ใจเผลอรัก (พรรษชล - การะเกด)

ตอนที่ 2 : ...๑ คุณหมอเบ่เบ๊ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,610
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    19 มิ.ย. 58





บทที่ 1

คุณหมอเบ่เบ๊

ภายในห้องคลอดดังไปด้วยเสียงร้องไห้จ้า ราวกับนางพยาบาลไปรบกวนนิทรารมย์อันแสนสุข นายแพทย์ซึ่งคอยลุ้นอยู่ห่างออกไปแอบปาดเหงื่อ ด้วยว่าไอ้เพื่อนตัวแสบซึ่งเป็นพ่อเจ้าหนูที่แผดเสียงดังถึกๆ เอ๊ย อุแว้ๆ นั้นขอร้องให้เขาเข้ามาด้วย พรรษชลส่งสายตาให้กำลังใจเพื่อนร่วมอาชีพ แพทย์ที่ทำคลอดในวันนี้ถูกระบุให้เป็นผู้หญิงเท่านั้น ชายหนุ่มกลั้นยิ้มเมื่อแลเห็นสีหน้าซีดขาวของเพื่อน นางพยาบาลอุ้มทารกตัวน้อยส่งให้ผู้เป็นพ่อ น้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยตาคมทำให้พรรษชลคลี่ยิ้มกว้าง แน่นอนว่าความปลาบปลื้มยินดีนั้นกำลังท่วมท้นอยู่ในอกไม่แพ้กัน

ทว่า...เสียงเฮโลหน้าห้องคลอดก็เบรกคั่นความปรีดาของผู้คนข้างในไปชั่วขณะ พรรษชลชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเมื่อเพื่อนสนิทอย่าง คาวี พยักพเยิดหน้ามาทางเขา นายแพทย์หนุ่มทำท่าถอนใจก่อนจะพยักหน้ารับด้วยสีหน้าระอา

ด้านนอกห้องยังคงวุ่นวายด้วยเสียงโหวกเหวกเสียจนคนเพิ่งเปิดประตูออกมาแอบสงสัย ตกลงที่นี่เป็นโรงพยาบาลหรือตลาดสดกันแน่ แล้วนั่น...อะ-ไร? ดวงตาสีนิลวาวคมหรี่ลงเพื่อจับภาพตรงหน้า ชายหนุ่มสองคนกำลังยื้อยุดกันด้วยการรัดคอ คนรัดคอทำหน้านิ่งติดจะเหี้ยม ส่วน...อีกคนร้องกรี๊ด เอ๊ย โวยวายเรียกพ่อแม่ให้มาช่วยเหมือนเด็กๆ ซึ่งดูจากรูปร่างกับท่าทางแล้วค่อนไปทาง เด็กปัญญาอ่อน

พรรษชลรู้จักทุกคนเป็นอย่างดี ทั้งหมดคือครอบครัวของ บุษบา ภรรยาคาวี หญิงสาวมีพี่น้องถึงแปดคน แรกทีเดียวที่เขารู้ถึงกับตาโต แน่นอนว่าสังคมไทยสมัยก่อนการมีลูกแปดถึงสิบคนนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก หากแต่สมัยที่ข้าวของแพงหูฉี่ก็ยากนักที่จะพบครอบครัวใหญ่ อย่างที่เขาว่ามีลูกมากมักยากจน กระนั้นการมีลูกมากก็ไม่ได้ทำให้ครอบครัวฟาเบรกลาสได้รับผลกระทบ คาวีเคยเล่าว่าฟาบิโอ้บิดาของบุษบานั้นเป็นถึงเจ้าของโรงแรมหกดาวที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก

“พี่น้ำค้างงงง ช่วยน้องเหน่ด้วยยย” เจ้าของชื่อทำหน้าเหยเก มันลากเสียงซะยาวเลย

“โชคมันทำร้ายยย...เหน่”

อ๊อย...ไอ้นี่ตัวโตยังกับยักษ์ปักหลั่น ทำไมทำเสียงอ้อนได้สมจริงขนาดนี้

“พอๆ โชคเลิกแกล้งน้องได้แล้วลูก” เสียงลีลาวดีขัดขึ้น พรรษชลซึ่งยืนมองอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื้อก นั่น แกล้ง ทำหรอกหรือ เขาเห็นสีหน้า มหาโชค แล้วคิดว่าอีกฝ่ายกำลังฆ่า มหาเสน่ห์ จริงๆ เสียแล้ว

