Demon story : บันทึกของจอมมารแห่งปราสาทลำดับที่ 11

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 588 Views

  • 17 Comments

  • 29 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3

    Overall
    588

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 : เด็กชายจากหมู่บ้านป่าต้องห้าม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    10 ม.ค. 62

บทที่ 3

 




 

ข้าชื่อเอเดน เป็นคนของหมู่บ้านแถบนี้”

 



เด็กนั่นเอ่ยเกริ่นเข้าเรื่อง ก่อนจะก้มหน้าลงพูดออกมา

 



“ครอบครัวของข้าอาศัยอยู่แถบชายป่าปิศาจ พวกเราอยู่กันอย่างสงบดี พ่อและแม่ของข้าเป็นนายพรานเที่ยวหาของป่า มีพวกปิศาจโผล่มาแถบนี้บ้างในบางครั้ง แต่ทางหมู่บ้านมีวิธีขับไล่พวกมัน พวกมันก่อกวนพวกเราได้ไม่นานนัก อย่างมากก็สร้างความรำคาญเล็กๆน้อยๆ อย่างขโมยของคนเดินสัญจรบริเวณนี้ก็เพียงเท่านั้น”

 

“แต่ว่าวันที่เกิดเรื่อง ข้านึกสนุกเข้าไปเล่นในป่า ปกติพ่อกับแม่ของข้าจะห้ามข้าเข้าไปในป่านั่นเสมอ บอกว่าในป่านี่อันตรายสารพัด แต่ข้าก็ดื้อดึงเข้าไปอยู่ที่นั่นทั้งวันจนถึงพลบค่ำ แต่ข้าก็รู้สึกประหลาดใจที่ไม่มีใครมาตามตัวข้ากลับ เพราะปกติพ่อแม่หรือคนในหมู่บ้านมักจะโวยวายเมื่อรู้ว่ามีคนเข้าไปในป่าแล้วตอนกลางคืนยังไม่ออกมา ข้าจึงเดินกลับออกมาเอง แล้วก็พบว่าหมู่บ้านทั้งหลังโดนเผามอดไหม้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

 



ข้านึกเรื่องราวตาม  ถ้าข้าเป็นพ่อแม่ของเจ้าเด็กนี่อาจจะทุบกะโหลกสั่งสอนมันเสียหน่อย ข้อหาทำตัวไม่รักดี  เจ้าเด็กเอเดนเห็นข้าไม่พูดขัดอะไรแม้ในใจข้าจะด่ามันไปแล้วหนึ่งประโยค มันจึงเอ่ยต่อ

 



“หลังจากนั้นข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จำได้แต่เพียงว่าอะไรบางอย่างคล้ายๆเงาดำรวมกันเป็นกลุ่มก้อนไล่ตามหลังข้ามา ข้ากลัวมากจึงพยายามหนี  รู้ตัวอีกที ข้าก็ร่วงหล่นลงมาในแม่น้ำแล้ว และพวกมันก็หยุดตามมา สิ่งที่ข้าพอจะจำได้ก็มีเพียงเท่านี้”

 


เจ้าเด็กนั่นเอ่ย ส่วนข้าเหม่อมองไปยังควันไฟที่อยู่ไกลออกไปนั่น ที่นั่นคงมีคำตอบของปริศนาอยู่

 



“เจ้าพูดว่าเงาดำ? ข้าทวนถาม เด็กนั่นพยักหน้าหงึกๆ

 


เอาจริงๆหมู่บ้านริมป่าของมนุษย์ก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับข้าเท่าใดนัก แต่เสียอย่างไรเรื่องนี้ก็ค่อนข้างมีบางอย่างที่คาใจข้าอยู่เหมือนกัน

 

โดยเฉพาะเจ้าเงาดำๆในเรื่องเล่านั่น

 



 

