ข้าเป็นตัวประกอบที่ไม่ได้อยู่อย่างสงบ

ตอนที่ 11 : กลุ่มคนชุดดำ-ต่อ(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 919 ครั้ง
    31 ม.ค. 63

หลีหมิ่นวิ่งอย่างทุลักทุเลเข้าไปในป่าสน เมื่อแน่ใจว่าไกลพอที่จะไม่ถูกตามจึงหยุดยืนหอบหายใจ พลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก ป้องกันไม่ให้มันไหลลงมาโดนตา ก่อนถอยหลังไปพิงต้นสนเพื่อพักเหนื่อย เมื่อกลืนก้อนความเหนื่อยลงคอ หลีหมิ่นก็มองซ้ายมองขวา หลังจากนั้นก็ตัดสินใจวิ่งไปตามสัญชาตญาณ แล้วสัญชาตญาณก็นำพาให้ไปพบกับคนสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือคนชุดดำซึ่งอำพรางใบหน้า ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มของเส้าผิง จากที่ได้เห็นเส้าผิง หลีหมิ่นก็พอจะรู้แล้วว่าอีกกลุ่มคือองครักษ์ของหน่วยสี่ คนสองกลุ่มนี้กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มขององครักษ์กำลังเพลี่ยงพล้ำ เนื่องจากกลุ่มคนชุดดำมีมากกว่า

 

ขณะนั้นเอง เสียงต่อสู้ก็ดังมาจากอีกทาง และคล้ายกับว่ามันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หลีหมิ่นจะเดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่ได้ จึงตัดสินใจวิ่งไปหลบอยู่หลังต้นสน แต่เนื่องจากต้นสนมีขนาดเล็ก จึงไม่สามารถบังร่างของหลีหมิ่นได้

 

“มีคนอยู่ตรงนั้น!”

 

จู่ๆ คนชุดดำผู้หนึ่งก็เอ่ยขึ้น ทำให้พวกของมันหันมาทางหลีหมิ่น หลีหมื่นที่เพิ่งจะหายเหนื่อยท่องได้สามคำว่าซวย ซวย ซวย ก่อนตั้งท่าเตรียมวิ่ง ต่อไปนี้นางจะไม่ยืนเฉยๆ รอให้กระบี่มาจ่อคออีกแล้ว เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลีหมิ่นก็วิ่งสุดกำลัง แต่ก็ยังช้ากว่าคนชุดดำอยู่ดี เพราะตอนนี้มันเหินกายมาอยู่เบื้องหน้าหลีหมิ่นแล้ว

 

“ข้าไม่ใช่คนที่พวกเจ้าต้องการตัวหรอก” หลีหมิ่นเอ่ยขึ้น ทว่าคนชุดดำเหมือนไม่สนใจ มันกระชับกระบี่ในมือแน่น ก่อนจะมุ่งตรงมาทางหลีหมิ่น แล้วก็ผ่านร่างของหลีหมิ่นไป

 

สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างความงุนงงให้หลีหมิ่นเพียงชั่วครู่ เมื่อด้านหลังมีเสียงเคร้งๆ ดังขึ้น หลีหมิ่นหันกลับไปมอง ก็เห็นคนชุดดำกำลังต่อสู้อยู่กับบุรุษร่างสูงกำยำในชุดสีดำที่คุ้นตา ขณะนี้แววตาของคนผู้นั้นลึกล้ำราวกับห้วงราตรีไร้ดาว ทั้งยังสงบนิ่งดุจทะเลไร้คลื่น ริมฝีปากบางใต้จมูกโด่งตรงเม้มสนิท ผมยาวที่เคยปลิวไสวถูกรวบตึงเป็นมวยไว้ตรงกลางศีรษะ มวยผมประดับด้วยกวาน ส่งให้ใบหน้าเย็นชาของเขาดูหล่อเหลาและสูงส่ง สมกับเป็นเชื้อพระวงศ์

 

ดวงตาของหลีหมิ่นฉายแววตกตะลึงออกมา

 

หลีหมิ่นตกตะลึงได้ไม่นาน คนชุดดำสี่คนก็ล้อมหย่งหยาชิงหวินเอาไว้ แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เพลี่ยงพล้ำ แต่หย่งหยาชิงหวินกลับยังคงสงบนิ่ง เมื่อคนชุดดำสี่คนกระโจนเข้าหา หย่งหยาชิงหวินก็วาดกระบี่เป็นวงกลม โจมตีคนชุดดำสี่คนได้อย่างง่ายดาย แต่ถึงกระนั้น แขนของหย่งหยาชิงวินก็ถูกคมกระบี่ของคนชุดดำเฉือนจนเกิดบาดแผล

 

ทันใดนั้นเอง ลำคอของหลีหมิ่นก็ถูกรัดด้วยแขนของใครสักคนจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างของนางจะถูกลากให้ถอยหลัง ยามนี้จะดิ้นก็ไม่ได้ จะส่งเสียงก็ไม่ได้

 

“ปล่อยนาง” เสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้น

 

“เหตุใดข้าต้องเชื่อท่าน” คนชุดดำกล่าวอย่างเป็นต่อ

 

“นางเป็นเพียงผู้ที่ผ่านมา”

 

