ข้าเป็นตัวประกอบที่ไม่ได้อยู่อย่างสงบ

ตอนที่ 12 : องครักษ์หน่วยสี่(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 866 ครั้ง
    31 ม.ค. 63

“ท่านอ๋องเป็นอย่างไรบ้างขอรับ”

 

“ข้าไม่เป็นไร แค่ถูกพิษที่ทำให้ร่างกายไร้เรี่ยวแรงเท่านั้น”

 

ได้ยินเช่นนั้นเส้าผิงก็ล้วงขวดยาออกมาจากอกเสื้อ ก่อนส่งให้หย่งหยาชิงหวินกิน “ท่านอ๋องนั่งพักสักครู่นะขอรับ ดูแลท่านอ๋องด้วย” ประโยคหลังเส้าผิงหันมาสั่งหลีหมิ่น

 

“ดูแล?” หลีหมิ่นเลิกคิ้วขึ้น แต่เมื่อเห็นดวงตาฉายแววดุดันของเส้าผิง หลีหมิ่นก็รีบรับปากทันที “ได้ๆ ดูแลก็ดูแล”

 

หลังจากนั้นเส้าผิงก็ทะยานร่างไปต่อสู้กับกลุ่มคนชุดดำ ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม เหล่าองครักษ์ของหน่วยสี่ก็เอาชนะกลุ่มคนชุดดำได้ทั้งหมด พอดีกับที่เรี่ยวแรงของหย่งหยาชิงหวินฟื้นคืนมา

 

“เรียนท่านอ๋อง คนที่รอดชีวิตหนีไปได้ขอรับ” เส้าผิงรายงาน

 

หย่งหยาชิงหวินพยักหน้า ไม่ได้ตำหนิเส้าผิงที่ไม่สามารถจับกุมคนชุดดำมาสอบสวนได้ “เอาศพไปตรวจสอบให้หมด”

 

“ขอรับ”

 

คล้อยหลังเส้าผิง หย่งหยาชิงหวินก็เอ่ยขึ้น “ข้าจะไปส่งเจ้าที่จวนแม่ทัพ”

 

“เพคะ” หลีหมิ่นตอบตกลงอย่างว่าง่าย ตอนนี้หากจะให้เดินกลับจวนเองก็อาจจะได้ตายอยู่ในป่าสน เนื่องจากนางคงหาทางออกไม่พบ เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีอยู่ในบทใดของนิยายเลย

 

 

 

หลังเกิดเหตุการณ์กลุ่มคนชุดดำต้องการจับตัวจางจื่อรั่ว ทำให้หลีหมิ่นคิดได้ว่า การเลือกเป็นตัวประกอบที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงเป็นการเลือกที่ผิด เพราะในระหว่างที่ชีวิตของตัวละครหลักดำเนินไป ชีวิตของตัวประกอบก็ดำเนินไปเช่นกัน เพียงแต่หลีหมิ่นไม่สามารถรู้ได้ว่าในแต่ละวัน ชีวิตของตัวประกอบจะดำเนินไปอย่างไร

 

หลีหมิ่นเดินตามหย่งหยาชิงหวินไปเงียบๆ โดยไร้วาจาใด จนกระทั่งหย่งหยาชิงหวินพามาหยุดอยู่หน้าอาชาสีดำตัวใหญ่ตัวหนึ่ง เขายื่นมือออกไปลูบหัวของมันเบาๆ พลางถามว่า “รอนานไหม” แล้วก็กระโดดขึ้นไปบนหลังของมัน ก่อนจะหันมาสั่งหลีหมิ่น

 

“ขึ้นมา”

 

“หา...” หลีหมิ่นร้องเสียงยาว

 

“ทำไม” หย่งหยาชิงหวินถาม

 

“ข้ากลัวตก” กล่าวจบ หลีหมิ่นก็รู้สึกว่าคอเสื้อด้านหลังถูกดึงขึ้น ก่อนที่ร่างของนางจะถูกเหวี่ยงให้ไปนั่งข้างหลัง

 

หลีหมิ่นกำลังจะจัดคอเสื้อให้เรียบร้อย ทว่าหย่งหยาชิงหวินกลับกระตุกบังเหียนม้า สัญชาตญาณของคนเรานั้น หากจะร่วงหล่นก็ต้องหาที่ยึดเหนี่ยว แต่ในเมื่อมองไม่เห็นที่ยึดเหนี่ยวใดนอกจากผู้ที่นั่งอยู่ข้างหน้า หลีหมิ่นจึงคว้าเอวของหย่งหยาชิงหวินไว้ ทั้งยังรัดแน่นด้วยกลัวว่าตนจะตกลงไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ ใบหน้าของผู้ที่นางกอดไว้กำลังยิ้มบางๆ

 

 

 

ณ จวนสกุลจาง

 

นี่เป็นยามอิ๋นแล้วที่จางจื่อรั่ว ชิวยวี่ และบ่าวรับใช้อีกสองคนออกมายืนรอหลีหมิ่นอยู่หน้าจวน ก่อนหน้านี้ หลังจากที่คุณชายหมั่นโถสกัดกลุ่มคนชุดดำไว้ จางจื่อรั่วกับชิวยวี่ก็กลับมาถึงจวนอย่างปลอดภัย แต่เนื่องจากหลีหมิ่นยังไม่กลับมา จางจื่อรั่วจึงไปรายงานจางหลี่เฉียง หลังจากนั้นจางหลี่เฉียงก็ส่งคนออกตามหา แต่ไม่ว่าจะตามหาอย่างไรก็ไร้วี่แววของหลีหมิ่น

 

ทันใดนั้นเอง เสียงเกือกมาก็ดังมาจากที่ไกลๆ ก่อนจะหยุดอยู่หน้าประตูจวน

 

