เล่ห์ร้ายพิฆาตรัก

ตอนที่ 3 : บทนำ...รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    26 ม.ค. 54



                                              

บทนำ

 

 

 

 

เรือสำราญลำใหญ่กำลังทอดตัวล่องไปตามน่านน้ำของท้องทะเลสีดำกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา อาศัยพระจันทร์งามเด่นที่แผ่รังสีแสงจันทร์นุ่มนวลสว่างไสว กระจายไปทั่วแผ่นฟ้าสีมืดมิดในยามรัตติกาล  กระทบสะท้อนกับมวลหมู่ดาวพร่างพราย ที่ประดับเรียงรายส่องแสงประกายพราวระยับเป็นเครื่องช่วยนำทาง   กระแสคลื่นลมที่พัดพาเกลียวคลื่นระลอกใหญ่ซัดมากระทบลำเรือตามจังหวะ เสียงนั้นช่างไพเราะเสนาะหูยิ่งนัก ทั้งยังช่วยทุ่นแรงพัดพาตัวเรือเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ในวินาทีนี้ไม่มีสิ่งใดเทียบเท่าความงดงามของมนต์ขลังแห่งมหาสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน ราวกับสะกดให้อยู่ในช่วงเวลาแห่งการต้องมนต์ ที่อาจมีเพียงไม่กี่คนที่จะลุกออกมาชื่นชมดื่มด่ำกับบรรยากาศความงดงามน่าหลงใหลเช่นนี้  หากอีกหลายคนคงนอนหลับสบายในห้องจนอิ่มเอม  รอตื่นขึ้นมารับกับเช้าวันใหม่เลยทีเดียว  โดยปล่อยให้เรือขับเคลื่อนแล่นพามุ่งสู่ประเทศฝรั่งเศสในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าตามจุดหมายปลายทางที่หวังไว้

 

ในขณะที่ลูกเรือต่างขยันขันแข็งช่วยกันตระเตรียมขนสินค้า ลำเลียงลงที่ท่าเรือในวันพรุ่งทันทีที่เรือถูกทอดสมอจอดเทียบท่า เมื่อท้องฟ้ามืดมิดยามค่ำคืนถูกแทนที่ด้วยลำแสงสีส้มของดวงอาทิตย์แผ่กระจายไปทั่วผืนฟ้าบอกว่าเข้าสู่เช้าของวันใหม่ นั่นหมายถึงทุกอย่างต้องพร้อมเพรียงเรียบร้อยโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น  ทุกคนจึงต้องทำหน้าที่ของตนแข่งกับเวลาที่หมุนผ่านไป   

 

เฉกเช่นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ทุกสัดส่วนอัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อฟิตปลั่งอย่างคนที่ได้ใช้พละกำลังกรำงานหนักจากการใช้แรงงานเป็นประจำ  ผิวกายสีน้ำตาลหมองคล้ำเพราะถูกแสงแดดแผดเผาท้าลมทะเลอยู่เป็นประจำ กำลังใช้บ่าแบกรับกล่องลังน้ำหนักหลายกิโล จนเส้นเอ็นแถวต้นคอปูดโปนด้วยเกร็งรับแรงน้ำหนักที่ถ่วงลงมา ขาแกร่งก้าวเหยียบยึดบันไดเหล็กอย่างมั่นคง ค่อยๆพาร่างสูงใหญ่ของเขาขึ้นจากท้องเรือที่ซึ่งใช้กักเก็บสินค้าทั้งหมด เพื่อขนมันขึ้นไปเรียงไว้ด้านบนตรงท้ายเรือให้ง่ายแก่การลำเลียงขนย้ายถ่ายเทสิ่งของ   

 

ทันทีชายหนุ่มวางกล่องขนาดใหญ่ลงบนพื้นไม้มันขลับที่พวกเขาลงเทียนขัดถูอยู่เป็นประจำ มือใหญ่หยาบกร้านสกปรกมอมแมมยกขึ้นปาดเหงื่อไคลที่เต้นระริกอยู่บนผิวหนัง ซึ่งค่อยๆกลิ้งไหลจากศีรษะลงมาตลอดแนวหน้าผากและขมับ เหมือนเขาจะชินเสียแล้วกับหยดเหงื่อที่อาบชุ่มไปทั่วร่างกาย จนเปียกโชกเสื้อผ้ามอมแมมแถมมีรูโหว่ของรอยหนูแทะ บ่งบอกสภาพของคนที่ตรากตรำสู้ทนกับงานหนักอาบเหงื่อต่างน้ำมาโดยตลอด  ขณะที่เขากำลังจะก้าวขาเพื่อไปทำงานต่อ  จำต้องหยุดชะงักแล้วหันกลับไปมองเพราะได้ยินเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง

 

เวย์   นายไปยกบันไดเหล็กจากกราบเรือด้านโน้นมาหน่อยไป  มันไม่พอ  เร็วด้วยนะ  งานเสร็จไม่ทันรุ่งสาง มีหวังโดนกัปตันเล่นงานเละแน่ๆ

 

ครับ เวคินขานรับคำสั่ง  แล้วมุ่งเดินไปยังทิศทางตามที่หัวหน้าคุมลูกเรือชาวฝรั่งเศสสั่งการมา ด้วยท่าทีกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ

 

ระหว่างทางก่อนจะถึงจุดหมาย เวคินต้องสะดุดกับประกายแสงวูบวาวพราวระยับสะท้อนกับแสงไฟทางเดิน ตกกระทบมาที่ม่านตาจนเขาต้องกระพริบตาปรับรับอย่างฉับพลัน ชายหนุ่มย่อตัวลงนั่งชันเข่า เพื่อหยิบสิ่งของบนพื้นขึ้นมาอย่างช้าๆ ดวงตาคมเบิกกว้างอย่างตกตะลึงกับเจ้ากำไลทองวงเล็กที่ฝังด้วยเม็ดสีขาวเรียงรายประกายวาววับล้อกับแสงไฟดึงดูดตรึงเขาเอาไว้ราวกับต้องมนต์ ยิ่งมองยิ่งหลงใหลในความงดงามของมัน จนเขาไม่อาจถอนสายตาจากมันไปได้

 

เพชร  !!!!     

 

เวคินถึงกับมือไม้สั่น ใจเต้นแรงแทบจะโลดแล่นออกมานอกอก ตื่นเต้นเมื่อคิดได้ว่าเจ้าวัตถุที่เขาพบด้วยความบังเอิญคืออัญมณีเลอค่า ทว่าบางอย่างวูบผ่านเข้ามาในความคิดฉับพลัน ทันทีที่เรือจอดเทียบท่า เขารีบนำไปเช็กให้แน่ใจว่ามันเป็นของจริงหรือไม่ 

 

ทันใดนั้น ชายหนุ่มละสายตาจากกำไลหันขวับไปมองยังทิศทางเสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำบนพื้นไม้ดังเข้ามาใกล้ทันทีอย่างคนที่ไหวต่อประสาทการรับรู้เคยชินกับการออกเรือเป็นประจำ ความเห็นแก่ตัวกลัวเจ้าของกำไลกลับมาทวงของคืน เวคินจึงรีบหาที่หลบซ่อนกำบังตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่ชีพจรเต้นแรง ลมหายใจกระชั้นถี่จนน่าตกใจ เมื่อดวงตาคมจับจ้องเงาตะคุ่มที่สะท้อนจากแสงไฟเคลื่อนเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น

 

คุณแน่ใจนะว่าทำมันหล่นหายที่นี่   ภาวนาอย่าให้ใครมาเจอมันเข้าก่อนก็แล้วกัน

 

เวคินสะดุดกับประโยคภาษาไทยที่ผู้มาใหม่ใช้สนทนา และเขาเข้าใจความหมายนั้นเป็นอย่างดี เพราะนั่นคือภาษาเดียวกับเชื้อชาติที่เขามีอยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่น่าเสียดายเพราะจุดที่เขาหลบซ่อนอยู่ ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของชายทั้งสองได้ แล้วเขาจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นใครในเมื่อมีจำนวนคนไทยอยู่บนเรือลำนี้ตั้งหลายคน

 

ขอโทษจริงๆผมสะเพร่าเอง  ทั้งที่รู้ว่ามันมีมูลค่ามาก 

 

