ใจเผลอรัก (พรรษชล - การะเกด)

ตอนที่ 4 : ...๓ไม่แรกพบสบพักตร์ แต่แรกทักสบตา 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,927
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    28 มิ.ย. 58



คาวี : “เฮ้ย! นี่แอบชอบกันจริงๆ ใช่ไหม” 

การะเกด : “ปากหรือส้วมน่ะพี่ถึก”

บุษบา : “ยายเกด! บนโต๊ะอาหารนะ”

การะเกด : “ก็เออ บนโต๊ะอาหารนี่คือกับข้าว แต่ที่ผัวพี่พ่นออกมาน่ะ ...ขี้!!!


............



บทที่ 3

ไม่แรกพบสบพักตร์ แต่แรกทักสบตา

วันธรรมดาภายในร้านกาแฟชื่อดังซึ่งมีสาขาไปทั่วประเทศค่อนข้างมีลูกค้าบางตา การะเกดเลือกมุมหนึ่งของร้านสำหรับนั่งรอมะกอกและแต้ว หญิงสาวสั่งเครื่องดื่มแล้วเลือกนิตยสารสำหรับเด็กเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดดู เล่มนี้เธอตั้งใจซื้อไปฝากพี่เขยโดยเฉพาะ  ตั้งแต่บุษบาพี่สาวเธอตั้งครรภ์คาวีก็มักจะอ่านนิตยสารที่มีเนื้อหาสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ปกหน้าของนิตยสารเป็นรูปเด็กวัยประมาณหกเจ็ดเดือนสวมเสื้อลายยีราฟน่ารักน่าชัง เจ้าตัวเล็กส่งยิ้มแป้นพาให้คนที่ดูนิตยสารอดยิ้มตามไม่ได้

“ไม่มีจริงๆ ฉันเดินหาทุกร้านแล้ว พนักงานบอกหมด เพิ่งขายเล่มสุดท้ายไปเมื่อไม่ถึงชั่วโมง” เสียงผู้ชายคนที่นั่งหันหลังติดกับเธอคุยโทรศัพท์ น้ำเสียงระอาปนหงุดหงิดสะดุดหูเธอไม่น้อย แถมเสียงเขายังฟังคุ้นๆ เสียด้วยสิ

“แกจะให้ฉันไปเดินหาคนที่ซื้อเล่มสุดท้ายไปเรอะ สมองกลับหรือไงวะคาวี ฉันจะรู้ได้ไงว่าใครเป็นคนซื้อเล่มนั้นไป”

การะเกดเอี้ยวตัวยื่นหน้าไปมองคนที่นั่งหันหลังชนกัน

ชายหนุ่มที่กำลังคุยโทรศัพท์ก็เหมือนจะรู้ตัวจึงหันมา

...สองหนุ่มสาวสบตากัน

“สวัสดีค่ะ คุณหมอ” หญิงสาวทักขึ้นก่อน ตัวยังอยู่ในท่าเอียงตัวมองชายหนุ่ม มือกำพนักเก้าอี้เอาไว้แน่น ความรู้สึกแปลกๆ กำลังจู่โจมร่างกาย สบตา เขาแล้วเลือดในกายมันสูบฉีดแล่นพล่านจนร้อนวาบอย่างไรก็บอกไม่ถูก

พรรษชลกดวางสายโดยไม่บอกกล่าวเพื่อน จับจ้องใบหน้าสวยจัดของสาวลูกครึ่งซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องภรรยาของเพื่อนสนิท

“สวัสดีครับ มาซื้อของเหรอครับ” เป็นครั้งแรกที่ได้พูดคุยกันตรงๆ หลังจากตกอยู่ท่ามกลางพายุนากีสที่ชายหนุ่มแอบผวา และปฏิญาณเอาไว้เงียบๆ ว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเป็นอันขาด

“ค่ะ เกดมาซื้อนิตยสารเล่มนี้ฝากพี่คาวี” หญิงสาวชูนิตยสารในมือขึ้น ในอกวูบไหวจนเธอรู้สึกเสียการทรงตัวเล็กน้อย ซึ่งนั่นเป็นอาการที่เธอยังหาสาเหตุไม่ได้

“อ้าว ผมกำลังหาซื้อให้คาวีพอดี แสดงว่าคนที่ซื้อเล่มสุดท้ายไปก็คือคุณเกดนี่เอง” การะเกดพยักหน้าน้อยๆ ค่อยๆ ดึงตัวเองให้กลับไปนั่งท่าเดิม หญิงสาวนิ่วหน้ากับความรู้สึกใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน พอดีกับที่พนักงานนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้สองหนุ่มสาวซึ่งยังคงนั่งหันหลังชนกัน พนักงานสาวมองทั้งสองที่ต่างทำหน้าแปลกๆ ก่อนจะเดินจากไป

พรรษชลนิ่งงันเมื่อหญิงสาวเอี้ยวตัวกลับไปนั่งท่าเดิม ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดเขาสมควรขอนั่งร่วมโต๊ะกับเธอดีไหม หรือว่าชวนเธอมานั่งด้วยกันดี

ส่วนการะเกดกำลังกัดริมฝีปากแน่นคิดอย่างเดียวกับชายหนุ่ม หากแต่ต่างตรงที่ว่าเกิดมาเธอไม่เคยชวนผู้ชายนั่งร่วมโต๊ะก่อนและไม่เคยขอนั่งร่วมโต๊ะกับใครอีกด้วย

“เอ่อ”

สองหนุ่มสาวเอี้ยวหน้ามาพร้อมกัน เป็นเหตุให้หัวไหล่ทั้งสองชนกัน แก้มสาวร้อนผ่าวขึ้นแดงจนเห็นได้ชัด ส่วนชายหนุ่มก็นิ่งงัน แรงปะทะเบาๆ เมื่อครู่ทำให้กรอบแว่นเอียงเล็กน้อย

