NOBODY JAY #เจย์ไหน | JAEYONG

ตอนที่ 23 : JAY 22 : ถึงอีแทยงในอนาคต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 563 ครั้ง
    24 มี.ค. 61

 

 

22

 

 

 

 

 

มึง ขอร้องเหอะ”

 

หันหน้าไปมองเพื่อนสนิทที่ถึงกับเอ่ยคำขอร้องนั้นออกมา หลังจากที่เอาแต่ทำเป็นถามลองเชิงต่างๆ นานาอยู่เกือบชั่วโมงแล้ว คิมโดยองทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เต็มทน เพราะการบ้านที่กำลังปั่นกันจนตาเหลือกในเช้าวันนี้คือวิชาที่มันไม่ถนัดมากที่สุด

 

มึงก็เขียนๆ ไปเหอะ คิดอะไรก็เขียนไป”

พูดง่ายนี่ ก็มึงคิดได้อะ ถ้ากูคิดออกจะถามมึงมั้ยล่ะ”

นี่ กูก็ไม่ใช่อัฉริยะมั้ย เหลืออีก 20 นาทีคงช่วยมึงคิดได้มั้ง”

ไอ้เจย์ นี่มึงจะไม่ช่วยกูจริงๆ ใช่ปะ”

 

ถอนหายใจยาวๆ เมื่อไอ้แว่นเริ่มเดือด เราสองคนนั่งกันอยู่ที่โรงอาหาร ใน 20 นาทีสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มเรียนคาบแรก วันนี้ตามตารางแล้วจะเป็นวิชางานเขียนของอาจารย์ซอฮยอน ซึ่งสั่งงานสุดท้ายก่อนจะสอบไฟนอลไว้ด้วยโจทย์ที่ทำเอาเด็กห้องวิทย์ถึงกับต้องกุมขมับ โดยเฉพาะไอ้โดยอง

 

เขาให้เขียนถึงตัวเองในอนาคต ก็ต้องเป็นมึงเขียนมั้ย กูจะไปรู้ได้ยังไงมึงอยากบอกอะไรตัวเองบ้าง”

ก็นั่นไง ใครจะไปรู้วะ อาจารย์ซอฮยอนเมื่อไหร่จะเลิกสั่งงานน้ำเน่าๆ พวกนี้สักที”

ทำไปเหอะแว่น อย่าบ่น”

 

คิมโดยองบ่นงึมงำไม่เลิก แต่ก็ยอมก้มหน้าลงเขียนนู่นเขียนนี่ใส่กระดาษตรงหน้า เป็นภาพที่แปลกพอสมควรที่คนอย่างเพื่อนสนิทเขาคนนี้ต้องมานั่งปั่นงานก่อนส่งเพียงไม่กี่นาที แต่ก็เข้าใจกันได้ เพราะช่วงหลายวันที่ผ่านมามีงานเยอะมากๆ ที่ต้องส่งวันต่อวัน แถมเมื่อวานก็เกิดเรื่องขึ้นมา คิมโดยองที่อยู่ที่โรงเรียนก็น่าจะโดนอาจารย์เรียกคุยแบบชุดใหญ่

เช้าวันนี้แม่เขามาโรงเรียนจากคำเชิญของอาจารย์ และแน่นอนว่าตอนนี้แม่รับรู้แล้วถึงเหตุผลที่หน้าเขายับเยินจนแทบจำไม่ได้ แถมยังได้ไข้หวัดจากการตากฝนเมื่อวาน ถ้าหากวันนี้ไม่จำเป็นต้องมาโรงเรียนเพื่อส่งงานต่างๆ มากมาย แม่ก็คงจะไม่ให้เขาออกจากบ้านแน่นอน

 

มึงได้โทรหาไอ้ยูตะยัง”

 

ที่น่าห่วงที่สุดก็น่าจะเป็นไอ้มนุษย์หมัดหนักคนนั้น ที่ตั้งแต่เช้ามาก็ยังไม่มาโรงเรียน แน่ล่ะ นากาโมโตะ ยูตะ ถูกพักการเรียนหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ  โชคดีแค่ไหนแล้วที่มันไม่ถูกถอดออกจากทุนนักกีฬา ไม่งั้นเขาคงต้องรู้สึกผิดมากขึ้นอีกหลายเท่า

 

ใครจะกล้าคุย”

แล้วปล่อยไว้แบบนี้อีกอาทิตย์นึงเต็มๆ มาเจอหน้ากันทำไงอะ”

ไม่รู้ มึงอย่ากดดันกูดิ”

โห่ อะไรของมึงเนี่ยเจย์”

 

มันไม่ใช่แค่ไอ้ยูตะหรอกที่เขาไม่กล้าสู้หน้า ไม่ว่ากับอีแทยง หรือแม้แต่เตนล์ แจฮยอนก็ยังไม่กล้ามองหน้าเลยด้วยซ้ำ อีแทยงเองก็คงไม่อยากจะพูดอะไรกับเขาอยู่แล้ว เพราะในเว็บบอร์ดโรงเรียนก็ยังมีแต่การขุดคุ้ยเรื่องครอบครัวมันไม่จบไม่สิ้น

อีแทยงเป็นคนเก่ง เก่งจนน่าหมั่นไส้ เมื่อผู้คนเห็นจุดอ่อนของมันก็พากันโจมตี เพราะไม่สามารถเอาชนะความเก่งโคตรๆ ของมันได้ ถ้าวันนี้เขายังไม่เคยได้รู้จักกับมันจริงๆ ก็อาจเป็นหนึ่งในความคิดเห็นในกระทู้พวกนั้น ที่พากันออกมาเหยียบย่ำซ้ำเติมอดีตร้ายๆ ของคนน่าหมั่นไส้คนนี้

 

แทยงมันไม่มองหน้ากูด้วยซ้ำ”

มึงถึงต้องรีบแก้ไขไง คุยกับมัน อธิบายให้เข้าใจ”

ก็ถ้ายิ่งพูดมันยิ่งแย่ล่ะ กูไม่อยากเสียใจแบบเมื่อวานแล้ว”

เสียใจก็ยังดีกว่าไม่ได้ลองทำเหี้ยอะไรเลยปะ”

“...”

