[ BlackPink ] Magi's [ Lisa x Rose x Jisoo ] ✯ Yuri ✯

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,227 Views

  • 144 Comments

  • 315 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,465

    Overall
    6,227

ตอนที่ 1 : EP : 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 153 ครั้ง
    30 พ.ค. 62







Magi's : EP.01







              ณ ปราสาทฮอกวอตส์อันแสนยิ่งใหญ่ งดงาม และเก่าแก่ บนชั้นเจ็ดของปราสาท ภายในห้องอาจารย์ใหญ่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน อาจารย์ใหญ่นั่งอยู่ประจำโต๊ะ อาจารย์ประจำภาควิชาต่าง ๆ ยืนอยู่ด้านหลังจ้องมองการคัดสรรของหมวกคัดสรรอย่างใกล้ชิด สเตฟานี่ เมอร์ลิน ผู้เป็นอาจารย์ใหญ่คนปัจจุบันทอดสายตามองไปที่ร่างของเด็กหญิงอายุสิบสี่คนหนึ่ง หลังจากบุคคลในตำนานครั้งศึกปะทะกับกลุ่มผู้เสพความตายค่อย ๆ ทยอยเสียชีวิตไปทีละคนจนล่วงเลยมานับร้อย ๆ ปี ตลอดมาไม่เคยปรากฏบุคคลที่ครอบครองไม้กายสิทธิ์แบบเดียวกับบุคคลในตำนานอย่างเด็กคนนี้ เด็กสาวได้รับจดหมายรับรองจากโรงเรียนเก่าและหนังสือยืนยันจากกระทรวงให้ทำตามอย่างเคร่งครัด ไหนจะหมวกคัดสรรที่ดูเหมือนจะยอมรับให้เด็กคนนี้เป็นนักเรียนของฮอกวอตส์นั่นด้วย


สเตฟานี่รู้เพียงว่าเด็กคนนี้มาจากตระกูลกริมม์ หากกล่าวถึงตระกูลกริมม์ เธอคงคิดถึงพวกบุคลากรชั้นนำที่มีความสามารถโดดเด่นในหลายยุคสมัยที่ผ่านมา ตระกูลเก่าแก่อีกตระกูลหนึ่งที่มีภูมิหลังลึกลับเป็นอย่างมาก ไม่ว่าตรวจสอบเท่าไหร่ก็ไม่ปรากฏข้อมูลใด ๆ ในฐานข้อมูลกระทรวงสักนิด แม้ว่าตระกูลกริมม์ไม่ได้เป็นหนึ่งในยี่สิบแปดตระกูลศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาก็มีกำลังมากพอในการปกป้องตัวเองและสายเลือดของตระกูล ตอนนี้หนึ่งในรุ่นเยาว์ของพวกเขาถูกส่งตัวมาที่ฮอกวอตส์เพื่อเข้าเรียนปีสี่อย่างฉับพลัน ไม่เคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาก่อนในโลกเวทมนตร์


อืม จุดมุ่งหมายว่างเปล่า ปณิธานกลับแน่วแน่ แม้หยิ่งทะนง ใจร้อน ทว่ามีจิตมุ่งมั่น องอาจ กล้าหาญ เต็มไปด้วยสัญชาตญาณแห่งวีรชน กล่าวได้ว่าเกิดมาเพื่อบ้านหลังนี้


เสียงครางและท่าทางคล้ายกำลังครุ่นคิดของหมวกคัดสรรชวนให้ทั้งห้องแทบลืมหายใจ บรรดาอาจารย์ที่มาเป็นสักขีพยานในการคัดสรรกรณีพิเศษวันนี้ต่างมีความคิดแตกออกไปหลายเส้นทาง พวกเขาไม่สามารถเดาได้ว่าเด็กคนนี้ในที่สุดแล้วจะได้รับการคัดสรรไปอยู่บ้านใด


กริฟฟินดอร์บ้านแห่งเหล่าผู้กล้าหาญ หมวกคัดสรรแสดงท่าทางกล่าวอย่างภาคภูมิออกมาทำให้ทั้งห้องเงียบงัน มีเพียง เจสสิก้า เกรเทล ผู้เป็นอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ที่ขยับตัวเข้าไปใกล้และถอดหมวกคัดสรรออกจากศีรษะของนักเรียนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกบ้าน เธอวางหมวกคัดสรรบนชั้นวางและกลับมายื่นมือไปตรงหน้านักเรียนใหม่ของฮอกวอตส์


ฉันชื่อเจสสิก้า เกรเทลเป็นอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ ยินดีต้อนรับสู่ฮอกวอตส์นะคะคุณกริมม์เธอยิ้มให้นักเรียนใหม่ที่ยื่นมือมาจับตอบ และทั้งห้องก็มีปรบมือดังพร้อมเพรียงกัน เด็กสาวถอนหายใจโล่งอกและเหลือบมองไปที่อาจารย์ใหญ่ สเตฟานี่ปรบมือสองสามครั้งเพื่อให้ทั้งห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง


“ฉันของกล่าวตรงนี้อีกครั้ง เด็กคนนี้มีจดหมายรับรองจากโรงเรียนเก่าและหนังสือยืนยันตัวตนจากกระทรวงเวทมนตร์ ฮอกวอตส์ไม่เคยรับเด็กเข้ากลางคัน ฉะนั้นนี่จึงเป็นกรณีพิเศษอย่างมาก ฉันหวังว่าศาสตราจารย์ทุกท่านจะช่วยดูแลเธอนะคะ เอาล่ะ ยินดีต้อนรับสู่ฮอกวอตส์นะคะ” สเตฟานี่กล่าวพลางโบกมือ เธอยิ้มให้เด็กสาวที่ใช้ดวงตากลมโตจ้องมองมา จากการแสดงออกอันบริสุทธิ์ดูท่าแล้วเจ้าตัวน่าจะกลายเป็นที่รักของหลาย ๆ คน เธอหัวเราะเบา ๆ ฮอกวอตส์กำลังมีบางอย่างเปลี่ยนไป เธอได้แต่หวังว่าจะเป็นการเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

.