ประโยคถัดมาทำให้เวคินถึงกับหูผึ่ง หัวใจเต้นแรง กลืนน้ำลายแห้งผากผ่านลำคออย่างยากเย็น เมื่อมันตอกย้ำให้เขาแน่ใจอย่างไร้ข้อสงสัยว่าเป็นกำไลทองฝังเพชรอย่างที่เขาคิดเอาไว้จริงๆ ชายหนุ่มสูดหายใจลึกข่มความตื่นเต้นเอาไว้ คอยเงี่ยหูฟังชายทั้งสองสนทนากันอย่างตั้งใจ  

 

เวรแล้วสิ หาไม่เจอ แล้วทีนี้แผนของเราที่จะส่งคนไปแอบอ้างเป็นลูกของเวโรจน์ก็พังไม่เป็นท่า ทั้งที่กำไลนั่นมันช่วยยืนยันและหลอกให้แผนของพวกเราน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น พับผ่าสิ !” ชายไทยวัยปลายห้าสิบโวยวาย   

 

หาไม่เจอ ซวยแล้วสิ แจ้งของหายไม่ได้ด้วย แต่อย่าซีเรียสไปเลยอย่างน้อยเราก็ใช้กำไลอีกวงถลุงเงินจากมันมาได้หลายล้านแล้ว บางทีผมอาจจะไม่ได้ทำหล่นหายที่นี่ก็ได้  เรายังหากันไม่ทั่วเลย  ชายไทยวัยกลางสี่สิบพูดปลอบใจ ไม่ให้บรรยากาศตึงเครียดไปมากกว่านี้   

 

มันไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เราจะได้มาในอนาคต  ถ้าไม่มีกำไลวงนั้นแผนก็ล่มฉิบหายวายวอด คุณก็รู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่ติดตัวลูกชายของเวโรจน์มาตั้งแต่เด็ก และเราก็เหลือมันแค่วงเดียวหลังจากใช้แบล็คเมล์เรียกเงินจากเวโรจน์มาแล้วหนหนึ่ง ที่สำคัญเราใช้แบล็คเมล์ครั้งที่สองไม่ได้เพราะเวโรจน์ไม่หลงกลเราอีกแน่ นอกจากวิธีสุดท้ายที่ผมคิด แต่คุณก็ทำหลักฐานชิ้นสำคัญหาย”  ชายสูงวัยกว่าโมโหสุดขีดกับเงินมหาศาลที่หลุดลอยไปเพียงเพราะความสะเพร่ามักง่ายของหุ้นส่วนแย่ๆ

 

จะให้ทำยังไงในเมื่อของมันหายไปแล้ว ไม่มีกำไลเราก็ทำอย่างอื่นได้นี่ คุณลืมไปแล้วรึไงว่าเรากำลังจะไปฝรั่งเศสกับทริปท่องเที่ยวลวงโลกนี่เพื่ออะไร  และจะบินไปรัสเซียเพื่ออะไร” ชายคนที่ทำกำไลหายพยายามพูดให้อีกฝ่ายทำใจ แล้วนึกถึงเรื่องของอนาคตมากกว่าจะมาทะเลาะกัน  

 

แผนที่ผมอุตส่าห์คิดไว้พังไม่เป็นท่าเพราะความสะเพร่าของคุณ ลองพยายามนึกสิว่าคุณเดินไปตรงไหนมุมไหนของเรือบ้าง ไม่มีโอกาสหาอีกแล้วเพราะพรุ่งนี้เราต้องลงเรือ  อย่าลืมว่ายังมีคนไทยอีกหลายคนที่อยู่บนเรือลำนี้ร่วมกับเรา ถ้าเราแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้ช่วยหากำไลนั่น  เกิดระแคะระคายที่มาของเจ้าของกำไลขึ้นมา  คุกจะได้ถามหา  รึคุณกล้าเสี่ยง 

 

ชายวัยปลายห้าสิบตำหนิคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงฉุนกราด ทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเงินก้อนใหญ่ที่จะใช้ลูกชายกำมะลอสูบเงินจากเวโรจน์ไปทั้งชีวิต แม้อีกฝ่ายพยายามปลอบใจว่ายังมีโอกาสโกยเงินจากการปลอมเพชรได้อีก เพราะการไปฝรั่งเศสของพวกเขาครั้งนี้คือต้องการนำเพชรที่ได้จากการปลอมแปลงไปขาย และแอบบินไปซื้อเพชรสังเคราะห์ที่รัสเซีย เพื่อนำมาเจียระไนแทนเพชรแท้    

 