ลองพยายามก่อนเหอะ เลิกนั่งจิตตกแบบนี้สักที”

 

ความคิดพวกนี้ ตลอดมามันเป็นของเขา ไม่ก็ไอ้แทอิล ที่คอยพร่ำบอกคิมโดยองให้ลองกินป๊อปคอร์นรสชีสด้วยกันสักทีเวลาไปดูหนังกันสามคน แต่มันก็เอาแต่ปฏิเสธมาตลอดโดยบอกว่ามีผงชูรสมากกว่าข้าวโพด

ตลกดีเหมือนกันที่วันนี้กลายเป็นมันต้องเป็นฝ่ายสอนเขา

ชีวิตเราสวนทางกันจังเลยวะแว่น มึงกำลังค้นพบหลายอย่างที่ตามหา ส่วนกูเหมือนหลงทางอยู่กลางอวกาศ นับวันยิ่งลอยไกลออกไป หาทางกลับบ้านไม่เจอ

 

ไม่รู้ดิ หรือกูไม่เหมาะที่จะอยู่กับใครจริงๆ วะ”

ยังไงนะ”

คือกูอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อรักใคร มึงเข้าใจมั้ยแว่น”

“...”

แต่ถ้าไม่เก็ทก็ไม่เป็นไร กูก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน”

 

คิมโดยองถอนหายใจยาวๆ ออกมาเมื่อเขาเริ่มดิ่งเข้าสู่อารมณ์เมื่อวานอีกแล้ว ถ้าไม่ได้มันกับไอ้แทอิลอยู่ด้วยกันแจฮยอนอาจจะเครียดจนหัวระเบิดไปแล้วก็ได้ เพราะคนที่โรงเรียนก็ยังมองเขาด้วยสายตาและคำพูดที่ทำให้รู้สึกแย่ในทุกๆ ทีที่เดินผ่าน

 

ตอนแรกกูก็เคยคิดแบบนั้น จนเตนล์บอกว่าคนเราอยู่แบบไม่รักใครเลยไม่ได้หรอก”

“...”

เอาตรงๆ นะ มันอาจไม่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น แต่สำหรับตัวกูที่ผ่านมา เหมือนไม่มีใครเข้าใจเลยสักคน กูไม่เข้าใจตัวเองด้วยซ้ำอะ แต่มันเป็นคนเดียวที่เข้าใจกู”

“...”

 

มันอยากให้เขาร้องไห้อีกรอบหรือไงวะ ไปสรรหาความกล้าที่จะพูดอะไรน้ำเน่าๆ พวกนี้มาจากไหน ตั้งแต่มีแฟนนี่ก็อัปเกรดเป็นไอ้แว่นคนใหม่ เล่นเอาเพื่อนงงไปเป็นแถบๆ

แจฮยอนยิ้มออกมาเมื่อเพื่อนสนิทโคตรเพี้ยนของเขาก้มลงถูยางลบกับกระดาษของมันหลังจากพูดจบ แม้ว่าคิมโดยองจะสามารถก้าวข้ามความกดดันเหล่านั้นในใจของตัวเองมาได้แล้ว แต่มันก็ยังเป็นมัน คนเด๋อๆ ที่คิดว่าเพื่อนอย่างเขาน่าจะรู้สึกดีขึ้นได้ด้วยการเอาเกมเศรษฐีมาเล่นกันตอนพักเที่ยง

 

หนังอินเดียเรื่องนั้นที่เราดูกันตอนม.3 ชื่ออะไรนะเจย์”

ทรีอิเดียต”

อิเดียตเขียนยังไง”

“idiots”

“3 Idiots นะ โอเค”

 

อย่างน้อยๆ มันก็ยอมเอ่ยปากถาม ถ้าเป็นเมื่อก่อนน่าจะก้มหน้าก้มตาหาเอาในอินเตอร์เน็ตด้วยความฟอร์มเยอะของมันนั่นแหละ แจฮยอนมองเพื่อนที่กำลังตั้งอกตั้งใจเขียนงานของตัวเอง พูดไปด้วยเขียนไปด้วยแบบไม่รู้ตัวเหมือนตอนเจอกันครั้งแรกในห้องสอบเข้าม.1 ของที่นี่

ถ้าอีแทยงคือคนที่ทำให้เขาได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น คิมโดยองกับมุนแทอิลก็น่าจะเป็นคนที่ทำให้เขามั่นใจว่าต่อให้สังคมจะโหดร้ายกับเราอีกร้อยเท่าพันเท่า เพื่อนก็จะไม่ทิ้งเราไปไหน ความคิดเชยๆ แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหากไม่มีเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์

 

เลิกเรียนกูจะลองคุยกับแทยงดู”

 

เพราะมันคือคำแนะนำจากเพื่อน จองแจฮยอนก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เชื่อ และไม่ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร อาจจะทำให้เขาเสียใจมากกว่าเมื่อวานก็ได้ แต่อย่างน้อยๆ พักเที่ยงวันนี้ก็ยังมีเกมเศรษฐีที่คิมโดยองเอามาเล่นด้วยกันสามคนเหมือนเดิมอยู่ดี

 

 

 

 

 

:: NOBODY JAY ::

 

 

 

 

 

“...ตัวผมในอนาคตอาจจะรวยล้นฟ้าก็ได้ใครจะรู้ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วความพยายามจะไม่เป็นผล ผมอาจยากจนถึงกับไม่มีข้าวกิน แต่ก็ห้ามท้อถอย หาเงินให้ได้เยอะๆ แล้วเอาไปซื้อของที่ชอบกินให้หมด ขอบคุณครับ”

