Demon story : บันทึกของจอมมารแห่งปราสาทลำดับที่ 11

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 588 Views

  • 17 Comments

  • 29 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3

    Overall
    588

ตอนที่ 21 : บทที่ 20 : ทางเข้าสู่ปราสาท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ก.พ. 62

บทที่ 20

 



ไลโอเนลมองก่อนที่จะยักไหล่

 

“งั้นก็ตามใจท่านก็แล้วกัน”

 

 



เจ้านักเวทย์นั่นเดินก้าวพรวดไปยังกลางสะพาน ที่ซึ่งกำแพงเวทย์ขวางกั้นเอาไว้อยู่ มันเดินผ่านไปโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย ก่อนที่จะกวักมือเด็กกับมังกรให้เดินตามมันเข้ามา ไม่วายเอ่ยคำเตือน

 



“เอเดน เดินช้าๆค่อยๆเข้ามานะ”

 



เจ้าเด็กนั่นพยักหน้ารับคำ ก้าวเท้าตามออกไปพร้อมกับไอริสที่นั่งอยู่บนไหล่ นางมังกรกลัดเข็มทับทิมสีแดงเข้ากับผ้าชิ้นเล็กๆติดตัวไปด้วย เจ้าเด็กนั่นพอเดินใกล้เข้ามาจุดที่เป็นเส้นแบ่งเขตแดน เจ้าไลโอเนลชี้ให้เดินช้าๆอย่างระมัดระวัง มันทำตามโดยก้าวเข้าไปอย่างช้าๆ ชั่วขณะหนึ่งแสงวูบวาบปรากฏอยู่ตรงไหล่ซ้ายที่นางมังกรนั่งอยู่ ข้ามองตามอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก

 


“หวาๆๆ”

 



เจ้าเด็กเอเดนนั่นเอ่ยเสียงหลงเมื่อเจอกับแรงต้านจากกำแพงที่มองไม่เห็นก่อนที่จะชะงักหยุดนิ่งไป นางมังกรเองก็มีท่าทีตื่นตระหนกเช่นกัน เมื่อได้ยินเสียงของกระแสไฟฟ้าไหลวนรอบตัวนาง ขณะที่ไลโอเนลตะโกนมาจากอีกฝั่ง

 

“ใกล้เข้ามาแล้ว ใช้สมาธิหน่อย”

 




เจ้าเด็กนั่นรู้สึกตัวก่อนจะพยักหน้ารับและเริ่มเดินหน้าอีกครั้ง ในครานี้แสงสีแดงจากเข็มกลัดทับทิมส่องสว่างขึ้นมาถนัดตา ในขณะที่คนที่ไร้เวทย์จะมองไม่เห็น สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคือแสงสีแดงอ่อนๆนั้นปกคลุมร่างของมังกรเอาไว้ ไอริสจึงไม่ได้รับอันตรายใดๆแม้นางจะมีท่าทีไม่ค่อยมั่นใจอยู่ก็ตามที ดูเหมือนว่าหากอยู่ในกำแพงเวทย์นั้นนางคงต้องคงร่างที่มีขนาดเล็กนี้ไปตลอดจนกว่าจะกลับออกมา เท่าที่อำนาจของอุปกรณ์ป้องกันเวทย์จะทำงานอยู่

 


เจ้าเด็กเอเดนนั่นหลับตาปี๋ก่อนที่จะเดินไปจนถึงจุดที่ไลโอเนลยืนอยู่ได้ในที่สุด นอกจากเรื่องแรงต้านของกำแพงเวทย์แล้ว ดูเหมือนว่ายังปลอดภัยครบทั้งสามสิบสองดีทั้งคนและมังกร ทั้งหมดถอนหายใจออกมาด้วยความโล่ง เจ้าเด็กนั่นก็ร้องออกมา

 



“เย้ ถึงแล้ว”

 

ยังไม่วายส่งเสียงโวยวายอีก

 

 



ทีนี้สายตาทั้งสามคู่หันมามองโดยมีเป้าหมายที่ข้าคนเดียว ข้าตอบกลับเจ้าพวกนั้น

“เออๆ รู้แล้วน่า”