.

.

.

.

หลังจากมอบตราบ้านให้นักเรียนใหม่ เจสสิก้าจึงอาสานำเจ้าตัวกลับไปส่งยังบ้านกริฟฟินดอร์ ระหว่างทางเดินมีนักเรียนหลายคนให้ความสนใจเด็กสาวด้านหลัง บางคนจ้องมองตั้งแต่หัวจรดเท้า บางคนกล่าวซุบซิบบางอย่าง เธอคาดว่าการเป็นอยู่ของเด็กสาวในฮอกวอตส์จะไม่สามารถหาความเงียบสงบได้ แต่หากมองมุมกลับกัน แม้เป็นศาสตราจารย์อย่างเธอก็อดที่จะตื่นเต้นและหวาดกลัวไม่ได้ ตัวตนของเด็กสาวลึกลับเกินไป ครุ่นคิดอยู่นานจนกระทั่งพบว่าเธอเดินนำอีกคนมาจนถึงทางเข้าบ้านพักเรียบร้อยแล้ว มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งยืนรออยู่ เจ้าตัวยิ้มให้เจสสิก้าและเผื่อแผ่ไปถึงเด็กสาวด้านหลัง


“อาจารย์ใหญ่ส่งข้อความมาบอกว่าศาสตราจารย์กำลังพานักเรียนใหม่มา ฉันเลยมายืนรอค่ะ” โรแซนน์ พริมโรส หรือ โรเซ่ กล่าวทักทายสองคนที่พึ่งมาถึง เจสสิก้าพยักหน้าและดึงเด็กใหม่ให้มายืนหน้าโรเซ่


“คุณกริมม์ นี่คือคุณโรแซนน์ พริมโรส เป็นพรีเฟ็คของบ้านค่ะ” เจสสิก้ามองไปที่เด็กใหม่ เจ้าตัวเอาแต่ยืนนิ่ง สายตาแข็งกร้าวขึ้นมาเล็กน้อย เธอคิดไปถึงคำพูดของหมวกคัดสรร เด็กคนนี้มีความหยิ่งทะนง เธอจึงส่งสายตาไปหาโรเซ่ อีกฝ่ายก็พยักหน้าเข้าใจดี เริ่มเป็นฝ่ายแนะนำตัวเองก่อน


“ฉันชื่อโรแซนน์ พริมโรส เรียกว่าโรเซ่ก็ได้ อยู่ปีห้า เป็นพรีเฟ็คของบ้านหลังนี้ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณกริมม์” โรเซ่ยื่นไปมือด้านหน้ารุ่นน้อง เห็นหัวคิ้วของหล่อนขมวดเล็กน้อยก่อนจะคลี่ออก นิสัยกระด้างเย็นชา แต่ก็ยอมยื่นมือมาจับตอบ


“เอลิเซีย กริมม์ เรียกว่าลิซ่าหรือลิซก็ได้”


“งั้นพี่เรียกว่าลิซได้ใช่ไหม”


“อือ”


โรเซ่เงียบไปหลังจากได้สบเข้ากับดวงตากลมของอีกฝ่าย เจสสิก้ากระแอมไอขัดบรรยากาศพิลึกพิลั่นระหว่างเด็กทั้งสอง


“งั้นฝากด้วยนะคะคุณพริมโรส”


“ค่ะ ศาสตราจารย์” หลังจากเธอกล่าวรับคำศาสตราจารย์สาวก็เดินจากไป เธอจึงได้จังหวะหันไปสนใจเด็กใหม่ข้างกาย รุ่นเยาว์ของตระกูลกริมม์ได้เข้ามาศึกษาที่ฮอกวอตส์อย่างกะทันหัน ด้วยเหตุผลบางประการทำให้ภูมิหลังของหล่อนถูกปกปิดอย่างแน่นหนา แม้ว่าเธอที่มาจากตระกูลพริมโรส หนึ่งในตระกูลเศรษฐีในโลกเวทมนตร์ยังไม่สามารถหาคำตอบได้


“เข้าไปดูด้านในกันไหม พี่จะพาเธอไปดูห้องนอน”


เอลิเซีย กริมม์ หรือ ลิซ่า เดินตามพรีเฟ็คหญิงเข้าไปในบ้านพัก เธอถูกโยกย้ายอย่างรวดเร็ว คล้ายกับว่าพวกเขาตระเตรียมสิ่งเหล่านี้เอาไว้มานานแล้ว การคาดคะเนของมารดาและการแสดงอำนาจของบิดาช่างน่ามหัศจรรย์ เธอไม่เคยสงสัยในการกระทำของตระกูลกริมม์ พวกเขามักมีเหตุผลมารองรับเสมอ รุ่นพี่สาวเดินนำเธอเข้าสู่ห้องนั่งเล่นของบ้าน มีเด็กหลายคนนั่งอยู่ หล่อนพาเธอเดินผ่านขึ้นปู่ห้องนอน ลิซ่าขมวดคิ้วอีกครั้งเมื่อพบว่าห้องนอนของเธอกับรุ่นพี่สาวเป็นห้องเดียวกัน


“อาจารย์ใหญ่เป็นคนสั่งค่ะ บอกว่าลิซเป็นกรณีพิเศษให้พักกับพี่ อันที่จริงเรามีรุ่นพี่อีกคนหนึ่งที่อยู่ห้องนี้ แต่ตอนนี้พี่เขาไปเตรียมตัวประชุมเลยไม่ได้อยู่เจอลิซ” โรเซ่อธิบายพลางมองอีกคนที่ค่อย ๆ วางกระเป๋าลงยังเตียงนอนที่ว่างเปล่า ไม่นานหลังจากนั้นมีของส่งมาถึงเด็กใหม่หลายต่อหลายอย่าง ตามที่เธอคาด ตระกูลกริมม์ล้วนเลือกแต่ของชั้นดีหายากให้รุ่นเยาว์ของพวกเขา ไม้กวาดรุ่นใหม่ล่าสุด หนังสือที่จำเป็น เสื้อผ้าลำลองที่มีให้เลือกหลากหลาย