 

แจ็คสันหวังนั่งลงกับที่หลังอ่านบทความของตัวเองจบ อาจารย์ซอฮยอนสุ่มอ่านทีละคน ซึ่งแน่นอนว่าเขาคงไม่โดนแล้วเพราะเคยอ่านไปแล้ว อาจารย์น่าจะเลือกคนที่ยังไม่เคยอ่าน อย่างเช่นไอ้แจ็คสัน หรือมุนแทอิลที่โดนเรียกให้อ่านคนแรก แถมยังโดนด่าเป็นชุดเพราะจัดสัดส่วนของเนื้อหาผิด

 

ปรบมือให้เพื่อนหน่อยค่ะ เขียนดีนะแจ็คสัน รู้เลยว่ากินเก่ง”

 

เพื่อนในห้องพากันปรบมือให้ไอ้แจ็คสัน แจฮยอนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย มันเองก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่อยู่ในวังวนของเรื่องราวทั้งหมดเช่นกัน สำหรับเขา เขามีทั้งคำสาปแช่งต่างๆ นานาและคำขอโทษให้แจ็คสันหวัง รวมถึงไอ้เด็กแฮชานนั่นด้วย

พวกกรรมการนักเรียนที่ก่อเรื่องใส่ร้ายอีแทยงโดนลงโทษอย่างไรเขาเองก็ไม่ได้ติดตาม แต่เพราะพวกนั้นรู้ว่าเด็กม.3 ที่ชื่อแฮชานคนนั้นเป็นคนเห็นเหตุการณ์ มันถึงได้โดนตามไปกระทืบถึงหน้าบ้านตัวเอง แจฮยอนยอมรับว่าเขาคือเหตุผลหลักที่ทำให้มันเจ็บตัว แต่มันเองก็ไม่ควรทำกับเขาแบบนั้นเหมือนกัน

ความคิดตีกันไปมาในระหว่างที่อาจารย์ซอฮยอนกำลังจะสุ่มเลขที่คนสุดท้ายที่จะได้อ่านบทความของตัวเอง เพราะอีกไม่ถึงห้านาทีก็หมดคาบแล้ว แจฮยอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะด้วยความเคยชิน จากการชอบแอบมองใครคนนั้นอยู่เสมอๆ

 

เลขที่ 16 ค่ะ”

 

แต่เพราะวันนี้ที่นั่งของอีแทยงกลับเป็นวินวินที่ขยับไปนั่นแทนที่ เพราะอีแทยงย้ายลงไปนั่งแทนไอ้ยูตะ โดยที่ไม่คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะคาดเดาถึงสาเหตุอะไรทั้งนั้น แจฮยอนรู้สึกผิดทุกครั้งที่รับรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนไป

 

นากาโมโตะไม่มาครับ”

งั้น 17 แล้วกัน” อาจารย์ซอฮยอนสุ่มต่อ “อ้าว จองแจฮยอนเหรอ ขอเป็นคนยังไม่เคยอ่านดีกว่าค่ะ”

ครับ”

 

ก็ถูกต้องตามที่คิดไว้ แถมงานเขียนของเขาวันนี้ก็ไม่ได้ดีเหมือนครั้งที่อาจารย์เคยชมด้วย โจทย์ดีๆ น่าเขียนแบบนั้นแต่กลับเอามานั่งปั่นตอนเช้าที่โรงเรียน จะโทษใครก็ไม่ได้ คงต้องโทษตัวเอง

 

หรือมีใครอยากลองมั้ยคะ เอาคนที่ยังไม่เคยอ่าน”

“...”

โอเคค่ะ อีแทยง”

 

เพราะคำพูดของอาจารย์ที่หน้าห้อง ทำให้ทุกคนต้องหันไปมองตามเสียงเก้าอี้เลื่อนตอนที่เจ้าของชื่อลุกขึ้นยืนพร้อมกระดาษในมือ แจฮยอนไม่รู้ว่าทำไมอีแทยงถึงได้มีความกล้าขึ้นมา ทั้งกล้าในวิชาที่ไม่ถนัด และกล้าในสถานการณ์ที่ตัวเองกำลังโดนเพ่งเล็งอยู่ตลอดเวลา

 

มึง...”

ใจเย็นๆ”

 

ก็เป็นคิมโดยองอีกนั่นแหละที่ปรามเขาไว้ไม่ให้รู้สึกไปต่างๆ นานาจากความกลัวในเรื่องที่ไม่เข้าใจนี้ อีแทยงยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางสายตาของคนทั้งห้อง อาจจะมีแค่เตนล์ที่นั่งก้มหน้านิ่งๆ ไม่ได้หันไปมองเพื่อนตัวเอง

ใจเผลอคิดไปถึงตอนที่เข้าบ้านอีแทยงครั้งแรก ตอนที่เขาช่วยติววิชานี้ให้มันก่อนสอบ วันที่ได้รู้จักกันมากขึ้นจากการเปิดใจถึงทัศนคติต่อสิ่งต่างๆ  วันที่เผลอดีใจไปว่าเราอาจจะเข้ากันได้ดีจนน่าจะสามารถรักษาความสัมพันธ์นี้ให้มีระยะเวลายาวนานได้

 

คนในโรงเรียนเรียกฉันว่าคนเก่ง...”

