ข้าเป็นตัวประกอบที่ไม่ได้อยู่อย่างสงบ

ตอนที่ 3 : ข้าจะจับตาดูเจ้า ทุก-ฝี-ก้าว(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,054 ครั้ง
    31 ม.ค. 63

“หย่งหยาชิงหวิน!”

 

คำเรียกขานของหลีหมิ่นทำให้หย่งหยาชิงหวินหรี่ตามองนาง หลีหมิ่นพอจะมีไหวพริบอยู่บ้าง เมื่อรู้ว่าตนเผลอเอ่ยนามของเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำจึงรีบคุกเข่าลง

 

“ข้าน้อยเป็นบ่าวรับใช้ของคุณหนูจาง ข้าน้อยแค่จะมาปลดทุกข์เพคะ”

 

“ที่นี่ไม่ใช่ห้องน้ำ”

 

“ข้าน้อย...หลงทางน่ะเพค่ะ”

 

“เส้าผิง!”

 

หลังจากได้ยินหย่งหยาชิงหวินเรียกชื่อของคนผู้หนึ่ง หลีหมิ่นก็รู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง เส้าผิงคือผู้บัญชาการองครักษ์ ซึ่งเป็นคนสนิทของหย่งหยาชิงหวิน ทุกครั้งที่เส้าผิงปรากฏกาย ล้วนต้องมีการตายเกิดขึ้น

 

“ท่านอ๋อง...อย่าสังหารข้าน้อยเลยนะเพคะ” กล่าวจบ หลีหมิ่นก็ลอบมองหย่งหยาชิงหวิน นางสังเกตุเห็นมุมปากของเขากระตุกเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ จากนั้นเขาก็ออกคำสั่งกับคนที่เพิ่งปรากฏกาย

 

“พานางไปส่งที่เรือนรับรอง แล้วตอบคำถามคุณหนูจางแทนข้า”

 

“ขอรับ” เส้าผิงค้อมกายน้อมรับคำสั่ง ก่อนกล่าวกับหลีหมิ่น “เชิญแม่นางลุกขึ้นเถิด”

 

หลีหมิ่นลุกขึ้นด้วยความงุนงง แต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว ถึงอย่างไรนางก็ไม่อยากตายอยู่ที่นี่ แล้วก็ไม่อยากให้ร่างที่อยู่บนโลกของนางกลายเป็นศพส่งกลิ่นเหม็นให้คนอื่นรังเกียจ

 

“ขอบพระทัยท่านอ๋อง” หลีหมิ่นคำนับหย่งหยาชิงหวิน ก่อนบอกกับเส้าผิง “เชิญผู้บัญชาการองครักษ์เส้าผิงนำทาง”

 

หลีหมิ่นรอให้เส้าผิงนำทาง หลังจากนั้นก็เดินตามไปเงียบๆ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าคำเรียกขานเส้าผิงเมื่อครู่ ได้ทำให้หย่งหยาชิงหวินและเส้าผิงคลางแคลงใจ

 

 

 

หลังจากกลับจากจวนอ๋องชิงหวิน จางจื่อรั่วก็เอาแต่เดินไปเดินมาด้วยความร้อนใจ จนตอนนี้เวลาล่วงเลยมาถึงยามจื่อ นางก็ยังคงเดินไปเดินมาอยู่เช่นเดิม และนั่นทำให้หลีหมิ่นและชิวยวี่ที่รู้สึกง่วงงุนต่างก็เริ่มเวียนศีรษะ

 

“คุณหนู บ่าวว่าคุณหนูพักผ่อนก่อนเถิดเจ้าค่ะ นายท่านเป็นคนเก่ง อย่างไรก็ต้องปลอดภัยนะเจ้าคะ” ชิวยวี่ปลอบ

 

“เดี๋ยวก็มีคนช่วยท่านแม่ทัพออกมาเองเจ้าค่ะ” หลีหมิ่นไม่ได้ปลอบ แต่นางรู้ดีว่าอีกไม่นาน จางหลี่เฉียงจะถูกช่วยออกมาจากฐานทัพของศัตรูแล้ว

