ข้าเป็นตัวประกอบที่ไม่ได้อยู่อย่างสงบ

ตอนที่ 4 : ที่ท่านอ๋องเป็นเช่นนี้ก็เพราะนาง(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,501
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 992 ครั้ง
    31 ม.ค. 63

อาชาศึกที่ตอนนี้ควรจะอยู่ฐานทัพกลับอยู่ที่โรงเตี๊ยมของเมืองหลวง เหยียนปิงผู้ซึ่งเป็นรองแม่ทัพแห่งอาณาจักรฉางซื่อผลุบหายเข้าไปในห้องๆ หนึ่งบนชั้นสอง เมื่อพบอ๋องชิงหวินนั่งดื่มสุราอยู่กับเส้าผิง เหยียนปิงก็ประสานมือคำนับพร้อมกับรายงาน

 

“เรียนท่านอ๋อง นี่คือสิ่งที่คุณหนูจางนำมาให้ข้าขอรับ”

 

หย่งหยาชิงหวินรับมาดูก่อนจะส่งให้เส้าผิง

 

“แผนที่ฐานทัพซิวหลิง” เส้าผิงมองกระดาษแผนที่อย่างไม่เชื่อสายตา “ท่านอ๋อง นี่อาจจะเป็นแผนที่ปลอมก็ได้นะขอรับ”

 

“นี่ไม่ใช่แผนที่ปลอม” หย่งหยาชิงหวินยืนยันด้วยเสียงเยียบเย็น เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเขาลอบเข้าไปที่ฐานทัพซิว-หลิง จึงพอจะรู้ว่าข้างในฐานทัพอันกว้างใหญ่นั้นเป็นเช่นไร

 

“แต่แผนที่นี้ละเอียดเกินไปนะขอรับ บอกกระทั่งว่าค่ายกลอยู่ตรงไหน ทั้งยังบอกวิธีทำลายกลไกของค่ายกล” แม้เหยียนปิงรู้ว่าฐานทัพซิวหลิงเต็มไปด้วยค่ายกล เพราะการลอบเข้าฐานทัพในครั้งนั้น ทำให้อ๋องชิงหวินเกือบเอาชีวิตไม่รอด เนื่องจากถูกศรจากค่ายกลหัวสิงห์เล่นงาน แต่เขาก็คิดเหมือนเส้าผิงว่าแผนที่นี้อาจจะเป็นแผนที่ปลอม ทว่าอ๋องชิง-หวินหาได้คิดเช่นพวกเขาไม่

 

“เจ้าได้ถามคุณหนูจางหรือไม่ว่าผู้ใดให้แผนที่มา”

 

เหยียนปิงค้อมกายตอบ “ถามขอรับ คุณหนูจางบอกว่าเป็นบ่าวน้อยนามว่าหลีหมิ่น”

 

เมื่อได้ยินนามนี้ มือที่กำลังยกจอกสุราขึ้นมาก็ชะงัก หย่งหยาชิงหวินคลึงจอกสุราเบาๆ ก่อนวางมันลง “เจ้ากับจางจื่อเฉิงลอบเข้าไปที่ฐานทัพซิวหลิง ช่วยแม่ทัพจางออกมาจากที่คุมขัง”

 

“น้อมรับคำสั่งท่านอ๋อง”

 

หลังจากเหยียนปิงเร้นกายจากไป เส้าผิงก็เอ่ยถาม “เหตุใดท่านอ๋อง จึงไม่ให้ข้าสังหารบ่าวน้อยนางนั้นเล่าขอรับ”

 

“เมื่อวานนี้เจ้าก็เห็น นอกจากนาง ยังมีคนที่ต้องการแผนที่แคว้นซีเปียนอีก”

 

“ข้าขออภัยที่ไม่สามารถจับคนผู้นั้นได้ขอรับ” เส้าผิงรีบคุกเข่าลงอย่างสำนึกผิด หากบ่าวน้อยนางนั้นไม่ขโมยแผนที่แคว้นซีเปียนไปก่อน ป่านนี้ยอดฝีมือผู้นั้นอาจจะได้แผนที่ไปแล้ว แม้เส้าผิงจะรู้เช่นนั้น แต่เขาก็ไม่อยากปล่อยบ่าวน้อยผู้น่าสงสัยให้มีชีวิตรอดต่อไป “ท่านอ๋องไม่สงสัยว่านางจะเป็นสายลับของเมืองซิวหลิงหรือขอรับ”

 

“เจ้าคิดว่าผู้อาวุโสจาง จะเลี้ยงสายลับไว้ข้างกายบุตรีอย่างนั้นหรือ”

 

“ท่านอ๋องเชื่อใจ...”