 

เผลอสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เมื่ออีแทยงเริ่มอ่านข้อความของตัวเอง ไม่ใช่แค่แจฮยอน แต่รวมถึงเพื่อนในห้องด้วยเช่นกัน ไม่น่าจะมีใครคิดว่าจะได้เห็นภาพนี้ในวันนี้ รวมถึงเนื้อหาที่ดูจะเป็นการสะกิดแผลในใจตัวเองอยู่ไม่น้อย

 

“...ความหมายของคำว่าคนเก่งที่แท้จริงนั้นคืออะไร หากหมายถึงการถูกผู้คนยอมรับ ฉันอาจไม่เหมาะกับคำนั้นที่พวกเขาใช้เรียกกันเท่าไหร่ เพราะการยอมรับที่ว่านั่นไม่เคยปรากฎให้เห็นเลยสักครั้งตั้งแต่จำความได้

คนขี้โกง เสี่ยเลี้ยง นอนกับรุ่นพี่ พ่อติดคุก แม่ตายเพราะเป็นบ้า และอีกมากมายมหาศาลที่พวกเขาพูด ฉันได้ยินเรื่องของตัวเองมามาก มากเสียจนคิดว่าหากมนุษย์คนหนึ่งจะสามารถทำสิ่งต่างๆ เหล่านั้นได้ครบทั้งหมดจะต้องใช้เวลากี่ชาติ มีทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริงอยู่ในนั้น แต่เรื่องที่ถูกพูดถึงซ้ำๆ มักจะเป็นเรื่องไม่จริง เพราะมันน่าสนใจและน่าผสมโรงเพิ่มเข้าไปให้สนุกกว่าเดิม

แต่ถ้าหากเลือกได้หนึ่งเรื่องเพื่ออธิบายให้พวกเขาเข้าใจ ฉันจะตะโกนให้เสียงดังที่สุดว่ามีสิทธิ์อะไรมาตัดสินความเป็นความตายของพ่อแม่คนอื่นด้วยการคาดเดาสุ่มสี่สุ่มห้า แม่ยังไม่ตาย แล้วก็ไม่ได้บ้า ยังมีความสุขดีอยู่ที่ไกลๆ  ที่ๆ จะไม่มีคำพูดของใครทำร้ายแม่ได้

ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ฉันมักจะเกิดภาพหลอนขึ้นมาว่าทุกคนรอบตัวกำลังถือมีดคนละเล่ม หาโอกาสที่จะทำร้ายฉันให้ตาย ด้วยความจริงบางข้อที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันผิดปกติจากสิ่งที่สังคมบัญญัติเอาไว้

ฉันเคยอยากมีพ่อที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่พ่อที่อุ้มฉันออกจากโรงพยาบาล ในวันที่ตัวเองอายุเพียง 16 ปี อยากมีพ่อที่บอกทุกๆ คนได้ว่านี่คือพ่อ ไม่ใช่พี่ เอาแต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่าฉันเป็นเพียงผลผลิตของความผิดพลาดจากวัยรุ่นที่คึกคะนองเท่านั้นหรือ จะรีบเกิดมาทำไม เกิดมาเพื่อทำลายทั้งชีวิตของพ่อและตัวของฉันเอง

ฉันเขียนข้อความถึงพระเจ้า แล้วแขวนไว้ยังทุกๆ ดวงดาวที่เห็นบนท้องฟ้าตอนกลางคืน ขอให้ฉันตายเร็วๆ  และได้เกิดขึ้นมาใหม่ในเวลาที่ถูกต้อง ในครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม ไม่ใช่ในบ้านของพ่อที่ยังต้องคุกเข่าขอร้องให้คุณตาช่วยไปรับฉันที่โรงเรียนในวันที่เขาขาดสอบที่มหาวิทยาลัยไม่ได้

ยิ่งโตก็ยิ่งรู้ว่าสิ่งที่เลวร้ายกว่าอะไรทั้งหมดก็คือสังคมที่ไม่พร้อมจะยอมรับความผิดปกตินี้ เพื่อนที่โรงเรียนประถมถามฉันว่าไม่มีแม่หรือไง ถึงได้ใส่เสื้อผ้ายับๆ ไปโรงเรียน คำถามง่ายๆ ในวันนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโตขึ้นและได้เรียนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ความเจ็บปวดมหาศาลก่อตัวขึ้นในใจ สะสมจนมันใหญ่ขึ้นทุกวัน

เป็นผู้ชายคนนั้นที่ปิดหูของฉันไว้ และบอกว่าฉันควรให้โอกาสตัวเองได้เป็นคนที่มีคุณค่าเหมือนกับคนอื่นๆ

ผู้ชายคนนั้นมองเห็นแต่ด้านดีๆ ในตัวฉันเสมอ เขาสอนให้ฉันรักตัวเอง ไม่ว่าโลกนี้จะเกลียดฉันแค่ไหน และแม้ว่าจะไม่มีใครให้เด็กเสื้อยับๆ คนนี้อยู่ในกลุ่มทำโครงงานวิชาสังคมด้วยเลยก็ตาม

วันนั้น ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเอาชนะทุกอย่างให้ได้ รวมถึงเอาชนะใจตัวเองที่ยังหวาดกลัวกับคำพูดของผู้คน ฉันจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อครอบครัวของเรา พ่อจะได้ไม่ต้องคุกเข่าต่อหน้าใครๆ อีก

โครงงานวิชาสังคมในครั้งนั้นฉันไม่ได้อยู่กลุ่มใคร ทำคนเดียว และผลที่ออกมาคือฉันได้คะแนนเยอะที่สุดในห้อง นั่นทำให้รู้ว่าการทำโครงงานสังคมคนเดียวมันง่ายกว่าการที่พ่อต้องเลี้ยงฉันมาด้วยตัวคนเดียวหลายเท่านัก ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นคนเก่ง ทุกคนเรียกฉันว่าคนเก่ง ก่อนจะตามมาด้วยคำเยาะเย้ยถากถางถึงฉายาน่าหมั่นไส้เหล่านั้น แต่คิดอีกทีว่าใครเป็นคนตั้งให้ ก็พวกเขาไม่ใช่หรือไง