“เกดไปซื้อของต่อก่อนนะคะ” หญิงสาวพูดตัดบทขึ้นก่อนลุกเดินหนีไป ทั้งๆ ที่เธอยังไม่ได้แตะเครื่องดื่ม ตลอดทางเธอบ่นงึมงำกับตัวเอง กระทั่งพบมะกอกและแต้วตรงบันไดเลื่อนขึ้นชั้นสองของห้างฯ จึงชวนทั้งสองกลับฟาร์ม โดยไม่รู้ว่าตนเองนั้นทำเฟอะฟะหลงลืมถุงหนังสือไว้ที่ร้านกาแฟ ทำให้ชายหนุ่มที่มีอาการเสียศูนย์ไม่ต่างกันรับหน้าที่นำมันไปส่งให้ถึงมากบารมี ฟาร์ม

 

“เกดลืมถึงหนังสือไว้ที่ร้านกาแฟ” เสียงหวานคร่ำครวญในเย็นของวันนั้น หลังจากกลับถึงบ้านได้สองชั่วโมงเธอก็พบว่าตัวเองเบลอจนลืมถุงหนังสือสี่ห้าถุงไว้ที่ร้านกาแฟในห้างฯ

“หนังสือเยอะแยะขนาดนั้น ทำไมถึงลืมได้” อัญชันถามน้องสาว ปกติการะเกดจะเป็นคนรอบคอบทีเดียว ยิ่งเรื่องเกี่ยวกับหนังสือหนังหานี่ไม่น่าจะลืมได้ น้องสาวเธอเป็นคนรักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก ถึงขนาดที่คุณป๋าลงทุนสร้างห้องนอนที่มีห้องสมุดเชื่อมต่อ ในนั้นมีหนังสือที่การะเกดเลือกซื้อหามาอ่านเองทั้งสิ้น

การะเกดทำหน้ามุ่ย ใครจะกล้าพูดล่ะว่าเธอเสียศูนย์จนเกิดเบลอลืมของไว้ที่ร้าน นึกถึงสาเหตุของการเบลอแล้วหญิงสาวก็ต้องใจเต้นแรง สงสัยเธอจะแพ้ทางผู้ชายใส่แว่นซะละมั้ง ใบหน้าของคุณหมอประจำตัวของหลานชายผุดขึ้นมาทันที ดวงตาสีนิลดำภายใต้กรอบแว่นรูปทรงทันสมัยดูมีพลังดึงดูดบางอย่าง การสวมแว่นไม่ได้ทำให้เขาดูแก่หรือเชยสักนิด หากแต่ดูดีขึ้นหลายเท่า ดวงตาคู่นั้นดึงดูดเธอ การะเกดเคยพบปะกับชายหนุ่มมากหน้าหลายตาตามงานเลี้ยงหรืองานการกุศล เธออ่านความรู้สึกคนเหล่านั้นด้วยการสบตา เขาว่าดวงตาเป็นหน้าตาของหัวใจ หลายต่อหลายครั้งเธอพบว่าผู้ชายที่เข้ามาทำความรู้จัก ตกหลุมรัก เธอเข้าเต็มเปา แต่ไม่ใช่กับพรรษชล เขาไม่เหมือนหนุ่มๆ ที่เคยเข้าหาเธอ เธออ่านความรู้สึกเขาทางสายตาไม่ออก ซึ่งก็น่าแปลกที่เธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

“ยายเกด! ทำไมเอาแต่เหม่อ พี่พูดกับเธออยู่นะ” เสียงอัญชันแหวกเข้าสู่โสตประสาท การะเกดหันไปกะพริบตาปริบๆ หญิงสาวค่อยๆ เผยยิ้มแหย แต่ครั้นสบเข้ากับแววตาสงสัยแกมอยากรู้ของพี่ชายเธอก็ชักสีหน้าให้แล้วสะบัดบ๊อบ

พุทธชาดโคลงศีรษะกับความขี้งอนของน้องสาว

“ลืมก็คือลืมสิอัญ จะมาซักไซ้ให้เสียอารมณ์ทำไม ถ้าพรุ่งนี้ไปหาไม่เจอก็ซื้อใหม่ แค่นี้ก็จบแล้ว” คนหลงเหม่อเข้าสู่ภวังค์ส่วนตัวฟอดแฟดกลบเกลื่อน

“พี่ก็แค่ถาม ทำไมต้องพูดเหมือนโกรธด้วยล่ะ” สาวหวานอย่างอัญชันต่อว่า ทั้งที่เธอถามเพราะห่วงแท้ๆ ทำไมยายน้องสาวถึงได้ทำเหมือนโกรธเธอมาเป็นสิบปีกันเล่า

“ไฮ้ โกรธเกิดที่ไหน เกดก็แค่หงุดหงิด” คนเอาแต่อารมณ์บอกปัด ยินยอมเอ่ยปากขอโทษพี่สาวก่อน “เกดขอโทษแล้วกัน พอดีอารมณ์เสียนิดหน่อย ในนั้นมีหนังสือที่พี่คาวีอยากได้ มันเหลือเล่มสุดท้ายแล้วด้วย”

พูดจบก็พานให้นึกถึงคนที่เป็นสาเหตุอีกไม่ได้ แก้มสาวร้อนผ่าวขึ้น เพราะสีหน้านิ่ง แววตาไร้ความสึกต่อเธอนั่นแท้ๆ ที่ทำให้เธอเสียศูนย์จนถึงตอนนี้ การะเกดช้อนตาขึ้นก็สบเข้ากับดวงตาอีกคู่ที่ละม้ายคล้ายกับเธอ หากแต่ต่างตรงที่ดวงตาคู่นั้นคมกริบอีกทั้งเต็มไปด้วยความสงสัยและคลางแคลงใจอย่างที่สุด!

