Demon story : บันทึกของจอมมารแห่งปราสาทลำดับที่ 11

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 589 Views

  • 17 Comments

  • 29 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    4

    Overall
    589

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 : เริ่มออกเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    25 ม.ค. 62

 บทที่ 2





 

 

สำนวนของมนุษย์ว่าไว้ว่าจุดเริ่มต้นของการเดินทางนั้นเริ่มจากก้าวแรก

ข้าเห็นด้วยกับคำนั้น แต่จะลำบากก้าวเท้าไปทำไมเมื่อเจ้ามีมังกรเป็นของตนเอง

 



 

ด้วยเหตุนี้เอง ข้าจึงมองทุกอย่างเบื้องล่างเหนือนภาแห่งแคว้นลาเซีย พร้อมกับมังกรที่เคยเก็บมาได้ซึ่งกำลังพาข้านั่งชมวิวอยู่บนท้องฟ้า นามของนางชื่อไอริส เป็นอิสตรีกำยำเล็บแหลมคมหนึ่งเดียวที่ข้าฉกมาจากดินแดนมนุษย์

 


แต่เดิมทีนางโดนล่ามตรวนและใกล้จะถูกสังหาร แต่ข้าทันช่วยนางพอดี ด้วยเหตุนี้เอง นางจึงติดตามข้าตลอดมา

 



นางเป็นมังกรไฟสีนิลซึ่งหายากและเหลือเพียงไม่กี่ตัวในอาณาจักรนี้ แม้จะไม่มีพลังเวทย์ชั้นสูงจนสามารถสื่อสารหรือสามารถแปลงตนเพื่อคุยกับสัตว์หรือมนุษย์ แต่นางก็มีพลังเพลิงอย่างร้ายกาจและคุณสมบัติทนต่อไฟ เป็นคุณสมบัติที่สามารถอยู่กับข้าได้โดยเพลิงผลาญของข้าไม่เป็นอันตรายแก่นาง



ซึ่งนั่นก็มีความหมายกับข้ามาก... เพราะสิ่งที่อยู่รอบตัวข้านั้น มักจะจบลงที่การกลายเป็นเถ้าถ่านหรือไม่ก็ตอตะโกดำๆ


 



และความสามารถของนางอีกอย่างคือ นางสามารถแปลงขนาดให้เล็กลงจนสามารถที่จะอยู่ในกระเป๋าเสื้อได้ หรือแปลงกายใหญ่โตมหึมาเทียบกับหุบผาก็ได้



 

เนื่องจากอยู่ในเขตแดนปิศาจ มังกรตัวใหญ่โบยบินคงไม่เป็นปัญหาอะไร ไอริสยังคงพาข้าโดยสารไปได้เรื่อยๆ จนกระทั่งใกล้ถึงเขตแดนรอยต่อระหว่างฝั่งมนุษย์และปิศาจ ถึงตอนนั้นคงเป็นตอนที่ข้าต้องเริ่มออกเดินด้วยขาตัวเองเสียที ก่อนที่นางจะเสี่ยงโดนเครื่องทุ่มหินแล้วร่วงหล่นลงมาจากฟ้า เพราะดูเหมือนว่ามนุษย์เองก็ไม่ค่อยถูกกับมังกรเท่าใดนัก ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตเจ้าปัญหาเสียจริง

 


สายลมเย็นสบายพัดผ่านหน้าข้าไป จนกระทั่งหางตาของข้าเหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่ง หมอกควันลอยเหนือดงไม้ที่อยู่ห่างออกไป ราวกับที่นั่นถูกไฟไหม้ เท่าที่ข้าเคยจำเส้นทางได้ บริเวณนั้นน่าจะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านมนุษย์ที่ติดอยู่กับชายแดนของป่าต้องห้าม ดูท่าจะมีบางอย่างที่ไม่ดีเกิดขึ้น สังหรณ์บางอย่างของข้าทำให้ข้ารู้สึกเช่นนั้น

 

ข้าหันมองตามไป ห่างจากจุดนั้นหลายเมตร มีร่างหนึ่งลอยกลางสายธารที่ตัดผ่านหมู่บ้านนั้นอยู่ ข้าเห็นจึงเอ่ยขอให้ไอริสว่าให้จอดลงตรงนั้น

 

 

 

 

 


ข้าเกลียดน้ำ

 

 


ในบรรดาสิ่งที่ข้าเกลียด แม่น้ำ ลำธาร ทะเล เป็นสิ่งที่ไม่ถูกโฉลกกับข้าอย่างที่สุด สาเหตุเพราะน้ำเป็นศัตรูทางธรรมชาติกับปิศาจเพลิงโดยแท้จริง



