Demon story : บันทึกของจอมมารแห่งปราสาทลำดับที่ 11

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 589 Views

  • 17 Comments

  • 29 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    4

    Overall
    589

ตอนที่ 14 : บทที่ 13 : เงาอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 ม.ค. 62


บทที่ 13

 




นางคงยืนนิ่งราวกับคำสั่งที่เอ่ยจากปากไม่มีผลอะไรกับนาง แม้นั่นเป็นคำสั่งเพื่อปลิดชีพพวกมนุษย์ก็ตามที ส่วนข้ามองตามทิศเบื้องหลังที่หมาป่ากระโจนออกไป

 




ความมืดทำให้มองไม่เห็นภาพชัดเจนนัก แต่เพียงไม่กี่นาทีถัดมา เสียงหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวของมนุษย์ก็ดังขึ้นระงมพร้อมๆกับเสียงตะโกนอย่างแตกตื่น ข้ามองตามพลางก้าวเท้าจะเดินถัดไป หากแต่เวทบางอย่างกลับเข้าขัดขวางเสียก่อน เวทที่ข้ารู้จักดีตั้งแต่เริ่มเห็นครั้งแรกที่หมู่บ้านนั้น

 


เงาสีดำล้อมข้าไว้ เป็นสัญญาณเตือนเชิงว่าหากก้าวเท้าไปอีกก้าวเดียว พวกมันจะโจมตีโดยไม่รีรอ

 

และเจ้าของเวทนั้นคือสตรีผู้ยืนอยู่ตรงหน้า

 

 


 

“เจ้าต้องการอะไร”

 

ข้าเอ่ยถามนางไปตามตรง นางเพียงแค่ยิ้มก่อนจะเอ่ยเล่าเรื่องราวออกมา

 



“ว่ากันว่าในบรรดาเผ่าพันธุ์ปิศาจนั้น ว่ากันว่ามีปิศาจจากต่างแดนตนหนึ่งย้ายมายังดินแดนนี้ เพื่อคอยจับตามองและแอบช่วยเหลือพวกมนุษย์อยู่”

 

ข้าเลิกคิ้ว นางยิ้มตอบราวกับว่านางรู้เรื่องราวข้าดีอยู่แล้วพลางมองปฏิกิริยาของข้าอย่างไม่แปลกใจนักพลางกล่าวเอ่ยต่อ

 



“ว่ากันว่าในบรรดาพวกที่อยู่ในแคว้นนี้พวกนั้น ท่านน่าจะเป็นคนที่เสี่ยงจะรู้แผนการของพวกเราดีที่สุด หลังจากสืบหาท่านมานาน ไม่มีผู้ใดเอ่ยถึงจอมมารในปราสาทที่ไม่มีใครรับรู้นั่น ในที่สุดท่านก็เริ่มเคลื่อนไหวทำให้ข้าติดตามจนได้”

 

“นี่เจ้าจับตาดูพวกปิศาจระดับจอมมารอยู่อย่างนั้นเหรอ”

ข้าเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

 


“ก็เป็นเช่นนั้น แต่หลังจากหลายปีที่ข้าปล่อยเวลาให้สูญไปอย่างเปล่าประโยชน์ ข้าก็คิดได้ว่า ไยต้องรอให้ท่านปรากฏตัวขึ้นมาเล่า สู้ออกมาไล่ล่าเองมิดีกว่าหรือ”

 

นัยน์ตาสีฟ้าซีดของนางวาววับราวกับสนุกกับอะไรบางอย่าง นางเอ่ยต่อโดยไม่รู้สึกรู้สาต่อสิ่งใด

 



“อันที่จริงแล้ว ท่านน่ะซ่อนตัวเก่งมาก ท่านเซเนธ ด้วยเหตุนี้เองข้าจึงไล่ต้อนจอมมารตนอื่นโดยเริ่มตั้งแต่ลำดับที่สิบแล้วไล่ขึ้นมา อันที่จริงแล้ว ข้าก็กะจะล่าพวกนั้นฆ่าเวลาอยู่แล้ว แต่ที่หมู่บ้านนั่นข้าไม่นึกว่าท่านจะปรากฎตัวออกมาเร็วถึงเพียงนั้น”