จนกระทั่งโตขึ้น ฉันบอกกับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้ใครมาตัดสินอีกแล้วว่าฉันเป็นใคร จะไม่สนใจว่าคนจะคิดหรือพูดยังไง คนที่ควรรู้จักฉันดีที่สุดก็คือตัวของฉันเองไม่ใช่เหรอ แต่เอาเข้าจริง เมื่อไม่กี่วันมานี้ ฉันยอมรับกับตัวเองว่ามันอาจจะยากเกินกว่าที่ว่าเด็กอายุ 17 ปีอย่างฉันจะทำได้

อาจมีหลายคนคิดว่าฉันขี้แพ้เหลือเกินที่อ่อนไหวไปกับเรื่องพวกนี้ แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าพวกเขาไม่เคยอยู่ในสายตาของคนทั้งโรงเรียน ไม่เคยได้ยินเสียงกระซิบเหล่านั้น ไม่ได้เห็นภาพหลอนที่แม้แต่ตำรวจจราจรที่หน้าโรงเรียนก็ถือมีดเล่มใหญ่ไว้ในมือ พร้อมที่จะทำร้ายฉันได้ในทุกๆ ย่างก้าวที่เดินผ่าน

ฉันไม่ได้ดีแบบที่พวกเขาบางคนคิด แต่ก็ไม่ได้เลวแบบที่พวกเขาหลายคนพูด ได้โปรดอย่าตัดสินฉัน โดยที่ยังไม่รู้จักกันจริงๆ เลยด้วยซ้ำ ฉันไม่ได้อยากอยู่ในชมรมบาส ไม่เคยนอนกับชเวมินโฮหรือใครก็ตามที่พวกเขาเขียนเอาไว้ และยาเสพติดที่อาจารย์จับได้ก็ไม่ใช่ของฉันหรือเพื่อนคนไหน พวกเขาเคยสนใจความจริงเหล่านี้บางไหม หรือเพราะว่ามันไม่สนุก ก็เลยไม่คิดที่จะสนใจฟัง

ถึง... อีแทยงในอนาคต หากนายยังอยู่ตรงนั้น ได้โปรดเข้มแข็งกว่าฉันในวันนี้ อย่าเป็นคนเก่งให้คนอื่นเกลียดขี้หน้า และจงอย่าไว้ใจใครมากจนเกินไป เพราะไม่ว่าใครก็พร้อมจะทำให้นายเสียใจทั้งนั้น ได้โปรดทำให้ฉันมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวนาย

แต่ถ้าทำไม่ได้ และยังเจ็บปวดกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น จงหนีออกไปจากการมีตัวตนอยู่ของนาย หนีไปในที่ๆ จะเป็นใครก็ได้ เพราะถ้าโลกใบนี้จะไม่มีที่ให้เราสองคนอยู่จริงๆ  ฉันก็ไม่ได้คาดหวังให้นายอยู่อีกต่อไป

ขอโทษนะที่ไม่มีกำลังใจอะไรให้เลย ขอโทษที่ทำวัยเด็กของนายพังทลายไปหมด ขอโทษที่ฉันไม่เก่งพอจะสู้กับความผิดหวังเหล่านี้ได้...”

 

พอแล้วค่ะ”

 

ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง และขอบคุณหากอยู่ได้จนถึงวันนั้น”

 

อีแทยง”

 

จาก ความผิดพลาดในชีวิตของนาย... อีแทยง”

 

ครูขอโทษ นั่งลงได้แล้วค่ะ”

 

“...”

 

ไม่ใช่แค่อาจารย์ซอฮยอนที่พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แต่เพื่อนในห้องหลายๆ คนก็กำลังร้องไห้ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะเตนล์ที่ยังก้มหน้ามองมือบนตักของตัวเองอยู่แบบนั้นแต่สะอื้นจนตัวสั่น มุนแทอิล แจ็คสันหวัง หรือแม้แต่เยริที่หันหน้าหนีไปอีกทาง

อีแทยงเช็ดน้ำตาของตัวเองลวกๆ ก่อนจะนั่งลงด้วยท่าทีนิ่งเงียบไม่ต่างจากทั้งวันที่ผ่านมา หลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่ในใจทำให้เขาอยากเดินไปกอดมันแล้วตีให้ตาย ทำตัวไม่ถูกกับความในใจของคนที่ไม่เคยพูดอะไรเลยคนนั้น คนที่เขาคิดว่ามันเข้มแข็งมาตลอด

 

ตกลงวันนี้ขาดแค่นากาโมโตะคนเดียวนะคะ”

ครับ”

 

คิมโดยองขานรับอาจารย์ไปแบบนั้น ก่อนจะสั่งทำความเคารพแทนหัวหน้าห้องที่คงไม่มีแรงพอจะพูดอะไรแล้ว อาจารย์ซอฮยอนเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงเสียงร้องไห้ของพวกเราทุกคน ที่ไม่รู้จะต้องรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เพิ่งได้ฟัง

หากตรงนี้มีซอยองโฮหรือไอ้ยูตะอยู่ด้วยก็คงจะดี เพราะเตนล์ก็ดูจะหันหน้าไปมองเพื่อนตัวเองไม่ไหวด้วยซ้ำ ต่างจากอีแทยงที่นั่งเก็บของใส่กระเป๋านักเรียนของตัวเองด้วยความนิ่งเฉย

แต่แจฮยอนรู้ดีว่ามันไม่ได้เข้มแข็งเหี้ยอะไรเลย ก็แค่คนที่เก็บอาการเก่งเฉยๆ เท่านั้นแหละ มึงจะทำร้ายกูด้วยความอดทนของตัวเองอีกนานแค่ไหนว่าอีแทยง

 

มันไปไหนน่ะ”

 