 

จางจื่อรั่วหยุดเดินแล้วหันมากล่าวกับหลีหมิ่น “แต่ตอนนี้ชิงหวินอ๋องยังอยู่ที่เมืองหลวง”

 

“เกี่ยวอะไรกับท่านอ๋องเจ้าคะ” หลีหมิ่นถามด้วยความไม่เข้าใจ เพราะผู้ที่เข้าไปช่วยจางหลี่เฉียงออกมาจากฐานทัพของศัตรูไม่ใช่หย่งหยาชิงหวิน

 

“หากไม่ใช่ชิงหวินอ๋อง ก็ไม่มีผู้ใดที่จะช่วยท่านพ่อของข้าได้”

 

“คุณหนูเชื่อใจอ๋องผู้นั้นขนาดนี้เชียวหรือเจ้าคะ”

 

จางจื่อรั่วพยักหน้า “ท่านพ่อเคยบอกกับข้าว่า หากไม่มีชิงหวินอ๋อง การรบทุกครั้งจะไม่มีทางชนะ”

 

เขาไม่ใช่พระเอกเสียหน่อย...

 

ยิ่งฟังเรื่องของหย่งหยาชิงหวิน หลีหมิ่นก็ยิ่งรู้สึกง่วงงุน เมื่อครู่นางก็แอบกลั้นหาวจนน้ำตาแทบไหล หากไม่ทำอะไรสักอย่าง คืนนี้พวกนางคงไม่ได้นอนเป็นแน่ “แต่ถึงอย่างไรตอนนี้คุณหนูก็ควรจะพักผ่อนนะเจ้าคะ”

 

“หากพวกเจ้าง่วงก็ไปนอนก่อนได้”

 

“ได้อย่างไรเล่าเจ้าคะคุณหนู” ชิวยวี่รีบแย้ง แล้วหันไปถลึงตาใส่หลีหมิ่น

 

หลีหมิ่นยิ้มแหย นางลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งลงฝนหมึก จากนั้นก็หยิบพู่กันมาจุ่มหมึก ก่อนจะลงมือวาดภาพลงบนกระดาษแผ่นหนึ่ง

 

“เจ้าจะทำอะไร”

 

หลีหมิ่นไม่ได้ตอบคำถามของชิวยวี่ แต่หลังจากวาดภาพเรียบร้อยแล้ว นางก็ส่งภาพวาดให้จางจื่อรั่ว “พรุ่งนี้รองแม่ทัพเหยียนจะกลับฐานทัพ คุณหนูจงนำสิ่งนี้ไปมอบให้รองแม่ทัพเหยียนเถิดเจ้าค่ะ”

 

จางจื่อรั่วรับภาพวาดนั้นมาดู แล้วก็ต้องขมวดคิ้วพลันด้วยความสงสัย

 

“หลีหมิ่นขอตัวไปนอนก่อนนะเจ้าคะ อ้อ พรุ่งนี้รองแม่ทัพเหยียนจะออกเดินทางแต่เช้า คุณหนูก็รีบพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ”

 

“เจ้า...” ชิวยวี่กำลังจะต่อว่าหลีหมิ่น แต่ถูกจางจื่อรั่วห้ามไว้ก่อน

 

“ปล่อยให้นางไปนอนเถิด เจ้าเองก็ควรจะไปนอนเช่นกัน”

 

“เจ้าค่ะคุณหนู”

 

หลังจากหลีหมิ่นและชิวยวี่จากไป จางจื่อรั่วก็จ้องภาพวาดนิ่ง ‘ข้าไม่รู้ว่าเจ้ารู้ได้อย่างไร ถึงได้วาดภาพนี้ขึ้นมา’ แม้จางจื่อรั่วนึกสงสัย แต่ก็ตั้งใจว่าวันพรุ่งนี้ นางจะนำภาพวาดไปให้รองแม่ทัพเหยียน

 

 

 

ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในห้อง ลมหนาวก็พัดกระโชกเข้ามาปะทะใบหน้า ทำให้หลีหมิ่นสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง พอเห็นว่าสาเหตุของลมหนาวมาจากหน้าต่าง นางจึงรีบสาวเท้าไปปิดมัน ก่อนจะล้มตัวลงนอนด้วยความง่วงงุน ทันใดนั้นเอง จู่ๆ ก็มีมือมาปิดปาก แล้วกระชากนางให้ลุกขึ้น หลีหมิ่นรับรู้ถึงวัตถุเย็นกำลังจ่ออยู่ที่คอ นางยกมือขึ้นทั้งสองข้างอย่างยอมจำนน จากนั้นก็ได้ยินเสียงเหี้ยมกระซิบลอดไรฟันถามว่า

 

“ใครส่งเจ้ามา”

 

หลีหมิ่นจำได้ว่าเสียงนี้คือเสียงของใคร นางจึงตอบเขาเสียงอู้อี้ว่า “ท่านอ๋อง ไม่มีผู้ใดส่งข้าน้อยมาเพคะ”

 

สิ้นเสียงตอบ หย่งหยาชิงหวินกลับกดปลายมีดลงมา และครั้งนี้น้ำตาของหลีหมิ่นก็แทบร่วง เพราะปลายมีดกรีดเนื้อของนางจนรู้สึกแสบ “ท่านอ๋อง ข้าน้อยยอมแล้วเพคะ”

 

“ข้าถามว่าใครส่งเจ้ามา”

 

“ไม่มีจริงๆ เพคะ”

 

“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าแผนที่แคว้นซีเปียนถูกซ่อนไว้ที่เรือนหลังนั้น”

 

“แผนที่...ถ้าท่านอ๋องอยากได้แผนคืน ข้าน้อยก็จะคืนให้เพคะ วางอยู่ตรงนั้นน่ะเพคะ” หลีหมิ่นชี้ไปยังหมอนที่ตนนอนหนุนได้เพียงไม่กี่คืน “ปล่อยข้าน้อย...แล้วพูดจากันดีๆ เถิดเพคะ นะเพคะ”

 

ทันทีที่หย่งหยาชิงหวินละมีดสั้นออกจากคอและปล่อยให้หลีหมิ่นเป็นอิสระ นางก็กระโดดหนีไปไกล แต่ก็ไปไกลไม่ได้มากเพราะห้องนี้ค่อนข้างแคบ

 

“หากท่านอ๋องรู้แต่แรกว่าข้าขโมยแผนที่มา เหตุใดจึงไม่รีบทวงคืนเล่าเพคะ” เมื่อไม่มีเสียงตอบหลีหมิ่นจึงกล่าวต่อ “หรือท่านอ๋องสงสัยว่าข้าเป็นสายลับของข้าศึก ก็เลยคิดที่จะสะกดรอย ดูว่าข้าจะนำแผนที่ไปให้ใคร ใช่หรือไม่เพคะ”

 

“แล้วใช่หรือไม่” หย่งหยาชิงหวินแค่นเสียงถาม

 

“ท่านอ๋อง ข้าอยู่ในจวนแม่ทัพมานาน รับรองว่าข้าไม่ได้เป็นสายลับแน่ หากไม่เชื่อ ก็ให้คนสืบประวัติของข้าได้”

 

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าคือชิงหวิน แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเส้าผิงคือผู้บัญชาการองครักษ์”

 

ซวยแล้ว...