ที่คุณพูดมันก็ถูก  งั้นเริ่มจากตรงนี้แหละเพราะจุดนี้ลมพัดแรงจนเสื้อผมปลิวตก ถ้าไม่เจอต้องลองไปหาอีกที่เป็นสุดท้ายแล้วจริงๆ” คนอาวุโสน้อยกว่าตอบมาเพื่อปัดความรำคาญ 

 

เมื่อสิ้นเสียงการสนทนาระหว่างชายทั้งสองคนพร้อมกับการเคลื่อนไหวห่างออกไป  ชายหนุ่มที่ยืนซ่อนตัวอยู่ถึงกับนิ่งอึ้ง  สมองกำลังประมวลผลอย่างหนักกับสิ่งที่ได้ยิน

 

ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มอย่างพอใจ ขณะมือใหญ่ค่อยๆหมุนกำไลปริศนาดูอย่างพินิจพิเคราะห์อีกครั้ง ถ้ามันมีค่ามากอย่างที่พวกเขาพูดถึง เขาต้องได้ประโยชน์จากมัน และขายเพื่อนำเงินกลับไปตั้งตัวที่เมืองไทยซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนที่เขาต้องจากมาด้วยความรันทดดิ้นรนหนีตายสุดชีวิต มาสู่ดินแดนใหม่อย่างไม่รู้ตัว แม้ช่วงจังหวะหนึ่งของเด็กกำพร้าอย่างเขาเหมือนได้พานพบกับชีวิตใหม่ 

 

หัวใจถูกเหยียบขยี้ย่ำซ้ำจนเป็นบาดแผลกลัดหนอง  ยิ่งน่าอนาถอดสูกับชีวิตเพราะแม่เลี้ยงตัณหากลับชาวสวิสฯ ยัดเยียดสิ่งร้ายกาจที่สุดในชีวิตให้กับเขา จนไม่ได้ผุดได้เกิด ซ้ำร้ายยังถูกตราหน้าจากคนในสังคมว่าเป็นคนสารเลวทรยศผู้มีพระคุณ ข่าวลือกระฉ่อนไปทั่วเมืองเท่าที่แม่เลี้ยงสามารถใช้วิธีสกปรก กระพือข่าวสะกัดกั้นบีบเขาให้จมดินอย่างสาแก่ใจ ฝังชีวิตเขาให้ตายทั้งเป็นเพื่อสั่งสอนสำนึกบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่เธอชุบเลี้ยงมา เหตุเพราะว่าเขาไม่สามารถสนองตัณหาราคะความใคร่แก่เธอได้  เลวร้ายยิ่งกว่านั้น แม่เลี้ยงใจร้ายรอวันให้เขาซมซานคลานกลับไปหา 

 

เวคินเผลอสบถเสียงลอดไรฟันด้วยแรงเกลียดชังภายใน  นัยน์ตาประกายกร้าวดุดันอย่างน่ากลัว ต่อให้ต้องยืนอยู่ตรงปากเหวลึก  ก็ไม่ขอกราบกรานหน้าไหนทั้งนั้น  !!”   วาจาที่ลั่นออกมาดั่งคำประกาศิตที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร  ต่อให้เป็นยมบาลจากขุมนรกเบื้องลึกก็ตาม   

 

ร่างสูงใหญ่ค่อยๆก้าวขาออกมาจากที่หลบซ่อนอย่างระแวดระวัง    โดยไม่ลืมที่จะเก็บซ่อนกำไลไว้อย่างดี แต่ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงห้วนเรียกมาจากเบื้องหลัง   เวคินถึงกับลอบผ่อนลมหายใจยืดยาวอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่ชายไทยสองคนกลับมาที่หากำไลอีกครั้ง

 

เวย์  มัวมาทำอะไรที่นี่ตั้งนาน   ชักช้าไม่ได้เรื่อง  งานไม่เดินเพราะรอแต่บันไดจากนาย  กลับไปก็รายงานตัวกับหัวหน้าด้วยหนุ่มผิวหมึกชาวต่างชาติบ่นร่ายยาว มองด้วยสายตาตำหนิไม่พอใจ  

 

