Demon story : บันทึกของจอมมารแห่งปราสาทลำดับที่ 11

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 590 Views

  • 17 Comments

  • 29 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    590

ตอนที่ 15 : บทที่ 14 : การต่อสู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 ม.ค. 62


บทที่ 14

 



 

เมื่อนางเอ่ยจบ เวทแห่งความมืดก็พุ่งตรงมาหาทันที ตามคำสั่งนายของมัน

 



ข้าสะบัดมือครั้งหนึ่ง เปลวเพลิงพลันกลายเป็นกำแพงป้องกันพวกเงาดำขนาดใหญ่ไม่ให้ฝ่าวงล้อมมาได้ พวกมันล่าถอยไปครู่หนึ่งก่อนที่จะทำในสิ่งที่ข้าไม่คาดคิด

 


เงามืดค่อยๆดูดกลืนเอาเวทไฟของข้าเข้าไปและค่อยๆขยายร่าง ราวกับจะสูบพลังก็มิปาน

 

 


 

ข้าพอมีโอกาศหลบอยู่บ้างก็กระโดดถอยออกมาเมื่อเห็นว่าพลังที่ใช้ไม่ได้ผล ดีไม่ดีกลับกลายเป็นเสริมพลังให้ฝ่ายศัตรู ขณะที่เงานั่นเริ่มเข้ามาโจมตีไม่หยุด

 

“ยุ่งยากจริงนะ”


 

ข้าเอ่ยบ่นพลางหลบ การต่อสู้เช่นนี้ไม่ใช่วิสัยที่ข้าถนัดนัก แต่ทำไปเพื่อถ่วงเวลา คงไม่ดีแน่ๆหากปล่อยให้คู่ต่อสู้ของข้าไล่ไปถึงจุดที่พวกมนุษย์วิ่งชุลมุนอยู่ เพราะในขณะเดียวกันทางด้านหลัง ข้าเห็นเปลวเพลิงใกล้กำแพงเมือง ดูท่าไอริสเองก็เริ่มเช่นกัน ไฟของนางคือสัญญาณเตือน ดูท่าพวกหมาป่านั่นก็กำเนิดจากเวทมืด พวกมนุษย์ธรรมดาไม่มีทางจัดการได้ นางมังกรจึงต้องออกโรง

 



ถ้านางปลอดภัย เจ้าเด็กนั่นก็น่าจะปลอดภัยดี พร้อมกับคนที่เหลือ

และนางน่าจะเจออุปสรรคเฉกเช่นเดียวกับข้า ที่เวทมืดบ้าๆนี่ดันดูดกลืนพลังเวทอื่นๆมาเป็นของตัวเองได้

 



แต่นางน่าจะมีวิธีแก้ปัญหาแบบมังกรๆ แบบเอาหางฟาดแล้วเสียบพวกนั้นไปทีละตัว พาบินขึ้นฟ้าแล้วปล่อยร่างให้ตกลงมา น่าเสียดายที่ข้าไม่ได้อึดถึกทนเช่นนั้น คงหวังอะไรทางกายภาพกับจอมมารที่นั่งกิน นอน แล้วก็เอาแต่หลับในปราสาทได้ยาก นั่นทำให้ข้าเริ่มที่จะเสียใจกับชีวิตที่ผ่านมานิดๆ

 



คงได้แต่ต้องใช้ทุกสิ่งเท่าที่มีอยู่

 



ข้าร่ายเวทอีกครั้ง คราวนี้เปลวเพลิงรอบตัวพลันสว่างวาบราวกับทุกอย่างถูกห่อหุ้มด้วยลูกไฟขนาดใหญ่ นางแม่มดผู้นั้นกระโดดถอยออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงโดนเพลิงตามผลาญ ข้าเหลือบมองนาง หากเป็นคนธรรมดาคงจะไหม้เป็นเถ้าถ่านคากองเพลิงไปเสียแล้ว แต่ทันทีที่โซ่ไฟทิ้งบาดแผลไฟไหม้ให้กับนางและนางกระโดดหลบไปทางอื่น แผลของนางค่อยๆฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ ราวกับการโจมตีของข้าไม่เป็นผล

 


“กะแล้วเชียว”

 

ข้าเอ่ยกับตนเอง การฟื้นฟูตัวเองได้จัดเป็นเวทระดับสูงมากประเภทหนึ่ง โดยเฉพาะกับเวทแห่งความมืดแล้ว เวทประเภทนี้ใช่สิ่งที่จะทำลายได้ง่ายๆ เว้นเสียแต่ผู้ที่มีเวทแสงสว่างเท่านั้นถึงจะปราบนางลงได้ หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คือตัดหัวนางทิ้ง ก่อนที่นางจะฟื้นฟูตัวเองทัน ไม่เช่นนั้นก็ได้แต่สู้และถอยร่นไปพลางๆเท่านั้น

 


อุตส่าห์ทำสถิติไม่ฆ่าล้างใครมาได้ห้าสิบปี ดูท่าจะได้สิ้นสุดกันวันนี้

ข้าพร่ำบ่นในใจกับตัวเลือกที่มีอยู่น้อยนิดและช่วยได้ไม่มากนัก 


 

 