“หลานล่ะครับพี่น้ำ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่พอๆ กับพี่มหาเดินเข้ามาถามพรรษชลอย่างสุภาพ นายแพทย์หนุ่มคลี่ยิ้มน้อยๆ ให้ ดูเหมือน พุทธชาด จะเป็นคนเดียวในครอบครัวที่เรียกเขาสั้นๆ ว่าน้ำ ซึ่งเขาชอบให้เรียกแบบนี้มากกว่า 'น้ำค้าง เพราะมันดูสาวแตกเกินไป

นางพยาบาลอุ้มทารกตัวน้อยออกมาพอดี พรรษชลเลยไม่ได้ตอบคำถาม เพราะมวลมหาชนคนป่วนโลกได้เฮโลกันไปกลุ้มรุมเจ้าตัวเล็กเสียแล้ว ชายหนุ่มแอบถอนหายใจอย่างไม่รู้ว่าแท้จริงโล่งอกหรือหนักอกแทนเพื่อนกันแน่ คาวีน่ะสันโดษมาแต่ไหนแต่ไร แต่...ครอบครัวบุษบานี่สิ หาคำว่า สงบ ไม่เจอจริงๆ

 

ด้านหลังโรงพยาบาลเป็นที่ตั้งของชุมชน เป็นใจ ซึ่งแบ่งแยกเป็นใจซอย1 เป็นใจซอย 2 สลับซ้ายขวา ซอย 5 มีหอพักชื่อ กิ่งไผ่ ตั้งอยู่ ตัวตึกสูงสี่ชั้นทาด้วยสีส้ม ภายในห้องพักกว้างขวางสมกับราคาค่าเช่า หนึ่งชั้นจะมีเพียงห้าห้อง เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นภายในห้องนอนสีเทาอ่อน เจ้าของห้องนุ่งผ้าขนหนูออกจากห้องน้ำ เข็มนาฬิกาเตือนเป็นช่วงเวลาตีห้า ชายหนุ่มกดปิดเสียงก่อนเดินผิวปากไปยังตู้เสื้อผ้าด้านหน้าห้องน้ำ เชิ้ตสีขาวกับกางเกงแสลกซ์ถูกนำออกมาวางบนเตียง อาชีพหมอจำเป็นต้องแต่งตัวให้ภูมิฐาน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อถือ ใครอยากจะรักษากับหมอที่แต่งตัวซกมกแต่งตัวไม่สุภาพกันเล่า

นายแพทย์หม่อมหลวงพรรษชล กุลวารี ในวัยสามสิบเอ็ดปี จบอนุสาขากุมารเวชศาสตร์ โรคระบบทางเดินหายใจ และได้มาประจำอยู่ที่แผนกกุมารเวชในโรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน จักรยานสีชมพูลายคิตตี้คือพาหนะคู่ทุกข์คู่ยากของพรรษชล สีและลายเขาไม่ได้เลือกเพราะได้รับตกทอดมาจากแพทย์หญิงรุ่นพี่ซึ่งย้ายกลับไปทำงานโรงพยาบาลในกรุงเทพ หลายครั้งที่คิดจะยกให้น้องเรซิเดนต์1 แต่หลายคนก็ปฏิเสธอันเนื่องจากต้องการรักษาภาพลักษณ์แมนๆ ของตนเอาไว้ ซึ่งเหตุผลเหล่านั้นฟังไม่ขึ้น พรรษชลไม่ห่วงเรื่องถูกมองเป็นเกย์เพราะมั่นใจในความแมนของตน

เสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งตลอดทางที่แล่นออกจากซอยเป็นใจห้าขึ้นสู่ถนนหลักที่กั้นระหว่างสองฟากซอย เรซิเดนต์บางคนออกเวรสั่นกระดิ่งเพื่อทักทายรุ่นพี่ รวมถึงนางพยาบาลทั้งหลายที่ได้เวลาออกเวรเหมือนกัน เรียกว่าซอยเป็นใจหนึ่งถึงเก้านี้ส่วนใหญ่เป็นที่พำนักของหมอและพยาบาลก็ว่าได้