 

“การระแวงมากไปก็ไม่ดี” หย่งหยาชิงหวินเอ่ยขัดประโยคของเส้าผิง และหลังจากนั้นเขาก็หาได้สนใจเส้าผิงอีก ตอนนี้เขากำลังให้ความสนใจผู้ที่อยู่ด้านล่างของโรงเตี๊ยมมากกว่า

 

 

 

“อาหารที่จวนก็มี เหตุใดต้องออกมากินที่โรงเตี๊ยมด้วยเจ้าคะ” หลีหมิ่นถาม ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นสองครั้ง นางก็บอกกับตนเองว่าจะไม่ออกไปนอกจวนอีก

 

“แหล่งข่าวที่ดีที่สุดก็คือโรงเตี๊ยม” จางจื่อรั่วบอก ตอนนี้บิดาของนางถูกจับไปเป็นตัวประกัน และนางที่ช่วยอะไรไม่ได้จึงต้องอาศัยข่าวของบิดาจากแหล่งชุมชน

 

“แล้วเหตุใดคุณหนูไม่มากับชิวยวี่สองคนเล่าเจ้าค่ะ”

 

ชิวยวี่ที่นั่งเงียบมานานคงจะทนฟังต่ออีกไปไม่ไหว นางหันมาถลึงตาใส่หลีหมิ่นพลางว่า “เจ้าเป็นบ่าวรึเป็นนายฮะ”

 

จางจื่อรั่วส่ายหน้า “พอๆ พวกเจ้าพอได้แล้ว วันนี้ข้ามาหาข่าวของท่านพ่อนะ”

 

“ขออภัยเจ้าค่ะคุณหนู” ชิวยวี่ทำหน้าสำนึกผิด จากนั้นก็ก้มหน้ากินอาหารต่อ

 

“เอ๊ะ นั่นคุณหนูหม่านี่นา” จางจื่อรั่วเอ่ยขึ้นเบาๆ

 

หลีหมิ่นหันไปมองตามสายตาของจางจื่อรั่ว ก็เห็นสตรีรูปร่างอรชร ใบหน้างดงามไร้ที่ตินางหนึ่ง สตรีนางนี้อยู่ในชุดผ้าฝ้ายสีขาว เรือนผมยาวสยายมีปิ่นไม้แสนธรรมดาปักตรึงเป็นมวย เมื่อนางย่างกรายเข้ามาใกล้ หลีหมิ่นถึงกับกลั้นหายใจ คนงามนี่ก็งามจนตาพร่าไปหมด

 

จากในนิยาย สตรีนางนี้ก็คือหม่าเสี่ยวซิ่ว หม่าเสี่ยวซิ่วเป็นบุตรีของอดีตหมอหลวงหม่า หลังจากหม่าเฉาผู้เป็นบิดาจากไปด้วยโรคประหลาด หม่าเสี่ยวซิ่วก็มุ่งมั่นศึกษาตำราแพทย์จนเก่งกาจ และได้รับยกย่องให้เป็นหมอเทวดา ทว่าหม่าเสี่ยวซิ่วกลับปกปิดฐานนะตน นางทำตัวเป็นคุณหนูผู้ตกอับจวบจนถึงทุกวันนี้

 

นางเอกมาแล้ว และอีกไม่นานพระเอกก็ต้องมา เพียงหลีหมิ่นครุ่นคิด บุรุษรูปร่างสง่างามก็ปรากฏกาย เขาอยู่ในชุดคลุมยาวสีฟ้า ผมดำยาวถูกรัดไว้ด้วยผ้าสีฟ้าเช่นกัน แม้องค์ชายสามจะแต่งกายเป็นสามัญชน ก็ไม่ได้บดบังความหล่อเหลาได้เลย หลีหมิ่นรู้สึกว่าตนตาพร่าเป็นครั้งที่สองแล้ว