ลิซ่าลอบมองพรีเฟ็คประจำบ้าน หล่อนมาจากตระกูลใหญ่เหมือนกับเธอ น้ำเสียงไพเราะ หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู กิริยานุ่มนวลอ่อนโยน ท่าทางดูเป็นลูกคุณหนูโดยกำเนิด เธอได้แต่หวังว่าจะสามารถใช้ชีวิตกับหล่อนได้ไปจนหล่อนจบปีเจ็ด


“พี่เองก็ต้องไปประชุมกับสมาชิกสภานักเรียนเหมือนกัน พักผ่อนตามสบายนะคะ เจอกันตอนเย็น” โรเซ่โบกมือให้อีกคน เธอหัวเราะเด็กสาวเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหล่อนทำตาปรือมองเธอ คงจะเหนื่อยจากการเดินทาง และก็เป็นจริงดังคาดหล่อนหลับไปทันทีที่ศีรษะถึงหมอน โรเซ่ก้าวเข้าไปใกล้และบรรจงห่มผ้าให้รุ่นน้อง เด็กลึกลับทำไมถึงน่าเอ็นดูขนาดนี้กันนะ

.

.

.

.

.

ห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยนักเรียนของบ้านต่าง ๆ นั่งคละปีกันไป ลิซ่าเดินเข้ามาด้วยใบหน้าสุดเซ็ง เธอกำลังจะหนีจากมื้อเย็นและแอบไปป่าต้องห้าม แต่แผนการต้องพังลงเมื่อเธอเดินลงมาจาห้องนอนแล้วเจอคนหน้าหมีนั่งรออยู่ หล่อนกล่าวทักทายและแสดงอาการตีสนิทจนเธอสงสัยว่าพวกเรารู้จักกันมานานเท่าไหร่แล้วกันแน่ คัง ซึลกิ เป็นธุระหาที่นั่งให้กับตัวเองและเพื่อนใหม่ เธอตื่นเต้นมากที่ได้เป็นเพื่อนกับอีกคน ลิซ่านั่งเท้าคางมองเพื่อนชาวเอเชียของเธอคอยจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้แล้วได้แต่ทอดถอนลมหายใจอย่างปลงตก บางทีการมีเพื่อนก็คงไม่ได้แย่นัก


“ลิซได้อยู่ห้องเดียวกับรุ่นพี่โรเซ่ด้วย กิอิจฉาหนักมาก” ซึลกิกล่าวขณะบิขนมปังส่งเข้าปาก เธอสอดส่ายสายตามองไปทั่วห้องโถงและพบว่ามีสายตาหลายสิบคู่ที่มองมายังพวกเธอ


“ทำไมเหรอ” ลิซ่าไม่ได้สนใจสายตาของคนอื่น มีรุ่นน้องเข้ามานั่งใกล้ ๆ เพื่อแอบฟังบทสนทนา เธอจึงสะกิดให้ซึลกิระวังคำพูด หล่อนหยักหน้ารับรู้


“ก็รุ่นพี่โรเซ่เป็นพรีเฟ็คที่ฮอตมาก สวย เรียนเก่งมาก บ้านรวยอีกต่างหาก เป็นหนึ่งในสมาชิกสภานักเรียนด้วย มีพวกรุ่นพี่รุ่นน้องตามจีบกันเยอะ แต่พี่เขายังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกับใครนะ อาจจะมีแนวโน้มก็ได้”


ลิซ่าหันไปมองซึลกิที่จู่ ๆ ก็เงียบไป ใบหน้าแสดงความสงสัย


“แนวโน้มอะไร”


“แนวโน้มที่จะชอบผู้หญิงไง ไม่ต้องทำหน้าประหลาดใจเลย เดี๋ยวนี้เป็นเรื่องปกติมาก รุ่นพี่หลายคนก็นิยมเป็นแฟนกับผู้หญิง เราเองก็อยากมีแฟนเป็นผู้หญิงเลย”


“อืม ก็ไม่ได้คิดว่าประหลาดอะไรสักหน่อย” ลิซ่าตอบพลางครุ่นคิดหาวิธีปลีกตัวไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ในฮอกวอตส์ ซึลกิหันไปโบกมือให้เพื่อนร่วมชั้นที่อยู่ต่างบ้าน หลังจากทั้งสองจัดการอาหารจนพอใจ จึงพากันออกจากห้องโถงใหญ่เพื่อกลับไปบ้านพัก ระหว่างทางเจอศาสตราจารย์เจสสิก้าอีกครั้ง หล่อนย้ำตารางเรียนของลิซ่าให้ฟังอีกรอบและกล่าวลา ซึลกิหัวเราะชอบใจที่ตารางเรียนของอีกคนเหมือนกับของตนทุกประการ


“ดีจังที่ได้เรียนด้วยกัน ลิซจากนี้ไปฝากตัวด้วยนะ” ซึลกิพูดพลางส่งยิ้มซื่อ ๆ ไปให้อีกคนที่ทำเพียงพยักหน้ารับรู้ ลิซ่าคิดว่าการได้เจอหล่อนอาจจะไม่แย่ก็ได้ เธอจึงยิ้มตอบกลับไปด้วยความจริงใจ ต่อหน้าเพื่อนคนนี้เธอไม่จำเป็นต้องมีการป้องกัน เธอสัมผัสความจริงใจและแสนซื่อจากหล่อนได้


“อือ ฝากตัวด้วยนะกิ”


ซึลกิระบายยิ้มกว้างขยับเข้าไปคล้องคออีกคนจนแน่นและพากันเดินกลับไปยังบ้านพัก เพื่อช่วยลิซ่าเตรียมตัวสำหรับการเรียนในวันพรุ่งนี้








