~◆ Exchange : รักแลกเปลี่ยน ◆~ (KyuHyuk Fiction)

ตอนที่ 1 : ~ ✦ EXCHANGE : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 เม.ย. 57

~ EXCHANGE : Chapter 1 ~
 
  

 

 

                วันประกาศผลสอบดูเป็นที่น่าตื่นเต้นกับนักเรียนหลาย ๆคน แน่นอน.. ใครไม่ตื่นเต้นก็บ้าแล้ว แค่ประกาศผลไฟนอลก็ตื่นเต้นแทบแย่ นี่ประกาศผลทุนแลกเปลี่ยนเชียวนะ!

           

            หลบ ๆๆๆ ถอยไป ๆๆ

 

            เสียงโหวกเหวกโวยวายมาแต่ไกล สองเท้าพยายามแทรกขาของเพื่อน ๆโรงเรียนเดียวกันที่ส่วนใหญ่จะสูง ๆทั้งนั้น แล้วแทรกตัวเล็ก ๆของตัวเองเข้าไปอย่างไม่ลำบากเท่าไหร่นัก จนในที่สุดก็ได้ยืนอยู่หน้าบอร์ดประกาศจนได้ สายตาหลังกรอบแว่นที่ตัวเองไม่ค่อยได้ใส่พยายามไล่มองตามตัวอักษรนำหน้าของชื่อตัวเองจนเจอ ปลายนิ้วชี้ที่ถูกสั่งการจากสมองค่อย ๆเลื่อนลงตามรายชื่อนักเรียนนับร้อยนับพันตั้งแต่ชื่อของคนแรกแล้วไล่ลงมาเรื่อย ๆตามความยาวของกระดาษ ชื่อแล้วชื่อเล่า แต่ก็ไม่เห็นจะมีชื่อของตัวเองสักที

 

            เจอแล้วโว้ย!!!”

 

            แทบสิ้นสติอยู่ตรงนั้น ที่แท้ชื่อตัวเองก็แทบจะอยู่ลำดับสุดท้าย

 

            LEE HYUKJAE

 

            หนังสือเดินทางที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยถูกใส่ลงกระเป๋าเป้ใบไม่เล็กไม่ใหญ่ของเจ้าของเอง กระเป๋าเดินทางถูกบรรทุกไปด้วยสิ่งของจำเป็นที่จะต้องใช้ ฮยอกแจพยายามจัดกระเป๋าด้วยความตื่นเต้น เช็คแล้วเช็คอีกจนผู้เป็นแม่ต้องแอบเดินมาดูอยู่หลายครั้งเพราะกลัวว่าจะตื่นเต้นจนลืม

            ตั้งแต่ฮยอกแจเข้ามหาลัยมานี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ออกไปศึกษาต่างประเทศในฐานะนักศึกษาแลกเปลี่ยนของสถาบันตัวเอง ไม่แปลกที่เจ้าตัวจะภูมิใจซะมากอยู่จนไม่เป็นอันทำอะไร แค่คิดว่าเปิดเทอมหน้าตัวเองจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศก็ยิ้มกรุ้มกริ่มไม่เป็นท่าเอาซะแล้ว

            สองสามวันมานี้ต้องวิ่งวุ่นเรื่องติดต่อกับบ้านพักทางนู้น ไหนจะคำนวณค่าใช้จ่ายแต่ละวัน แต่ละเดือน เพราะค่าเงินก็ไม่ได้เท่ากันทุกประเทศอยู่แล้ว ไหนจะเอกสารเดินทาง เอกสารของมหาลัยอีก ฮยอกแจอุทิศเวลาที่เหลือไม่กี่วันจัดการเรื่องทุกอย่างให้หมดภายในเวลาอันเร่งด่วนจนเสร็จสิ้นรอวันเดินทาง

           

            เฮ้อ.. อีกไม่กี่ชั่วโมงสิน่า

 

            ฮยอกแจถอนหายใจเสียงแผ่ว ร่างเล็กอยู่ในชุดลำลองกางเกงขายาวสีครีมที่เข้ากันดีกับรองเท้าผ้าใบ เสื้อไหมพรมไม่หนาไม่บางที่พอกันความชื้นจากอากาศได้บ้าง สองมือจับหมวกไหมพรมอีกชิ้นให้เข้าที่กับหัวของตัวเอง

            หลังจากร่ำลาคนทางบ้านเสร็จเรียบร้อยและทำตามขั้นตอนการเดินขึ้นเครื่องบินมาอย่างเคยชิน ฮยอกแจค่อย ๆนั่งลงกับเก้าอี้ผู้โดยสารบนเครื่อง โชคดีที่เข้าได้นั่งริมหน้าต่างซะด้วย มือสองข้างช่วยกันรัดเข็มขัดนิรภัยอย่างไม่รีบร้อนนัก