“เช่นนั้นหรือ” คนชุดดำหัวเราะเสียงเย็น ก่อนกล่าวต่อ “แล้วเหตุใดเมื่อครู่ ท่านอ๋องจึงคอยแต่มองมาทางนางเล่า”

 

“เช่นนั้นก็ฆ่านางเถิด”

 

ครั้นคำพูดเยือกเย็นนี้หลุดออกมาจากปากของหย่งหยาชิงหวิน หลีหมิ่นก็รู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง

 

“ข้าไม่มีปัญหาหากจะฆ่านางเสีย” กล่าวจบ คนชุดก็ลากหลีหมิ่นให้ถอยหลังไป

 

หย่งหยาชิงหวินก้าวตามไปจนกระทั่งถึงหน้าผา ขณะนั้นเส้าผิงและเหล่าองครักษ์ได้มาถึงหน้าผาเช่นกัน แต่นอกจากเส้าผิงและองครักษ์จะมาสมทบหย่งหยาชิงหวิน คนชุดดำก็ตามมาสมทบพวกของมันเช่นกัน หลังจากนั้น การต่อสู้ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

 

เมื่อคนชุดดำที่จับหลีหมิ่นไว้เห็นการต่อสู้ที่พัวพัน มันจึงเผลอปล่อยหลีหมิ่น แล้วทะยานร่างขึ้น ยกกระบี่หมายจะแทงหย่งหยาชิงหวิน

 

หลีหมิ่นยังคงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าผา เพราะไม่รู้ว่าจะหนีไปทางไหน ส่วนหย่งหยาชิงหวินที่ต่อสู้มานานคล้ายจะอ่อนแรง เขาถูกคนชุดดำโจมตีมาที่หน้าผา ก่อนจะถูกฝ่ามือซัดเข้ามาที่หน้าอกอย่างรุนแรง ทำให้หย่งหยาชิงหวินกลิ้งไปที่ริมหน้าผา

 

เส้าผิงเห็นเข้าพอดีจึงทะยานร่างมาหมายจะช่วยหย่งหยาชิงหวิน แต่กลับถูกคนชุดดำสกัดไว้ก่อน

 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสายตาของหลีหมิ่น แม้เกิดขึ้นรวดเร็ว แต่หลีหมิ่นก็ว่องไว ทันคว้ามือของหย่งหยาชิงหวินไว้ได้ แต่ถึงจะคว้าไว้ได้ ร่างของหลีหมิ่นก็ถลาไปตามร่างของหย่งหยาชิงหวินเช่นกัน

 

ความเจ็บแสบลามขึ้นบนฝ่ามือข้างที่ว่างเปล่า เพราะหลีหมิ่นกางมือออกเพื่อหาสิ่งยึดเหนี่ยว ในที่สุด มือของหลีหมิ่นก็คว้าได้เถาวัลย์เส้นหนึ่ง แต่ตอนนี้มันกลับทำให้ความเจ็บปวดลามไปทั่วต้นแขน เมื่อต้องอดทนรับกับน้ำหนักของหย่งหยาชิงหวิน

 

“ปล่อย” หย่งหยาชิงหวินเอ่ยเสียงแผ่ว ตอนนี้เขารู้สึกไร้เรี่ยวแรง คงเป็นเพราะก่อนหน้านี้ได้รับพิษจากคมกระบี่ของคนชุดดำ

 

“ไม่!” หลีหมิ่นบอก ก่อนเลียริมฝีปากที่เริ่มแห้งผาก

 

“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าเคยบอกให้คนฆ่าเจ้า”

 

“ข้ารู้ว่าท่านอ๋องก็ไม่อยากตาย เช่นนั้นช่วยหุบปากก่อนได้หรือไม่” กล่าวจบ หลีหมิ่นก็หอบหายใจ หลังจากนั้นก็ตะเบ็งเสียงด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย “เส้าผิง หากยังไม่มาช่วยข้าจะปล่อยมือแล้วนะ”

 

ขณะนั้น เส้าผิงกำจัดคนชุดดำเสร็จสิ้นพอดี เมื่อได้ยินเสียงของบ่าวน้อย เขาก็ทะยานร่างไปยังริมผา ก่อนจะคว้ามือของบ่าวน้อย แล้วดึงร่างทั้งสองร่างขึ้นมา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 919 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

216 ความคิดเห็น

  1. #194 1988yongsi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 21:00
    ซุปเปอร์นางเอก
    #194
    0
  2. #159 orn2515 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 12:17
    สางเอกสุดยอดไปเลย
    #159
    0
  3. #41 ongongwoo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 12:37
    สนุกค่ะ ชอบๆ ขอเยอะๆ ค่ะ
    #41
    0
  4. #38 sotaiyin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 23:52
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.pngตอนนี้ขอเยอะๆ สนุกค่าาา
    #38
    0
  5. #37 sotaiyin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 23:52

    โอ้ยๆ ลุ้นๆเตรียมสื่อนั่งลุ้น ตลอด 55+

    สนุกมากๆ หลีหมิ่นรอดแล้วและชิงหวิน.

    ต่อไปมองน้องดีๆหน่อยนะรอบนี้


    รอบนี้คงมองน้องดีกว่าเดิม ลุ้นๆหลายๆตอนคะ

    #37
    0