พรรษชลจอดจักรยานแล้วเดินขึ้นตึก แม้จะพึ่งย้ายมาได้ไม่กี่เดือนเขาก็รู้สึกชอบที่นี่ ชายหนุ่มส่งยิ้มให้เพื่อนร่วมแผนกที่เดินหน้าซีดมาแต่ไกล เมื่อคืนคงเจอเคสหนักหน้าถึงได้ซีดอย่างกับคนอดนอนมาทั้งคืนโรงพยาบาลแห่งนี้มีกุมารแพทย์ด้วยกันทั้งหมดสี่คนคือแพทย์หญิงนิศมา แพทย์หญิงดาวิษาและนายแพทย์ภัทรศัย แบ่งเวรกันเดือนละเจ็ดวันซึ่งตอนนี้เป็นเวรของนายแพทย์ภัทรศัย

“ไม่ต้องมายิ้ม ขอแช่งให้แกงานยุ่ง” ภัทรศัยแฟดใส่คน ดวงคุณชาย สมกับยศศักดิ์อย่างคนพาลเนื่องจากไม่ได้นอนครบยี่สิบสี่ชั่วโมง เมื่อคืนเป็นวันโลกาวินาศสำหรับเขาโดยแท้ เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ประสานงากับรถยนต์มีทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ได้รับบาดเจ็บกว่าสิบราย ไม่น่าแปลกใจที่นางพยาบาลซึ่งอยู่เวรไม่โทรตามไอ้คุณหมอน้ำค้าง นั่นเพราะเขาได้ยินพวกเจ้าหล่อนซุบซิบกัน

ไม่ต้องโทร.ไปตามหมอน้ำหรอก แค่หมอเอก หมอต้นและหมอภัทรก็เอาอยู่แล้ว ปล่อยให้หมอน้ำนอนพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ พรุ่งนี้จะได้พาหน้าหล่อๆ สดใสมาให้เราได้ยลให้ชุ่มหัวใจ

“ขอบใจ แต่งานผมยุ่งทุกวันอยู่แล้ว” คนโดนแช่งบอกอย่างขบขันกับท่าทางของเพื่อนซึ่งขึ้นชื่อว่า ดวงเยิน เข้าเวรที่ไรเป็นต้องมีคนป่วยเยอะทุกที จนหมอพยาบาลต่างแลกเวรหนีกันให้ควั่ก

ชายหนุ่มเริ่มราวนด์วอร์ด2 ตรวจเยี่ยมคนไข้แผนกนิวบอร์น3 ตั้งแต่หกโมงเช้า จากนั้นราวนด์ต่อที่แผนกผู้ป่วยในตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า พอเก้าโมงก็ประจำที่แผนกโอพีดี4 ด้านหน้าโรงพยาบาลเริ่มมีผู้คนเดินเข้าออกกันเยอะทั้งๆ ที่ยังเช้าตรู่ หลายคนรีบมาจับจองคิวเพื่อรอรับการตรวจรักษา บ้างก็มาเป็นเพื่อนกัน พรรษชลชอบชีวิตที่นี่ มันไม่เงียบสงบในสายตาคนอื่น ออกจะวุ่นวายเมื่อคนไข้เยอะ

แต่สำหรับเขามันโอเคแล้ว นอกเหนือจากนั้นคือการได้มาอยู่ดูแลคุณตาคุณยายซึ่งอาศัยอยู่ห่างจากนี่ไปเกือบหกสิบกิโลเมตร จะว่าไกลก็ไกล ไม่ไกลก็ไม่ไกล สำหรับเขาไม่ไกลเลย วันหยุดเขามักไปขลุกตัวอยู่ที่นั่น ริมฝีปากบางที่เหล่าพยาบาลต่างกล่าวหาว่าแดงกว่าอิสตรียกยิ้มขึ้นเมื่อนึกถึงความหมายชื่อของคุณหมอร่วมแผนก

นิศมา หมายความว่า สงบสุข

ดาวิษา หมายความว่า สวรรค์

ภัทรศัย หมายความว่า อยู่อย่างมีความสุข

เขาเหมารวมความหมายชื่อผู้คนรอบตัวเป็น อยู่อย่างสงบ มีความสุขเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ ชายหนุ่มปรารถนาความสงบสุขแบบนี้ให้อยู่ต่อไปอีกนานๆ เพราะตั้งแต่กลับมาประจำที่นี่อย่างเต็มตัวและพบปะเพื่อนสนิทอย่างคาวี เขาก็มีสังหรณ์แปลกๆ ว่าความ สงบ นั้นมันกำลังจะหายไป