 

พุทธชาดเก็บความสงสัยเกี่ยวกับท่าทางแปลกๆ ของน้องสาวเอาไว้ ปกติแล้วการะเกดเป็นหญิงสาวที่มั่นใจในตัวเอง ไม่ได้มีอาการหลุกหลิกเหมือนเสียความมั่นใจเหมือนอย่างในวันนี้ แถมยังทำท่าเหมือนกำลังปกปิดอะไรสักอย่าง ชายหนุ่มกอดอกทอดสายตามองวิวสวยสุดลูกหูลูกตาบริเวณด้านข้างตัวบ้าน การที่เขาเสนอตัวเข้าช่วยผู้เป็นพ่อค้นหาลูกเขยในฝัน นั่นก็เพราะต้องการสืบค้นประวัติด้านลบของชายหนุ่มในลิสต์ ว่าที่ลูกเขย ตอนนี้เขาสามารถขจัดออกได้กว่าสี่สิบคน โดยแจกแจงข้อเสียของชายหนุ่มเหล่านั้นให้คุณป๋ารับรู้ทางอีเมล ซึ่งแน่นอนว่าประวัติชายเหล่านั้นจะถูกลบออกในวันถัดไป

การที่เขาไม่พูดใช่ว่านิ่งนอนใจ แต่ไม่อยากให้น้องสาวนอนใจดี๊ด๊าจนคุณป๋าจับได้ว่าเขากำลังช่วยน้องสาวให้หนีการจับคู่ดูตัวครั้งนี้ หากคุณป๋าหวงลูกสาวเหมือนจงอางหวงไข่ เขาก็หวงการะเกดเสียยิ่งกว่าจิ้งจกหวงไข่ด้วย เอ... หัวคิ้วเข้มที่ยาวพาดรับกับดวงตาสีฟ้าขมวดมุ่นเมื่อนึกสงสัยว่าตนจะใช้คำเปรียบเปรยไทยๆ ผิดเพี้ยนไป สำนวนไทยมีประโยค จิ้งจกหวงไข่ เหมือน จงอางหวงไข่ หรือเปล่าก็ไม่รู้

เสียงรถมอเตอร์ไซค์จอดตรงถนนหน้าบ้าน พุทธชาดเดินไปดูเพราะคุ้นหูกับเสียงเครื่องยนต์ แม้จะไม่สนิทสนมถึงขนาดพูดเล่นพูดหัวกัน แต่พุทธชาดก็นิยมชมชอบเพื่อนสนิทของคาวีผู้นี้ไม่ได้ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องของชายหนุ่มจากปากคาวี การเป็นหมอต้องเสียสละหลายอย่าง โดยเฉพาะคุณหมอที่มีทางเลือกดี ๆ อย่างคุณหมอหม่อมหลวงอย่างพรรษชล

หนุ่มดอกไม้คลี่ยิ้ม ค้างเมื่อพบว่า...

พรรษชลส่งยิ้มทักทายพุทธชาด ในมือมือถุงพะรุงพะรัง อดสะดุดกับรอยยิ้มค้างของหนุ่มรุ่นน้องไม่ได้ แต่ข้าวของในมือก็หนักจนทำให้ต้องละความสนใจ ตอนหิ้วออกจากร้านกาแฟเขานึกทึ่งหญิงสาวไม่น้อย ตัวก็บางแค่นั้นแต่หิ้วของหนักๆ ได้อย่างไม่บ่น ผู้หญิงอะไร ถึก ซะไม่มี ชายหนุ่มกลั้นยิ้มเมื่อตนเผลอใช้คำเปรียบเทียบเธอเหมือนฉายาเพื่อน

“น้องสาวของพุด เธอลืมหนังสือไว้ที่ร้านกาแฟน่ะ” ประโยคบอกเล่าที่เกริ่นขึ้นก่อนโดยชายหนุ่มที่ทำให้เขายิ้มค้างทำให้พุทธชาดนิ่วหน้าเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างขึ้นเมื่อนึกถึงท่าทางของน้องสาว มันก็น่าเสียศูนย์อยู่หรอก ความนิยมในตัวนายแพทย์หม่อมหลวงค่อยๆ ท่วมท้นขึ้นเป็นอีกทวีคูน

“ขอบคุณครับ ปกติน้องสาวผมไม่ใช่คนขี้หลงขี้ลืม” พุทธชาดยื่นมือไปรับถุงหนังสือมาถือไว้ ก่อนเชื้อเชิญพรรษชลเข้าบ้าน กอปรกับที่คาวีเดินลงมาจากชั้นบน

“ไงไอ้หมอ หายงอนแล้วใช่ไหมถึงโผล่มาที่นี่ได้” คนฟังนิ่วหน้า ชายหนุ่มหันไปขอบคุณสมทรงที่ยกน้ำออกมาเสิร์ฟ

“น้ำกระเจี๊ยบหวานเย็นชื่นใจค่ะคุณหมอ ป้าทำรอมาหลายวันแล้ว” สมทรงบอก

“อ้าว ไหนบอกทำให้ยายเกด บอกเห็นซึมๆ เลยอยากให้คุณเกดสดชื่น ไหงไอ้หมอมาบอกทำให้มันซะงั้น” เจ้าของบ้านหนุ่มแซวคนเก่าคนแก่ของฟาร์มมากบารมี สมทรงและมะเฟืองสองสามีภรรยาอยู่มาตั้งแต่รุ่นพ่อเขาบริหารฟาร์ม มาจนถึงรุ่นของเขาก็มีมะกอกและมะยมลูกชายสองคนช่วยดูแล

สมทรงหันไปค้อนให้เจ้านายหนุ่ม “ของคุณเกดป้าทำวันนี้ แต่ของคุณหมอป้าทำรอหลายวันแล้ว” นางบอกอย่างแง่งอน

คุณหมอที่เป็นขวัญใจคนในฟาร์มยิ้มขอบคุณ แต่ไม่วายเอ่ยแซว

“ทำไว้หลายวันแล้วมันจะกินได้เหรอครับป้า สู้ให้ผมกินที่ทำให้คุณเกดของป้าด้วยไม่ได้เหรอครับ”