ในระหว่างทางขากลับ เวคินกำลังแบกบันไดไว้บนบ่าเดินตามหลังเพื่อนร่วมงานมา ชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งตกใจ วูบไหวออกมาทางแววตาแวบเดียวก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยความเรียบเฉย  เมื่อเห็นชายผิวหมึกกล่าวทักทายลูกค้าชาวเอเชีย รูปร่างสูงท้วมเจ้าเนื้อผิวขาวอย่างคนกินดีอยู่ดีคนหนึ่งกำลังยืนเกาะกราบเรือ  ทอดสายตามองทะเลสีดำเบื้องหน้าอย่างคนที่กำลังปล่อยใจดื่มด่ำไปกับธรรมชาติอยู่นั้น 

 

อรุณสวัสดิ์ครับท่าน  ตื่นขึ้นมาสัมผัสกับบรรยากาศยามค่อนรุ่งเหรอครับ  มีอะไรให้เรารับใช้ไหมครับ  ชายผิวหมึกกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล           

 

ผมออกมารับลมและดื่มด่ำกับบรรยากาศของท้องทะเลครับ เพราะพรุ่งนี้ก็จะสิ้นสุดการเดินทางแล้ว” ชายไทยวัยปลายห้าสิบคนเดิมย้อนกลับมา ตอบด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร  หากดวงตาคมจับจ้องที่เวคินอย่างสำรวจตรวจตรานัยกำลังจับพิรุธ  ลูกเรือที่นี่ขยันนะ  ตื่นแต่เช้าเชียว  นี่พวกคุณจะเอาบันไดไปทำอะไรกัน 

 

เอาไปใช้ปีนขนของครับท่าน  พอดีบอกเพื่อนให้มาเอาบันได  แต่เห็นหายมานานผมเลยมาตามครับลูกเรือผิวหมึกได้ทีถือโอกาสเหน็บเวคินให้หายหงุดหงิดใจ ปกติก็มีนิสัยชอบยกยอตัวเองอยู่แล้ว

 

ถ้าให้ผมเดาเพื่อนคุณคงเป็นคนเอเชียใช่มั้ย คนชาติไหนครับ ผมคนไทย ชายไทยที่มายืนรับลมชวนคุยเรื่อยเปื่อย  หาเรื่องดึงเวลาเพื่อจับสังเกตเวคิน

 

เวย์  ท่านคุยด้วยน่ะชายผิวหมึกปรายตาดุตำหนิเวคินอย่างเปิดเผย  ไม่พอใจที่เวคินเอาแต่ยืนนิ่งเงียบ เสียมารยาทไม่ยอมเปิดปากพูดคุยกับแขกบนเรือ เพราะทุกครั้งที่หัวหน้าอบรมจะพร่ำบอกเสมอว่า  ลูกค้าบนเรือเปรียบเสมือนพระเจ้า     

 

คนไทยครับ  ผมต้องขอโทษท่านด้วยนะครับที่ไม่สามารถอยู่คุยด้วยได้  เพราะต้องรีบขนของให้เสร็จทันก่อนสว่างครับ  ขอตัวนะครับท่าน เวคินโค้งศีรษะแสดงความนอบน้อมตามมารยาท จงใจตัดบทสนทนา เพราะเขาต้องการไปให้พ้นจากชายไทยคนนี้โดยเร็วที่สุด   อีกทั้งมีบางอย่างทำให้เขารู้สึกผิดปกติเหมือนชายเอเชียตรงหน้ากำลังสำรวจเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เวคินเกิดความกระวนกระวายใจตามประสาคนร้อนตัวที่แอบซุกซ่อนกำไลเอาไว้

 

ชายไทยคนเดิมมองไล่หลังหนุ่มลูกเรือทั้งสองด้วยนัยน์ตาแข็งกระด้าง ต่างจากสายตาเป็นมิตรเมื่อสักครู่โดยสิ้นเชิง เป็นความโชคดีที่เขาย้อนกลับมาจุดเดิม เพราะเผลอทำผ้าพันคอปลิวหล่นหายขณะค้นหากำไลนั่น  ไม่งั้นคงพลาดรู้เห็นอะไรบางอย่างว่า นอกจากเขาและเพื่อนแล้ว  ยังมีพวกลูกเรืออีกสองคนเดินเผ่นพ่านไปมาแถวนี้   ซึ่งเขามาได้เวลาประจวบเหมาะเลยได้ยินลูกเรือทั้งสองคุยกันตั้งแต่ต้นจนจบ  อุตส่าห์ยืนดักรอเพื่อต้องการจับพิรุธ   ท่าทีกระวนกระวายใจส่อพิรุธของลูกเรือที่ชื่อ เวย์ แถมยังไม่กล้าสบตากับเขา แต่ทำไมตอนที่เขากับเพื่อนเพื่อค้นหากำไล ไม่เห็นใครอยู่แถวนี้ซักคน แต่ลูกเรือผิวหมึกกลับเจอหนุ่มลูกเรือชาวเอเชียอยู่ที่นั่น ทั้งที่มันหายมานานจนเพื่อนต้องมาตาม รึว่า ! คนที่ชื่อเวย์เก็บกำไลที่เพื่อนของเขาทำหล่นหายได้ ! ชายไทยทุบกำปั้นลงที่ราวเหล็กของเรืออย่างเจ็บใจ