 

รถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อคาวาซากิ บีวัน สีดำบอร์นแล่นมาตามถนนลาดยางมะตอยภายในฟาร์มมากบารมี สองข้างทางมีต้นชัยพฤกษ์และต้นราชพฤกษ์ขึ้นอยู่เต็มสองข้างทาง ริมฝีปากบางของคนขับกดยิ้มเมื่อรถแล่นผ่านบริเวณที่มีต้นชัยพฤกษ์ ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นสถานที่ถ่ายภาพพรีเวดดิ้งของคาวีและบุษบา เขาเห็นภาพถ่ายแล้วประทับใจไม่ซ่างซา ฟาร์มมากบารมีแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาทั้งสามด้าน มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สำหรับเก็บเกี่ยวไปเลี้ยงโค

พรรษชลหยุดรถที่หน้าบ้านสไตล์วิกตอเรียนสีฟ้าหลังใหญ่ จู่ๆ คาวีก็โทร. ตามตัวเขาด่วน อีกทั้งขู่ว่าถ้าไม่มาภายในหนึ่งชั่วโมงมันจะฆ่าตัวตายด้วยการใช้ไม้บรรทัดเหล็กเชือดคอตัวเอง เอิ่ม...แรกทีเดียวพรรษชลถึงกับหัวเราะกร้าก แต่นั่นก็แค่ชั่ววูบเท่านั้น กิตติศัพท์ในเรื่องนี้เขาได้รับการบอกเล่าเก้าสิบจากสองพี่น้อง มะ (มะยม, มะกอก) ซึ่งเป็นคนสนิทของคาวี จากนั้นก็รู้จากปากบรรณอีกที ดังนั้นเขาจึงรีบมาเพราะกลัวเพื่อนมีอาการเครียด ฆ่าตัวเองน่ะไม่เท่าไหร่หรอก วันดีคืนดีเดี๋ยวจับลูกเมียขึ้นมาปาดคอล่ะแย่แน่

คนที่เพิ่งเลิกงานถอนหายใจดังเฮือก ถึงบ้านตากับยายยังไม่ถึงสิบนาทีก็ต้องโดนตามตัวเสียแล้ว บ้านตาเสือกับยายจำเนียรของเขาตั้งอยู่หมู่บ้านโคกอีเม้งซึ่งอยู่ติดกับหมู่บ้านดงมะเฟืองแห่งนี้ คาวีกับเขาเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่มัธยมต้น แม้ต้องแยกย้ายกันไปเรียนต่อก็ยังติดต่อกันอยู่ตลอด คาวีเลือกเรียนเกี่ยวกับการเกษตร ส่วนเขาสอบติดแพทย์

“น้ำค้างงง...” เสียงเรียกชื่อเขาได้สยองนี้ไม่ได้หลุดออกจากปากใครหรอก นอกจาก...ไอ้เพื่อนชั่ว!

“บอกกี่ทีแล้วว่าอย่าเรียกเต็มๆ เรียกน้ำอย่างเดียวก็พอ” คนเป็นแกนนำในการเรียกรีบยิ้มประจบ

“เออน่า มึงก็อย่าซีเรียส ให้กูกลุ้มคนเดียวพอ”

“อะไร ตกลงซีเรียสหรือกลุ้ม” นายแพทย์ที่ถูกตามตัวถามอย่างหงุดหงิด ปกติแล้วเขาใจเย็นเป็นน้ำสมชื่อ แต่พักนี้อยู่ใกล้คาวีทีไรมักจะร้อนอกร้อนใจอย่างกับมันจะหาเรื่องมาให้อย่างไรอย่างนั้น

“ทั้งสองอย่าง น้ำค้าง...มึงรักกูไหม”

คนถูกโยนคำถามใส่ทำหน้าเบ้เหมือนโดนเผือกร้อน

“ทำไมถามแบบนั้น คิดลึกนะเว้ย”

“บ้าสิ ไอ้นี่! คนยิ่งกะซีเรียสอยู่” หน้าตาจริงจังทำให้คนถูกตามตัวชักสงสัย

“ตกลงเรียกมาทำไม”