มุนแทอิลถามขึ้นมาหลังจากที่อีแทยงหยิบกระเป๋าตัวเองและเดินออกจากห้องไป ใจหนึ่งก็อยากจะวิ่งตามออกไปแล้วคุยกันให้เข้าใจตามที่ไอ้โดยองแนะนำ แต่แจฮยอนเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาเองเหมือนกัน มือสั่น ขาสั่น เหมือนคนกำลังจะตาย เขาลุกออกไปไม่ไหว แม้ว่าใจจะมีแต่ความกลัวเกี่ยวกับอีแทยงมากมายเต็มไปหมด

ฝนตกลงมาจนได้ เหมือนกับวันนั้นที่เขาไปช่วยอีแทยงเอาแมวออกมาจากซากโต๊ะเก้าอี้ที่พังแล้ว ความห่างเหินของเราสองคนในวันนั้นและวันนี้แทบไม่ต่างกัน ที่จะไม่เหมือนกันก็มีแค่วันนั้นเรากำลังจะเริ่มต้น แต่วันนี้แจฮยอนรู้สึกเหมือนมันกำลังจะจบลง หรืออะไรที่แย่กว่านั้น

เพราะหลายวันที่ผ่านมาฝนตกหนักทุกวัน ราวกับเป็นสัญญาณเตือนถึงเรื่องที่เขาอาจตั้งรับไม่ทัน  เช่นเดียวกันกับฝนในวันนี้ ที่เหมือนกำลังชะล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ล้างเอาโศกนาฏกรรมในโรงเรียนอันน่ารังเกียจนี้ออกไป นั่นอาจเป็นสัญญาณดีๆ สำหรับการเริ่มต้นใหม่

แต่แจฮยอนอาจคิดผิดไป และไม่ทันได้นึกถึงเส้นขีดจำกัดของมนุษย์สักคน

เราทุกคนวิ่งออกไปดูที่ระเบียง ตอนที่มีคนตะโกนอยู่หน้าห้องว่าอีแทยงเป็นลมอยู่ที่หน้าอาคารเรียน

เป็นไอ้เด็กมาร์คลีกับอาจารย์คยูฮยอนที่กำลังพยุงคนหมดสติขึ้นรถไป โดยมีอาจารย์ชเวซูยองคอยกางร่มให้ไม่ห่าง

 

มันไปไหนวะ”

 

เสียงผู้คนตั้งคำถามใส่กันถึงสาเหตุที่อีแทยงออกจากโรงเรียนไปในสภาพนั้น แจฮยอนรู้สึกว่ามือของเขาเย็นเฉียบไปหมดตอนที่รถของอาจารย์คยูฮยอนขับออกไป ตอนที่อาจารย์ซูยองเดินกางร่มกลับเข้ามาในตึก

และที่ทำให้รู้สึกเหมือนว่านี่ไม่ใช่การกลับบ้านเหมือนในทุกๆ วันของอีแทยง คือสายตาของลูกพี่ลูกน้องของมันตอนที่มองขึ้นมาทางเขา ก่อนจะเดินขึ้นรถไป

มาร์คลีไม่เคยชอบเขา และจากเหตุการณ์เมื่อวานก็น่าจะยิ่งเกลียดกันเข้าไปใหญ่

มึงเกลียดกูมากนักใช่มั้ยมาร์ค เกลียดไปเหอะ เกลียดกูให้ตาย

เพราะกูก็เกลียดตัวเองไม่น้อยไปกว่าใครเลยเหมือนกัน

 

    

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC

ตอนหน้าจบ

    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 563 ครั้ง

3,478 ความคิดเห็น

  1. #3465 Ferricia (@jatura) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:16
    เราร้องไห้หนักมาก ให้ตายเถอะ
    #3465
    0
  2. #3457 Beamskye (@beam-nestt) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 18:15
    อ่านไปร้องไห้ไปเลยแทยงต้องอยู่กับอะไรแบบนี้มาได้ขนาดนี้สุดทนแล้วอะอยากเข้าไปกอดน้องแน่นๆ ฮื่ออ
    #3457
    0
  3. #3399 moon03__ (@moon03__) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 10:45
    อีแทยงคือเก่งมากๆแล้วจริงๆ เด็กอายุ 17 คนนึงที่ต้องแบกทุกอย่างเอาไว้ขนาดนั้น
    #3399
    0
  4. #3393 pum 008 (@p_hoohaa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 13:24
    โอ้ยยยยย อีแทยงต้องอดทนขนาดไหนกันนะที่ต้องอยุ่ภายใต้แสงไฟที่มีแต่คนจ้องจะทำร้าย
    #3393
    0
  5. #3360 gracezygracee (@gracezygracee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 21:36

    ฮืออออออ
    #3360
    0
  6. #3357 /tl26&? (@rmhex) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 23:52
    ไม่รู้จะพูดอะไรดีเลยค่ะ มันอื้อมันจุกไปหมด เหมือนทุกสิ่งที่แทยงเขียนมันดึงลงไปสู่ความมืดทึ่ว่างเปล่ามากๆ รู้สึกแค่ว่า โลกมันน่ากลัวจนไม่ควรทนอยู่อีกต่อไป ... จุกมากจริงๆ อยากกอดอีแทยงแน่นๆ แล้วบอกว่าแกทำดีแล้ว
    #3357
    0
  7. #3328 yypanqyy (@panqiio) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 00:01
    ตอนนี้คือทำเราร้องไห้ แทยงเขียนถึงตัวเองในอนาคตได้แบบว่า.... มันเป็นการเขียนที่เรารู้สึกว่าแทยงอยากจะพูดมาตลอดแต่ไม่ได้พูดทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันเลยส่งมาเป็นการเขียนแทน เราจุกมากตอนที่บอกว่าถึงอีแทยงในอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงตอนนั้นไหม เราจะร้องไห้แล้ว คือแทยงทนมาขนาดนี้ได้ยังไงแบกรับความเจ็บปวดมากมายที่เกิดขึ้นมาตลอดได้ยังไงอ่ะ ทำไมถึงเก่งแบบนี้อี แทยง
    #3328
    0
  8. #3323 ploychubby (@ploychubby) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 23:34