 

พอมาถึงจุดที่ลูกเรือกำลังจ้าละหวั่นทำงานกันอยู่ ชายผิวหมึกคนเดิมเอ่ยปากฟ้องหัวหน้าชาวฝรั่งเศสกับพฤติกรรมของเวคิน เป็นผลให้ชายหนุ่มโดนหัวหน้าสวดตักเตือนจนหูแฉะ แต่เวคินรับฟังด้วยท่าทีสงบ ไม่ได้แก้ตัวแต่อย่างใด หากใครจะล่วงรู้ว่าเวคินกลับนึกขอบคุณหัวหน้าคนนี้เหลือเกินที่เลือกใช้ให้เขาเป็นคนไปเอาบันได ไม่งั้นเขาคงไม่โชคดีเจอกำไลชิ้นงามอย่างแน่นอน   

 

ทีนี้เขาจะได้กลับไปตั้งตัวอยู่ที่เมืองไทยแผ่นดินเกิดซักที ถึงจะไม่มีญาติที่นั่นแต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเป็นกะลาสีบนเรือ วันๆก็ได้แต่ออกทะเลล่องเรือไปตามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยังประเทศแถบใกล้เคียง  แรกๆก็ตื่นเต้นแต่พอออกเรือบ่อยๆก็รู้สึกเบื่อท้องทะเล ทุกครั้งที่เรือเข้าจอดเทียบท่า พวกเขาจะใช้เวลานานมากกว่าจะขนสินค้าลงเรือจนเสร็จ จากนั้นก็ต้องคอยเช็ดถูเรือทั้งลำให้สะอาดเอี่ยมอ่อง พร้อมรับบรรดาลูกค้าที่จะมาร่วมล่องเรือท่องเที่ยว  พอครั้นเสร็จงาน ทุกคนก็ต่างพากันนอนสลบไสลพักเอาแรง แทบไม่มีโอกาสไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆของประเทศที่เรือจอดเทียบท่า นานๆครั้งจะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนร่วมงานบ้างตามอัตภาพการเงิน  ลำพังเงินเดือนกะลาสีเรือที่ใช้แรงงานแลกค่าแรง  หนำซ้ำอัตราราคาค่าจ้างของเขา  ถูกแสนถูกกว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่น  เพียงเพราะเขาเคยเป็น  

 

เวย์  ไปกินข้าวกัน  ใช้แรงไปเยอะต้องเพิ่มพลังกันหน่อย  หิวจนไส้ขวิดเลยว่ะ  เดี๋ยวเรือจอดเทียบท่าต้องเหนื่อยกันอีกรอบ มาร์ตินซึ่งมีร่างสูงท้วมหันมาเรียกเวคินซึ่งเป็นบัดดี้ของเขา หลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วเหลืออีกแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น พระอาทิตย์ก็จะลอยเด่นเหนือเส้นขอบฟ้าตัดกับสุดสายปลายน่านน้ำของท้องทะเล  เป็นการบอกเวลาล่วงเข้าสู่วันใหม่ที่ต้องสู้กับการทำงานอีกครั้ง  

 

ขอนั่งพักก่อนนะ  เดี๋ยวจะตามไป เวคินบอกมาร์ตินด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง  ก่อนจะขยับลุกเพื่อหามุมส่วนตัว เมื่อหาที่นั่งเหมาะปลอดคนแล้ว มือหยาบกร้านล้วงหยิบกำไลออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีด มีรอยขาดวิ่นแนวขวางตรงบริเวณหัวเข่าบ่งบอกสภาพที่ผ่านการใช้งานมาอย่างสมบุกสมบัน สะสมคราบเหงื่อไคลจนกางเกงแข็งตัว  เวลาถอดเก็บก็แทบจะตั้งได้เลยทีเดียว  