“เรียกมาให้ช่วยดูแล เด็ก ให้หน่อย” เจ้าของฟาร์มมากบารมีทำเสียงออดอ่อน ถ้าไม่ติดว่าหน้าถึก เอ๊ย เถื่อนล่ะก็ จะทำตาปริบๆ แถมให้

“หือ ลูกนายน่ะเหรอ” ชายหนุ่มหมายถึงสมาชิกใหม่ของบ้าน

“เปล่า น้องเมียน่ะ”

“หะ คนไหน?! โตกันหมดแล้วนี่”

“ย้าง...ยังไม่โต น้องเหน่ น้องโชค น้องลาภยังเด็กอยู่เล้ย”

“ไอ้ถึก! นายจะบ้าหรือไง เด็กที่ไหนมันสูงร้อยแปดสิบกว่า เรียกพวกมันว่ายักษ์ฉันยังเชื่อเลย”

ควายโต๋ดละไม่ว่า! คาวีทำเสียงเฮอะในลำคอและแอบพูดต่อในใจ

“นายเป็นหมอประสาอะไรวะ ถึงได้มองไม่ออกว่าน้องเมียฉันน่ะยังเด้กเด็ก” เจ้าของฟาร์มมากบารมีกดยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนพูดต่อ “...เด็กปัญญาอ่อนน่ะรู้จักไหม ตัวใหญ่เป็นยักษ์ปักหลั่นก็จริง แต่สมองนี่...เท่าหัวนิ้วโป้ง Teen กูเลย” คุณพ่อลูกอ่อนที่หวงทั้งลูกและเมียพูดใส่อารมณ์ สาบานว่าไม่ได้เกลียดน้องเมียจริงจิ้งเพียงแต่พักนี้แม่มโคตรรำคาญ!

“อ้อ มีปัญหาทางสมองนี่เอง มิน่าล่ะวันก่อนเห็นเล่นกันรุนแรง” อีกคนเออออไปกับเพื่อนอย่างที่น้อยครั้งจะทำ เขาและคาวีเรียกว่าเหมือนน้ำกับไฟเลยก็ว่าได้ คนหนึ่งใจเย็นเหมือนน้ำสมชื่อ อีกคนร้อนดั่งเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างตรงหน้า

“เออดิ แกรู้ไหมตอนนี้พวกมันจัดเวรยามผลัดเปลี่ยนกันมานอนเฝ้าเมียฉัน”

พรรษชลเลิกคิ้วก่อนหัวเราะลั่น เข้าใจสาเหตุที่ทำให้เพื่อนเครียดแล้ว

“ฉันคงดูแลน้องเมียนายไม่ได้หรอก อย่าลืม...มันตัวโตกว่าฉัน เกิดทำให้พวกมันโมโห ไอ้แฝดคนพี่นั่นจับฉันหักคอขึ้นมาจะซวยไป”

 

ถึงออกปากปฏิเสธลั่นดังขนาดไหน ในที่สุดพรรษชลก็โดนคาวีลากเข้าบ้านจนได้ เสียงเซ็งแซ่ภายในห้องรับแขกทำให้ชายหนุ่มแอบระบายลมหายใจ วันนี้พี่สาวพี่เขยลูกพี่ลูกน้องของบุษบามาเยี่ยมอย่างพร้อมหน้า อะไรมันจะวุ่นวายขนาดนี้วะครับ ครอบครัวเขาเองมีลูกถึงสี่คนซึ่งก็คิดเป็นครึ่งหนึ่งของครอบครัวฟาเบรกลาส แต่ความวุ่นวายนั้นยังไม่ได้เศษเสี้ยวครอบครัวนี้ เข้าใจเลยล่ะถ้าเพื่อนเขามันจะเครียด คาวีเป็นลูกคนเดียว เจอแบบนี้เป็นต้องจิตตกไม่น้อย พรรษชลถูกคาวีลากขึ้นชั้นบนของบ้าน

เพื่อมาพบกับภาพที่ เอิ่ม...บรรยายไม่ถูกกันเลยทีเดียว ระหว่าง น่ารัก กับ น่าหวาดกลัว

“จ้ำจี้มะเขือเปาะแปะ กะเทาะหน้าแว่นพายเรืออกแอ่น สาวๆ หนุ่มๆ อาบน้ำท่าไหน อาบน้ำท่าวัด...”

