Demon story : บันทึกของจอมมารแห่งปราสาทลำดับที่ 11

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 588 Views

  • 17 Comments

  • 29 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3

    Overall
    588

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 : คณะเดินทางประหลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 73
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 ม.ค. 62

บทที่ 4

 

 


 

ด้วยเหตุผลนี้เอง เพื่อนร่วมทางเลยเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง


จอมมารแปลงกายหนึ่งตน มังกรอีกหนึ่งตัว และเด็กมนุษย์อีกหนึ่งคนออกร่วมเดินทางด้วยกัน คงไม่มีอะไรประหลาดไปกว่านี้อีกแล้ว



 

“ว่าแต่ท่านชื่ออะไร ข้ายังไม่ได้ถามนามของท่านเลย” เจ้าเด็กเอเดนนั่นกล่าว

“เซเนธ เอเดียร์” ข้าตอบอย่างไม่ค่อยสนใจอะไรนัก

 


“แล้วพวกเราจะไปที่ไหนกันหรือ ท่านนักเวทย์”

 

 

เจ้าเด็กนั่นเอ่ยถามซ้ำ ท่าทีมันดูสดชื่นมากกว่าเมื่อวาน พอเท้าขยับเดิน ปากมันก็คุยจ้อไปตามเรื่อง ดูท่ามันจะเข้ากันได้ดีกับไอริส แทนที่นางจะเกาะไหล่หรืออยู่ในกระเป๋าเสื้อข้าอย่างที่ทำประจำ มาวันนี้นางไปเกาะไหล่เจ้าเด็กนั่นแล้ว เป็นภาพที่ข้าเห็นแล้วหงุดหงิดพิกล

 

 

“เมืองหลวงแคว้นลาเซีย พระราชวังเวสเทิร์น”

 

ข้าเอ่ยตอบสั้นๆตัดบท เจ้าเด็กนั่นก็ยังคงถามต่ออีก


“โห ไกลน่าดู แล้วท่านไปทำอะไรที่นั่นล่ะ”

“คุยธุระกับคนรู้จัก”

 


“แล้วท่านมาจากไหนล่ะ ทำไมมาอยู่กับมังกรได้ แล้วใช้เวทอะไรได้บ้าง สอนข้าบ้างได้ไหม แล้วๆๆๆ”

 


เจ้าเด็กเอ่ยถามรัวแต่เมื่อเห็นสายตาหงุดหงิดของข้า จึงเงียบไป แต่ได้แค่พักเดียวเท่านั้น ก่อนที่เจ้าเด็กนั่นจะชวนคุยอีกครั้งอย่างหวาดๆ

 



ก็ไม่รู้จักเข็ดนะเจ้านี่



 

“ข้าเองยังไม่เคยไปที่อื่นนอกจากเมืองใกล้ๆนี่ ถ้าเราเดินเท้าแบบไม่หยุดพักกว่าจะไปถึงเมืองหลวงน่าจะอาทิตย์นึงได้”

 

“งั้นถ้าถึงเมืองแล้วก็แยกตัวออกไปซะสิ”

“ไม่ ข้าจะติดตามท่าน เพราะท่านกับมังกรของท่านช่วยข้าไว้”



 

เจ้าเด็กนั่นยังคงยืนกรานตามความคิดเดิมของมัน ข้าถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย สายตากวาดมองป่ารอบๆตัว

 


อีกนานคงจะพ้นจากเขตป่าเข้าสู่เขตเมือง ถึงจะมีหมู่บ้านตามแนวป่าต้องห้ามอยู่บ้าง แต่คงหาไม่ง่ายนัก ว่ากันตามจริงแล้ว ข้าก็อยากจะหลีกเลี่ยงพวกมนุษย์ก่อนที่จะเข้าไปถึงในเมือง เพราะพวกคนแถบนี้นั้นนิสัยค่อนข้างหยาบกระด้างและไม่ไว้ใจใครง่ายๆ สาเหตุก็เพราะพวกนี้ต้องเอาตัวรอดจากปิศาจในป่านั่นแหละ


 

 เมื่อมองเส้นทางกว่าจะเดินพ้นป่าไปก็สองวันอย่างน้อย และดูท่าวันนี้คงได้นอนกลางแจ้ง นั่นทำให้ข้าคิ้วขมวดมุ่น แต่อย่างไรเสียคงต้องทำ

 

 

เพราะคงหาที่พักดีๆในคืนนี้ไม่ได้แล้ว

 


 

 


 

แสงสีส้มของกองไฟเด่นสว่างชัดในคืนที่มืดมิด

 



ข้าหาวหวอดๆ พอตกเย็นเจ้าเด็กเอเดนนั่นขอตัวไปออกล่าของกินสำหรับมัน ดูท่าสัมภาระที่มันนำติดตัวมาก็คงเป็นพวกของใช้ของพวกพรานเอาไว้ล่าสัตว์นั่นล่ะ ซึ่งก็ดีที่มันหาอะไรทำเองได้ ส่วนข้าก็แอบเอาสิ่งที่ติดตัวมาตรวจดูอย่างเงียบๆ