 


ข้าถอนหายใจ มองกำแพงสีรุ้งตัดกับอากาศตรงหน้า มันดูสวยงามแต่ดูไม่น่าจะเป็นมิตรกับข้านัก นึกบ่นในใจว่าทำไมทุกอย่างจึงกลายเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นด้วย

 


พลันก้าวเท้าเผชิญหน้ากับกำแพงที่ว่านั่น

 



 

เมื่อก้าวเท้าเข้ามา ความรู้สึกอื้ออึงในหัวก็เกิดขึ้นมาฉับพลัน ราวกับโลกทั้งใบหยุดนิ่งลง แรงต้านเหมือนกับพยายามจะดีดสิ่งแปลกปลอมออกไปไกล ดูท่ามันจะมีผลกับพวกปิศาจอย่างที่เจ้านักเวทย์บ้านั่นพูดจริงๆ จนข้ารู้สึกหายใจติดขัด

 


ข้ามองภาพตรงหน้า เจ้าไลโอเนล เอเดน และไอริสยังคงยืนรออยู่ แต่เหมือนกับว่าภาพนั้นต่างออกไป มันดูพร่าเลือนราวกับพยายามกันข้าให้ออกไปจากสถานที่นี้ เวทย์ต้านนั้นรุนแรงมากกว่าที่ข้าคิด ข้าสูดลมหายใจก่อนที่จะตั้งสติก่อนที่จะพยายามเดินต่อไปข้างหน้าเรื่อยๆ

 



ความรู้สึกกดดันเข้าเริ่มจู่โจม ยิ่งเดินไปตรงหน้ามากเท่าใดก็เริ่มรู้สึกว่าร่างถูกแยกเป็นสองส่วน ดูเหมือนว่าพลังของข้าที่เคยมีอยู่มันจางหายไปกับอากาศที่พัดผ่าน

 


จนกระทั่งก้าวเท้าเข้ามาอยู่จุดที่สามคนนั้นอยู่ ข้าจึงรู้ตัวว่าผ่านกำแพงเวทย์มาแล้ว ไลโอเนลมองข้าอย่างแปลกใจ

 

“โห ไม่เป็นอะไรด้วยแฮะ”

 



เจ้านั่นเอ่ย ส่วนเอเดนมองอย่างงงๆไม่แน่ใจนักว่าเกิดอะไรขึ้น และไอริสมองข้าอย่างเป็นห่วง ข้าเหลือบมองกำแพงเวทย์ที่เดินผ่านมา จริงอยู่ที่ก้าวเท้าเดินมาที่นี่ใช้เวลาไม่นาน แต่ข้ารู้สึกเหมือนว่าการผ่านกำแพงครั้งนี้ใช้เวลาชั่วกัปชั่วกัลป์

 


และรู้สึกได้ว่าพลังที่ข้ามีนั้นลดหายลงไปถึงครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าแลกกับการโดนดีดหรือโดนทำลายหน้ากำแพงแล้ว นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดก็ได้


พลังที่หายไปนี่ อาจจะมีผลเป็นเช่นนี้ตราบเท่าที่ข้าอยู่ในปราสาท นั่นหมายความว่าข้าต้องระมัดระวังตัวเพิ่มมากขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว คงจะเสกหอกไฟหรือร่ายเวทย์เล่นเพื่อความสนุกส่วนตัวไม่ได้ตราบเท่าที่ยังอยู่ในบริเวณนี้


ช่างน่ารำคาญนัก...



 

“ขอบคุณจริงๆที่สร้างของไม่เข้าเรื่อง”

 

ข้าเอ่ยประชดกับเจ้าไลโอเนล มันหัวเราะตอบ

“แหม ก็มันต้องป้องกันปราสาทนี่นะ ผ่านมาได้ก็ดีแล้ว ไปกันเถอะ เดี๋ยวข้าจะนำทางไปหาท่านกษัตริย์ธีโอดอร์เอง”

 