              หลังจากพักทานมื้อเที่ยง ลิซ่ากับซึลกิเดินตามอาจารย์ไปยังทางเข้าป่าต้องห้ามอันเป็นสถานที่เรียนวิชาดูแลสัตว์วิเศษ วันนี้ลิซ่าสวมเครื่องแบบนักเรียนฮอกวอตส์เต็มคราบ เสื้อคลุมสีดำแบบเรียบ ซึ่งมีตราประจำบ้านปักอยู่บริเวณด้านซ้ายกำลังโบกปลิวไปมาตามแรงลมที่พัดมาระหว่างทางเดินไปป่าต้องห้าม ศาสตราจารย์ประจำวิชาดูแลสัตว์วิเศษเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ เขามีใบหน้าโอบอ้อมอารีและดูเป็นคนใจดี จึงมีนักเรียนหญิงชายจำนวนมากที่เข้าไปพูดคุยสอบถามเกี่ยวกับการดูแลสัตว์วิเศษชนิดต่าง ๆ ที่จะเรียนในปีนี้จากเขา


นักเรียนปีสี่ทั้งหมดกำลังฟังบรรยายจากอาจารย์ผู้สอนอย่างตั้งใจ แฟรงค์ อลัชนาร์ เป็นอาจารย์ประจำวิชานี้ รับผิดชอบสอนนักเรียนในชั้นปีหนึ่งถึงปีห้า ปกติแฟรงค์ไม่รู้สึกอะไรกับการต้องสอนนักเรียนให้ใกล้ชิดสัตว์วิเศษต่าง ๆ ยกเว้นวันนี้ที่มีนักเรียนใหม่เพิ่มเข้ามาคนหนึ่ง เขามองสำรวจเด็กคนนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้าและพบว่าอีกฝ่ายมีออร่าประหลาดห้อมล้อมรอบกาย ดึงดูดให้อยากเข้าใกล้ในขณะเดียวกันก็ทำให้รู้สึกอึดอัด เป็นความรู้สึกย้อนแย้งเวลาที่ได้มองไปที่เจ้าตัว


ลิซ่ากำลังมองเพื่อนร่วมชั้นเอาอาหารให้ฮิปโปกริฟฟ์สองสามตัวที่ออกมาอวดโฉมให้บรรดานักเรียนได้ดูกัน ครอบครัวฮิปโปกริฟฟ์ครอบครัวนี้ นักเรียนชั้นปีสี่เห็นมาตั้งแต่ตัวลูกยังเป็นเด็กจนวันนี้ที่เติบโตขึ้น ซึลกิเองก็เข้าไปให้อาหารทั้งสามตัวในกลุ่มเพื่อนเรเวนคลอ สักพักจึงรู้สึกว่าอาจารย์ผู้สอนมีใบหน้าซีดเผือด เธอจึงหันไปมองด้านหลัง


“คุณกริมม์ถอยออกมาครับ” แฟรงค์ขยับแว่นพลางกำไม้กายสิทธิ์ในมือจนแน่น เตรียมร่ายคาถาป้องกัน นักเรียนใหม่หัวเราะและโบกมือให้เขาหยุด


“ไม่เป็นไรค่ะ ศาสตราจารย์ถอยออกไปก่อนค่ะ” ลิซ่าหันไปสนใจสัตว์วิเศษที่มาใหม่ แปลกใจเล็กน้อยที่เจ้าตัวนี้ให้ความสนใจเธอมากกว่าเด็กคนอื่น ๆ ใบหน้าน่ากลัวของม้าโครงกระดูกสีดำทะมึนกำลังยื่นต่ำลงไปเพื่อให้เธอได้ลูบหัว ลิซ่าหัวเราะเบา ๆ และยื่นมือไปลูบตามความต้องการ มองปีกที่เหมือนค้างคาวแนบชิดลำตัวแล้วนึกสงสาร ท่าทางจะเหงาไม่น้อยเลยทีเดียว คิดแล้วรู้ว่าสัตว์วิเศษตัวนี้ช่างละม้ายตนเอง รูปลักษณ์ภายนอกทำให้หลายคนหลีกเลี่ยงที่จะเข้ามาทำความรู้จักนิสัยใจคอที่แท้จริง เห็นได้จากเรื่องของเธอ ชื่อเสียงของเธอไม่ได้ดีนัก นอกจากซึลกิ เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ จึงไม่กล้าแม้จะสบตากับเธอ ลิซ่าทุ่มความสนใจทั้งหมดให้สัตว์วิเศษตรงหน้าจึงไม่รู้สึกตัวว่ามีคนกลุ่มหนึ่งมองตนเองมาจากที่ไกล ๆ

.

.

.

.

.

นักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งยืนบนทางเชื่อมระหว่างหอภายในปราสาท จากจุดนี้ทำให้มองเห็นชั้นเรียนวิชาดูแลสัตว์วิเศษของปีสี่ได้ชัดเจน พวกเธอกำลังตื่นตกใจจากการได้เห็นนักเรียนใหม่เล่นกับสัตว์วิเศษชนิดหนึ่ง ทั้งสี่เป็นสมาชิกของสภานักเรียนและหนึ่งในสี่ก็เป็นประธานนักเรียนหญิง


“เธสตรอลสินะคะ” เจนนี่ เกรเทล นักเรียนชั้นปีหก หลานสาวของศาสตราจารย์เจสสิก้า ผู้สวมคลุมที่มีตราสัญลักษณ์สลิธีรินพูดพลางขยับแว่นทรงกลม ท่าทางเหมือนลูบอากาศของนักเรียนใหม่ทำให้เธอเข้าใจทันทีว่าสัตว์วิเศษที่เจ้าตัวกำลังลูบหัวอยู่น่าจะเป็นเธสตรอล สัตว์วิเศษที่มักถูกใช้ลากรถจากไปมาระหว่างฮอกวอตส์กับฮอกส์มี๊ด กล่าวว่าการพบเห็นเธสตรอลเป็นเครื่องแสดงให้รู้ว่าผู้ที่เห็นจะต้องเคยผ่านประสบการณ์รู้เห็นหรือเข้าใจถึงความรู้สึกของความตายจริง ๆ มาก่อน


“เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับความตายมาแล้วเหรอ นี่มันน่าตกใจมากเลยนะ” ไอรีน กอนทาน่า นักเรียนชั้นปีเจ็ดแห่งบ้านเรเวนคลอกล่าวเป็นคนถัดมา เธอหันไปมองเพื่อนสนิทที่กำลังกอดอกครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่ ข้าง ๆ เป็นรุ่นน้องชั้นปีห้า ทั้งสองทอดสายตามองไปที่นักเรียนใหม่ด้วยสายตาที่ไอรีนไม่สามารถคาดเดาได้


“ใช้ไม้กายสิทธิ์ทำจากไม้ฮอลลี่ แกนกลางขนนกฟีนิกซ์ ขนาดสิบเอ็ดนิ้วเหมือนกับของบุคคลในตำนานท่านนั้น ซึ่งเป็นการจับคู่ที่เกิดขึ้นได้ยากว่าน่าตกใจแล้วนะคะ ได้เห็นอะไรแบบนี้น่าตกใจกว่าอีกค่ะ” โรเซ่กล่าวสมทบ พวกเธอทั้งสี่เป็นกลุ่มที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เนื่องจากครอบครัวทั้งสี่อยากให้สนิทกัน หลังจากเข้ามาฮอกวอตส์ก็ได้เข้าสภานักเรียนและพี่สาวที่เธอนับถือคนหนึ่งก็กลายเป็นประธานนักเรียนจากการเลือกของอาจารย์ใหญ่ สายตาจับจ้องอยู่ที่นักเรียนรุ่นน้องคล้ายกับว่าไม่ต้องการพลาดสักอิริยาบถ หลังจากเมื่อวานทักทายอีกฝ่ายและพอจะรับรู้ได้ว่าเจ้าตัวมีการป้องกันตัวเองมากกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน แสดงว่าหล่อนจะต้องผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างโลดโผน


“แรกเริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียนอิลเวอร์มอร์นี ไม้แกะสลักตัวแทนของแต่ละบ้านแสดงความต้องการให้เด็กคนนี้เข้าร่วมบ้านทั้งสี่ เหตุการณ์แบบนี้สิบปีอาจจะมีสักครั้ง ฮอร์นเซอร์เพนต์เป็นตัวแทนของจิตใจ ชอบนักปราชญ์เป็นพิเศษ วอมปัสเป็นตัวแทนของร่างกาย มักจะชื่นชอบนักรบ พักวัดจิเป็นตัวแทนของหัวใจ ชื่นชอบผู้บำบัดรักษา ธันเดอร์เบิร์ดเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณ ชื่นชอบนักผจญภัย เด็กคนนั้นเลือกเข้าบ้านวอมปัส ถัดมาถูกเลือกโดยไม้กายสิทธิ์แบบเดียวกับบุคคลในตำนาน หลังจากนั้นเรื่องราวของเอลิเซีย กริมม์ก็ถูกปิดผนึกอย่างมิดชิดแน่นหนาไปถึงสามปี มาเปิดเผยเอาตอนจะขึ้นปีสี่และถูกส่งตัวมาฮอกวอตส์กลางคัน อีกทั้งเห็นได้ชัดว่ากระทรวงเวทมนตร์กำลังปกป้องเด็กคนนี้อยู่ ฉันนึกไม่ออกเลยว่าทำไมรุ่นเยาว์ของตระกูลกริมม์จึงถูกซุกซ่อนเอาไว้อย่างลึกลับขนาดนี้” ผู้ดำรงตำแหน่งประธานนักเรียนหญิงจากบ้านกริฟฟินดอร์อย่าง จีซู คาลล่า จับปลายคางครุ่นคิดเกี่ยวกับนักเรียนใหม่อย่างละเอียด นี่เป็นข้อมูลทั้งหมดที่เธอมี


“ดูเหมือนว่าจะเป็นที่รักของเหล่าสัตว์วิเศษด้วยนะคะ” โรเซ่กล่าวสมทบอีกครั้งหลังจากที่เห็นครอบครัวฮิปโปกริฟฟ์เดินเข้าไปเล่นกับเด็กใหม่


“จะให้ลองตรวจสอบดูอีกรอบไหมจี” ไอรีนหันไปถามเพื่อนสนิท เธอได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้า


“ไม่ต้องแล้ว ขนาดศาสตราจารย์เมอร์ลินยังสืบไม่ได้เลย พวกเราจะทำอะไรได้อีก ความลับที่อยู่ด้านหลังเด็กคนนี้ ชักจะอยากรู้เสียแล้วสิ” จีซูทอดสายตาจับจ้องไปที่ร่างของรุ่นน้อง เฝ้าสังเกตทุกอย่าง เธอไม่อยากพลาดสักอิริยาบถ โรเซ่ลอบมองสบตากับอีกสองคน เป็นอันเข้าใจว่าชีวิตของเด็กใหม่จะไม่เงียบสงบอีกต่อไป

.

.

.

.

.

“ลิซมองเห็นเธสตรอลด้วยเหรอ” ซึลกิรู้สึกประทับใจในความสามารถของเพื่อนอย่างมาก เธอรู้ว่าคนจากกริมม์ไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดว่าจะฉายแววถึงขนาดนี้ ในยุคก่อน ผู้มีความสามารถโดดเด่น มักจะมีชะตาอันใหญ่หลวงต้องแบกรับเอาไว้บนบ่า เธอสงสัยเหลือเกินว่าชะตาแบบไหนที่ไหล่ของเพื่อนแบกรับเอาไว้อยู่


“อืม เคยเห็นคนตายต่อหน้าต่อตามาก่อน พ่อน่ะ” ลิซ่ากล่าวพลางไหวไหล่น้อย ๆ แต่เพื่อนหน้าหมีกลับชะลอฝีเท้าและมองเธอ ลิซ่าจึงโบกมือให้หล่อนรู้ว่าตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว


“โทษที”


“ไม่เป็นไร มันผ่านมาหลายปีแล้ว โชคดีที่พ่อทิ้งอะไร ๆ ไว้หลายอย่างอะนะ พวกเราตอนนี้เลยอยู่กันอย่างสบาย” กล่าวจบก็หัวเราะให้กับอดีตของตัวเอง ลิซ่าดึงซึลกิมากอดคอพากันเดินไปด้วยกันเพื่อเรียนวิชาสมุนไพรศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาต่อไปก่อนมื้อเย็น

.