            โทรศัพท์มือถือถูกหยิบขึ้นมาเพื่อส่งข้อความหาโฮสต์หรือเจ้าของบ้านพักที่ตัวเองกำลังจะต้องไปพักอาศัยอยู่ด้วยเป็นเวลาหลายเดือนหลังจากนี้ ฮยอกแจไม่ค่อยคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษสักเท่าไหร่ ถึงจะสื่อสารไม่ได้ดีมาก แต่เขาก็คิดว่าพอถูไถได้ ไม่งั้นคงสอบไม่ผ่านมาถึงขั้นนี้หรอก

            เสียงประกาศบนตัวเครื่องส่งสัญญาณให้รู้ว่าเขาต้องเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตอันใกล้นี้แล้ว เขากำลังจะจากประเทศบ้านเกิดตัวเองไปใช้ชีวิตอยู่อีกซีกโลกนึง ถึงมันจะไม่ได้ยาวนานมาก แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าจะได้ไปจริง ๆ ฮยอกแจเหม่อมองออกไปยังหน้าต่างบานเล็กข้างตัวที่กำลังเผยให้เห็นรันเวย์ของสนามบิน ไกลออกไปเรื่อย ๆ

 

            แล้วเจอกันลอนดอน..

 

 

            สนามบินใจกลางเมืองที่มีผู้คนขวักไขว่ ต่างคนต่างดูเร่งรีบ คนที่นี่ดูเหมือนจะใช้เวลาทุกวินาทีให้มีค่ามากกว่าบ้านตัวเองซะอีก มือเรียวจับหูกระเป๋าเดินทางไว้ข้างกายแล้วลากตามตัวอย่างไม่ลำบากนัก พลางใช้มืออีกข้างหยิบสมุดโน๊ตที่เขียนที่อยู่ของบ้านพักไว้ขึ้นมาอ่านให้ถี่ถ้วนเป็นรอบสุดท้ายให้มั่นใจ ก่อนจะยื่นให้กับโชว์เฟอร์แท็กซี่นายหนึ่งที่ยืนรอบริการอยู่แล้ว

            ฤดูใบไม่ร่วงของที่นี่ดูสวยเอามาก ๆ แต่ก็ยังคงความหนาวอยู่บ้าง ที่ชอบที่สุดคือการที่ใบไม้เปลี่ยนสีแล้วร่วงหล่นตามริมทางเต็มไปหมด เวลาที่ลมพัดผ่าน ใบไม้พวกนั้นก็ปลิวขึ้นตามสายลม

 

            นี่มันสวรรค์ชัด ๆ..

 

            รถยนต์สี่ล้อจอดสนิทอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ ฮยอกแจข้าวขาออกจากรถแล้วจัดแจงยกกระเป๋าออกมาเองแล้วปิดประตูรถเรียบร้อย ตอนนี้เขาเองกำลังยืนประจันหน้ากับบ้านสไตล์โมเดิร์น บ้านทั้งหลังใช้อิฐสีแดง ทำให้เขารู้สึกว่ามันธรรมชาติแล้วก็รู้สึกว่ามันน่าอยู่เป็นไหน ๆ หน้าบ้านเป็นพื้นสนามหญ้าขนาดย่อม ปูพื้นซีเมนต์เป็นทางเดินเข้าบ้านได้อย่างลงตัว

 

            แต่ไหนโฮสต์ล่ะ?

            อันที่จริงแล้วเขาต้องมารับตั้งแต่ที่สนามบินไม่ใช่หรอ?

            คงเซอร์ไพรส์อะไรกันมั้ง..

 

            คนตัวเล็กก้าวขาไปยังตู้จดหมายหน้าบ้านที่ใกล้เคียงกันนั้นมีที่อยู่บ้านแปะไว้ พอมั่นใจก็ค่อย ๆเดินก้าวไปเรื่อย ๆตามพื้นซีเมนต์จนถึงประตูหน้าบ้าน นิ้วชี้กดกริ่งเล็ก ๆข้างประตู

 

            ..........

 

            กดอีกที

 

            ..........

            อีกทีละกัน

 

            ..........

 

            นี่ไม่มีคนอยู่จริง ๆหรืออะไร?