คนสูงวัยอดเอื้อมมือไปหยิกแขนขาวๆ ของคุณหมอไม่ได้

“ก็อันเดียวกันนั่นแหละค่ะ อันที่ต้มวันอื่นน่ะป้าเททิ้งใส่ท้องคุณคาวีหมดแล้ว” พูดจบก็เดินสะบัดสะโพกเข้าครัว ปล่อยให้คนที่กินน้ำกระเจี๊ยบทุกวันนั่งหัวเราะกร้ากอย่างชอบใจ

“ถ้าป้าจะทำอะไรรอไอ้หมอมันอีกแล้วมันไม่มา รบกวนเอามาเททิ้งใส่ท้องผมอีกนะ”

พรรษชลยกน้ำกระเจี๊ยบเย็นๆ ดื่มอย่างชื่นใจ พอรู้ว่าสมทรงต้มให้ใครชายหนุ่มก็อดอมยิ้มไม่ได้ โดยไม่รู้ว่าท่าทางของตัวเองนั้นตกอยู่ในสายตาคู่คมของใครคนหนึ่ง

“ว่าไงไอ้หมอ ถามว่าหายงอนแล้วเหรอถึงได้โผล่มาที่นี่” คาวียิงคำถามเดิม

“เปล่า พอดีฉันเจอคุณเกดที่ร้านกาแฟ เธอลืมของไว้ฉันเลยเอามาให้” พรรษชลวางแก้วน้ำกระเจี๊ยบที่เหลือแต่แก้วลง “ฉันกำลังจะกลับเดี๋ยวนี้แหละ ลาก่อน”

“เฮ้ยยย แรงวะ พูดคำว่าลาก่อน พอๆ เลิกงอนเลยมึง กูไม่ใช่แฟนมึงนะถึงต้องง้อกันไม่เลิก”

พรรษชลกดยิ้มมุมปาก “ไม่ทราบว่าคุณ ง้อ กู เมื่อไหร่ครับ”

“หูย...กำลังจะไพเราะแล้วเชียว กูหลุดมาจนได้” คาวีทำหน้าบิดเบ้เกินจริง “ขอโทษษษ...ต่อไปจะไม่กวนนายแบบนั้นแล้วก็ได้ หายโกรธเถอะวะ กันไม่สบายใจเลยที่นายไม่โผล่หน้ามาที่นี่”

“ไปรินน้ำกระเจี๊ยบมาให้อีกแก้วสิ” พรรษชลไม่ตอบหากแต่ใช้ให้ไปเอาน้ำมากินซะเลย คาวีที่รู้ว่ามีความผิดฐานใช้เพื่อนเกินหน้าที่รีบยิ้มประจบรับแก้ววิ่งเข้าห้องครัวไปอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของพุทธชาด หนุ่มดอกไม้รู้สึกทึ่งไม่น้อย คนสุขุมนิ่มนวลสมกับเป็นหมอเด็กอย่างพรรษชลเอาคาวีอยู่ แถมทึ่งกว่านั้นที่สองคนนี้สามารถเป็นเพื่อนรักกันได้ คาวีพี่เขยเขานั้นบุคลิกเหมือนไฟ ส่วนพรรษชลเย็นเหมือน้ำสมกับชื่อ ไฟกับน้ำไม่น่าจะเข้ากันได้เลยจริงๆ พรรษชลหันมายิ้มชวนพุทธชาดพูดคุยอย่างสนิทสนม สองหนุ่มคุยกันได้แป๊บเดียวคาวีก็เข้ามาสมทบ


................


“พี่คาวี เกดยืมรถหน่อยสิ” เท้าที่ซอยถี่ลงจากบันไดหยุดชะงักเป็นเหตุให้คนที่วิ่งตามมาติดๆ เบรกตัวโก่ง อัญชันตั้งใจต่อว่าน้องสาว หากแต่เห็นเสี้ยวหน้าตะลึงงันก็ต้องมองตามสายตาน้องสาว

“อ้าว พี่หมอน้ำนี่เอง สวัสดีค่ะ” สาวดอกไม้นามอัญชันกล่าวทัก

“สวัสดีครับ จะไปไหนกันเหรอครับ” พรรษชลทักตอบ ดวงตายังจับจ้องคนที่กำลังเบิกตากว้าง อ้าปากหวอ มุมปากชายหนุ่มจุดรอยยิ้มขึ้น

“พาเกดไปถ่ายรูปที่ทุ่งทานตะวันหน้าฟาร์มนี่เองค่ะ วันนี้อัญจะเป็นแบบให้เกดถ่ายรูป เพราะคนบางคนกำลังงอนพี่ชายอยู่”

การะเกดหันไปค้อนขวับให้พี่สาว ปกติไม่ค่อยพูดค่อยจากับคนแปลกหน้าทำไมวันนี้ถึงคุยจ้อๆ กับเขาได้ หญิงสาวหันไปทางพี่ชายที่เธอกำลังงอนอยู่ก็พบว่าพุทธชาดไม่ได้ยิ้มล้อเลียนอย่างที่เธอคาดไว้ หากแต่สีหน้านั้นเงียบขรึมเหมือนคนกำลังใช้ความคิดมากกว่า ร่างเพรียวบางของสาวดอกไม้รีบสาวเท้าหวังจะออกไปจากห้องรับแขกให้เร็วที่สุด หากไม่มีเสียงของคาวีรั้งไว้

“เดี๋ยวเกด พี่หมอเขาเอาหนังสือที่เราลืมไว้ที่ร้านกาแฟมาส่งคืนให้น่ะ” แม้จะห่ามๆ เถื่อนๆ แต่ส่วนใหญ่หากพูดกับภรรยาหรือน้องภรรยาชายหนุ่มจะพยายามใช้คำสุภาพ นั่นเพราะในอนาคตเขาวาดหวังจะมีลูกสาวน่ารักๆ เหมือนบุษบาสักคนสองคน