 


ย่างแรกสุดคืออุปกรณ์สำหรับกันเวทมนต์รูปร่างคล้ายเข็มกลัดทับทิมเม็ดเล็กๆ ความจริงสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งของอันหนึ่งที่ติดตัวข้ามายาวนาน ท่านพ่อของข้าเป็นผู้มอบให้ข้าเพราะดูเหมือนว่าข้าจะชอบหาเรื่องเดือดร้อนเข้าตัวอยู่เรื่อย สิ่งนี้ช่วยกันอันตรายจากเวทได้ ยิ่งมีผลดีหากถูกลอบโจมตี สามารถผ่อนความรุนแรงจากหนักเป็นเบาได้มาก

 

สองคือลูกแก้วคริสตัลขนาดเล็ก เอาไว้ตรวจดูสิ่งต่างๆที่เคยลงเวทย์ติดตามเพื่อสำหรับตรวจสอบเอาไว้ บางทีก็เอาไว้พูดคุยผ่านวงเวทย์ได้ด้วย ปกติข้าเชื่อมต่อกับปราสาทของข้าเองเท่านั้น ตอนนี้ลูกแก้วกำลังเผยให้เห็นถึงปราสาทลำดับที่ 11 ของข้า ซึ่งดูเงียบสงบดีและไม่มีใครมาบุกรุก นั่นทำให้ข้าเบาใจและเก็บลูกแก้วนี้เข้ากระเป๋าไป

 


สามคือกับดักเวทมนตร์แบบเดียวกับที่ใช้ในปราสาท เป็นรูปลักษณ์แบบแผ่นกระดาษ ข้าเผื่อเอามาไว้ติดตัวเท่านั้น อาจจะพอช่วยหยุดการเคลื่อนไหวเวลาถูกโจมตีได้บ้าง


 

สี่คือจี้รูปนก เป็นอุปกรณ์เวทย์ที่ใช้สำหรับส่งข่าวสาร เหมือนกับผู้ส่งจดหมาย มันห้อยอยู่กับคอของข้าเสมอ ยามที่ต้องการใช้มันจะเปลี่ยนเป็นวิหคเพลิงและส่งข่าวสารไปยังที่ไกลๆได้


 

นอกจากนี้ก็ยังมีเสบียงของไอริสและของข้าอีกนิดหน่อย ของตากแห้งเช่นพวกเนื้อตากแห้งเล็กๆน้อยๆ ทางกายภาพแล้วพวกเราไม่จำเป็นต้องกินอะไรมากนัก แต่สำหรับพลังเวทย์ที่ต้องใช้คือต้องอาศัยการสูบพลังจากบางที่ เช่นจากในอัญมณีที่อยู่ในพิภพและมีการสะสมพลังอย่างยาวนาน ด้วยเหตุนี้เอง ข้าจึงมีอัญมณีบางเม็ดจากปราสาทติดตัวมาด้วย เพื่อเป็นพลังสำรองของข้าเอง และเอาไว้แลกเปลี่ยนในการเดินทาง


 

บางครั้งข้าก็กินอาหารของมนุษย์ได้ แต่ก็ไม่ค่อยชอบมากเท่าใดนัก ถ้ามันไม่ดีพอเทียบเท่ากับพวกอัศวินรับใช้ที่ทำอาหารในปราสาททำให้ข้ากิน

 

 

ข้าเก็บของทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง ในขณะเดียวกันที่เจ้าเด็กเอเดนโผล่มาพร้อมกับกระต่ายป่าในมือ ดูท่าจะเป็นอาหารเย็นของเจ้านั่น ข้าปล่อยให้มันจัดการอาหารของมันไปคนเดียว มันเลาะเนื้อกระต่ายและเสียบไม้อย่างชำนาญ ถึงอย่างนั้นมันก็หันมาถามพร้อมกับชูอาหารเสียบไม้ของมันมาทางข้า


 

“ไม่กินด้วยกันเหรอท่านนักเวทย์”

“ไม่”


 

“ท่านไม่หิวบ้างหรือ เห็นท่านเดินมาทั้งวัน ข้าไม่เห็นท่านกินท่านดื่มอะไรเลย” เจ้าเด็กนั่นยังคงตอแยต่อ

“ไม่”


 

“หรือเสบียงท่านมีน้อย เลยอดอาหารเผื่อวันข้างหน้า”

“เปล่า”


 

“งั้นท่านอดอาหารเองเหรอ นั่นไม่ดีเลยนะท่าน เดี๋ยวท่านได้เป็นลมขึ้นมาในระหว่างการเดินทางหรอก”

“ถ้าขืนเจ้ายังพูดมากข้าจะจับเจ้าหักคอแล้วส่งให้มังกรกินเดี๋ยวนี้”

 


เด็กนั่นหุบปากฉับแล้วกลับไปนั่งที่ของตัวเองที่เดิม ส่วนนางมังกรก็ถอนหายใจยาวๆอีกครั้ง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น