Demon story : บันทึกของจอมมารแห่งปราสาทลำดับที่ 11

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 589 Views

  • 17 Comments

  • 29 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    4

    Overall
    589

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 : ความวุ่นวายก่อนมุ่งหน้าสู่เมือง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 ม.ค. 62


บทที่ 6



 

หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อคืนมา ข้าก็เริ่มเก็บของออกเดินทางกันต่อ

 



ข้าเดินเท้าต่ออย่างสะลึมสะลือ อากาศสดใสยามกลางวันไม่มีผลทางจิตใจแม้แต่น้อย รอบตัวก็ยังเป็นป่า แต่โชคยังดีที่พอจะเริ่มเห็นถนนที่มุ่งตรงสู่เมืองแล้ว นั่นหมายความว่าวันนี้น่าจะเดินทางพ้นจากเขตป่าต้องห้ามเสียที

 



เจ้าเด็กเอเดนนั่นร่นถอยไปอยู่กับไอริส พลางเล่าเรื่องเมื่อคืนให้นางมังกรฟัง มันยังบ่นไม่หยุดเรื่องข้าโยนดาบเขวี้ยงใส่หัว ทั้งๆที่ไอ้ที่โยนไปโดนหัวมันช่วยให้มันรอดแท้ๆ เจ้าเด็กไม่สำนึกบุญคุณนี่

 



ข้าเอ่ยลอยๆกลับไป จงใจให้มันได้ยินเต็มสองหู

 



“เดินตามนางไม้ไปเองแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ ยังจะบ่นอีก”

“ข้าไม่ได้ตั้งใจตามไปสักหน่อย แค่เผลอขานรับพอรู้ตัวอีกทีข้าก็เดินไปอยู่ตรงนั้นแล้ว”

 



เด็กนั่นเอ่ยแก้ตัว ขณะที่นางมังกรเพียงแต่พยักหน้าเป็นเชิงปลอบ ข้ามองอย่างหน่ายใจ

เอาเถอะ ปล่อยมันไปสักวันก็แล้วกัน

 

 

 



พอเดินเท้ามาเรื่อยๆจนตะวันเริ่มลอยเหนือหัว ถนนเริ่มเห็นชัดเจนและกว้างขึ้น นั่นหมายความว่าน่าจะมีหมู่บ้านมนุษย์สักแห่งใกล้ๆนี้



 

ก็ดี คืนนี้น่าจะได้พักสบายๆเสียที

 



ข้าเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสังเกตเห็นว่า มีบางอย่างกีดขวางทางอยู่ด้านหน้า ขณะที่เพ่งมองอยู่นั้น เจ้าเด็กเอเดนกลับเป็นฝ่ายวิ่งนำขึ้นไปก่อน ภาพที่เห็นก็คือเกวียนโดยสารที่จอดขวางถนนไว้ และชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังหยุดพักด้วยท่าทีเหน็ดเหนื่อย เหมือนมีเรื่องร้อนใจบางอย่าง

 



เจ้าเด็กนั่นวิ่งไปถามคำถามอย่างไม่รอช้า และลุงแก่ชาวมนุษย์นั่นอธิบายเรื่องราวให้มันฟัง ก่อนที่เด็กนั่นจะวิ่งแจ้นกลับมา

 


“ลุงแกบอกว่าแกเดินทางมาแล้วพวกปิศาจโผล่มา ม้าของแกเลยตกใจเลยเตลิดไปน่ะ พอจะช่วยตามหาได้ไหม”

 



ข้าเหลือบมองอย่างไม่สบอารมณ์นัก หางานใส่ตัวเสียจริง เจ้าเด็กนี่…. ข้าไม่ว่างพอจะมาทำการกุศลในเวลานี้หรอกนะ

แต่ประโยคที่ได้ยินถัดมาทำให้ข้าเปลี่ยนใจฉับพลัน

 


“ลุงแกบอกว่าถ้าหาม้าแกเจอแกจะให้พวกเราโดยสารเข้าไปที่หมู่บ้านของแก ลุงแกเป็นเจ้าของโรงแรม แกเลยจะแถมให้เราพักที่พักของแกฟรีๆด้วย”

 

