Demon story : บันทึกของจอมมารแห่งปราสาทลำดับที่ 11

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 569 Views

  • 9 Comments

  • 29 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    137

    Overall
    569

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 : โรงเตี๊ยมม้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    25 ม.ค. 62

บทที่ 7




 

เกวียนม้าของลุงแก่พาข้า เจ้าเด็กเอเดน และไอริสที่ซ่อนตัวอยู่ในกระเป๋ามาหยุดอยู่หน้าที่พัก

 



ภาพข้างหน้าคือโรงแรมสำหรับนักเดินทาง แม้สภาพจะดูเก่าไปหน่อยแต่ก็สะอาดและกว้างขวางใช้ได้ และดูจะเป็นอาคารแห่งเดียวที่ตั้งอยู่บนสามแยกระหว่างเขตสิ้นสุดของป่าต้องห้ามกับทางก่อนจะเข้าสู่เมืองแคว้นลาเซีย และท่าเรือข้ามฟากไปแคว้นอื่น เสียงหัวเราะครื้นเครงดังลั่นจากลูกค้าในที่พักด้านในดังมาถึงด้านนอก คงเพราะเป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่บริเวณนี้แห่งเดียวลูกค้าเลยมีกันมากกระมัง

 


 

อ่านจากป้ายชื่อโรงแรมแห่งนี้ดูเลิศหรู แต่ด้วยเหตุความวุ่นวายในวันนี้ข้าเลยเรียกที่นี่ว่าโรงเตี๊ยมม้าไปแล้ว

 

 


ลุงแก่จูงม้าเจ้าปัญหาของแกเข้าไปเก็บ ก่อนจะเดินเข้ามาหาพร้อมกับเชื้อเชิญให้เข้าสู่ที่พัก เจ้าเด็กเอเดนดูจะเริงร่าเป็นพิเศษ ที่จะไม่ต้องเสี่ยงนอนติดดินโดนนางไม้ลากไปกินเหมือนคืนก่อน

 



ข้าเดินตามไป บานประตูโรงแรมถูกเปิดออก บรรยากาศอบอวลไปด้วยมนุษย์บ้างนั่งบ้างยืนอยู่ด้านในทำให้ข้าสนใจ ข้าไม่ได้เห็นกลุ่มมนุษย์มาเกือบสิบๆปีน่าจะได้ พวกนั้นก็ยังคงเต็มไปด้วยเสียงและความวุ่นวายเหมือนเช่นอดีต ลุงแก่เอ่ยกับผู้ดูแลสองสามประโยค ก่อนที่จะยื่นกุญแจห้องพักให้

 



“ถ้าท่านอยากดื่มหรือกินอะไรก็ตามสบายเลยนะ”

 



ลุงเจ้าของที่พักเอ่ยทิ้งท้าย พร้อมกับเดินจากไป พอๆกับเสียงท้องเจ้าเด็กนั่นร้องพอดี ข้าถอนหายใจ เจ้าเด็กเอเดนหัวเราะแก้เก้อ เอ่ยประโยคกลบเกลื่อน

 



“ท่านนักเวทย์ ข้าหิวอ่ะ ไปหาอะไรกินกันหน่อยไหม”

 

 

 

 



สุดท้ายข้าก็มานั่งอยู่ตรงโซนรับประทานอาหาร มองเจ้าเด็กเอเดนเขมือบอาหารอย่างเบิกบานใจ ขณะเดียวกันข้าก็กินเสียบ้างนิดหน่อย บ้างก็หยิบแล้วแอบเอาให้ไอริสที่ยังอยู่ในกระเป๋าเสื้อ เพราะคงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าพวกมนุษย์จะเห็นมังกรเข้า ต่อให้เป็นมังกรแบบย่อส่วนแล้วก็ตาม

 



ดูท่าข้าต้องหาอะไรบางอย่างมาให้นางสวมใส่เพื่อปกปิดว่าเป็นมังกรเสียแล้ว ถ้าให้นางอยู่ในกระเป๋าแบบนี้บ่อยๆเห็นทีคงไม่ดีแน่

 