 

            โทรศัพท์มือถือถูกล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกงอีกครั้งแล้วก็พบว่าเขายังไม่ได้เปิดเครื่องเลยตั้งแต่ลงจากเครื่องบินมา ฮยอกแจกดเปิดเครื่องด้วยความเร็ว แต่ก็ต้องสะดุ้งโหย๋ง เพราะลืมไปว่าโทรศัพท์ใช้ที่นี่ไม่ได้ ไม่งั้นค่าโทรศัพท์ตัวเองจะต้องแพงหูฉี่แน่ ๆ ว่าแล้วก็สไลด์นิ้วไปยังปุ่มปิดสัญญาณ

 

            นี่ก็ใช้การอะไรไม่ได้เลย ทำไงดีเนี่ย!!”

 

            บ่นกับตัวเองพึมพำแล้วนั่งลงกับบันไดหน้าประตูบ้านมันซะอย่างนั้น เหลือบมองนาฬิกาแบบไม่ทันตั้งใจ นี่ก็สายแล้ว บอกตรง ๆว่าหิว กับแค่อาหารยิบหย๋อยบนเครื่องก็แทบจะไม่พอยาไส้

            ฮยอกแจนั่งเท้าคางกับเข่าแล้วค่อย ๆปล่อยให้เปลือกตาเลื่อนลงปิด

 

            คงออกไปข้างนอกมั้ง เดี๋ยวคงกลับ

            แต่ก็น่าจะบอกกันสักหน่อยนี่!

 

            โฮ่ง!!!!

 

            เป็นอีกครั้งที่ต้องสะดุ้งสุดตัว คราวนี้สะดุ้งจนต้องลุกขึ้นยืนคว้ากระเป๋าเดินทางข้างตัวมากันไว้ข้างหน้าเพื่อกันสุนัขไซบีเรียนขนฟูฟ่องที่กำลังพยายามจะเดินเข้าใกล้ตัว เสียงคำรามในคอทำเอาฮยอกแจสั่นเล็กน้อย

 

            ปกติก็ไม่ได้กลัวหรอก เพียงแต่ตัวนี้มันเพิ่งได้เจอกันก็เท่านั้นแหละน่า

 

            “Calm down, Piper…”

 

            แต่ก่อนที่มันจะเดินเข้ามาหาหรือจะโจนเข้าใส่ ดันมีเสียงสวรรค์ทำให้เขารอดตายขึ้นมาซะก่อน

            ชายหนุ่มที่ดูแล้ววัยไม่น่าจะต่างกับเขาสักเท่าไหร่ เรียกเจ้าหมาตัวใหญ่ให้หยุด เจ้าหมานี่ก็หันกลับหลังไปพัวพันแข้งขาออเซาะใหญ่ ช่างน่าหมั่นไส้ซะเหลือเกิน ตานี่ก็ลูบหัวหมาแล้วก็ไม่ดุสักคำด้วยนะ ดีจริง ๆ..

            สองขายาว ๆเดินมาประจันหน้ากับฮยอกแจทำให้รู้ว่าตัวเขาเองนั้นสูงถึงแค่ช่วงคางของหมอนี่ชัด ๆ ก็ไม่ได้เตี้ยหรอก แค่กะทัดรัดเท่านั้นเอง

            มือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วค่อย ๆก้มลงมองลงเต็ม ๆตาอย่างหาคำตอบ

 

            เอ่อ... คือ.. ไอ แอม..

 

            “ตามเข้ามาพูดจบก็เปิดประตูบ้านเข้าไปอย่างง่ายดาย ตามด้วยเจ้าไซบีเรียนที่วิ่งเอาขนปุย ๆเฉียดตัวเองตามไปติด ๆ

 

            “อะ.. อ้าว พูดภาเดียวกันได้หรอ

 

            ฮยอกแจตอบกลับไปแบบงง ๆ ถึงขั้นงงมาก ปกติแล้วเขาต้องพูดภาษาอังกฤษกันสิ นี่มาอยู่ถึงต่างประเทศ ยังเจอคนพูดภาษาเดียวกันอีกแล้วมันจะไปได้เรื่องอะไร เรียวปากเบ้ออกแสดงถึงความงงและความไม่พอใจเล็ก ๆที่ประตูมันไม่ได้ล็อค รู้อย่างนี้แอบเข้าไปนั่งหาอะไรกินตั้งแต่ทีแรกแล้ว

 