ในขณะเดียวกันอีกทางด้านหนึ่ง เงาดำนั่นค่อยๆดูดกลืนเวทย์ไฟที่เหลือของข้าก่อนจะกลายร่างเป็นหนามแหลม พลางตามไล่มาเรื่อยๆ ข้าเหลือบมองสตรีผู้สั่งการอยู่ด้านหลัง นางร่ายคำอย่างมีสมาธิ ข้าบังคับเวทไฟที่ยังพอมีอยู่ในมือ พลางปามันออกไปอย่างรวดเร็ว

 

 

หอกเพลิงฝ่าอากาศไปยังเป้าหมาย นางแม่มดโยกหลบ เอ่ยกลับอย่างท้าทาย

“โจมตีได้เพียงเท่านี้เองเหรอ”

 


ข้าไม่สนประโยคนั้น พลางดีดนิ้ว หอกที่โจมตีพลาดไปนั่นพลันฉวัดเฉวียนย้อนกลับมาอีกครั้ง ราวกับอาวุธที่ไล่ล่าศัตรูด้วยตัวมันเอง และคราวนี้กลายเป็นนางที่ต้องเป็นฝ่ายหลบบ้าง

 


แต่เสียงคำรามดังขึ้นมาทำให้ข้าถอยไปยังจุดที่ปลอดภัย ก่อนที่จะเห็นได้ว่าลูกสมุนของนางนั้นร้ายกาจมากเพียงใด

 


เวทย์มืดที่รวมตัวกลายเป็นอสูรกายขนาดใหญ่ ดูท่ามันกินเวทเพลิงข้าไปจนอิ่มจนสามารถขยายร่างได้ถึงขนาดนี้ มันเริ่มวิ่งและเคลื่อนไหวโดยพยายามจะจัดการกับหอกเพลิงที่บินไปมากลางอากาศซึ่งเป็นภัยกับนายของมัน ข้าร่ายเวทอีกครั้ง คราวนี้หอกเพลิงมาอีกสามอัน ข้าสั่งให้มันหลีกเลี่ยงเจ้านั่น แต่ไปจัดการกับนายของมันโดยตรงแทน

 


“ล่อมันไปทางนั้น”

 


ข้าควบคุมหอกนั่นเพื่อเจ้าตัวประหลาดวิ่งไล่ตามไป ก่อนที่มันจะหยุดชะงักเพราะติดอะไรบางอย่าง


กระดาษสีขาวเรืองแสงขึ้นมาในความมืด พร้อมกับขังมันไว้ในกำแพงที่มองไม่เห็น กับดักเวทมนตร์ที่เอ่ยร่ายขึ้นมา

 


 

สตรีคู่ต่อสู้ของข้าดูจะแปลกใจเช่นกันที่จู่ๆสมุนของนางที่สร้างมาจากเวทมืดกลับหยุดนิ่งไม่ขยับขึ้นมาเสียเฉยๆ ข้าเลยถือเป็นโอกาสดีที่นางไม่ทันได้ระวัง บังคับหอกเพลิงให้จัดการนางอย่างรวดเร็ว นางล้มลงไป พร้อมๆกับลูกสมุนเวทมืดนั่นสลายไปด้วย ข้าถอนหายใจ

 


ดีที่สามารถจบได้อย่างง่ายดาย แต่คงเป็นภาพที่ไม่น่าดูนัก

 



ข้าสาวเท้าไปใกล้กับร่างของนาง ดูจากสภาพแล้วนางคงไม่มีโอกาสร่ายเวทใดๆได้อีก นั่นหมายความว่าเรื่องวุ่นวายต่างๆในคืนนี้จะจบสิ้นลงไปเสียที ข้าหันหลังเพื่อเดินกลับไป และโดยไม่ทันตั้งตัว มือขาวซีดนั่นพร้อมกับร่างไร้วิญญาณนั่นกลับขยับพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

ความเจ็บแปลบเกิดขึ้นที่กลางหลัง ข้าสะบัดร่างนั้นออกไป มีดขึ้นสนิมอาบเลือดนั่นถูกปัดกระเด็นออก ข้ามองเขม็งร่างนั้น นางค่อยๆสลายกลายเป็นฝุ่นผง เสียงร้องแหลมดังชวนให้แสบแก้วหู


"ฮ่าๆ ประมาทจนได้นะ"

 

 

ข้าเหลือบมองอย่างเกลียดชัง ไม่ทันคิดได้ว่านางทิ้งร่างปลอมเอาไว้ในตอนต่อสู้กับหอกไฟในตอนสุดท้าย และนางตบตาข้าได้อย่างแนบเนียนจนไม่ทันได้สังเกตเห็น

 

ชั่วขณะหนึ่งข้าได้ยินเสียงหัวเราะอย่างมีชัยของนางดังก้องอยู่ในหัว

 



“สู้กับท่านก็สนุกดี เราคงได้เจอกันใหม่ ถ้าท่านยังรอดไปได้น่ะนะ”

 


ความร้อนค่อยๆลามไปทั่วร่าง ข้าทรุดลงไม่สามารถขยับตัวได้ สิ่งสุดท้ายที่มองเห็นคือมีดที่โจมตีตอนท้ายนั่น มันสลักถ้อยคำสาปเอาไว้

 


และสติข้าก็ดับวูบลง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น