 

หลีหมิ่นลอบถอนใจ แม้ในนิยายฉากนี้เป็นการปรากฏกายของคู่พระ-นาง ทว่าทั้งคู่กลับไม่ได้พบกัน และกว่าทั้งคู่จะพบกันก็ตอนที่องค์ชายสามหรือหย่งหยาอวิ๋นซานบาดเจ็บ เพราะถูกมือสังหาร ซึ่งเป็นคนขององค์ชายรองหรือหย่ง-หยาอวิ๋นเวยลอบสังหาร

 

ถ้าทำให้หม่าเสี่ยวซิ่วกับหย่งหยาอวิ๋นซานพบกันตอนนี้ นิยายก็อาจจะจบเร็วขึ้น เมื่อคิดแผนดีๆ ได้หลีหมิ่นก็ลุกขึ้น

 

“เจ้าจะไปไหน” จางจื่อรั่วถามเมื่อเห็นว่าจู่ๆ หลีหมิ่นก็ลุกขึ้น

 

“อ้อ” หลีหมิ่นทำท่าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ นางย่อกายให้จางจื่อรั่วเป็นเชิงขออนุญาตพลางกล่าว “ข้าจะไปปลดทุกข์เจ้าค่ะ ขอตัวนะเจ้าคะ”

 

หลังจากนั้นหลีหมิ่นก็เดินไปหลบอยู่ตรงมุมหนึ่งของโรงเตี๊ยม รอจนหม่าเสี่ยวซิ่วเดินเข้าไปใกล้หย่งหยาอวิ๋นซาน หลีหมิ่นจึงเดินออกมาจากที่ซ่อน คำนวณทิศทางอย่างแม่นยำ ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของหม่าเสี่ยวซิ่ว แต่หม่าเสี่ยวซิ่ว-กลับเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แล้วเดินจากไปอย่างงดงาม

 

นอกจากหม่าเสี่ยวซิ่วจะไม่เสียหลัก เซไปปะทะอกของหย่งหยาอวิ๋นซานตามแผนที่คิดแล้ว ตอนนี้หลีหมิ่นกลับเป็นฝ่ายเสียหลักแทน

 

“ระวัง! หลบข้า” หลีหมิ่นร้องบอกเสี่ยวเอ้อ ที่กำลังถือชามน้ำแกงกรุ่นไอร้อนเดินตรงมาทางนี้ อีกนิดเดียว...อีกนิดเดียวใบหน้าของหลีหมิ่นก็จะจุ่มลงไปในชามน้ำแกงแล้ว

 

หลีหมิ่นเบิกตาโพลงก่อนหลับตาปี๋ แต่ยังไม่ทันที่จะได้สัมผัสกับความร้อน คอเสื้อด้านหลังก็ถูกดึงขึ้น

 

“แค่ก แค่ก แค่ก” การถูกดึงคอเสื้อจากด้านหลังอย่างรุนแรง และถูกปล่อยลงกะทันหันทำให้หลีหมิ่นสำลัก

 

“ทีหลังจะช่วย...ก็ช่วยดีๆ ก็ได้” หลีหมิ่นหันไปต่อว่าผู้หวังดี แล้วก็ได้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตาคมกร้าวทั้งสองข้างกำลังจ้องมองนางอยู่ หลีหมิ่นรู้สึกกลัวแต่ก็ยิ้มเจื่อนส่งไปให้ “ขอบพระทัยท่านอ๋อง”

 

เพล้ง!

 

เสียงของแตกดังขึ้น ก่อนหน้านี้ หลังจากที่หลีหมิ่นถูกดึงคอเสื้อ มือของนางก็คว้าผ้าคาดเอวของเสี่ยวเอ้อ นั่นทำให้เสี่ยวเอ้อเซไปสะดุดขาเก้าอี้ เสี่ยวเอ้อพยายามประคับประคองกาย แต่เพราะห่วงผ้าคาดเอวที่หายไปแล้ว เขาจึงโยนชามน้ำแกงทิ้ง สองมือของเสี่ยวเอ้อรีบกระชับสาบเสื้อที่กำลังหลุดลุ่ย ทำให้ชามน้ำแกงตกลงแตก

 