ไลโอเนลเอ่ยแล้วนำทางไป ระยะของสะพานยาวประมาณเกือบสามร้อยเมตร ตัดผ่านทะเลสาบขนาดใหญ่ พวกเราเดินมาได้ถึงกลางสะพาน เมื่อมองไปตรงหน้า ประตูทางเข้าพระราชวังซึ่งสลักลายอันวิจิตรนั้นมีทหารสองนายยืนเฝ้าอยู่ พวกนั้นทำความเคารพเมื่อเห็นเจ้าแว่นที่เดินนำหน้า ข้ามองตาม ดูท่าตำแหน่งมันเองก็ใหญ่โตใช่น้อยๆ ติดอยู่ที่ชอบทำตัวแปลกประหลาดนี่แหละ ทหารพวกนั้นซึ่งดูจะสังกัดกองอัศวินของแคว้นลาเซียก้มหัวพลางเอ่ยทักทายเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามา

 


“ท่านไลโอเนล หายไปเสียนาน องค์ราชาธีโอดอร์กำลังรอข่าวจากท่านอยู่”

 

หนึ่งในนั้นเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงขึงขัง ไลโอเนลพยักหน้ารับพร้อมเอ่ยตอบกลับไป

 

“มีธุระต้องสะสางนิดหน่อย เดี๋ยวข้าไปแจ้งข่าวกับองค์ราชาเอง อ้อ แล้วนี่อาคันตุกะขององค์ราชาธีโอดอร์ ให้พวกเขาผ่านเข้าไปด้วย”

 

เจ้าแว่นไลโอเนลเอ่ยแนะนำพลางชี้มาทางพวกข้า เจ้าพวกทหารนั้นทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย พลางสำรวจไปทั่ว เอาเถอะ ปกติหากเข้าพระราชวังแล้วมีแขก ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นขุนนางหรือเชื้อพระวงศ์จากแคว้นอื่นๆล่ะนะ ประเภทนักเวทย์ธรรมดา มนุษย์เดินดินธรรมดา คงเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าแปลกใจ อ้อ แต่ที่น่าจะสร้างความแปลกใจให้มากกว่าก็น่าจะเป็นมังกรขนาดย่อส่วนบนไหล่ของเด็กมนุษย์เดินดินธรรมดา เพราะเจ้าทหารพวกนั้นจ้องเขม็งเหมือนกับจะจับผิดเสียอย่างไรอย่างนั้น


เหมือนกับกำลังชั่งใจว่าจะปล่อยผ่านให้เข้าไปหรือไม่ดี


 

จนเจ้าไลโอเนลเอ่ยปากต่อ

“นั่นเป็นสัตว์เลี้ยง มันคล้ายมังกรนิดหน่อย แต่ความจริงแล้วไม่มีภัยอะไรหรอก ไม่กัดด้วยนะ”

 

ไลโอเนลยิ้ม แต่ข้าเห็นไอริสแผ่รังสีอาฆาตออกมาชัดเจน ดูท่าว่านางคงเก็บบัญชีเอาไว้คิดคืนในภายหลัง พวกทหารยามต่างมองหน้ากัน เมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีอันตรายใดๆ พวกนั้นเลยเปิดทางให้


 

“งั้นพวกท่านผ่านเข้าไปได้”

 


ไลโอเนลยิ้มรับ ก่อนพาพวกเราทั้งสามเดินเข้าไป คล้อยหลังพวกนั้นเจ้านักเวทย์แว่นถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ

 

“เฮ้อ ปกติพวกเขาไม่ค่อยเข้มงวดกับเรื่องนี้นักหรอก แต่ว่าเหตุการณ์ไม่ดีหลายอย่างเกิดขึ้น พวกเราเลยจำเป็นต้องระมัดระวังตัว”

 


ข้าเหลือบมองข้อมูลที่ได้มาใหม่อย่างแปลกใจ เอ่ยถามต่อ

“เหตุการณ์ไม่ดีเรื่องอะไรบ้าง”

 


ดวงตาสีเขียวเข้มของเจ้าแว่นเหลือบมองครู่หนึ่ง เจ้านั่นหาวพลางเอ่ยอย่างเกียจคร้าน

“เรื่องนั้นท่านฟังจากปากองค์ราชาธีโอดอร์เอาเองแล้วกัน”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น