“เอ่อ” สาวดอกไม้อ้ำอึ้ง

“ขอบคุณสิเกด” อัญชันที่เดินตามน้องสาวมากระซิบบอก ไม่เข้าใจว่าตัวแม่เรื่องความวีนรองจากบัวสวรรค์นั้นเป็นอะไร ปกติน้องสาวเธอมีความมั่นใจในตัวเอง มาวันนี้ทำอ้ำอึ้งเหมือนคนติดอ่างไปได้

“ขอบคุณค่ะ คุณหมอ”

“ไม่เป็นไรครับ คุณเกด” พรรษชลตอบน้ำเสียงราบเรียบ

“หูย...อย่างเป็นทางการอะ นั่นน้องเมียผมนะครับไอ้หมอ ส่วนนี่ก็เพื่อนสนิทพี่นะครับ” คาวีหันไปทางเพื่อนจากนั้นก็น้องภรรยา ย้ำเตือนให้รู้ว่าทั้งสองคนไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกัน

“ใช่ เกดเรียกพี่หมอเหมือนพี่ก็ได้” อัญชันเสริมขึ้น ก่อนหันไปทางพรรษชล “ได้ใช่ไหมคะ พี่หมอ”

พรรษชลพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาภายใต้กรอบแว่นจับจ้องไปยังคนที่เอาแต่ยืนหน้าแดง ทว่า...ดวงตาเขียวเรืองรองแลจับจ้องไปทางพุทธชาด พอเธอหันกลับมาสบตาเขาแววเรืองรองเอาเรื่องก็จางหายไป แทนที่ด้วยประกายระริกวิบวับที่พรรษชลเผลอสบเข้าถึงกับถอนสายตาไปไม่ได้

“เอ่อ เกดขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวแสงหมดรูปจะไม่สวย”

 

การะเกดสามารถขับรถพ่วงบุโรทั่งคันโปรดของคาวีได้อย่างชำนาญ อัญชันที่นั่งโดยสารมาด้วยกำราวจับแน่น ถนนลาดยางมะตอยภายในฟาร์มไม่ค่อยมีรถสัญจรก็จริง แต่ความเร็วที่เกินสภาพรถทำให้เธอแอบหวาดเสียว ครั้นจะตะโกนบอกให้น้องสาวผ่อนความเร็วก็เกรงว่าจะเปลืองน้ำลายเปล่า ฝ่ายนั้นกำลังตั้งหน้าตั้งตาบิดคันเร่งเหมือนเก็บกดอะไรมาเลยต้องไปถ่ายอารมณ์ลงตรงนั้น ปฏิกิริยาแปลกๆ ของสาวดอกไม้นามการะเกดใช่ว่าจะมีแต่พุทธชาดที่จับได้ หากแต่อัญชันก็รับรู้เหมือนกัน และด้วยความเป็นผู้หญิงทำให้เธอพอเดาอะไรได้ลางๆ เพียงแต่ไม่กล้าพูดออกไป เพราะนั่นหมายถึงหายนะหากคุณป๋ารับรู้

“เอ้า อัญไปยืนตรงโน้นเลย” ตากล้องสาวหันมาบอก มือสาละวนวุ่นกับการยกกล้องออกจากกระเป๋า

“พี่ว่าไม่ต้องถ่ายดีกว่านะ เกดถ่ายพวกธรรมชาติไปเหอะ” คนเป็นพี่บอก เสเดินไปยังร่มไม้ข้างทาง สีเหลืองอร่ามของดอกทานตะวันสะพรั่งเรืองรองทั่วทุ่ง อัญชันชอบธรรมชาติที่นี่ไม่น้อย บางครั้งเธอก็มีความคิดอยากจะย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย แต่ก็ติดตรงที่คุณป๋าและแม่ยังอยู่ที่สเปน ในบรรดาพี่น้องแปดคน บุษบาเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดพ่อแม่ที่สุด รองมาคงเป็นเธอที่หมั่นไปรับประทานอาหารเย็นกับพวกท่านบ่อยๆ ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ ต่างแยกย้ายกันทำงานและเรียนต่อ แม้ระยะทางจะทำให้ห่างไกล แต่ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ยังแน่นแฟ้นดังเดิม

การะเกดมองสีหน้ารู้ทันของพี่สาวแล้วเสเดินไปถ่ายรูปดอกทานตะวัน พุทธชาดมีงานอดิเรกคือการถ่ายภาพ เธอที่ตัวติดกับพี่ชายตลอดเลยพลอยชอบไปด้วย แม้ตาและมือจะทำงานด้วยกันได้เป็นอย่างดี แต่สมองกลับค้านคิดไปอีกเรื่อง ไม่ได้จดจ่อกับการถ่ายภาพดอกไม้ เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ตอนที่อัญชันบอกให้เธอเรียกเขาว่า พี่หมอหัวใจเธอมันเกือบกระเด้งกระดอนออกมา ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นับเป็นครั้งแรกที่เธอใจเต้นรัวกับเพศตรงข้าม หากไม่นับที่ร้านกาแฟซึ่งตอนนั้นออกอาการวูบวาบเบลอๆ เสียมากกว่า

การคลุกคลีกับบรรดาพี่น้องผู้ชายทำให้เธอเข้าใจว่าตัวเองสามารถอ่านความรู้สึกชายหนุ่มที่พานพบได้ดีมาตลอด แต่กับคนที่อัญชันยุให้เธอเรียกว่า พี่หมอ นั้นใช้กับเขาไม่ได้สักนิด เธออ่านเขาไม่ออก พอๆ กับที่ตีความรู้สึกตัวเองไม่แตกอีกด้วย กับเพื่อนชายที่สนิทที่สุดอย่าง เฉียน หย่งหมิน ก็ไม่เคยเกิดอาการวูบวาบแบบที่เธอรู้สึกกับ...พี่หมอ แก้มสาวร้อนผะผ่าวขึ้น หญิงสาวแสร้งแหงนหน้าสู้แสงตะวันยามเย็น แสงสีส้มสาดทอไปทั่วทุ่ง ลมอ่อนๆ พัดผ่านมาจนปอยผมสีน้ำตาลอ่อนปลิวละแก้มเนียนสีเรื่อ