.

.

.

.

มื้อเย็นของวันนี้คล้ายกับเมื่อวาน ต่างกันตรงที่มีคนจับจ้องลิซ่ามากขึ้น ซึลกิยังคงเป็นฝ่ายจัดการทุกอย่างให้เธอเหมือนเดิม ลิซ่าสังเกตเห็นโต๊ะกลมขนาดสิบคนนั่งที่ตั้งอยู่ริมห้องโถงด้านหน้าโต๊ะทั้งสี่ของแต่ละบ้าน มีนักเรียนชายหญิงนั่งกันครบจำนวน หนึ่งในนั้นเป็นรุ่นพี่พรีเฟ็คแห่งกริฟฟินดอร์อย่างโรเซ่นั่งอยู่ด้วย เธอเดาว่าน่าจะเป็นโต๊ะของสภานักเรียน เหล่านักเรียนดีเด่นผู้ได้รับอภิสิทธิ์เหนือนักเรียนปกติทั่วไป


“มองอะไรอยู่เหรอ นั่นโต๊ะของสภานักเรียน วันนี้อยู่กันครบเลยแฮะ” ซึลกิมองตามสายตาของเพื่อนสนิทไป จึงเริ่มอธิบายเกี่ยวกับสภานักเรียนและหน้าที่ของพวกเขา เป็นไปตามที่ลิซ่าคาดการณ์ เหล่าสมาชิกสภานักเรียนต่างเป็นนักเรียนดีเด่นที่มีผลการเรียนดี ความประพฤติดี กิจกรรมเด่น ทั้งสิบคนบ้างก็มาจากยี่สิบแปดตระกูลศักดิ์สิทธิ์ บ้างก็มาจากตระกูลร่ำรวย บ้างก็มาจากตระกูลเลือดผสมหรือบ้างก็มาจากครอบครัวมักเกิ้ล อย่างไรก็ตามนั้นไม่ใช่ประเด็นที่เธอต้องสนใจ ลิซ่าไหวไหล่ เธอกำลังจะบอกให้ซึลกิเปลี่ยนหัวข้อต้องชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะสภานักเรียนขยับใบหน้าหันตรงมาสบตากับเธอ ฉับพลันเธอรู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดกลางศีรษะของเธอจนต้องเป็นฝ่ายหลบสายตา


“คนที่นั่งข้าง ๆ รุ่นพี่โรเซ่ ชื่อรุ่นพี่จีซู คาลล่า ปีเจ็ด เป็นประธานนักเรียนหญิง เห็นว่ามีเชื้อสายจากเอเชียเหมือนฉันด้วยนะ สวยใช่ไหมล่ะ เรียนเก่งมาด้วย ยังไม่ทันจบการศึกษา ชื่อก็จ่อเตรียมขึ้นหอเกียรติยศแห่งฮอกวอตส์แล้ว”


“ขนาดนั้นเลยเหรอ”


“ขนาดนั้นแหละ อิ่มรึยัง ไปกันเลยไหม ไหนว่าจะไปห้องสมุด”


ลิซ่าพยักหน้าและลุกขึ้นตามซึลกิ เธอไหว้วานให้อีกคนพาไปห้องสมุด โดยกล่าวว่าจะให้พาไปพอรู้ทาง คราวหลังเธอจะไปเอง ไม่รบกวนคนหน้าหมี เพราะเธอได้ยินเจ้าตัวเปรย ๆ ว่าไม่ค่อยถูกโฉลกกับห้องสมุดสักเท่าไหร่

.

.

.

.

.

ห้องสมุดเปิดให้เข้าถึงสองทุ่มเท่านั้น ฉะนั้นเธอจึงมีเวลาเลือกไม่เยอะ ได้ติดกลับมาเพียงสองสามเล่ม บรรณารักษ์ทำเพียงลงชื่อและปล่อยเธอมา ตอนแรกเธอคิดว่ากฎการยืมหนังสือของฮอกวอตส์จะเข้มงวดกว่าที่อิลเวอร์มอร์นีเสียอีก เดินกลับมาภายในบ้านพักก็เจอกับนักเรียนกลุ่มหนึ่ง ซึลกิรู้ว่าเพื่อนไม่ชอบความวุ่นวายจึงโบกมือไล่ให้เดินขึ้นห้องนอนไป


ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้อง ลิซ่าก็ได้เจอกับประธานนักเรียนนั่งอยู่บนเตียงของเธอ หล่อนขยับยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนไม่แพ้เสียงของโรเซ่


“ที่พี่นั่งบนเตียงของคุณ หวังว่าจะไม่ถือสานะคะ พี่ชื่อจีซู คาลล่า เรียกฉันว่าจีเฉย ๆ ก็ได้นะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณกริมม์” จีซูลุกขึ้นและเดินเข้าไปหาเด็กใหม่


“เอลิเซีย กริมม์ค่ะ เรียกว่าลิซ่าหรือลิซก็ได้”


เห็นเจ้าตัวยื่นมือมาด้านหน้าอย่างเคยชิน จีซูจึงเปลี่ยนจากการจับมือเป็นการสวมกอดแทน กลิ่นหอมช็อกโกแลตจากเจ้าตัวทำให้จีซูคิดถึงนมช็อกโกแลตที่เป็นเครื่องดื่มรสโปรดของรุ่นน้องอีกคน จนกระทั่งโรเซ่แกล้งส่งเสียงขัดจังหวะเธอจึงปล่อยให้รุ่นน้องที่มีส่วนสูงแซงหน้าเธอเป็นอิสระ จีซูหัวเราะพลางรู้สึกเอ็นดูใบหน้าสีแดงเถือกของหล่อน ท่าทางจะไม่ชอบให้คนอื่นสัมผัสร่างกายเท่าไหร่ แม้จะเป็นการทักทายก็ตาม แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เธอเริ่มอยากแกล้งหล่อนมากขึ้น


