Demon story : บันทึกของจอมมารแห่งปราสาทลำดับที่ 11

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 590 Views

  • 17 Comments

  • 29 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5

    Overall
    590

ตอนที่ 19 : บทที่ 18 : ช่วงเวลาพัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 ม.ค. 62

บทที่ 18

 



 

ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าพลังของข้าจะกลับมาครบ จนกระทั่งล่วงมาถึงวันที่สอง

 



ข้าเหลือบมองดูแผลของตนเองผ่านกระจก เผยให้เห็นรอยมีดสีแดงยาว เอาเถอะ สักวันเดี๋ยวมันคงจางหาย ส่วนไอริสที่ได้รับบาดเจ็บนั้นฟื้นมาเมื่อวันก่อน นางดูสบายดี เหมือนกับว่าพอได้พักยาวแล้วนางเองก็ได้รับการฟื้นฟู นางมังกรเลยแข็งแรงอย่างที่เห็น

 


ข้าถอนหายใจ การเดินทางมาถึงที่นี่ไม่ควรจะเหน็ดเหนื่อยถึงขนาดนี้ หากเป็นสมัยเมื่อก่อนข้าคงกระทำตามใจชอบของตนเองไปนานแล้ว

 

 



ไลโอเนลนั่งมองนางมังกรอยู่อย่างนั้น ดูท่าจะแปลกใจกับสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างหาได้ยากในแคว้นลาเซียแห่งนี้ ไอริสนั้นดูไม่ค่อยสบอารมณ์กับนักเวทย์เท่าใดนัก จากที่เจ้าเอเดนเอ่ยปากเล่ามา เหมือนว่าตอนต่อสู้ ไลโอเนลยิงลำแสงเฉียดหัวนางไปหลายครั้งอยู่เหมือนกัน แม้ไม่ได้ตั้งใจก็ตามที

 

 



ข้ามองไปอีกฟากของห้อง เจ้าเด็กเอเดนยังคงขนเสบียงมันมาเยอะแยะชวนให้ขมวดคิ้ว นี่จะเข้าเขตพระราชวังอยู่แล้วมันยังคงทำตัวเหมือนเตรียมเสบียงไปสำรวจชายป่าเสียอย่างไรอย่างนั้น

 

แต่คิดอีกทีปล่อยให้มันนั่งจัดของยังดีกว่าปล่อยให้มันถามซอกแซก

 

 



เพราะช่วงเวลาพักสองวันที่ผ่านมามันเอาแต่ถามว่าทำไมข้าถึงไปรู้จักกับกษัตริย์ของแคว้นนี้ได้ หรือไม่ก็ถามเรื่องราวเกี่ยวกับแคว้นทั้งในแคว้นนี้และแคว้นอื่น ซึ่งข้าขี้คร้านจะตอบมัน

 

 


เพราะสองวันที่ข้าพักผ่านไปกับหนึ่งร้อยแปดคำถามที่จะสรรหาของเจ้าเด็กนี่ สลับกับเจ้าแว่นนักเวทย์นั่นเหงาปาก ไม่มีคนกวนโอ๊ยด้วยเลยกวนประสาทข้าราวกับว่าไม่มีงานทำ โชคยังดีที่นางมังกรพอตื่นมาก็พอจะรู้สึกรำคาญเหมือนข้าอยู่บ้าง เพราะบางทีที่ข้าปิดปากเงียบไม่โต้ตอบบางครั้ง มันก็หันไปคุยกับมังกรแทน ในบางครั้งที่ไลโอเนลพูดมากเกินไปก็จะโดนไอริสคาบคอเสื้อแล้วโยนออกไปนอกห้องเพื่อเนรเทศ

 



อืม ถ้านางจะเอ็นดูเจ้าเด็กเอเดนให้เท่ากับไลโอเนลบ้างข้าจะรู้สึกขอบคุณมาก เพราะข้ารู้สึกสองคนนี้เวลาอยู่รวมกันในห้องแล้วข้าไม่อาจหาความสงบสุขได้เลย

 



โชคดีที่วันนี้พลังข้าฟื้นมามากพอแล้ว จะได้ไม่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในห้องเสียที เอาจริงๆข้ารู้สึกเบื่อนิดๆกับการโดนกับดักเวทมนตร์ของตัวเองเข้าตัวเสียเอง เรียกได้ว่าสุดท้ายข้าทนความรำคาญไม่ไหว ในที่สุดก็เลยใช้เวทย์ร่ายเพื่อทำลายกับดักตัวเองจนได้