ทารกอายุห้าวันห่อปากหาวหวอดๆ ไม่ได้นำพาต่อเสียงหยอกล้อของคุณอาหนุ่มที่กำลังเขี่ยแก้มน้อยๆ เล่นอย่างเบามือ สายตาหลายคู่ต่างมองมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ส่วนใหญ่แล้วเพลียแกมระอากับความรั่วของคุณอาหนุ่มนามว่ามหาเสน่ห์

“พอเถอะเหน่ รำคาญแทนหลานว่ะ” มหาโชคพี่ชายฝาแฝดปราม

“นั่นสิ หลานรำคาญจนหาวไปหลายทีแล้วยังไม่เลิกพล่าม” มหาลาภหนึ่งในแฝดสามสำทับตามอย่างเห็นด้วยกับพี่ชาย

“พล่ามบ้าพล่ามบออะไร เค้ากำลังกล่อมหลานอยู่ไม่เห็นเหรอ” หนุ่มทรงเสน่ห์หันมาค้อนพี่ชาย

“กล่อมพร่องเมิงสิ”

คนเป็นพ่อที่นั่งห่างออกไปสะดุ้ง เมื่อลูกชายพาดพิงมาถึงตน ฟาบิโอ้ค้อนส่งมาบ้าง ทะเลาะกันทีไรพาดพิงถึงพ่อทุกที ไอ้ลูกเวรรร

“พ่อกูก็พ่อเมิงนั่นแหละ” คนพิสมัยคำหยาบเถียงฉอดๆ พร้อมหันไปยิ้มให้คนทำตาเขียวปั้ด “คุณป๋าไม่ต้องมามองเหน่เลยนะ โชคมันเล่นก่อน”

“แล้วใครมันตามล่ะ” มหาโชคแก้ตัว เสมองหลบดวงตาเขียวเรืองรองของผู้เป็นพ่อ

“พอกันทั้งหมดแหละไอ้ลูกเวรรร”

มือบางฟาดเพียะที่ต้นแขนฟาบิโอ้ “พอกันทั้งพ่อทั้งลูกนั่นแหละ” ลีลาวดีหยิกต้นแขนสามีอีกที “ออกไปข้างนอกให้หมดเลยนะ เดหลีกับหลานจะได้พักผ่อน” ไล่ส่งทั้งลูกและสามี ทำเมินไม่เห็นสายตาออดอ้อนสี่คู่ที่เพียรส่งมาให้

“ผมเห็นด้วยนะครับ ตั้งแต่เช้าตรู่เดหลีกับลูกยังไม่ได้พักเลย” คาวีสำทับอย่างเห็นด้วย แอบส่งสายตาขุ่นเคืองไปให้สามแฝด อีกทั้งรู้สึกรำคาญบรรดาครอบครัวบุษบาอยู่เล็กน้อยเพราะตั้งแต่มาคนพวกนี้ก็ดูวุ่นวายจนเขาไม่มีเวลาอยู่สองต่อสองกับภรรยา เรียกว่าตั้งแต่ลูกพ้นท้องคนพวกนี้ที่มารอให้กำลังใจก็เฝ้าตามติดภรรยาและลูกน้อยเขาแทบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าไม่คิดในแง่ร้ายเกินไปเขาสงสัยว่าพวกนี้จัดเวรยามผัดกันเฝ้าภรรยาและลูกน้อยของเขาเลยนะเนี่ย

กลัวเขาเอาลูกไปทำกุมารทองหรือไงก็ไม่รู้!