เสียงโทรศัพท์มือถือดึงหญิงสาวออกจากภวังค์ความครุ่นคิด หน้าจอโชว์ชื่อผู้ที่โทร. เข้า ...ไอ้หมี

“ฮัลโหล นายอยู่ไหน”

“โหย...คุณนาย ทักปุ๊บถามว่าอยู่ไหนปั๊บอย่างกับเมีย” ปลายสายโอดครวญมาทีเล่นทีจริง การะเกดกรอกตา ที่เธอถามก็เพราะส่วนใหญ่แล้วหย่งหมินจะติดต่อกับพุทธชาดมากกว่า น้อยครั้งที่ฝ่ายนี้จะโทร. มา นัยว่ากลัวโดนพี่ชายเธอเขม่นทำนองนั้น

“อย่ามาเล่นลิ้น โทร. มามีอะไร”

“ถ้าจะบอกว่า คิดถึง จะเชื่อป่ะ”

การะเกดกดยิ้ม “จริงอะ แล้วยายนักแสดงอกโตนั่นไม่ว่าอะไรเหรอ” เธออ้างถึงนักแสดงชาวจีนที่กำลังโด่งดังในเอเชียและเป็นเด็กในสังกัดของหย่งหมิน

“เฮ้ยๆ เลิกพาดพิงเถอะ แค่จะโทร. มาถามว่าสบายดีไหม พอดีฉันโทร. หาเจมี่ รายนั้นบอกว่าเกดกำลังงอนก็เลยยิงตรงมาเบอร์นี้ ปกติไม่กล้านะเนี่ย” คนที่รู้ดีว่าพุทธชาดหวงน้องสาวขนาดไหนบอกเสียงกลั้วหัวเราะ เขายอมรับว่าเคยคิดชอบการะเกด แต่เจอฤทธิ์และคำขู่ของพุทธชาดไปก็ถึงกับเข็ด ไม่ต้องให้ถึงมือพวกมหาหรอก เขาก็เปิดหนีด้วยการใส่เกียร์หมาแล้ว การเกี่ยวดองกับตระกูลฟาเบรกลาสไม่มีอยู่ในหัวเขา

“ก็ดี”

“ฟังเสียงแล้วไม่น่าดีนะ ได้ข่าวว่าโดนจับคลุมถุงชน”

“ถ้ารู้แล้วจะถามทำไมยะ” คนโดนพูดแทงใจดำแหวฟอดแฟด พูดมาได้ว่าเธอโดนจับคลุมถุงชน ก็แค่จะหรอก ยังไม่โดนสักหน่อย แล้วสำคัญที่สุดคือเธอไม่มีวันยอมด้วย

“แหม...ก็อยากให้เล่าสู่เพื่อนฝูงฟังบ้าง”

“พอดีเพื่อนส่วนใหญ่ของฉันไม่ชอบสอใส่เกือกนี่”

คนที่โดนเขี่ยให้เป็นเพื่อนส่วนน้อยเบ้หน้า

“ขอโทษที่เสือกจ้ะ ว่าแต่เลือกได้ยังอะ  เห็นเจมี่ว่าแต่ละคนโปรไฟล์เริดๆ ทั้งน้าน” คนชอบก่อกวนอารมณ์บอกเสียงกลั้วหัวเราะ ส่วนคนที่จุดติดไฟง่ายถึงกับปรี๊ดแตก

“ไอ้หมี!” ปลายสายหัวเราะร่วนไม่คณนาต่อเสียงสูงของอีกฝ่าย ไอ้หมี ณ ที่นี่ได้มาจาก หย่งหมิน ซึ่งคือชื่อเขา การะเกดเคยบอกว่ามันคล้ายๆ กัน ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ามันคล้ายกันตรงไหน

“เอาเถอะๆ ฉันขอโทษก็ได้ ช่วงนี้มีเรื่องเครียดแล้วอย่าเพิ่มเรื่องไปอีกเลยนะ เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองจะแตกตายไปเสียก่อน ส่วนเรื่องเจมี่น่ะ อย่าไปโกรธมันเลยนะ เกดก็รู้ว่ามันรักเกดมากแค่ไหน ที่ช่วยคุณป๋าดูก็เพราะต้องการคัดคนออกหรอก”

การะเกดฟังแล้วเบิกตากว้าง เป็นเพราะมัวแต่โกรธเลยมองไม่เห็นเจตนาของพี่ชาย แต่ก่อนที่เธอซาบซึ้งไอ้หมีก็ปล่อยหมาออกจากปากให้เธออารมณ์เสียอีกจนได้

“สวย...แล้วอย่าโง่สิ บายนะคุณเพื่อน” พูดจบอีกฝ่ายก็ตัดการสื่อสารไปแบบฉับพลัน ทิ้งให้อีกคนส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างขัดใจ ไม่เคยวางสายก่อนไอ้หมีได้สักที!