จางจื่อรั่วสั่งให้บ่าวรับใช้ที่เฝ้าประตูเปิดประตู เมื่อประตูถูกเปิดออก ก็เห็นร่างสองร่างอยู่บนหลังม้า จางจื่อรั่วและบ่าวรับใช้รีบคำนับทันที หลังจากนั้นจางจื่อรั่วก็สั่งให้บ่าวรับใช้ไปรับหลีหมิ่นลงมาจากหลังม้า

 

“เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่” จางจื่อรั่วถามเสียงร้อนรนก่อนบอก “ท่านพ่อส่งคนออกตามหาเจ้าจนทั่วแต่ก็ไร้วี่แวว เอ๊ะ มือของเจ้าได้รับบาดเจ็บนี่”

 

“คุณหนู หลีหมิ่นไม่ได้เป็นอะไรมากเจ้าค่ะ”

 

หย่งหยาชิงหวินสังเกตเห็นอาการร้อนรน กับดวงตาที่ฉายแววกังวลของจางจื่อรั่วก็นึกสงสัยขึ้นมา “ผู้อาวุโสจางส่งคนไปตามหานางอย่างนั้นรึ”

 

“เพคะ” จางจื่อรั่วตอบไม่เต็มเสียงนัก “เป็นจื่อรั่วที่ขอร้องท่านพ่อเพคะ”

 

 

 

ณ จวนสกุลหาน

 

 

“เหตุใดคุณชายชุนจึงช่วยคุณหนูจาง” หานอี้ถามชุนม่อถาว ชุนม่อถาวผู้นี้ก็คือสายลับของอาณาจักรซิวหลิง

 

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำอะไรลงไป”

 

“เป็นคำสั่งขององค์ชายรอง”

 

“องค์ชายรองกำลังคิดที่จะทำสิ่งใด จะจับตัวคุณหนูจางไปแลกกับแม่นางหนีหนี่เช่นนั้นรึ”

 

“ถูกแล้ว แม่ทัพจางเป็นผู้ที่ฝ่าบาทไว้ใจมากที่สุด ในตอนนี้นอกจากรัชทายาท ฝ่าบาททรงเชื่อใจองค์ชายสามกว่าองค์ชายทุกพระองค์ เช่นนั้นองค์ชายรองจึงสั่งให้มือสังหารไปจับตัวคุณหนูจางมา”

 

“โง่เง่าสิ้นดี” ชุนม่อถาวสบถออกมา “แม้ฝ่าบาทจะเชื่อใจองค์ชายสาม แต่แม่ทัพจางก็ไม่ได้อยู่ฝ่ายองค์ชายสาม หากจับตัวคุณหนูจางมา นอกจากจะเป็นศัตรูกับแม่ทัพจางแล้ว ยังจะเป็นศัตรูกับชิงหวินอ๋องอีก”

 

หานอี้เอ่ยเสียงแผ่ว “ข้า...ลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป”

 

“ช่างเถิด” ชุนม่อถาวโบกมือก่อนกล่าวต่อ “ในป่าสน ข้าเห็นมีมือสังหารอยู่สองกลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มขององค์ชายรอง ส่วนอีกกลุ่มกำลังต่อสู้อยู่กับองครักษ์ แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าเป็นองครักษ์ของหน่วยใด เจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่”

 

หานอี้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าว “หน่วยหนึ่งเป็นของฝ่าบาท หน่วยสองเป็นของกรมอาญา หน่วยสามเป็นของรัชทายาท หน่วยสี่เป็นของชิงหวินอ๋อง ตอนนี้หน่วยหนึ่งกับหน่วยสามไม่มีความเคลื่อนไหว จะเหลือก็แค่หน่วยสองกับหน่วยสี่ ว่าแต่คุณชายชุน เห็นผู้บัญชาการองครักษ์ของหน่วยนั้นหรือไม่”

 

“ไม่”

 

“เช่นนั้นก็บอกได้ยาก ผู้บัญชาการองครักษ์ทั้งสามหน่วยคุณชายชุนต่างเคยพบแล้ว แต่ผู้บัญชาการองครักษ์ของหน่วยสี่ ไม่เคยเปิดเผยตัวตนต่อสายตาผู้ใดมาก่อน เอ...หรือว่าจะเป็นหน่วยสี่”

 

“เช่นนั้น...พวกเขาต่อสู้กับมือสังหารด้วยเรื่องใด”

 

“อาจเป็นเพราะมือสังหารต้องการฆ่าท่านอ๋อง”

 

“ไม่น่าจะเป็นไปได้ ชิงหวินอ๋องเป็นแม่ทัพ หากจะมีเรื่อง ก็ต้องมีเรื่องกับชาวเมืองซิวหลิงเท่านั้น” กล่าวจบ ชุนม่อถาวก็ยิ้มเล็กน้อย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 866 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

216 ความคิดเห็น

  1. #195 1988yongsi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 21:06
    ท่านอ๋องเอะอะหิ้วคอน้องเป็นลูกแมวเลยวุ้ย
    #195
    0
  2. #160 orn2515 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 12:36
    หวุดหวิดเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง
    #160
    0
  3. #44 sotaiyin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 18:15

    รอๆ ตอนต่อไปค่าา

    #44
    0
  4. #43 sotaiyin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 18:14

    หน่วยสี่เส้าผิงแน่ๆ กำลังสนุกเลย

    ลึกๆท่านอ๋องมีความรู้สึกดีๆ นั่นเองมีแอบยิ้มด้วย น่ารัก

    #43
    0
  5. #42 แอนอารี (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 15:57

    ได้อ่านนิยายสนุกๆทำให้ความรู้สึกเรามีความสุข

    #42
    0