 



ข้าปล่อยให้ไลโอเนลมันบ่นเสียดายของมันไปเพราะข้าไปเผากระดาษที่เจ้านั่นใช้ ถ้านับกระดาษกับดักเวทย์ที่เหลืออยู่แล้ว ข้าเหลือติดตัวเพียงแค่หนึ่งแผ่นเท่านั้น ส่วนอีกหนึ่งแผ่นเจ้าไลโอเนลขโมยกลับไปเป็นของมัน แต่เอาเถอะ ที่ปราสาทของข้ามีอีกเยอะแยะ ไม่ใช่ของที่ต้องหวงอะไร

 


ไอ้ของที่หวงคือเข็มกลัดทับทิมที่เอเดนได้ไปนั่นแหละ หรือพูดให้ถูก ไลโอเนลขโมยเอาไปให้เจ้าเด็กนี่อีกที

 



มันเป็นของกันเวทแต่เดิมที่ข้าได้มา เอาจริงๆข้าพยายามหาทางเอามันคืนอยู่ แต่พอพยายามที่จะหยิบคืนหรือทำอะไรสักอย่าง กระแสไฟฟ้าจากตัวเครื่องรางเองก็ทำงานของมันทันทีราวกับเจ้าของๆมันเองไม่รับอนุญาตให้แตะต้อง หรือพอข้าพยายามแย่งคืนเจ้าเข็มกลัดนั่นก็ร้อนเหมือนกับไฟลวกมือขึ้นมาในทันที และไลโอเนลที่เห็นก็หัวเราะใส่

 


“เวทย์ข้าทำลายไม่ได้ง่ายๆหรอกน่า ข้าเชี่ยวชาญเวทย์ป้องกันกับเวทย์รักษาเป็นพิเศษนะ”

 



ข้าถลึงตามองมัน เจ้านักเวทย์บ้านั่นก็เริ่มพูดกวนโอ๊ยอีกรอบ

“ไหนลองขอร้องดีๆหน่อยสิ พูดเสียงหวานๆด้วยนะ”

 



เช่นนั้นบทสนทนาก็เป็นอันจบลง พร้อมกับข้าที่ยิ้มแสยะตอบมันพร้อมกับอัญเชิญหอกไฟขึ้นมาสามอันเพื่อพุ่งใส่มันตรงๆ หวังให้ตายกันไปข้างหนึ่ง

 




 

 




สุดท้ายแล้ว พวกเราทั้งหมดก็พากันออกจากที่พักในเขตเมืองหลวง ด้วยสภาพที่ไม่น่าดูเท่าไหร่นัก

 



เสียงตะโกนโวยวายของชาวเมืองดังขึ้นไม่หยุดปาก พูดต่อๆกันว่าที่โรงแรมตรงชานเมืองเกิดไฟไหม้ พวกนั้นวิ่งหาน้ำมาดับกันให้จ้าล่ะหวั่น

 

 


ขณะที่ข้า ไลโอเนล เจ้าเด็กเอเดนที่มีไอริสเกาะไหล่เดินออกมา ไลโอเนลผิวปากมองเปลวเพลิงค่อยๆลามส่วนบนหลังคาของโรงแรมเหมือนกับชมวิวสักอย่าง พลางหันมามองที่ข้า

 


“ทำเกินไปหน่อยนะ”

 

 

“เพราะแกนั่นแหละ!

 

ข้าเอ่ยตอบทันทีทันควัน สาเหตุต้นเพลิงนั้นคงไม่ต้องบอกว่ามาจากที่ไหน เพราะเจ้าไลโอเนลสร้างกำแพงเวทย์ทันก่อนที่หอกไฟจะโดนมันพอดีทั้งหมดเลยถูกสะท้อนออกไป หอกไฟอันแรกเลยทะลุหลังคาโรงแรม อีกอันวิ่งไปโดนสัมภาระที่เจ้าเด็กเอเดนจัดไว้อยู่ ส่วนอันสุดท้ายวิ่งออกไปนอกหน้าต่าง จะไปตกที่ไหนก็สุดความคิดที่ข้าจะรู้ได้

 



“ตู้ม”