 

ชายหนุ่มจ้องมองประกายของเพชรเม็ดเล็กอย่างหลงใหลจนแทบไม่อยากถอนสายตา นึกไตร่ตรองคำพูดของชายไทยทั้งสองอย่างใช้ความคิด  อย่างน้อยสวรรค์ก็เข้าข้างเขา  ให้ได้เป็นผู้ครอบครองของสิ่งนี้  เม็ดที่ส่องแสงประกายแวววาวชิ้นนี้จะนำโชคลาภมาให้  เขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ามันเป็นของแท้  ไม่งั้นสองคนนั่นคงไม่ตามหากันให้วุ่นวายสิ้นเปลืองเวลาทำไม

 

เวคินจับกำไลขึ้นมาจูบหนักหน่วงราวกับคนหิวกระหายในสิ่งที่ไม่เคยมี  ทันใดนั้น หัวคิ้วเรียวดกหนาขมวดปมเข้าหากัน เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรอยสลักข้างในของกำไล ชายหนุ่มเอียงกำไลแล้วรีบกวาดสายตาอ่านอักษรภาษาไทยที่สลักไว้อย่างอยากรู้ เส้นขนในกายลุกเกรียวขึ้นมาทันที หัวใจรัวสั่นไม่เป็นจังหวะ กระทั่งเผลอลืมตัวอุทานกับตัวเองออกมาด้วยความตกใจ       



                                                       ‘ เวคิน       วัชโรดม
        




---------------------------------------

เดิมก่อนแก้ไข   ได้ลง  Chapter  1   ในวันที่   17 เมษายน  2552


ก่อนแก้ไขครั้งล่าสุด    ลงวันที่  13  กันยายน  2553

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

1,747 ความคิดเห็น

  1. #1744 hakuron (@hakuron) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 / 15:50
    ปอจ๋า..เรื่องนี้คืบหน้าไปถึงไหนแล้วอ่ะ ส่งข่าวกันบ้างนะ

    เล่น fb หรือเปล่าเข้าไปคุยกันบ้างสิ

    http://www.facebook.com/chayaphim#!/profile.php?id=100000030791535


    #1744
    0
  2. #1523 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2553 / 17:23
    เจอกัน ก็เหม็นหน้าซะแล้ว พระเอก ดิบดี
    #1523
    0
  3. #1226 อีรุง ตุงนัง (@wimonluk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2553 / 13:12
    หนุกมากค่ะ
    #1226
    0
  4. #1129 4um4im~* (@blueberrylove) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2552 / 16:50

    สนุกค่ะ

    #1129
    0
  5. #926 คนที่เฝ้ารอ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2552 / 14:02
    เวย์ จาทามรายอ่ะ
    #926
    0
  6. วันที่ 1 ตุลาคม 2552 / 17:20
    พระเอกกับนางเอกแนนเลย
    ไม่ถูกกันอย่างนี้สนุกแน่
    #706
    0
  7. #663 piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2552 / 00:49

    like it ja...........

    #663
    0
  8. #656 ซานต้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กันยายน 2552 / 11:01
    เริ่มเรื่องก็ติดใจซะแล้ว สู้ ๆ นะค่าๆๆ
    #656
    0
  9. #342 mydei (@mydei) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2552 / 12:35
    น่าสงสารเวคินเหมือนกันนะ
    #342
    0
  10. #116 มาโปรด (@hipponoi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 / 21:13
    ขอมาเป็นขาประัจำด้วยคนนะคะ ชอบเวคินค่ะ แต่่ถ้าทางจะโชคไม่ดีที่รัญเข้าใจผิดซะทุกเรื่องเลย สงสัยจะแรงด้วยกันทั้งคู่อ่ะ มาอัพบ่อยๆนะคะ ชอบค่ะ
    #116
    0
  11. วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 / 17:31
    พอเรื่องเก่าจบ...ก็หาเรื่องใหม่มาให้เลยนะปอ น่ารักจิงๆ
    #115
    0
  12. #114 padawan (@boubou77) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2552 / 05:14
    ยิ่งอ่านก็ยิ่งสงสารเวคิน
    #114
    0
  13. #113 famsuk c (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2552 / 16:40
    ขาประจำค่ะ