“อุบ๊ะ กล้าไล่ฉันเหรอ” คนไม่ปลื้มลูกเขยเท่าใดนักตบเข่าดังฉาดอย่างไม่พอใจ

“คุณแม่ยายไล่ต่างหากครับ คุณพ่อตาอย่าพาล” ลูกเขยถึกเถื่อนเถียง แน่นอนว่าความไม่ลงรอยกันของผู้เป็นพ่อฝ่ายหญิงและฝ่ายชายยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง บรรณพ่อของคาวีเป็นไม้เบื่อไม้เมากับฟาบิโอ้ พอมีหลานทั้งสองมักใช้เวลาว่างถกเถียงกันว่าเด็กชายบารมีนั้นเป็นหลานตาหรือหลานปู่ ซึ่งจริงๆ ก็เป็นทั้งสอง หากแต่ผู้เฒ่าก็ยังเก็บมาถกเถียงกันอยู่บ่อยๆ คาวีเข้าใจถึงความห่วงใยของพ่อภรรยา แต่บางครั้งชายหนุ่มคิดว่ามันมากเกินไปจนเขาอึดอัด เช่นเรื่องที่คุณพ่อตาหอบหมอนหอบผ้าห่มมานอนเฝ้าลูกสาวถึงข้างเตียง ไหนจะพวกสามแฝดที่เฮโลกันมานอนเฝ้าหลานอีก ตอนนี้ห้องนอนของเขาแทบจะไม่มีที่เดิน กลางวันก็แม่ยายกับญาติๆ กลางคืนก็พ่อตากับน้องภรรยา อย่างนี้แล้วเขาจะมีเวลาโอ๋ภรรยาคนสวยได้อย่างไร ตั้งใจจะจูบรับขวัญที่กลับบ้านก็ทำไม่ได้

“ชิชะ ไอ้...”

“ฟาบี้คะ ต่อหน้าหลานอย่าพูดคำหยาบ แล้วก็ออกไปข้างนอกกันได้แล้ว” ลีลาวดีแหวพร้อมไล่ส่งอีกครา ทำให้ฟาบิโอ้ไม่พอใจ ภรรยาเขาทำท่าอวยลูกเขยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ยิ่งนานวันก็ยิ่งปลื้มและเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เขาล่ะเหม็นขี้หน้าไอ้ลูกเขยถึกนี่จริงๆ

“คอยดูเถอะ ผมจะหาลูกเขยสุภาพและดูดีกว่าไอ้ถึกนี่อีกหลายร้อยเท่าให้ได้ ถึงตอนนั้นไอ้เขยใหญ่กับเขยรองมันต้องตกกระป๋อง”

คุณพ่อที่มีความตั้งใจเฟ้นหาลูกเขยเองกล่าว ตั้งแต่ลูกสาวสองคนแรกหาสามีเองคนสูงวัยที่หมายหมั้นจะให้ลูกๆ อยู่บนคานก็ออกอาการฟึดฟัดไม่พอใจ ทั้งๆ ที่สองหนุ่มต่างก็เป็นคนดีแถมยังฮอตมากๆ ในหมู่สาวๆ กระนั้นก็ยังไม่ถูกอกถูกใจพ่อตา ฟาบิโอ้ที่มีทิฐิกับลุคดิบเถื่อนของลูกเขยคนรองกวาดสายตาไปทางลูกสาวอีกสองคนที่ยังไม่แต่งงาน

พรรษชลซึ่งอยู่ในห้องด้วยหันไปมองลูกสาวอีกสองคนของฟาบิโอ้ ชายหนุ่มคลี่ยิ้มอ่อนเมื่อเห็นหนึ่งในนั้นทำหน้าเบ้ มองผู้เป็นพ่ออย่างหวาดระแวง เธอผู้นั้นสวมเสื้อยืดพอดีตัวสีเหลืองสด กางเกงขาสั้นสีดำโชว์ขาเรียวงาม แรกที่เจอพรรษชลยอมรับว่าสะดุดตากับเรือนร่างและใบหน้าที่มีเครื่องหน้าสวยสด ผมเธอสีน้ำตาลสลวยเป็นลอนงาม ดวงตามีสีฟ้าล้อมกรอบด้วยแพขนตาดำงอนยาว

แต่ก็นั่นแหละ...มีบางอย่างในตัวเธอที่บอกเขาว่า ไม่ควรยุ่ง ชายหนุ่มหันไปมองรอบห้องแล้วอมยิ้ม อาจเป็นบุคคลเหล่านี้ก็ได้ที่ทำให้เขาละความสนใจไปจากหญิงสาวอย่างง่ายดาย ตราบใดที่เขายังปรารถนาคำว่า สงบสุข


---------

 