โรเซ่กอดอกมองทั้งสองอย่างพิจารณา คนหนึ่งไม่ชอบสัมผัสผู้อื่น กลับสวมกอดรุ่นน้องง่ายดาย อีกคนลดการป้องกันลงโดยไม่รู้ตัว เด็กนี่ก็น่าหมั่นไส้ ปกติก็ดูหยิ่งดีอยู่หรอก พอโดนสาวสวยกอดเข้าหน่อยทำเป็นเคลิ้ม


“อ่า ก่อนจะแยกย้ายกันไปอาบน้ำและเข้านอน พี่มีคำถามหนึ่งค่ะ หวังว่าลิซจะตอบพี่ได้นะคะ” จีซูกล่าวอย่างเนิบนาบ เธออยากสังเกตท่าทางกับสีหน้าของอีกคนไปด้วย ลิซ่าพยักหน้า เธอรู้อยู่แล้วว่าหล่อนมีคำถามในใจ หล่อนมีบางอย่างที่ติดใจ บางทีอาจจะเกี่ยวกับตัวตนของเธอ ส่วนโรเซ่เธอสังเกตทั้งสองเงียบ ๆ และรอฟังคำตอบของรุ่นน้อง


“ได้ยินมาว่าตอนที่คุณอยู่อิลเวอร์มอร์นี ทั้งไม้แกะสลักตัวแทนทั้งสี่บ้านเลือกคุณ ทำไมคุณถึงเลือกวอมปัสเหรอคะ”


ลิซ่าทำหน้าฉงน เธอไม่คาดคิดว่าอีกคนจะถามเธอเรื่องนี้ เธอคิดว่ากระทรวงจะปกปิดเรื่องราวที่โรงเรียนเก่าเอาไว้จนมิดชิด นี่แสดงว่าสภานักเรียนต่างสนใจเรื่องราวภูมิหลังของเธอไม่น้อย ลิซ่ายิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะไขข้อสงสัยให้รุ่นพี่ทั้งสองฟัง


“เพราะฉันมีทั้งร่างกายและจิตใจที่มุ่งมั่นแห่งนักรบค่ะ พวกคุณคงเคยได้ยินเกี่ยวกับตระกูลกริมม์มาบ้างแล้ว พวกเราสืบทอดสายเลือดแห่งวีรชนค่ะ รุ่นเยาว์ของตระกูลกริมม์จะต้องเข้าพิธีรับตรานักรบ ฉันได้รับมาเมื่อตอนอายุสิบขวบ นี่ไงคะ” กล่าวจบก็ถลกแขนเสื้อให้รุ่นพี่ทั้งสองดู ตราสัญลักษณ์รูปดาบที่มีมังกรนั่งอยู่ด้านบนปรากฏอยู่บนต้นแขนขวา ลิซ่าไม่ได้บอกทั้งสองไปว่าตั้งแต่ได้รับตรานักรบมา ชีวิตของเธอก็ไม่เหมือนเดิมตลอดไป


จีซูกับโรเซ่จ้องมองตรานักรบของอีกคน ทั้งสองสังเกตสัญลักษณ์อย่างละเอียดและพบว่านี่ไม่ใช่แค่ตรานักรบ ยังเป็นเครื่องตีตราจองจากมังกรบรรพกาล เพื่อสืบทอดสายเลือดแห่งมังกร ทั้งสองลอบสบตากันและคิดเหมือนกันว่าตระกูลกริมม์คงไม่ได้บอกเรื่องนี้กับลิซ่า ไม่เช่นนั้นเจ้าตัวคงไม่เอามาให้พวกเธอดูง่าย ๆ เช่นนี้


“ลิซ จากนี้ไปห้ามเปิดตรานักรบให้ใครดูอีกนะ พี่ห้ามเด็ดขาดเลย” จีซูกล่าวเสียงเข้ม ถ้าหากมีคนรู้เห็นมากขึ้น เป็นไปได้ที่คิดจะใช้ประโยชน์จากอีกฝ่าย


“ซึลกิก็ให้ดูไม่ได้เหรอคะ”


“ซึลกิได้ค่ะ แต่นอกนั้นห้ามนะคะ นอกจากพวกพี่สองคนกับซึลกิ ห้ามลิซบอกว่ามีตรานักรบหรือให้ใครดูเด็ดขาดนะคะ” โรเซ่กล่าวอย่างจริงจังพลางจัดแขนเสื้อของอีกคนให้เข้าที่เข้าทาง นึกเคืองคนตระกูลกริมม์ที่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้ให้รุ่นน้องรับรู้ ทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่จนถึงขั้นคอขาดบาดตายขนาดนี้


“ทราบแล้วค่ะ งั้นขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ” เมื่อเห็นทั้งสองพยักหน้า ลิซ่าจึงเดินจากไปจัดการธุระของตนทันที เธออยากอ่านหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุดจนไม่ทันได้สังเกตสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของรุ่นพี่ทั้งสอง

.

.

.

.

.

คล้อยหลังรุ่นน้องที่หอบผ้าไปห้องอาบน้ำประจำบ้าน จีซูกับโรเซ่ก็ถอนหายใจออกมา ขณะนี้พวกเธอรู้สึกสมองปวดตุบ ๆ เหมือนกับว่าพวกเธอได้เข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องยุ่งยากเอาเสียแล้ว


“ทำไมคนตระกูลกริมม์ถึงไม่บอกลิซคะ ตรานั่นไม่ใช่ตรานักรบธรรมดาเสียหน่อย” โรเซ่ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงของเธออย่างหมดแรง