ข้าลุกขึ้นเดินไปตามทางที่น่าจะเกิดเรื่องขึ้น ส่วนไอริสนั้นไต่มานั่งบนไหล่เพื่อเฝ้าระวัง ดูนางจะสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ข้าเองก็รู้สึกเหมือนกัน บางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล เจ้าเด็กเอเดนวิ่งโหวกเหวกตามมา ห่างไปไม่ไกลเท่าใดนัก ภาพของสภาพสิ่งที่เคยเป็นสิ่งก่อสร้างของมนุษย์มาก่อนก็โผล่ให้เห็นได้ถนัดตา ซากไม้กระจายเกลื่อนและควันไฟไหม้เผยให้เห็นว่าที่เกิดเหตุนั้นผ่านไปเมื่อคืนนี่เอง แต่ทุกอย่างเงียบเชียบ ไม่มีสัญญาณของมนุษย์ ทำให้ข้าหยุดนิ่งอย่างประหลาดใจ เจ้าเด็กนั่นก็เช่นกัน มันวิ่งไปยังหมู่บ้านที่ลึกเข้าไป ข้าเดินตามไปด้วยอย่างระมัดระวัง

 



ภาพที่เห็นคือเมืองที่ตกในสภาพร้าง ทุกอย่างเหมือนเป็นปกติแต่ปราศจากร่างของสิ่งมีชีวิตหรือไร้ชีวิต มีเพียงความมืดวังเวงปกคลุมอย่างน่าประหลาด เจ้าเด็กเอเดนเอ่ยตะโกนหาครอบครัว แต่เสียงนั้นกลับไม่มีผู้ใดตอบกลับมา

 

 

เหมือนกับว่าผู้คนหายไปจากที่นี่เสียเฉยๆ พร้อมกับทิ้งเปลวเพลิงทำลายสิ่งที่เคยเป็นหลักฐานว่าเคยมีผู้อยู่อาศัยที่นี่

 



ไอริสส่งสัญญาณให้ข้ามองไปที่พื้น ข้ามองตามอย่างแปลกใจ บรรดาต้นไม้พากันตายยืนต้น ข้าเริ่มสังหรณ์ใจ ความทรงจำชวนให้นึกถึงอะไรบางอย่างที่เคยเห็นมาก่อน

 



 

ข้าก้มลงปล่อยให้มือสัมผัสกับพื้นดิน กระแสไฟฟ้าพลันรู้สึกไหลเวียนไปทั่วร่าง เครื่องรางกันเวทย์มนต์ที่พกมาจากปราสาททอแสงในอกเสื้อ สายตาของข้าพร่ามัวไปขณะหนึ่ง เสียงบางอย่างก้องอยู่ในหัว

 

“เลือดและวิญญาณ

 


 

เสียงนั้นก้อง ทุ้มลึก เต็มไปด้วยความกระหายอย่างน่าขนลุก  ก่อนที่ข้าจะชักมือกลับไปพร้อมๆกับเสียงในหัวที่หายไป นางมังกรมองอย่างห่วงๆ ข้าลูบมือตัวเอง

 

“ใครบางคนใช้เวทย์แห่งความมืดเล่นงานที่นี่”

 


เมื่อสติหวนคืนข้าก็นึกได้ถึงเรื่องหนึ่ง เวทย์ร้ายแรงที่สูบชีวิตเกือบทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่ามนุษย์หรือปิศาจ

เมื่อครู่ที่แตะ เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กๆที่พวกมันเผลอทิ้งไว้

และข้าไม่เคยพบเห็นผู้ที่ใช้เวทย์นี้มานานมากแล้ว

 

 

ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นเป้าหมายเล่นงานของมัน แต่ตัวผู้กระทำนั้นหายไปจนไม่สามารถสืบเรื่องราวได้ และไม่รู้จุดประสงค์แน่ชัดของมัน

 



เสียงฝีเท้าจากด้านหลังทำให้ข้าได้สติ เจ้าเด็กนั่นเดินมา หอบหิ้วเอาสัมภาระของมันมาด้วยท่าทีกระวนกระวาย