    คุณเวคินจะหื่นได้ใจ สาวๆๆ

    เท่าแดเนียลของน้องมะปรางหรือเปล่า

    รออ่านค่ะ
    #113
    0
  14. #112 aoy12 (@aoy12) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 เมษายน 2552 / 20:57
    สุขสันต์วันสงกรานต์จ้า
    #112
    0
  15. #111 lovelyvenus (@lovelyvenus) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2552 / 22:45
    สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะพี่ปอ


    หลงรักเวย์ซะแล้วสิ

    อิอิ
    #111
    0
  16. #110 ฮุฮุ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2552 / 15:49
    พระเอกคนใหม่ของพี่ปอเนี่ยน่า....รักม๊ากกกกมาย

    เวย์ข๋า (จะเอาขาซ้ายหรือขาขวา) ที่รัก

    เฮ้อ! อยากเป็นนางเอกจัง
    #110
    0
  17. #109 jiw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2552 / 10:42
    สุขสันต์วันปีใหม่ไทยค่ะ ^ V ^ รอลุ้นเอาใจช่วยใคร ? ดีล่ะเนี่ย ระหว่างพ่อเวย์ กับหนูรัญ
    #109
    0
  18. #108 sunflower (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2552 / 10:18
    เมื่อวานเข้ามารอทั้งวันเลย ฮือๆ นึกว่าหนีไปเที่ยวซะแล้ว

    แวะมาช่วยแก้คำผิด ก่อนกลับบ้าน

    บรรทัดที่ 5 วิ่งฉิ่ง แก้เป็น วิ่งชิ่ง

    บรรทัดที่ 6 เมื่อเขาขี่ไปไม่ได้ไกล ไม่ผิดหรอก แต่น่าจะเป็น

    เมื่อเขาขี่ไปได้ไม่ไกล (พี่ว่าอ่านลื่นขึ้นนะ)

    บรรทัดที่ 26 โชคโชน แก้เป็น โชกโชน

    ปอกลับบ้านรึยัง จุดธูปบอกพี่ด้วย เดินทางปลอดภัยนะ
    #108
    0
  19. วันที่ 11 เมษายน 2552 / 01:34

    มาให้กำลังใจค่ะ

    ดีใจที่อัพสีกทีสู้ๆนะคะ

    รักนะจุฟๆ

    #107
    0
  20. #106 -poo-poo- (@-poo-poo-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2552 / 01:32
    สนุกมากเลยค่า 

    มั่กๆๆ เป็นกะลังใจให้คนแต่งนะค้า

    เจ๊ปอ สู้สู้ (เค้านับยาดกะแกตอนไหนว้า)

    55  รออ่านนะค้า  โอ๊ยคิดถึงเฮียแด ... แหะๆ ^  ^
    #106
    0
  21. #105 tan+ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2552 / 20:46
    ชีวิตเวคินช่างรันทด T^T
    #105
    0
  22. #104 shamrockii (@shamrockii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2552 / 18:24
    โห้ๆ

    ขอเป้นคนถูกกรอกยาล้างด้วยจุมพิตจิงๆเลย
    มาทำกะเค้าดีกว่าเนอะ

    ๕๕๕
    #104
    0
  23. #103 eaw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2552 / 15:57
    มาอ่านต่อก็ยังติดนะ...ไม่นานเท่าไรอย่างนี้ให้อภัยกันได้...อิอิ



    นายเวคินนี่หวงเนื้อหวงตัวซะ...มองนานก็ไม่ได้มีคิดตังค์ด้วย
    #103
    0
  24. #102 shamrockii (@shamrockii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2552 / 19:19
    ติดแล้วค่ะ

    รีบมาอัพต่อน่ะ
    จะรออ่านๆ

    ^^
    #102
    0
  25. #101 eaw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2552 / 13:33
    โถ! ชีวิตเวคินช่างรันทดเสียจริง...ต่างจากแดเนียลลิบลับเลยนะจ๊ะหนูปอ แต่นะยังไงพระเอกก็ยังไม่ทิ้งมาดความเป็นพระเอก....ลงน้อยนิดมาอ่านอีกทีจะต่อติดไหมเนี่ย....



    แต่อยากอ่านให้สนุกก็ต้องใจเย็นใช่ไหมจ๊ะ....ปอ
    #101
    0