    หัวมันตื้อไปหมด เฮ้อ ร้องไห้เลย

    #3323
    0
  9. #3311 404error (@analemma_) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 22:15
    ตายไปเลย ไม่เคยร้องไห้เพราะฟิคมาก่อน ไม่เคยเลยค่ะ แต่ว่าเสียน้ำตาให้กับอีแทยงจริง ๆ
    #3311
    0
  10. #3306 pakkkkoom (@treetipp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 22:23
    อินบทความที่แทยงเขียนจนตอนที่พิมพ์เม้นท์อยู่นี่หัวก็ยังblankอยู่เลยเด้อ 😰
    #3306
    0
  11. #3283 Aiaii (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 20:20

    แล้ววันนี้ที่นี่ฝนก็ตกเหมือนกัน ㅠㅠ ไม่อยากให้แทยงเจ็บปวดไปมากกว่านี้อีกแล้ว ไม่อยากให้แทยงรับฟังคำพูดพวกนั้นอีกแล้ว ไม่อยากให้ต้องทนกับเรื่องพวกนี้ อยากให้แจฮยอนเป็นคนที่ทำให้แทยงมีความสุขก็กลัวว่าซักวันแจฮยอนจะหายไป กลัวทุกอย่างจะเป็นแบบวันนี้ แต่อยากให้แทยงมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นจริงๆไม่ว่าจะทางไหน ไม่ว่าจะแค่เด็ก17หรือไม่ว่าใคร ก็ไม่ควรจะต้องรองรับอารมณ์จากสังคมมากมายขนาดนี้

    #3283
    0
  12. #3279 เจ้าครีม (@z-1036-none) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 08:55
    ไม่ไหวแล้ว ฮือออ แทยงต้องทนมาตลอด ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เราอินมากไม่ไหวแล้วคะ 😭😭
    #3279
    1
  13. #3276 fardoremee (@jaratrawee2544) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 21:33
    ฟิคเรื่องนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ทำให้เราร้องไห้ รู้สึกอินไปกับตัวละครจริงๆ
    #3276
    0
  14. #3193 mxspuk (@mxspuk) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 03:12
    งานเขียนของแทยงตอบโจทย์ทุกอย่างทุกคำถามของกระทู้ในโรงเรียนเลย อ่านแล้วอยากจะร้องไห้ดังๆ อยากกอดแน่นๆ
    #3193
    0
  15. #3188 BWhite (@oum201) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 18:04
    ร้องไห้ตามงานเขียนแทยงฮืออออ ดาวน์มากก
    #3188
    0
  16. #3027 หมูจอง (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 15:53
    งานเขียนของแทยงคือแบบ T___T ประโยคที่ว่า จากความผิดพลาดในในชีวิตของนาย ทำให้เราคิดถึงตอนที่ทงเฮกอดแทยองแล้วบอกว่าไม่ว่าใครจะคิดยังไงแต่การมีแทยงเป็นลูกชายไม่ใช่ความผิดพลาด

    ไม่รู้ว่าทงเฮเป็นยังไงบ้าง แต่ก็คงไม่ได้แฮปปี้ไปมากกว่าแทยงหรอก ต่างคนต่างก็เจ็บปวดต่างๆกัน

    สงสารแทยงมากที่วันนั้นเจย์เป็นคนตัดเล็บให้เพราะทำได้แค่ป้องกันความเจ็บปวดที่อาจจะเกิดขึ้นกับอีแทยง แต่วันนี้มันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แทยงเจ็บปวดแทน ซึ่งมันก็เจ็บปวดนั่นแหละ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

    จีเดวิล ถึงแม้มันจะบอกว่าคบกันเพราะจำใจเพราะไม่มีใครคบแล้ว แต่มันก็เพื่อนรักกันในแบบของพวกมันอะ
    #3027
    0
  17. #3007 Poison cake (@lightoffate) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 21:38
    อีแทยงทำให้เราทึ่งในทุกตอน ทั้งความเข้มแข็งที่สร้างขึ้นมา ความเจ็บปวดที่ถูกปาใส่ทุกวัน น้ำตาเราร่วงอีกตอนแล้ว
    #3007
    0
  18. #2994 your man (@B-KV) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 16:53
    ไรท์ทำเราร้องไห้อ่ะ
    #2994
    0
  19. #2978 cinnamello -) (@beerbiere) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 11:34
    ขอโทษสำหรับทุกอย่าง และขอบคุณหากอยู่ได้จนถึงวันนี้.... น้องแทยงงงงงงงงง ร้องไห้เพราะอะไรแบบนี้อีกแล้วอะ บทความที่เล่าเรื่องของน้องทำเราร้องไห้อีกแล้ว
    #2978
    0
  20. #2946 moonandback ☽ (@gsehun94) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 03:13
    พี่เตย หนูชอบบทความทุกอันที่พี่เขียน มันดีๆมาก พิมได้แค่นี้แหละ หนูร้องไห้อยู่
    #2946
    0
  21. #2846 loserssp (@oaeza) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 22:45
    โอ้ย เศร้ามากๆ ร้องไห้ตามเลย เข้าใจความรู้สึกแทยงเลยจริงๆ
    #2846
    0
  22. #2801 กระต่ายแดง (@finnyfern) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 09:40
    อยากกอดแทยง TT
    #2801
    0
  23. #2800 fammeery (@kwonffg) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 22:34
    ร้องไห้ตามเลย อยากกอดอีแทยงสุดหัวใจ ให้อ้อมกอดของเราเป็นที่ๆปลอดภัยที่นึงในโลกใบนี้ของนายจะได้ไหม มาเริ่มต้นกันใหม่ มามีพรุ่งนี้เช้าที่สดใสและใบไม้พริ้วไหวกัน T T