พอเหลือบมองผู้คนในที่แห่งนี้ ดูเหมือนว่าส่วนใหญ่เป็นนักเดินทาง บ้างก็เป็นคนในหมู่บ้านใกล้ป่าต้องสาปที่ออกมาหาความสำราญใกล้เขตเมือง บ้างก็เป็นผู้ที่กำลังเดินทางออกไปผจญภัย แต่ส่วนใหญ่ดูเหมือนเป็นนักแสวงโชค ที่ต้องการเข้าไปยังป่าต้องห้ามเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง

 



ข้าลอบฟังบทสนทนาของพวกนั้น พวกมนุษย์คุยกันถึงเรื่องที่ปราสาทรอบนอกที่มีปิศาจอาศัยอยู่จู่ๆพวกปิศาจก็หายไป ทิ้งเหลือเพียงสิ่งของในปราสาทนั้นไว้ให้ดูต่างหน้า ดูเหมือนว่าพวกมันจะหนีหายโดยไม่ทันได้ตั้งตัวจึงเป็นโอกาสดีที่จะลอบเข้าไปเอาสมบัติที่อยู่ในนั้น

 


นั่นคงหมายถึงปราสาทลำดับเก้าและลำดับแปดน่าสงสารจอมมารทั้งสองเสียจริง ป่านนี้ของมีค่าในปราสาทนั่นคงโดนรื้อกระจุยกระจายเสียเรียบร้อยแล้ว

 


อย่างน้อยๆข้าก็ได้ความคิดดีๆจากบทสนทนานั่น ถ้าเกิดว่าข้ามีอันเป็นไป อย่างน้อยๆก็น่าจะติดตั้งเวทย์จำพวกปราสาทถล่ม ฝังพวกหัวขโมยให้มิดเสียหน่อย

 




ข้านั่งแทะของกิน ขณะเดียวกันก็เท้าคางนั่งฟังอย่างครุ่นคิด น่าแปลกที่ไม่มีเงื่อนงำใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย พลันกลุ่มนักผจญภัยแปลกหน้าก็เข้ามาร่วมวงด้วย

 

“พวกเจ้ามาจากที่ไหนกันน่ะ”

 

พวกนั้นเอ่ยถามอย่างเป็นมิตร ข้าเห็นแล้วแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็เอ่ยตอบเจ้าพวกนั้นกลับไปสั้นๆ

“ป่าต้องห้าม”

 

พวกนักผจญภัยดูจะตื่นเต้น และก็มานั่งร่วมโต๊ะอย่างรวดเร็ว

 

“งั้นพวกเจ้าก็ได้ยินข่าวลือที่ว่านั่นใช่ไหม ที่หมู่บ้านที่อยู่รอบป่าสามหมู่บ้านจู่ๆคนก็หายสาปสูญในคืนเดียวน่ะ”

 



ความเงียบบังเกิดกับข้าและเอเดน เด็กนั่นหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วหันมาโต้ตอบทันที

ทั้งสามหมู่บ้านเลยหรือ แล้วมีใครรอดมาบ้างไหม?

 

มันพูดด้วยเสียงมีความหวัง แต่พวกนักผจญภัยส่ายหัว

“พวกเราแวะไปอีกทีก็กลายเป็นหมู่บ้านร้างไปแล้ว ไม่มีร่องรอยอะไรเลย ไม่เหลือใครด้วย”

 


ข้าคิดตาม สังหรณ์ใจบางอย่าง

อะไรบางอย่างที่ร้ายแรงมากใกล้จะเกิดในไม่ช้านี้และนี่ก็เป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นเท่านั้น

 



“พวกเจ้าจะเข้าไปในเมืองกันใช่ไหม ดีแล้วล่ะที่รีบย้ายออกมา ข้าว่าในป่านั่นมีอะไรไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว”

พวกนักผจญภัยเอ่ย ขณะเดียวกันที่ข้ายิ้มแล้วเอ่ยถามกลับไป

 


“ว่าแต่พวกท่านล่ะ ยังคิดจะไปเสี่ยงโชคในป่านั่นอีกหรือ หืม”