“คงอยากให้เรียนรู้ด้วยตัวเองมั้ง” จีซูกอดอกและนั่งลงข้าง ๆ โรเซ่ หลังจากที่ครุ่นคิดอย่างละเอียดนี่เป็นเหตุผลที่เป็นไปได้มากที่สุด ตระกูลกริมม์ไม่ได้ผลิตเพียงบุคลากรที่ยอดเยี่ยม พวกเขายังต้องการสร้างพ่อมดแม่มดที่มีสายเลือดมังกร กล่าวว่าเหล่าแม่มดพ่อมดที่เก่งกาจในอดีตหลายคนมีสายเลือดของมังกรไหลเวียน ไหนจะการฝึกร่างกายให้เป็นนักรบอะไรพวกนั้นอีก ไม่แปลกใจเลยที่ลิซ่ามีกลิ่นอายของคนผ่านประสบการณ์ต่อสู้มามากมาย...กลิ่นอายความตาย


“เรื่องนี้คงมีแค่พวกเราสองคน อีกคนน่าจะเป็นซึลกิเท่านั้นที่รู้ คาดว่าแม้แต่ศาสตราจารย์เมอร์ลินก็ยังไม่รู้”


“คิดแบบนั้นเหมือนกัน”


“แล้วเราจะบอกศาสตราจารย์เมอร์ลินไหมคะ” โรเซ่ถามรุ่นพี่ด้วยใบหน้าจริงจัง หากเกิดอะไรขึ้นกับลิซ่า คาดว่าแม้พวกเธอจะร่วมมือกัน ก็คงรับมือไม่ไหว


“ไม่ค่ะ ตระกูลกริมม์ไม่ได้ตั้งใจปิดเป็นความลับ ถ้าหากคนจะรู้ ก็ให้รู้จากลิซ่าไป พวกเราแค่คอยมองและสนับสนุนเท่าที่ทำได้ก็พอค่ะ”


“แต่แปลกจริง ๆ ที่เด็กคนหนึ่งจะถือครองอะไรเอาไว้มากมายขนาดนี้ ทั้งเรื่องไม้กายสิทธิ์ ตรานักรบ สายเลือด”


“ไม่ได้มีแค่นี้แน่นอนค่ะ แต่ก็สมฉายาเด็กลึกลับดีนะคะ”


“เห็นด้วยเลยค่ะ”


ทั้งสองมองหน้าและหลุดหัวเราะออกมา เกิดมาจนปัจจุบันยังไม่เคยเจอตัวตนใครซับซ้อนและวุ่นวายเท่าเด็กคนนี้เลยสักคน ภายนอกดูแข็งกระด้าง ใบหน้ามักจะฉายความทะนงและภาคภูมิแบบแปลก ๆ เสมอ ในทุกการกระทำแฝงความเย่อหยิ่งเอาไว้แนบเนียน มีกลิ่นอายไม่น่าเข้าใกล้ กระนั้นกลับมีบางอย่างที่ดึงดูดให้ละสายตาออกไปไม่ได้ บางอย่างที่ทำให้อยากเดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตากลมโตสีดำสนิทเหมือนท้องฟ้ายามราตรี เปล่งประกายมีชีวิตชีวา เหมือนว่ากำลังชักชวนให้ผู้ที่สบเข้าลุ่มหลง มีเสน่ห์แบบลึกลับที่พวกเธอไม่เคยพบพานมาก่อน และไม่ทันได้ตระหนักว่าตัวเองได้ก้าวตกลงไปในหลุมที่ไร้ก้นบ่อเสียแล้ว








โปรดติดตามตอนต่อไป.







TALK :



เจอกันตอนหน้าค่ะ

ขอบคุณค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 153 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #114 Super Bear (@superbear) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 22:07

    วรั้ยยยยยยยยยยยยยยย ตกหลุมกันหมดเลย 55555555555

    #114
    0
  2. #103 J418 (@J418) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 13:17
    ชอบเรื่องที่ไรท์แต่งทุกเรื่องเลย สนุกทุกเรื่อง เรื่องนี้ก็จะติดตามจนจบนะคะ
    #103
    0
  3. #89 ultrasiam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 22:28

    เฮ้ยยยย มันใช่อะ แค่ตอนแรกก็ชอบมากๆ แล้วค่ะ

    #89
    0
  4. #53 solyn (@solyn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 22:14

    พระนายอ่านหลายรอบ เก็บรายละเอียด เพราะไม่เคยอ่านแนวนี้มาก่อนเลย https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-01.png

    #53
    0
  5. #18 PJ chichi (@poppa1111) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 02:26
    ชอบมากเลยค่ะไรท์อย่าเทนะคะ
    #18
    0
  6. #15 อล. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 11:11

    ชชอบจังค่ะ เรื่องราวของสาวๆที่ต่อยอดจากจักรวาลพอตเตอร์เนี่ย สู้ๆนะคะไรต์

    #15
    0
  7. #13 SEULGI_KUMA (@SEULGI_KUMA) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 03:06
    น่าติดตามมากค่ะ เขียนดีเหมือนเคย เป็นกำลังใจให้นะคะ :)
    #13
    0
  8. #12 Pluto_vp (@Pluto_vp) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 00:23
    เรื่องนี้ดีย์อะ สนุกมาก จะรออ่านตอนต่อไปนะค่ะ
    #12
    0
  9. #11 Prhhhh (@Prhhhh) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 00:12
    ตอนต่อไป ก็คือพรุ่งนี้ได้มั้ยย ชอบบบบบบบบ เมื่อไรเค้าจะได้กันคะ!!!!
    #11
    0
  10. #10 z_oeiieo_zz (@OeiWorawetpeecha) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 00:04
    สนุกกกก รอติดตามต่อนะคะ
    #10
    0
  11. #9 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 23:48
    สนุกค่ะน่าติดตามมากๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นคือตัวละครลิซลึกลับมากๆ เเต่ตลกตรงมีเพื่อนหน้ามี ขำพรืดเลยค่ะ
    #9
    1
    • #9-1 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 1)
      17 เมษายน 2562 / 23:49
      เพื่อนหน้าหมี**555
      #9-1
  12. #8 norivazabionline (@norivazabionline) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 23:47

    ตกหลุมรักเรื่องนี้เข้าแล้วhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-05.png

    #8
    0
  13. #6 bloodberry07 (@bloodberry07) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 23:14
    รอค่ะ รอตอนต่อไป
    #6
    0