ข้าเปลี่ยนท่าทีเป็นกอดอก

 



“งั้นชักช้าอะไรอยู่ล่ะ รีบไปหาซะสิ”

 

 

 

 


 

 

กลายเป็นว่าบ่ายนั้นใช้เวลาไปกับการตามหาม้าที่หาย ซึ่งข้าก็ไม่ถือหรอกถ้ามันจะช่วยทำให้ค่ำคืนนี้ได้ที่พักและได้อยู่อย่างสะดวกสบาย

 


 

ข้าเหลือบมองตามข้างทาง ยังไม่เจออะไร ขณะที่ลุงแก่นั่นก็นั่งอยู่บนโขดหินข้างทาง

 

 

“เหนื่อยหน่อยนะพ่อหนุ่ม”

 

 

ข้าเขม็งมองเจ้าของม้าที่นั่งสบายขณะที่พวกเรากำลังตามหากันอย่างเอาเป็นเอาตาย จนดูเหมือนเจ้าของคำพูดนั้นรู้สึกถึงสายตาของข้าทิ่มแทงจนต้องก้มหน้าหลบไป

 

 


พอดีกับเจ้าเด็กเอเดนที่วิ่งโบกมือเข้ามารายงาน ข้าละสายตาจากลุงแก่หันไปมองเจ้าเด็กนั่นแทน

“เจอม้าแล้ว แต่อยู่ในป่า พวกก็อบลินขโมยไป”

“ก็อบลิน?

 

 

ข้าเอ่ยทวน รู้จักปิศาจประเภทนี้ดี เป็นพวกปิศาจตัวเล็กที่ขี้ขโมย บางทีก็มีพิษสงมากพอที่จะรวมกลุ่มทำร้ายผู้คนสัญจรไปมา หรือรวมกลุ่มกันดักปล้น และมีนิสัยดุร้ายพอตัว

 

ในบรรดาปิศาจ ข้าเรียกพวกมันว่าพวกตัวจ้อยพูดไม่รู้เรื่อง เพราะมันไม่สามารถควบคุมได้ นอกจากพวกมันจะรวมกลุ่มเผ่าพันธุ์ของพวกมันเองเท่านั้น

 



“ใช่ พวกมันมีอยู่ประมาณห้าตัว ทางนี้ๆ”

 

เจ้าเด็กเอเดนนำทางข้าไป ไอริสเกาะอยู่บนไหล่ข้าซึ่งเดินตามมาด้วย ลึกเข้าไปในป่า พวกเราซุ่มดูฝูงก็อบลินพวกนั้นกำลังคุยกระซิบกระซาบกัน ม้าของลุงนั่นก็ยังอยู่ตรงนั้น พวกมันคงขโมยมาเพื่อเป็นอาหาร แต่ยังไม่สังเกตเห็นว่าพวกเราลอบมองอยู่ตรงพุ่มไม้ใกล้ๆมันนี่เอง

 


 

ข้ามองแล้วคิดตาม ปิศาจประจอกงอกง่อยเช่นนี้คงไม่จำเป็นต้องใช้เวทย์ให้เปลืองแรง ข้าจึงหันไปหาเจ้าเด็กเอเดน ถามมันออกไปตรงๆ

 

 

“ธนูเจ้าจัดการพวกมันได้กี่ตัว”

 

 


เจ้าเด็กเอเดนดูจะประหลาดใจนิดหน่อย คงไม่คาดคิดว่าข้าจะให้มันเป็นผู้ลงมือ

“เอ๋ ท่านนักเวทย์น่าจะไล่พวกมันได้ไม่ใช่เหรอ แบบยิงเวทย์บู้ม แล้วพวกมันก็หายไปอะไรประมาณนี้”

 

 


ข้าขมวดคิ้ว


ถ้าใช้วิธีตามที่เจ้าเด็กนี่ว่า รอบตัวในรัศมีสามร้อยเมตรที่ข้ายิงเวทย์นั่นได้ไหม้เกรียมหายไปหมดแน่ๆ ทั้งเจ้าเด็ก ลุงแก่ และม้าของลุงนั่นด้วย อ้อ แต่คงเหลือเพียงแต่ไอริสเท่านั้นแหละที่ยังอยู่