 

พุทธชาดสบตาน้องสาวเป็นรอบที่สิบกว่าได้ ตั้งแต่มานั่งรับประทานอาหารเย็นชายหนุ่มก็รู้สึกว่าคนเป็นน้องมองเขาอยู่บ่อยครั้ง หนุ่มดอกไม้หรี่ตาอย่างคนใช้ความคิด ดวงตาที่ละม้ายคล้ายเขาฉายแววตัดพ้อปนขอโทษ ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าน้องสาวกำลังอยู่ในโหมดอารมณ์ไหน การะเกดก็เหมือนบัวสวรรค์พี่สาว เวลาดีก็ดีใจหาย แต่เวลาวีนนี่สิ...ไม่อยากจะบรรยายให้ฝันร้าย

“จะสบตากันอีกนานไหมครับ” เจ้าของบ้านหนุ่มขัดขึ้น ใช่ว่ามีแต่พุทธชาดที่รู้สึกตัว คนรอบข้างเองก็พลอยรู้สึกไปด้วย “นี่ถ้าจ้องต่ออีกนิด ยายเกดท้องขึ้นมา ลูกออกมาจะเป็นปัญญาอ่อนไหมวะครับ” คนปากมอมของบุษบาเอ่ยแซว

“บ้าสิพี่คาวี คนนะไม่ใช่ปลากัดถึงได้จ้องตาก็ท้อง” การะเกดค้อนพี่เขยตาคว่ำ

“นั่นแหละ ว่าแต่มานั่งสบตากันไปมานี่ อย่าบอกนะว่าหลงรักกันเอง เหมือนในละคร...” หมูทอดชิ้นโตถูกหยัดเข้าปากชายหนุ่ม บุษบาแจกกำปั้นแถมไปอีกสองตุ้บ

“อย่าปากพร่อยค่ะคาวี”

“อายายอะ” คนปากพร่อยพยายามเคี้ยวหมูทอดชิ้นใหญ่แล้วรีบกลืน

“ห้ามพูดออกมาอีกนะ เก็บปากไว้กินข้าวเลย!

การะเกดยิ้มเยาะใส่พี่เขย เห็นปากมอม ถึก เถื่อน ฮาร์ดคอร์แบบนี้ กลัวเมีย ยิ่งกว่ากลัวผีซะอีก

“ว่าแต่เกดเถอะ ทำไมมองพุดแปลกๆ”

สาวดอกไม้ทำหน้าม่อยก่อนตอบ

“ก็ไม่มีอะไรหรอก เกดแต่เพิ่งรู้ว่าที่พุดทำไปทั้งหมดน่ะเพื่อเกด”

บุษบาเลิกคิ้ว “หือ...เรื่องที่พุดช่วยดูประวัติว่าที่ลูกเขยในฝันของคุณป๋าน่ะเหรอ พี่นึกว่าเกดรู้แล้วเสียอีก”

คนสวยแต่โง่เป็นบางทีเบะปาก ก่อนจะสารภาพ “ถ้ารู้จะหลับหูหลับตาโกรธเหรอพี่เดหลี” ถึงกระนั้นก็ไม่กล้าสู้หน้าพี่ชายแล้ว หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้างุด

“เอาเถอะ พุดคงไม่โกรธเกดหรอกใช่ไหมจ๊ะ” พี่ใหญ่ในที่นั่นหันไปถามน้องชาย

“โกรธ”

อ้าว...ผิดคาด การะเกดเงยหน้าสบตาพี่ชายอีกครั้ง สีหน้าเคร่งเครียดทำให้เธอจ๋อยสนิท นึกถึงช่วงเวลานับสัปดาห์ที่เอาแต่หลบหน้า สะบัดบ๊อบใส่พี่ชายเป็นว่าเล่นแล้วโซแซด แต่ไหนแต่ไรมา...ไม่ว่าเธอจะเฮี้ยวขนาดไหน พุทธชาดไม่เคยพูดว่าโกรธเธอเลย เอ่อ...ที่สำคัญเธอไม่เคยโกรธพี่ชายนานขนาดนี้ด้วยสิ

“ไม่เอาน่าพุด น้องไม่ได้ตั้งใจ เกดเป็นคนใจร้อนมาแต่ไหนแต่ไร พุดก็รู้...” คนเป็นพี่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย

“นั่นสิ ปกติพุดไม่เคยโกรธเกดเลยนะ ออกจะตามใจกันจนพี่กลัวจะเสียคน” อัญชันสำทับขึ้นอย่างร่วมด้วยช่วยกันเคลียร์

“ตอนนี้ไม่ปกติครับ เกดใจร้อนแต่ไม่เคยไม่มีเหตุผล” สุ้มเสียงราบเรียบไม่มีผลต่อพี่สาวอย่างบุษบาและอัญชัน ทั้งสองสบตากันก่อนจะแอบเบ้หน้า ใจร้อนแต่ไม่เคยไม่มีเหตุผลงั้นเหรอ ฟังไม่ขึ้นสักนิด ปกติการะเกดยามโมโหก็ไม่ค่อยมีเหตุผลอยู่แล้ว แถมทุกครั้งพุทธชาดยังออกโรงปกป้องอีกด้วย พูดอย่างนี้หาเรื่องโกรธชัดๆ

“คราวนี้เรามีเหตุผล” การะเกดเถียงเสียงอ่อย รู้ตัวว่าผิดจริง แต่เธอก็ทำท่าสำนึกผิดแล้วนี่นา ทำไมพี่ชายต้องโกรธอีก

“ฟังไม่ขึ้น กี่วันที่เกดไม่พูดกับเรา เรารู้สึกยังไงเกดเคยสนใจไหม” คนที่ไม่ค่อยพูดตัดพ้อพี่น้องวันนี้พูดออกมาจนทำให้บรรดาสาวๆ ดอกไม้พากันอึ้ง

“เฮ้ย! นี่แอบชอบกันจริงๆ ใช่ไหม” ทว่าคนที่ไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมากลับไม่ซาบซึ้ง

“ปากหรือส้วมน่ะพี่ถึก”

“ยายเกด! บนโต๊ะอาหารนะ” บุษบาปรามน้องสาว

“ก็เออ บนโต๊ะอาหารนี่คือกับข้าว แต่ที่ผัวพี่พ่นออกมาน่ะ ...ขี้!!!

