากคู่หูผู้สร้างสรรค์ 'องค์ชายจิตป่วนกับน้องเหมียวยิ้มยาก' ที่ทุกคนรอคอยมาถึงแล้ว!

 

ความคิดเห็นหลังจากอ่านจบ:

                บทสรุปของสาวรักโลกกับหนุ่มที่รักมนุษย์ครับ ตอนที่รีวิวเล่มแรกผมบอกเรื่องนี้เป็นแนวเลิฟที่เนื้อในค่อนข้างซีเรียส แต่เล่มนี้เปลือกเลิฟคอมโดนกะเทาะออกไปเยอะจนแทบจะเหลือแต่ความซีเรียสเลยครับ มีประเด็นที่อ่านแล้วหดหู่ชวนสังเวชอยู่หลายเรื่องเช่น ความบัดซบของโลก บทสรุปที่ไม่ปลุกใจ และการหักธงตัวละครสาวที่น่าอวย

 

                ตั้งแต่เล่มแรกแล้วเรื่องโลกพรรค์นั้นทำลายมันไปซะเถอะ ค่อนข้างเน้นบรรยากาศของโลกแบบ after apocalypse จริงๆ คือมนุษยชาติโดนสัตว์เล่นงานจนเกือบพินาศ ความหวังสุดท้ายก็คือกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่มีพลังพิเศษ ซึ่งเด็กนี้ก็ใช่ว่ามีวุฒิภาวะมากมาย แต่อยู่ๆก็ถูกไซโคว่าต้องเป็นนักรบปกป้องมนุษยชาติ ใครที่อ่อนแอหรือพลังไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้ก็จะถูกตราหน้าว่าไร้ค่า (เช่นสาวน้อยที่มีพลังผลิตของเหลวจำนวนตรงบริเวณหว่างขา)  ทำให้เหล่าวัยรุ่นที่รับหน้าที่เป็นฮีโร่ก็ต้องคอยแข่งขันสร้างผลงานอยู่เสมอ จนเกิดเป็นความกดดันมหาศาล แถมผู้ใหญ่ยังปล่อยวัยรุ่นพวกนี้ปกครองบริหารภายในกลุ่มกันเอง สุดท้ายสิ่งที่เกิดก็คือพินาศทั้งองค์กรสิครับ เรียกว่าพังแบบน่าเศร้ามาก ขนาดตัวละครที่ผมแช่งชักหักกระดูกจากเล่มที่แล้วเจอจุดจบที่สาสม ยังรู้สึกว่าน่าสังเวชมากกว่าสะใจครับ ยิ่งเทียบกับซีรี่ “โลกใบนั้นฉันจะกอบกู้มันเอง” ก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้มันช่างมืดมนจริงๆทั้งๆที่อยู่ในจักรวาลเดียวกันแท้ๆ

 

                อีกจุดที่อ่านแล้วตัดคะแนนคือเป็นตอนจบที่ไม่ค่อย Epic ครับ อาจจะเป็นเพราะคนเขียนต้องการไปสานต่อในซีรี่อื่นหรืออนิเมมั้ง คือมันไม่มีการที่ตัวเอกปราบลาสต์บอสหรือพิชิตอุปสรรคอะไร สรุปสั้นๆคือพระเอกสุซาคุรู้แล้วว่าโลกที่เขาพยายามต่อสู้เพื่อมันนั้นบัดซบเหลือแสน มนุษย์ส่วนใหญ่ก็เห็นแก่ตัวไม่คู่ควรให้ปกป้อง ถ้าเป็นนิยายทั่วไปเมื่อตัวเอกเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็อาจจะลุกขึ้นมาทำเรื่องยิ่งใหญ่เพื่อเปลี่ยนแปลงโลก แต่เรื่องนี้คนเขียนดันโยนความสมจริงใส่ตัวเอกครับ นั่นคือต่อให้สูซาคุจะบ้า จะเก่ง จะมุ่งมั่นแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนโลกตัวคนเดียว สุดท้ายหลังจากหงุดหงิดเบื่อโลกอยู่ไม่นานเรื่องราวก็จบลงโดยที่สุซาคุก็ปลงอนิจังกับโลกเพราะได้แง่คิดจากนางเอก และก็ทำหน้าที่ตัวเองคอยต่อสู้ต่อไปแค่นั้น โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าพระนางเรื่องนี้ไม่ได้รักโลกรักมนุษย์อะไรหรอก แต่หลอนตัวเองว่ารักเพื่อที่จะมีเหตุผลให้ยืนหยัด ในโลกเบี้ยวๆใบนี้ได้มากกว่าล่ะนะ

 

                เรื่องสุดท้ายที่เซ็งก็คือตัวละครสึกุมิดันยกธงขาวส่งสุซาคุให้คานาเรียดูแลแทนครับ ปกติสุซาคุอยู่สึกุมิเธอจะรับหน้าที่ตบมุก แต่พอสุซาคุอยู่คานาเรียกลับต้องทำหน้าที่ตบมุกแทนครับ เพราะลูกบ้าสู้คานาเรียไม่ได้เลย ถึงแม้จะบ้าแต่เธอก็เป็นหญิงสาวที่เปี่ยมไปด้วยความรักของนางฟ้านะครับ ผมเชื่อว่านักอ่านที่บริสุทธิ์ทั้งหลายเมื่อมองดูรูปข้างล่างก็ต้องดูถึงความสูงส่งของเธอออก โดยไม่หลงไปกับท่าทางอันน่าอายชวนคิดลึกแน่นอน

   


ระดับความพึงพอใจ:3.5/5 ตัดคะแนนถล่มทลายเนื่องจากตอนจบสึกุมิน่าสงสารเกินไป

 

0 ความคิดเห็น