 

เสียงระเบิดไล่หลังมา พร้อมๆกับเสียงชาวเมืองอีกกลุ่มตะโกนบอกต่อๆกัน

 



“มีลูกไฟตกกลางตลาด รีบหาน้ำไปดับ เร็วๆเข้า”

 


พวกชาวเมืองพากันกรูกันไปตามที่เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวาย ส่วนข้าได้แต่ถอนหายใจกับตัวเอง เจ้าเด็กเอเดนทำตัวไม่ถูก และไลโอเนลที่ยิ้มมองหลังคาโรงแรมก่อนที่จะเอ่ยขึ้นมา

 


“ยังดีนะ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ช่วยถอยไปหน่อย แถวนี้น่าจะซ่อมได้อยู่”

 



ไลโอเนลเอ่ย ส่วนพวกข้าได้แต่มองด้วยความแปลกใจ เจ้าแว่นนั่นเอ่ยร่ายเวทย์ขึ้นมา แสงสีทองปรากฎรอบๆตัวของมัน ก่อนพุ่งไปยังสิ่งก่อสร้างเป้าหมาย

 


ไฟที่ลามเลียหลังคาอยู่พลันดับ เศษอิฐกระเบื้องที่แตกหักไปแล้วค่อยๆสมานตัวกันกลับไปประกอบเหมือนเดิม เหมือนไม่มีความเสียหายอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ข้าเหลือบมองมันด้วยความแปลกใจ พอๆกับเจ้าเด็กเอเดนที่เอ่ยชมขึ้นมาว่าสุดยอด เจ้าแว่นนักเวทย์นั่นยิ้มกวนตอบ

 



“บอกแล้วว่าถนัดเวทย์ป้องกันกับรักษา โจมตีพอได้บ้างนิดหน่อย ข้ารักษาได้หมดแหละไม่ว่าสิ่งของหรือมนุษย์ อืม แต่ถ้าพังหนักก็ใช้เวลาเยอะหน่อยล่ะนะ”

 



ข้าเหลือบมองมันพลางคิดแผนในใจ จะฆ่าเจ้านี่คงไม่ง่ายอย่างที่คิด เหมือนไอริสรู้ว่าข้าจะคิดอะไรโดยมองจากสีหน้าที่เหี้ยมเกรียมเหมือนจะเตรียมซัดลูกไฟต่ออีกสักยกสองยก นางกระโดดจากไหล่เอเดนขึ้นมาพลางเอาหางฟาดหลังข้าให้ได้สติ

 


“ไม่ทำหรอกน่าไอริส”

 


ข้าเอ่ยกับมังกร นางเหลือบมองข้าพลางถอนหายใจ เจ้าไลโอเนลมองไม่ออกว่าข้าคิดอะไรอยู่ ไม่วายมันเอ่ยขึ้นมาอีกประโยค

 




“แต่ถ้าจะสู้กันไม่ทำของพังดีกว่าล่ะนะ ถ้าท่านอยากจะสู้กับข้าเมื่อไหร่ก็ชวนมา เดี๋ยวข้าหาที่พาไปสู้ในที่ลับตากันสองต่อสองเอง รับรองจัดให้ถึงใจเลยแน่นอน”

 


ยังไม่ทันที่ข้าจะทำท่าหงุดหงิดกับประโยคสองแง่สองง่ามใส่มัน ในช่วงเวลาเสี้ยววินาทีไอริสก็กระโดดจากไหล่ข้าไปที่เจ้าเด็กเอเดนอย่างรวดเร็ว ข้าก็ได้ยินเสียงมังกรเอาหางฟาดหัวเจ้าแว่นเต็มๆนั่นทำให้ข้ารู้สึกสะใจที่สุดเมื่อเห็นเจ้าไลโอเนลล้มถลาลงไปที่พื้น ข้ามองไอริสใช้เท้าของนางที่ปิดหูเจ้าเด็กเอเดนนี่ไว้ เจ้าเด็กนั่นทำหน้างุนงง

 



“หืม คุยอะไรกันเหรอ ไอริสปิดหูข้าทำไมล่ะ”

 



เห็นแล้วชักจะรู้สึกอ่อนใจชอบกล เริ่มรู้สึกอยากจะกลับปราสาทแล้วไปใช้ชีวิตอย่างสงบเร็วๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น