 

หลีหมิ่นกู่ร้องในใจ ตำแหน่งผู้บัญชาการองครักษ์ถูกปกปิดเป็นความลับ กว่าผู้คนจะรู้ว่าเส้าผิงคือผู้บัญชาการองครักษ์ก็ตอนที่เรื่องทั้งหมดคลี่คลายลง

 

หลีหมิ่นเงียบเพราะใช้ความคิด เมื่อคิดออกจึงตอบไปว่า “เดาน่ะเพคะ ท่านอ๋องรูปร่างสง่างามก็น่าจะเป็นเจ้าของจวน ข้ารู้มาว่านามของท่านอ๋องคือหย่งหยาชิงหวิน ก็เลยเผลอเรียกท่านอ๋องว่าหย่งหยาชิงหวิน ส่วนเส้าผิงก็อยู่ข้างกายพระองค์ คงจะเป็นผู้ใดไปไม่ได้นอกจากผู้บัญชาการองครักษ์เพคะ”

 

หลีหมิ่นได้ยินเสียงแค่นหัวเราะก็รู้สึกหวาดกลัวจนขนลุก

 

“ตอบได้ดี ข้าจะจับตาดูเจ้า ทุก-ฝี-ก้าว” หย่งหยาชิงหวินเน้นคำท้ายประโยค ก่อนจะโน้มกายไปคว้าแผนที่ที่อยู่ใต้หมอน จากนั้นก็กระโดดออกไปทางหน้าต่าง

 

หลีหมิ่นถอนใจด้วยความโล่งอก นางเดินไปปิดหน้าต่างแล้วกลับมาล้มตัวลงนอน ไม่สนแม้กระทั่งรอยแผลเล็กๆ ที่ลำคอ ในนิยายเขียนว่าตอนอ๋องชิงหวินกลับมาเมืองหลวง ในจวนของเขาก็เกิดเรื่องขึ้น มีคนที่ไม่รู้ว่าเป็นคนของใครลักลอบเข้ามาขโมยแผนที่แคว้นซีเปียน แต่ว่าคนผู้นั้นยังไม่ทันที่จะได้ขโมยแผนที่ก็ถูกเส้าผิงพบเข้าเสียก่อน

 

หลีหมิ่นถอนใจอีกครั้ง ต่อไปนี้นางจะไม่หาเรื่องใส่ตัวแล้ว...

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.054K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

216 ความคิดเห็น

  1. #186 1988yongsi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 20:07
    เหรออออออ5555555
    #186
    0
  2. #151 orn2515 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 11:27
    ใช่หารื่องใส่ตัวจริงๆๆ
    #151
    0
  3. #121 YukiKiyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:21
    การกระทำกับคำพูดมันย้อนแย้งกันจัง
    #121
    0
  4. #57 สาวน้อยบานแฉ่ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:39
    ไม่เข้าใจ แล้วจะไปขโมยทำไม ก็เนื้อเรื่องบอกว่าขโมยไม่สำเร็จ จะบอกว่าเอามาเพื่อปัองกันก็ไม่สมเหตุผลอะ แล้วคืออ๋องปล่อยไปง่ายๆกะอีแค่สาวใช้คนนึงที่กล้าทำขนาดนี้ แถมเหตุผลก็ไม่มีมีแต่อ้างนู่นนี่ เขียนแค่ว่าแอบพาคนของอ๋องไปจับโจรก็ได้มั้ง มันก็ทำให้อ๋องสงสัยได้อยู่ดี แถมดูจะรอดตายได้เหมาะสมกว่า
    #57
    1
    • #57-1 dolsuk(จากตอนที่ 3)
      21 มกราคม 2563 / 08:52
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ค่ะ/เดี๋ยวไรต์จะปรับปรุงนะคะ
      #57-1
  5. #16 Nusza2533 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 15:23
    ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวแล้วไปขโมยของเขาทำไม...แปลก
    #16
    2
    • #16-1 Rosemarie(จากตอนที่ 3)
      16 มกราคม 2563 / 15:00
      ++++++1
      #16-1
    • #16-2 Rosemarie(จากตอนที่ 3)
      16 มกราคม 2563 / 15:00
      ++++++1
      #16-2
  6. #11 เวนีล่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 01:24
    งื้อออ ทำไมเรารู้สึกว่าไอคิวนางเอกมีปัญหาอ่า //โปรดอย่าดักตีเราาาา
    #11
    1
    • #11-1 Nokk(จากตอนที่ 3)
      1 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:42
      555555
      #11-1
  7. #7 Ma-i (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 01:47
    ดีนะที่รอดมาได้
    #7
    0