 


และคงไม่มีจอมมารตนไหนที่อุตริเอาเวทย์ของตนมายิงก็อบลินเล่นแน่ๆ และข้าจะไม่ใช่คนแรกที่ทำเช่นนั้น

เป็น-อัน-ขาด

 



“ใช้ไม่ได้ตอนนี้”

 

ข้าเอ่ยสั้นๆ เจ้าเด็กนั่นทำหน้าผิดหวังเสียเต็มประดา

“ท่านเป็นนักเวทย์ไม่ใช่เหรอ อย่างมากข้าก็ยิงพวกมันในระยะเวลาสั้นๆได้แค่สองตัวเองนะ”

 

เจ้านั่นยังมีหน้ามาทวนคำ ข้าห้ามใจไม่ให้เผาเจ้าเด็กนี่ทั้งเป็น ก่อนเอ่ยกับมัน

 

“สองตัวก็ถือว่าใช้ได้แล้ว ทำตามที่ข้าบอก ออกไปยิงมัน แล้วล่อมันไปทางพุ่มไม้โน่น พวกตัวที่เหลือข้าจะดักมันไว้เอง พอพวกมันที่เหลือขยับตัวไม่ได้เจ้าก็ไปเอาม้ามาจากพวกมัน”

 


ข้าชี้ไปอีกทางที่ห่างไกล เจ้าเด็กเอเดนดูงงๆ แต่พยักหน้ารับอย่างไม่มั่นใจนัก ส่วนข้าก็ผละออกไป จัดการวางอะไรบางอย่างระหว่างต้นไม้สองต้นที่ข้าชี้ให้เจ้าเด็กนั่นดู

 

ข้าวางแผ่นกระดาษติดกับต้นไม้ กับดักเวทย์กระดาษที่พกติดตัวมาจากปราสาท



จากนั้นก็ถึงคราวนั่งรอเวลา


 



จนกระทั่งเสียงร้องของเจ้าเด็กเอเดนนั่นดังลั่นมาแต่ไกล ก่อนที่มันจะวิ่งมาสุดชีวิตยังจุดที่นัดหมายเอาไว้ ข้ามองมันวิ่งผ่านต้นไม้สองต้นนั้นไป ขณะเดียวกันที่ก็อบลินสามตัวถือดาบวิ่งไล่กวดตามมา ทันทีที่เจ้าเด็กพ้นระยะเวทย์ไปแล้วข้าเอ่ยสั่งทันที

 

“กับดักเวทมนตร์ จงทำงาน”

 



เสียงเวทย์ปลดผนึกดังขึ้น พอๆกับเจ้าก็อบลินวิ่งชนกำแพงที่มองไม่เห็นเข้าเต็มๆ ก่อนที่พวกมันจะงุนงงและเดินชนอากาศไปมา เพราะถูกขังไว้ในกับดักเรียบร้อยแล้ว ตราบใดที่ข้าไม่เอ่ยถอนแล้วปล่อยพวกมันออกมา พวกมันก็จะติดอยู่ที่นั่นไปตลอดกาล พร้อมกับกระดาษกับดักเวทมนตร์ของข้าด้วย มันทำงานง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพเช่นนี้เสมอ เพราะเหตุนี้เองข้าจึงพกมันติดตัวจากปราสาทมาด้วย ส่วนเจ้าเด็กเอเดนหันมามองพร้อมกับพูดตามประสาเด็ก

 

“ว้าว เจ๋ง วิธีนี้สอนข้างบ้างได้ไหม”



ข้าจ้องเขม็ง เอ่ยกับเจ้าเด็กนั่น 

“อย่ามัวแต่ยืนบื้อ รีบเอาม้าไปคืนให้ลุงแก่นั่นซะ จะได้รีบไปกันเสียที”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #6 sesil (@sesil) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 09:23

    จอมป่วนเลยนีหน่า

    #6
    1
    • #6-1 Ciceon (@domino-mine) (จากตอนที่ 7)
      21 มกราคม 2562 / 21:40
      ตลค.ก็จะเน้นไปทางชอบก่อเรื่องกันเยอะหน่อยนึง555
      #6-1