หลีหมิ่นมองผ้าคาดเอวในมือพลางเอ่ยเสียงแผ่ว “ซวยแล้ว” หลังจากนั้นก็โยนผ้าคาดเอวของเสี่ยวเอ้อทิ้งราวกับเป็นของร้อน

 

เสียงอื้ออึงดังขึ้น ท่ามกลางความโกลาหลที่ผู้คนต่างมามุงดู จางจื่อรั่วก็เดินเข้ามาหาหลีหมิ่นด้วยความตกใจ ขณะนั้นนางเห็นอ๋องชิงหวินกำลังล้วงเงินตำลึงทองออกมาจากอกเสื้อ ก่อนโยนให้เสี่ยวเอ้อ แล้วเร้นกายจากไปทันที

 

 

 

เมื่อกลับมาถึงจวนแม่ทัพ จางจื่อรัวไม่ได้ตำหนิหลีหมิ่นแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ใบหน้าของนางกลับเบิกบานยิ่งนัก

 

“คุณหนู เหตุใดจึงเอาแต่ยิ้มเล่าเจ้าคะ” ชิวยวี่ถาม แล้วก็ได้รับคำตอบว่า

 

“เจ้าไม่เห็นใบหน้าของชิงหวินอ๋องหรืออย่างไร” เมื่อนึกถึงใบหน้าประเดี๋ยวคล้ำประเดี๋ยวแดง ตอนที่ล้วงเงินตำลึงทองออกมาจากอกเสื้อของอ๋องชิงหวินแล้ว จางจื่อรั่วก็ยกมือปิดปากหัวเราะ

 

“ที่ท่านอ๋องเป็นเช่นนั้นก็เพราะนางอย่างไรเล่าเจ้าคะ”

 

“นั่นสินะ ท่านอ๋องยิ่งใหญ่ออกปานนั้น แต่กลับยื่นมือมาช่วยเหลือหลีหมิ่นของพวกเรา”

 

หลีหมิ่นรีบแย้งทันที “นั่นเรียกว่าช่วยหรือเจ้าคะ”

 

“อย่างน้อยใบหน้าของเจ้าก็ไม่ต้องจุ่มน้ำแกงร้อนๆ ก็แล้วกัน” ชิวยวี่ค้อนขวักให้

 

หลีหมิ่นทำเสียงจิ๊จ๊ะก่อนว่า “เจ้าไม่เป็นข้าเจ้าก็ไม่รู้หรอก”

 

 

 

หลายวันผ่านไป หย่งหยาชิงหวินก็ได้รับจดหมายจากเหยียนปิง เหยียนปิงส่งข่าวมาบอกว่าตนกับจางจื่อเฉิง ช่วยแม่ทัพจางออกมาจากที่คุมขังของฐานทัพซิวหลิงได้แล้ว นอกจากนั้นพวกตนยังได้ทำลายกลไกของค่ายกลทั้งหมดอีก และตอนนี้ฐานทัพซิวหลิงก็ถูกเผาทำลายแล้ว คาดว่าเป็นเพราะแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรซิวหลิงทนความอัปยศไม่ไหว จึงสั่งให้ทหารของตนเผาทำลาย

 

“เส้าผิง เจ้าไปสืบเรื่องของบ่าวน้อยหลีหมิ่นมาให้ข้า”

 

“แล้วเรื่องข้าศึกที่แฝงกายอยู่ในเมืองหลวงเล่าขอรับ”

 

“เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง”

 

“แต่ว่ามันอันตรายนะขอรับ อีกอย่าง ท่านอ๋องก็เป็นที่รู้จักของคนในเมืองฉางซื่อ”

 

“ข้ากำลังสงสัยว่าอวิ๋นเวยจะแอบคบคิดกับคนของเมืองซิวหลิง เช่นนั้น...ข้าจึงต้องการที่จะสืบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”

 

“ขอรับ” เส้าผิงจำต้องก้มหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะถอยหลังแล้วเร้นกายจากไป

 

คล้อยหลังเส้าผิง อี้เฟิงก็เดินเข้ามารายงาน “เรียนท่านอ๋อง ข้าสืบรู้มาว่าองค์ชายรองมักจะนัดพบกับคนผู้หนึ่งขอรับ”

 

“ใคร?”