คาวีเป็นคนเดียวในโต๊ะอาหารที่ระเบิดเสียงหัวเราะร่วน ส่วนคนอื่นทำหน้าระอิดระอาอย่างไม่ปิดบัง โดยเฉพาะพุทธชาด ชายหนุ่มโครงศีรษะอย่างอ่อนใจ สงสารคนที่จะมาเป็นน้องเขย ตั้งใจว่าจะทำดีกับ เขา คนนั้นบ่อยๆ ตอบแทนที่ต้องอดทนกับความก๋ากั๋นของน้องสาว หนุ่มดอกไม้ยกยิ้มอ่อนโอนเมื่อฉุกใจคิด ...ไม่แน่ว่าผู้ชายคนนั้นอาจยังไม่มาเกิดก็ได้ ดังนั้นปล่อยให้น้องสาวเขาอยู่บนคาน ต่อไปอีกนานแสนนานแทนก็แล้วกัน

หนุ่มดอกไม้คิดโดยไม่เฉลียวใจว่า...อีกไม่นาน คาน ที่ว่านั้นจะหักลงอย่างไม่เป็นท่า และน้องสาวสุดรักสุดหวงจะหล่นตุ้บไปอยู่ในอ้อมกอดผู้ชายแสนดีผู้มีจิตปรารถนาความสงบสุข

ความสงบที่ไม่เคยเกิดขึ้นในครอบครัวฟาเบรกลาส...


พี่เขยกับน้องเมียปากร้ายพอๆ กัน 5555


อย่าลืมเล่นเกมชิงหนังสือกันนะค้า 20 เล่ม ตอนละ 1 เล่ม

คอมเม้นไว้โล้ดค่า


รักและคิดฮอดคนอ่านนะค้า

มีวันนี้เพราะพวกคุณให้จริงๆ (ประโยคคุ้นๆ วะคะ 555)



เป็นคุณหมอที่น่ากินมาก

หล่อวัวตายควายล้มทีเดียว / การะเกดได้กล่าวไว้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,239 ความคิดเห็น

  1. #3237 Hongfar4567 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 11:04
    จะออกมาแบบไหนนี่
    #3,237
    0
  2. #3156 Manpoon Boon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 23:18
    สงสารคุณหมอจริงๆ
    #3,156
    0
  3. #3141 Manpoon Boon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 22:52
    สงสารคุณหมอจริงๆ
    #3,141
    0
  4. #2719 tamakojung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 15:09
    ชอบๆ โดยเฉพาะประโยคนี้ "เออ..บนโต๊ะอาหารนี่คือกับข้าว แต่ที่ผัวพี่พ่นออกมานะ...ขี้". นึกถึงที่บ้านแป๊บ
    #2,719
    0
  5. #2565 คนที่คุณก็รู้ ว่าใคร (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 23:26
    โอ้ยยยยย....พุดตัดพ้อซะคนอ่านน้ำตาคลอเบยยยยยย
    #2,565
    0
  6. #2520 aaeylovelytaetae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 19:46
    ตอนนี้เเอบเขินเบาเบา
    #2,520
    0
  7. #2236 Yoda0147 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 21:53
    พี่เขยกับน้องเมียบ้านนี้นิสัยเหมือนกันมาก
    #2,236
    0
  8. #2235 Yoda0147 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 21:52
    ความคิดที่ว่าบางทีเนื้อคู่ของน้องสาวอาจจะยังไม่เกิด ของพี่พุด มันดูแอบร้านกาจนะคะ อิอิ
    #2,235
    0
  9. #2233 Yoda0147 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 21:51
    เกดเขินได้น่ารักมากค่ะ
    #2,233
    0
  10. #1638 nammol23 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 10:37
    อ่า อยากจะละลายยยยยย
    #1,638
    0
  11. #1129 Kamuningka (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 15:38
    การะเกดคานจะหักแว๊ววววววว 555

    คุณหมอน้ำ กะ คาวี นี่มันน่ารักจริงๆ
    #1,129
    0
  12. #810 teamkung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 19:35
    very nice!!!
    #810
    0
  13. #796 LekLek2709 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 16:02
    นางเอกดูห้าวๆ เเต่ก็น่ารักดี

    #796
    0
  14. #626 panin_nin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 14:26
    พี่เขยกับน้องเมียโคตรถึก 55555+
    #626
    0
  15. #616 bewara (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 10:35
    รู้สึกสงสารหมอน้ำ
    #616
    0
  16. #584 นินิน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 21:56
    คู่นี้ใครจะจีบใครก่อนน้อ
    #584
    0
  17. #577 Ryoma_Rut (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 10:40
    การะเกดก้เเสบใช่ย่อยเลย

    #577
    0
  18. #566 ท้องฟ้าสกาว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 23:05
    คุรหมอขาว น่าหม่ำ หุ่นเเซบมากเลย

    #566
    0
  19. #542 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 14:27
    รอคุณหมอมาทำลายคาน
    #542
    0
  20. #505 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 22:01
    แซ่บขึ้นทุกวันเลยคร้า
    #505
    0
  21. #497 Love Have (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 11:21
    ช่างเป็นคุณหมอที่น่ารักมากมายค่ะ  เห็นแล้วอยากจับมาทำเป็นสามีมาเป็นพ่อของลูกจังเลยค่ะ ลูกออกมาคงจะหล่อไม่แพ้พ่ออย่างแน่นอนแถมคงจะดูเป็นหนุ่มที่อ่อนโยน  น่ารักสดใสมีจิตใจที่ดีงามแถมยังหล่อเหมือนพ่ออีกต่างหากนะคะ 
    #497
    0
  22. #478 pung0420 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 19:59
    ชอบพุทธอะ
    #478
    0
  23. #472 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 18:26
    แหมมม มี งงมีงอน กันด้วยนะ 5555เจมี่ก็นะ น่าจะบอกเกดบ้างนะ ทำให้น้องงอนเลย 
    #472
    0
  24. #452 noodao (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 13:30
    พี่เขยน้องเมียคู่นี้สงสัยจะอยู่สมาคมเดียวกับสมามหาแน่เลย วาจาช่างน่านัก
    #452
    0
  25. #449 maymumii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 13:04
    โอ้ยยยยยยยย คานหักใส่อ้อมกอดคุณหมอเลยนะคะ เดี๋ยวให้คุณหมอมารออุ้มข้างล่างคาน



    #449
    0