            เดินเข้าไปภายในบ้านก็พอรู้ว่าบ้านนี้มีฐานะพอสมควร ไม่งั้นคงไม่เปิดรับเป็นบ้านของโฮสต์แน่ ๆ ฮยอกแจถอดรองเท้าไว้ข้างประตูตามที่เห็นว่าตรงนั้นคือตู้รองเท้า แล้วก็พาเอากระเป๋าของตัวเองลากตามตัวเองมาอยู่กลางบ้าน ปล่องไฟขนาดไม่ใหญ่มากอยู่ข้าง ๆเขา มันดูคลาสสิกเอามาก ๆแล้วก็ดูดีมาก ๆด้วย

 

            ยินดีต้อนรับ

 

            ชายหนุ่มคนเมื่อครู่พูดลงมาจากด้านบน ฮยอกแจหันหน้าไปตามเสียงนั่นก็พบว่าคน ๆนั้นกำลังยืนอยู่บนบันไดทางขึ้นไปชั้นสองของตัวบ้าน หยุดมองเจ้าตัวสักพักก็ค่อย ๆเดินลงมาหาแล้วยื่นซองจดหมายให้กับคนตัวเล็ก

            ฮยอกแจรับจดหมายมาเปิดอ่านอย่างงุน ๆงง ๆ

            พลิกไปพลิกมาหน้าและหลังซองก็ไม่เห็นจะมีที่อยู่และไม่มีตราประทับอะไรสักอย่าง มือเลยพาหยิบกระดาษในซองออกมาอ่านซะเลยแล้วกัน ขี้เกียจจะถามเต็มที

            จ่าหน้ากระดาษถึงชื่อ อีฮยอกแจ ชัดเจนว่ามันต้องเป็นของเขา จากนั้นเนื้อความภาษาอังกฤษล้วน ๆ ยังดีที่พอจะเข้าใจได้อยู่

 

            ยินดีต้อนรับสมาชิกคนใหม่ของบ้านในวันนี้ หวังว่าเธอคงจะมีความสุขดีตลอดเทอมนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถอยู่ดูแลเธอได้สักช่วงหนึ่ง เพราะเราติดภารกิจด่วนที่จำเป็นจริง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม เราจะให้ลูกชายของเราอยู่ดูแลเธอเป็นอย่างดี

 

            พระเจ้า...

 

            นี่มันอะไรกัน??

 

            ยกกระเป๋าขึ้นไปชั้นบน ห้องเธออยู่ซ้ายมือ

 

            ชายคนเดิมที่ยืนรอเขาอ่านจดหมายฉบับนั้นจบพูดขึ้น

            เดี๋ยว.. แล้วพ่อกับแม่ไปไหนล่ะ พ่อแม่โฮสต์เราน่ะ

 

            “ก็อ่านแล้วนี่ เขามีธุระ

 

            “แล้วลูกชายเขาล่ะ ไหนอะ

 

            ร่างสูงที่กำลังเดินเข้าไปอีกห้องนึงที่ฮยอกแจคิดว่ามันน่าจะเป็นห้องครัวเพราะแอบเห็นตู้เย็นอยู่ไว ๆ หันกลับหลังมาแล้วเดินมาหยุดยืนตรงหน้าฮยอกแจ พร้อมใช้นิ้วชี้ ชี้เข้าที่ใบหน้าของตัวเอง

 

            น.. นายหรอ??ไม่พูดเปล่า แถมยังชี้นิ้วไปที่ใบหน้าของคนตรงหน้าอีกด้วย

 

            ยินดีที่ได้รู้จัก อีฮยอกแจ

 

            พูดจบก็หันกลับหลังเดินหนีฮยอกแจไปเสียง่าย ๆ หมอนี่พูดแล้วไม่ยิ้มซะด้วย เลยไม่รู้ว่าอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่ ว่าจะถามว่ารู้จักชื่อได้ยังไงแต่ก็ไม่น่าจะถาม ถ้าพ่อแม่เขาฝากไว้ให้แล้วก็ต้องรู้จักชื่อเป็นธรรมดา

 

            แล้วนายชื่ออะไรอะ!” ตะโกนไล่หลังเพราะอยากรู้ไปโถ่ง ๆนั่นล่ะ

 

            คยูฮยอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อุอิ อ่านแล้วเป็นยังไงบ้างคะ 555
ไม่อยากให้เรื่องนี้มีดราม่า จะแต่งเอาฟินแล้วนะเรื่องนี้ -.-

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #2 Pigpaeng (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 01:01
    เอาฟินเถอะค่ะ อย่ารันทดเลยยยย
    สงสารฮยอก
    แต่ว่า.....
    ให้ฮยอกเอาคืนคยูบ้างก็ได้นะค่ะ 55555
    #2
    0
  2. #1 Minieunlee Smileeun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 23:11
    เจอกันเเล้วๆๆๆ
    #1
    0