    สำหรับนายเจย์ เราก็คิดไม่ออกว่าจะทำยังไงต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากกอดนายนะ พี่สาวคนนี้จะคอยเป็นเบอเกอร์ปลาที่นายชอบ และคอนเฟลกซ์รสหวานที่คอยปลอบใจนายตรงนี้เอง รักมากๆนะทั้ง2คน สุดท้ายมันก็จะผ่านไปอย่างที่ใครเขาว่ากัน แต่ขอให้ผ่านไปได้แบบไม่เก็บความเจ็บปวดให้เหม่อนึกถึงนะ 

    อยากมี2อ้อมกอด จะได้กอด2คนแน่นๆ ไม่ให้เล็ดลอดจากอ้อมกอดให้คนเห็นแล้วทำร้ายได้TT TT
    #2800
    0
  24. #2799 lnchrnppr (@launchernappers) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 21:31
    เราดีใจมากที่ได้อ่านเรื่องนี้ ถ้าไม่ได้อ่านต้องเสียดายมากๆแน่ๆ ฟิคเรื่องนี้ไม่ใช่แค่แฟนฟิคแล้วแต่สามารถเป็นงานเขียนดีๆชิ้นนึงได้เลย เมสเสจจากเรื่องนี้ดีมากๆ เราอ่านแล้วร้องไห้ไปหลายรอบเพราะมีอารมณ์ร่วมกับงานเขียนชิ้นนี้ ร้องไห้เพราะอ่านแล้วมองเห็นตัวเองในตัวละคร เพราะความสัมพันธ์ที่อบอุ่น เพราะความเจ็บปวด และเพราะอีกหลายๆอย่าง คือไม่ใช่แค่คาแรคเตอร์ในเรื่องที่ได้ปรับทัศนคติหรือได้เปลี่ยนแปลงตัวเองแต่คนอ่านอย่างเราก็ได้เปิดใจไปพร้อมกับพวกเขาด้วย เราก็ได้ unlock อะไรบางอย่างของตัวเองจากการอ่านเรื่องนี้เหมือนกัน ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ มันยาวมากดูแล้วต้องใช้แรงใจในการแต่งเยอะมากแน่ๆ55555แต่ก็สามารถแต่งจนจบและทำออกมาได้ดี ขอบคุณจริงๆค่ะ
    #2799
    0
  25. #2798 Jay.A (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 01:30
    ไม่ไหวแล้ว อ่านแล้วเจ็บมาก เหนื่อยหัวใจมากๆ อินมากๆ ชอบมากๆ รักมากๆ แต่งดีมากๆ มากแบบที่ไม่รู้ว่าจะต้องอธิบายเป็นคำพูดให้มันดูมากตามความรู้สึกของเราได้ยังไง ทุกเรื่อง ทุกปม ทุกตัวละคร หรือแม้แต่ฉากหลัง สถานที่ กลิ่นไอของวัยมัธยม กระแสโซเชียล กระแสสังคม คำพูดดีๆ ที่สื่อความหมาย ความคิดดีๆ ที่สอนพวกเรานักอ่านผ่านตัวอักษร ประสบการณ์ชีวิตที่คิดว่าหากเกิดขึ้นกับเด็กวัย 17ปีจริง เขาอาจไม่ได้มีเพื่อนพี่น้องที่ดี ที่คอยพยุงพวกเขาไว้แบบ แทยง หรือคนอื่นๆ ในเรื่อง

    เจ็บมากที่สุดคือบทความของอีแทยงและความรู้สึกเกลียดตัวเองของแจฮยอน

    คุณเตยจะแต่งให้เศร้า ขยี้ หรือบีบกว่านี้ก็ได้ แต่อย่างน้อยจากใจจริงของนักอ่านคนนี้ อยากให้ท้ายที่สุดแล้ว เจย์กับแทยง จบกันได้แบบมีความสุข ไขปมเรื่องที่เคยทำร้ายกันจะด้วยความสะเพร่าไม่ตั้งใจ ผิดใจใดๆ ก็ตาม เราจะไม่ว่าเลยถ้ามันไม่ได้เป็นไปตามแผนว่าเหลือแค่ตอนสุดท้ายแล้วจะต้องแต่งให้จบ เราอยากให้ปมของทุกๆ คนคลี่คลายด้วยระยะเวลาที่ลงตัวจริงๆ

    เราเคยชอบฟิคแนวดราม่าบีบหัวใจ สุดท้ายตัวเอกไม่ได้อยู่แสดงความรักด้วยกันหวานแหวว เหลือเพียงความทรงจำและความรู้สึกดีๆ ที่เรียกว่ารักให้กัน เราเคยชอบแบบนั้น แต่สำหรับเรื่องนี้ แม้จะอยากบอกว่าไม่อยากคาดหวังและบีบเค้นให้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าอยากให้เป็นแบบนั้น แต่ยังไงท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรชึ้นตอนหน้า ก็จะยอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้ได้ค่ะ เป็นกำลังใจให้คนเขียน สร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาอีกนะคะ จะรอค่ะ



    ปล. ฟิคที่คุณเตยเคยบอกไว้ว่าไม่ได้อยากให้มันเป็นแค่ฟิตธรรมดาแต่มีเรื่องต่างๆ แฝงให้คิดตามอยู่ในนั้น เราว่าคุณเตยทำสำเร็จตั้งแต่ตอนที่ 1 จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังสำเร็จได้อย่างน่าชื่นชมจริงๆ อย่างน้อยก็ทุกปมปัญหาก็สื่อถึงนักอ่านคนนี้ได้ และคิดว่าเด็กๆ สมัยใหม่ก็ได้เรียนรู้ไม่มากก็น้อยจากฟิคเรื่องนี้อย่างแน่นอนค่ะ

    #2798
    0