 

ข้าเหลือบมองนาง ดูท่านางจะมองปิศาจตนอื่นๆเป็นแค่หมากตัวหนึ่ง และฝีมือที่จัดการกับระดับจอมมารได้ถึงขนาดนั้นนับว่านางเป็นนักเวทย์ที่น่ากลัวเอาเรื่องอยู่

 



และเท่าที่ข้ารู้ จอมมารปราสาทลำดับเก้าและลำดับสิบเองก็มีฝีมือใช่น้อย

เป็นที่แน่ชัดว่าโดนเวทมืดของสตรีที่อยู่ตรงหน้าจัดการเสียจนย่อยยับ





“พูดถึงเรื่องราวที่ท่านแอบช่วยเหลือพวกมนุษย์แล้วข้าไม่แปลกใจนัก จากเรื่องที่ได้ยินมาแล้วท่านเลือกจะเดินทางมากับมนุษย์ นั่นน่ะเหมือนเปิดเผยตัวท่านได้ดีเยี่ยมเชียวล่ะ”

 

“รู้เยอะเสียจริงนะ”


ข้าเอ่ยประชด แต่มองนางอย่างระมัดระวัง น่าประหลาดยิ่งที่ข้าหลบหายไปจากฝั่งมนุษย์และฝั่งปิศาจไปเสียนาน แต่ยังมีผู้จดจำได้อยู่

 

จนกระทั่งถูกสะกดรอยตามได้

นางมองข้าราวกับจะอ่านใจ ก่อนจะเริ่มเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง



 “ท่านเองก็เหมือนกับข้า เป็นผู้จับตามองความเคลื่อนไหวทุกอย่างในแคว้นนี้ และในบรรดาคนทั้งหลาย ท่านคือผู้ที่เสี่ยงทำลายแผนการของเรามากที่สุด”


สตรีตรงหน้าเอ่ย

 


 

“แผนการนั่น หมายถึงแผนที่ทำลายสัญญาสงบศึกของปิศาจกับมนุษย์สินะ”

“ใช่แล้ว ท่านรู้ไวดีนี่”

 

นางเอ่ยอย่างชื่นชม แต่แววตาไม่ได้ยิ้มด้วยแม้แต่น้อย ข้ามองแล้วเอ่ยต่อ


“แล้วทำไปเพื่ออะไร”

 

นางม้วนผมของตน ยิ้มเล็กน้อย

“ในบรรดาความสงบสุขที่พวกท่านได้มานั้น ใครหลายๆคนก็ไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งนั้น”

 


ในครานี้สายตาสีฟ้าซีดของนางจับจ้องมาที่ข้าโดยตรง ยิ้มอย่างเยือกเย็น

 

“ยกตัวอย่างเช่น ผู้นำของข้า อิวาเลียส ดิเอเวียร์ ชื่อนี้ท่านก็น่าจะคุ้นหูอยู่นะ”

 


 

 

นางเอ่ยเรียบ แต่ข้ายืนนิ่งพลันรู้สึกว่าเลือดในกายพลันเย็นเฉียบไปหมด

 

ชื่อในความทรงจำเด่นชัดขึ้นมา

 

 

 

อิวาเลียส ดิวาเรีย

 


 

มนุษย์คนหนึ่งที่เกือบจะกลายมาเป็นหนึ่งในครอบครัวของข้า ถ้าหากว่าเหตุการณ์ไม่ตาลปัตรไปเสียก่อน

 

 


เขาเคยเป็นนักเวทย์ที่ทรงพลังที่สุดของอาณาจักรเทรีนอันห่างไกล หลังจากพบสตรีนางหนึ่ง พวกเขาก็เริ่มตกหลุมรักซึ่งกันและกัน เรื่องราวอาจจะไม่แปลกประหลาด หากสตรีนางนั้นไม่ใช่พี่สาวของข้า-- ดาริน่า เอเดียร์

 

นางเป็นพี่สาวผู้งดงาม แต่อยู่ในความทรงจำของข้าอันน้อยนิด ข้าจำได้แต่เพียงยามข้ายังเยาว์วัย พี่สาวก็จากไป เพราะหลงรักชายชาวมนุษย์