 

“คุณชายหานอี้ บุตรเสนาบดีหานขอรับ”

 

“พวกเขานัดพบกันที่ใด”

 

“หอเสวี่ย หอนางโลมที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวงขอรับ”

 

สิ้นคำรายงาน หย่งหยาชิงหวินก็ออกคำสั่ง “เตรียมม้า! ข้าจะออกนอกจวน”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 992 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

216 ความคิดเห็น

  1. #187 1988yongsi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 20:17
    จะช่วยหรือจะป่วนเนื้อเรื่องน้อง5555555555วงวารหลี่หมิ่น
    #187
    0
  2. #180 cheri-n (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 00:55

    พยายามอ่านถึงตอนที่สี่

    ก็ยังสงสัยว่านางอยากอยู่อย่างสงบตรงไหน

    เห็นสอดไปทุกเรื่อง?

    #180
    0
  3. #152 orn2515 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 11:38
    หวุดหวิดหน้าเกือบเสียโฉม
    #152
    0
  4. #142 Manalaong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 00:34
    ไม่อยากยุ่ง แต่ก้เข้าไปยุ่งทุกอย่างอะ งง คือรู้ว่าอยากรีบกลับไป อยากให้นิยายจบเร็ว แต่ถ้าเป็นคนแปลนิยาย OOC /ผีเสื้อขยับปีกอะไรพวกนี้น่าจะผ่านตามาบ้างอะ กลายเป็นเนื้อเรื่องยาวกว่าเดิมไม่จบ ไม่ได้กลับซักที 😂
    #142
    1
    • #142-1 mook123456778(จากตอนที่ 4)
      27 กรกฎาคม 2563 / 20:36
      สงสัยนางเเปลๆไปไม่จำเนื้อเรื่องหรือไม่ก็นิสัยตัวเอกทะลุมิติในตำนาน
      #142-1
  5. #132 wee-woo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:13
    ทำไมน่าลำคานใจมากบอกยอกไม่เอาไม่ยุ่ง แต่เข้าไปเกี่ยวทุกเรื่องก็ไม่ได้นะ
    #132
    0
  6. #103 inwater (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:51
    แน่ใจนะว่านางอยากอยู่อย่างสงบ ตอนจบสวยนะ
    เห็นแต่ละเรื่องที่ก่อเนี้ยไม่ค่อยสวยเอาซะเลย....
    #103
    0
  7. #81 miyumiyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:53
    เราว่าแทนที่จะจบเร็ว จะกลายเป็นไปปลดล็อคเนื้อเรื่องลับเอาได้นะ จากนั้นน้องหลีของเราก็จะซวยแบบหายนะสุดๆ 5555
    #81
    0
  8. #12 เวนีล่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 01:41
    ในฐานะที่น้องเป็นนักแปลนิยายอย่างน้อยน่าจะเคยแปลแนวทะลุมิติมาบ้าง น่าจะรู้ว่าการ OOC ตัวละครมันค่อนข้างเรียกปัญหาเข้ามามากกว่านะคะ ถ้าน้องอยากอยู่อย่างสงบจริงๆ จนจบเรื่อง น้องไม่ควรเข้าไปแตะส่วนเนื้อเรื่องเกินความจำเป็นจะดีกว่านะคะ

    //ขออภัย เราอินเกินค่ะ 5555
    #12
    0
  9. #8 Ma-i (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 01:51
    ถถถ อยู่อย่างสงบ น่าจะเปลี่ยนเป็นเจื่อกๆอย่างวุ่นวายตายอย่างสงบมากกว่านะ
    #8
    1
    • #8-1 Ying (จากตอนที่ 4)
      6 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:16
      อันนี้ถูกใจ คือตั้งแต่อ่านคือนางทำเกินฐานะนางมาก พูดก็ไม่ค่อยเคารพเจ้านาย ทำตัวอวดรู้ แถมเจือกไปทุกตำแหน่ง นี่ถ้าอยากเห็นเหตุการณ์เหมือนในนิยายนางควรดูเงียบๆนะ ไม่ใช่ไปทำพร็อตเปลี่ยน นี่คือการขออยูู่อย่างสงบของนาง...?
      #8-1
  10. #1 ae15051973 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 23:25

    สนุกมากค่ะอ่านรวดเดียวเลยค่ะ
    #1
    0