“ก็ช่วยไม่ได้ คนมันต้องกินต้องใช้นี่นา ถึงจะเสี่ยงก็ต้องเข้าไปน่ะแหละ แดนปิศาจน่าจะมีสมบัติกองเป็นภูเขาเลากาเลยแหละ”

 

พวกนักผจญภัยหัวเราะร่วน บรรยากาศตึงเครียดพลันผ่อนคลายขึ้นมา เจ้าเด็กเอเดนดูลังเลก่อนที่จะถามขึ้นมา

 



“พวกท่านคิดว่าที่หมู่บ้านหายสาปสูญเป็นฝีมือของปิศาจรึเปล่า”

 

พวกนักผจญภัยกลุ่มนั้นมองหน้ากันพลางเอ่ยตอบ

“อาจจะเกี่ยวข้องกับการที่พวกหัวหน้าพวกมันสองตัวหายไป พวกนั้นเลยมาทำร้ายมนุษย์เพื่อแก้แค้นก็เป็นได้”

 



ข้าเท้าคางฟังคำตอบนั้น บางอย่างกวนใจข้าลึกๆ ทั้งมนุษย์ ทั้งปิศาจ ทั้งสองด้านถูกทำลายไปพร้อมๆกัน โดยไม่อาจรู้สาเหตุที่แท้จริงได้ ข้ามองไปที่มนุษย์พวกนั้น เอ่ยถามในสิ่งที่ข้าใคร่รู้อย่างแนบเนียนและเป็นธรรมชาติที่สุด

 


“ถ้าเกิดว่าสิ่งที่พวกเจ้าคิดเกิดขึ้นมาจริงๆ แล้วถ้าเกิดสัญญาสงบศึกระหว่างมนุษย์กับปิศาจถูกทำลายลง เช่นนั้นพวกท่านก็คงสนุกกับการไล่ล่าปิศาจเป็นแน่แท้ ถูกต้องหรือไม่”

 

เจ้าพวกนั้นชะงักไปนิดนึงเมื่อเห็นดวงตาข้าจ้องไปที่พวกมันเขม็ง พวกนั้นครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยคำตอบออกมา

 



“อืม ก็อาจจะต้องเป็นอย่างนั้น ก็พวกมันน่ากลัวนี่นะ สร้างแต่ปัญหาให้พวกเราตลอด ข้าไม่อาจเสี่ยงกับอันตรายที่จะเกิดขึ้นมาหรอก คงต้องกำจัดพวกนั้นก่อน”

 

ไอริสที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อหดตัวลงไปเมื่อรับรู้ได้ถึงความกดดันของข้า ข้าเพียงยิ้มแสยะแล้วเอ่ย

 

 

“เช่นนั้นแล้ว คงอาจจะมีผู้ใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้เพื่อทำลายสัญญานั่นได้กระมัง แล้วก็อีกอย่าง ข้าเองก็ไปสำรวจที่หมู่บ้านที่คนหายสาปสูญนั่นมาแล้ว บอกได้ว่าเวทย์มืดนั่นเป็นไปได้ทั้งฝีมือของมนุษย์ และปิศาจ ทางที่ดีอย่าพึ่งรีบสรุปจากสิ่งที่พวกเจ้าเห็นเสียจะดีกว่า”

 

ดูเหมือนน้ำเสียงที่ข้าพูดออกไปทำให้พวกนักผจญภัยกลุ่มนั้นรับรู้ได้ถึงความรู้สึกไม่พอใจนัก ก่อนที่พวกนั้นจะหันหลังขอตัวออกไปเป็นการตัดจบบทสนทนา


เอาเถอะ ไล่พวกมันไปได้เสียก็ดี


แต่ข้าเองก็รู้สึกหงุดหงิด ก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินปึงปังกลับไปยังห้องพัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #5 hyun_park22 (@hyun_park22) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 22:39

    สู้ๆนะไรท์
    #5
    1
    • #5-1 Ciceon (@domino-mine) (จากตอนที่ 8)
      15 มกราคม 2562 / 06:45
      ขอบคุณค่า XD
      #5-1