ข้าเคยจมน้ำอยู่ครั้งหนึ่ง หลังจากพยายามตะเกียกตะกายหาฝั่งแล้ว พลังเวทย์ไฟที่ข้ามีก็ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง นั่นเป็นสาเหตุที่ข้าไม่ค่อยออกเดินทางไปไกลๆ เพราะหมายความว่านั่นต้องผ่านแม่น้ำหรือทะเล

 

 


และร่างที่ลอยอยู่กลางสายธารนั้นทำให้ข้าย่นหน้า อยากปล่อยให้มันนอนจมน้ำอยู่อย่างนั้นเสียมากกว่าให้ข้ายอมช่วยมันออกมา จนในที่สุดไอริสส่ายหัวออกจะระอาเล็กๆและฝ่าน้ำลากร่างนั้นมาวางทิ้งไว้บนบกต่อหน้าจนได้

 

 

ช่างเป็นมังกรที่รู้ใจข้าเสียจริง

 

 


ในที่สุดไอริสก็สะบัดปีกไล่น้ำที่เปียกโชกทั้งตัว ดูเหมือนจงใจให้กระเด็นมาโดนข้าด้วย แต่ข้าก็ไม่ถือสาอะไร ข้าลอบมองร่างผู้ถูกช่วยชีวิตซึ่งเป็นเด็กชายมนุษย์วัยสิบกว่าปี ดูท่าว่าน่าจะหนีจากเหตุการณ์บางอย่างมา พอมองตามควันไฟที่ห่างออกไป เจ้านั่นคงจะเป็นสาเหตุหนึ่ง แต่เพื่อความไม่ประมาทก็ควรจะถามความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่จากปากเจ้าเด็กนี่ก่อน

 


ไอริสมองข้าชี้ๆไปที่ร่างเจ้าเด็กนี่ เป็นทำนองว่าช่วยเจ้านี่ให้หน่อย สาบานได้ว่าข้าเห็นนางทำหน้าเหม็นเบื่อเสียเต็มประดา แต่ก็ยอมย่อขนาดเล็กลงเท่ากับตัวมนุษย์ก่อนที่จะทิ้งน้ำหนักตัวประทับฝ่าเท้าเข้ากับอกเจ้าเด็กนั่นอย่างจัง ชั่วขณะหนึ่งน้ำพุพุ่งออกมาจากปากเจ้าเด็กนั่น ก่อนเด็กนั่นจะสำลักน้ำและไอเสียเสียงดังลั่น

 



“แค่กๆ ข้าอยู่ที่ไหน”

 



เด็กนั่นเอ่ยประโยคแรกของมันออกมา ข้าเลิกคิ้ว แทนที่จะเอ่ยขอบคุณผู้ช่วยชีวิตมันอันดับแรกมันดันเอ่ยออกมาเช่นนี้เสียได้ ข้าเลี่ยงไม่ตอบประโยคนั้นของมันและส่งสายตาแสดงเป็นคำกล่าวว่าตามีก็ดูเอาเอง เจ้าเด็กนั่นมองตามรอบตัวก่อนที่จะพุ่งหนีถอยหลังไปสุดชีวิตเมื่อเห็นมังกรตรงหน้า นิ้วชี้ของมันชี้ไปตรงหน้าข้าพลางตัวสั่นงกงัก ดูไปก็น่าขันเหมือนกัน

 


“มังกร มังกรมาอยู่นี่ได้ไง”

“สหายผู้ร่วมเดินทางของข้าเอง”

 


ข้าเอ่ยกับมัน เด็กนั่นทำหน้าไม่เชื่อ ไอริสย่อขนาดตัวกลายเป็นมังกรจิ๋วเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของข้า เด็กนั่นมองข้าสลับกับการณ์ประหลาดเมื่อครู่ก่อนที่มันจะร้องขึ้นมาอีกรอบ

 

“งั้นท่านคงเป็นนักเวทย์ใช่ไหม ได้โปรดรับฟังข้าด้วย”

 


ประโยคนั้นทำให้ข้านิ่วหน้า ดูท่าเจ้าเด็กนั่นจะเข้าใจผิดไปเองของมัน แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน แสดงว่าการแปลงกายของข้าสามารถตบตามนุษย์ทั่วไปได้


 

และถ้าหากมันรู้ว่าคุยกับใครอยู่ ข้าสงสัยเสียจริงว่ามันจะทำหน้ายังไงนะ

ข้ายิ้มนึกสนุกอยู่ในใจ แต่ปากก็เอ่ยตอบเจ้าเด็กนั่นไป โดยไม่คิดจะแก้ความเข้าใจผิดแม้แต่เล็กน้อย

 

“ใช่ ว่าแต่เกิดอะไรขึ้น เล่ามาสิ”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #2 sesil (@sesil) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 20:24

    เหมือนเรื่องแ่วนจะมาจากตรงนี้ซินะ~

    #2
    0