 


“ทุกคนหายไปไหนกันหมด”

 



ข้าไม่ตอบ แต่มั่นใจว่าคนพวกนั้นไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว เจ้าเด็กนี่เป็นคนเดียวในหมู่บ้านนี้ที่บังเอิญโชคดีที่มีชีวิตอยู่ แต่ถึงกระนั้นเจ้านั้นมองมาที่ข้าและเอ่ยต่ออย่างมีความหวัง

 


“ท่านจะช่วยข้าได้หรือไม่”

“นั่นเป็นธุระของเจ้า เจ้าต้องจัดการเอง แล้วก็ไม่ว่าอะไรที่ทำอะไรแบบนี้ได้ ไม่ใช่สิ่งที่ธรรมดา”

 


ข้าเอ่ยไปตามตรง ถ้าเลือกได้ก็อยากจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้โดยที่ไม่จำเป็น พอมองบรรยากาศน่าขนลุกที่รายล้อมพื้นที่นี้ ด้วยพลังที่มันทำลงไปได้ขนาดนี้แสดงว่ามันมีพลังมหาศาลมากพอสมควร แม้ที่นี่จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆก็ตาม

 

แต่นั่นก็ไม่เกี่ยวกับข้าอยู่ดี ข้าเป็นแค่ผู้ที่เข้ามาสำรวจเท่านั้น

และข้าเองก็หมดธุระกับที่นี่ และควรเริ่มออกเดินทางต่อ

 


ข้าหันหลังจะก้าวเดิน แต่ถึงกระนั้นเสียงฝีเท้าที่ตามมาด้านหลังก็ทำให้ข้าแปลกใจ เด็กนั่นดูเหมือนจะเดินตามข้ามาด้วย แต่ดูท่าทีหดหู่อย่างไรชอบกล

 


“ได้โปรดให้ข้าเป็นผู้ติดตามท่านได้หรือไม่ ท่านนักเวทย์ ข้าไม่มีใครให้พึ่งพาแล้ว ข้ายินดีที่จะไปกับท่านทุกที่”

 


มันเอ่ยอย่างหมดหวัง ข้าแสดงท่าทีไม่สนใจแต่มันก็วิ่งมาดักหน้า

 

“ได้โปรดเถอะ ทุกคนในหมู่บ้านก็หายไปกันหมด ข้าไม่รู้จะทำเช่นไรดี”



 

นางมังกรเองก็เกาะไหล่มองข้าเหมือนจะสงสารเจ้าเด็กนี่ ข้าถอนหายใจอย่างหน่ายๆ

“จะมาก็ตามใจเจ้า แต่เกิดอะไรขึ้นมาก็ดูแลตัวเอง อย่าทำตัวเป็นภาระก็แล้วกัน”

 



เจ้าเด็กนั่นทำท่าจะดีใจ แต่ข้าก็ขัดคอมันไว้พร้อมกับขู่ด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม

“ถ้าเจ้าทำอะไรงี่เง่าล่ะก็ ได้เป็นเสบียงสำรองในท้องของมังกรสหายข้าแน่ นางจะฉีกและเขมือบเจ้าภายในคำเดียว”


 

ได้ผล เจ้าเด็กนั่นหุบยิ้มทันที ส่วนนางมังกรที่นั่งบนไหล่ข้าเอาหางนางฟาดใส่หลังข้าอย่างไม่ปรานี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #11 ??? (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:22

    น่ารักกกกก

    #11
    0
  2. #3 yamaru (@yamaru) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 20:40

    หางฟาดหลัง นางโกรธอารายยยย555
    #3
    1
    • #3-1 Ciceon (@domino-mine) (จากตอนที่ 4)
      11 มกราคม 2562 / 22:37
      นางเคือง ความจริงแล้วนางใจดี รักสงบ555
      #3-1