 

พวกเขาก้าวข้ามอุปสรรคหลายอย่าง จนได้อยู่คู่กันในที่สุด

 

 

 

เรื่องราวควรจะจบลงที่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข หากเสียแต่ไม่เป็นเช่นนั้น

 

 

 

เพราะสิ่งที่อิวาเลียสตกหลุมรักไม่ใช่ตัวนาง แต่เป็นพลังเวทของนาง

เพราะว่ามนุษย์ที่ใช้เวทนั้นอายุสั้น สิ่งที่ชายผู้นั้นเฝ้าหาคือพลังเวทและความเป็นอมตะยั่งยืน

 

 

สิ่งเดียวที่ข้ารู้คือชายผู้นั้นพยายามจะดึงพลังเวทอันแข็งแกร่งของนางเพื่อเอามาเป็นของตน และเขาทำสำเร็จ ทิ้งร่างไร้วิญญาณของพี่ราวกับไม่เหลือสิ่งใดให้ทอดมอง หลังจากได้รับพลังเวทจำนวนมากขนาดนั้น ระดับเดียวกับจอมมารในหมู่ปิศาจ ผสมกับเวทเดิมที่เขาเคยมีอยู่แล้ว ทำให้พลังเขามหาศาลมากขึ้นไปอีก เขาเริ่มก่อการใหญ่ เริ่มการสงคราม จุดเริ่มต้นความวุ่นวายของทุกอย่างกำเนิดมาจากชายผู้นี้

 

เขากระหายในพลังที่ไม่สิ้นสุด เขาช่วงชิงพลังเวทจากทุกหมู่เหล่าที่เขาสามารถจะช่วงชิงได้ ไม่ว่ามนุษย์ ปิศาจ เผ่าพันธุ์อื่นๆ ผู้ใดที่เข้าร่วมกับเขานั้น จะได้รับความอมตะและพลังอันเป็นนิรันดร์

 


ไม่แก่ ไม่ตาย แต่ไร้ซึ่งชีวิต

เวทมืด ที่มอบให้แก่พรรคพวกของเขา

 


ในหลายปีถัดจากนั้น พวกมนุษย์และปิศาจถูกปั่นหัวให้สู้กันเอง ก่อนพบว่าเป็นแผนลวง อิวาเลียสถูกจับและฆ่าทิ้ง นั่นเป็นสิ่งที่ข้ารับรู้มา

 


และเพื่อป้องกันเหตุการณ์เลวร้ายนั้น เผ่าพันธุ์ปิศาจและเผ่าพันธุ์มนุษย์ จึงจับมือกันทำสัญญาสงบศึกขึ้น

 



 

แต่ในวันนี้ ดูเหมือนว่าหนึ่งในสมุนของเขาก็ยืนอยู่ตรงหน้าของข้า ราวกับอดีตได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง

 


และครานี้ ผู้สนทนาตรงหน้ากลับยิ้มขึ้นมา ดูเป็นยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่คราแรกที่ทักทาย เวทมืดในมือนางเปล่งประกายราวกับต้องการสูบพลังชีวิตจากคู่ต่อสู้

 


 

“เอาล่ะ ข้าว่าการสนทนาควรจะสิ้นสุดเพียงเท่านี้ สำหรับข้าแล้ว ศพของพวกหัวหน้าปิศาจตรงหน้าประตูเมืองมนุษย์คงเป็นอะไรที่ดูไม่จืดเชียวล่ะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #7 hyun_park22 (@hyun_park22) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 20:53
    นังป้านี่.... กวนโอ๊ยจริงงง ซัดยัยป้าแก่นี่ไปเลยค่ะ เอาให้วิญญานกลับมารวมกันไม่ได้อีกเลยจะดีมาก... อิน
    #7
    1
    • #7-1 Ciceon (@domino-mine) (จากตอนที่ 14)
      21 มกราคม 2562 / 21:41
      นางอาจจะตายยากหน่อยค่ะ ตามสูตรตัวร้ายที่ดี(?)
      #7-1