ในที่สุดคาวีก็ได้อยู่กับภรรยาและลูกน้อยตามลำพัง พรรษชลทำหน้าที่เป็นสารถีพาหนุ่มๆ สาวๆ ไปเที่ยวเดินดูตลาดนัดยามเย็น ซึ่งจริงๆ แล้วมะยมหรือมะกอกคนสนิทของคาวีก็ทำได้ แต่ทำไมต้องเป็นเขา ชายหนุ่มคิดแล้วก็ต้องถอนหายใจเป็นรอบที่สิบตั้งแต่มาที่ฟาร์มมากบารมี หนุ่มสาวทั้งหมดยกเว้นบัวสวรรค์ที่กำลังตั้งครรภ์และจะเดินทางกลับบ้านในวันพรุ่งนี้ต่างแยกย้ายกันเดินดูของ พรรษชลเห็นพุทธชาดโอบกอดน้องสาวฝาแฝดประหนึ่งคู่รักแล้วอดยิ้มขำไม่ได้ สองหนุ่มสาวเป็นแฝดที่หน้าตาคล้ายคลึงกัน แต่หากเป็นคนอื่นก็คงเข้าใจว่าเป็นคู่รักมากกว่าพี่น้อง เพราะการแสดงออกของฝ่ายชายชวนให้คิดไปเป็นอย่างนั้นเสียมากกว่า

ชายหนุ่มนั่งมองสองแฝดไปจนลับตา เขาเองก็มีพี่น้องทั้งหมดสี่คน โดยที่เขาเป็นคนที่สาม พ่อของเขาซึ่งเป็นถึงหม่อมราชวงศ์ปรารถนาอยากได้ลูกสาวมาอุ้มชู แต่ก็ไม่สมใจเพราะลูกสี่คนล้วนเป็นผู้ชาย หม่อมหลวงชลนที หม่อมหลวงชลาชลและหม่อมหลวงชลธีตอนนี้พำนักอยู่ที่วังกุลวารีกับผู้ให้กำเนิด

เสียงเพลงจากโทรศัพท์ดึงชายหนุ่มออกจากภวังค์ เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอแล้วต้องคลี่ยิ้มกว้าง

“ว่าไงครับพี่”

“นายอยู่ไหน เมื่อเช้าพี่โทร. ไปไม่รับสาย” เสียงหม่อมเจ้าชลนทีพี่ชายคนโตดังมาตามสาย

“อ้อ ผมราวนด์วอร์ดไม่ได้พกโทรศัพท์ไปด้วย ตั้งใจจะโทร. หาพี่คืนนี้เหมือนกัน”

“อย่ามัวแต่ทำงานจนลืมดูแลสุขภาพตัวเองนะ” คนเป็นพี่มักเอ่ยเตือนทุกครั้ง อาชีพแพทย์นั้นต้องสแตนบายรอผู้ป่วยอยู่เสมอ ทำให้บางครั้งถึงกับต้องอดหลับอดนอน

“คร้าบ...ว่าแต่ที่โทร. มาเนี่ยเพื่อจะบ่นอย่างเดียวเหรอ” คนที่มีชื่อเล่น หญิงที่สุดในบรรดาพี่น้องถาม พวกเขามีชื่อเล่นแปลว่าน้ำเหมือนชื่อจริง น้ำพุ น้ำหมอก น้ำค้าง และสุดท้าย ‘man’ ที่สุดคือเจ้าธีหรือหม่อมหลวงชลธีนั่นเอง

“เปล่า จะบอกว่าแม่คิดถึง ถ้าว่างก็อย่าลืมขึ้นมากรุงเทพด้วย ไม่ใช่ให้แม่เป็นฝ่ายไปหาตลอด” เป็นพี่หรือเป็นพ่อกันแน่ พรรษชลคิดในใจอย่างขบขัน

“โอเค ไว้ผมว่างจะขึ้นไปอ้อนแม่สักสองสามวัน อย่าลืมว่าผมก็กลัวเป็นหมาหัวเน่าเหมือนกันนะ” คนเป็นน้องกระเซ้าอย่างอารมณ์ดี กอปรกับที่สามมหาเดินกลับมาที่รถ ชายหนุ่มจึงต้องขอตัววางสาย เพื่อตั้งหลักเตรียมรับมือกับความกวนโอ๊ยของพวกวายร้าย

“พี่น้ำค้าง ที่พี่พาเรามาเดินตลาดนัดเนี่ย เป็นแผนของพี่ถึกใช่ไหม” มหาเสน่ห์ที่เรียกพี่เขยอย่างสนิทสนมถามขึ้น

“เปล่า พี่อาสามาเอง”

“จริงอะ ดูรักเพื่อนจังเลยเนอะ เพิ่งกลับจากทำงานแท้ๆ แทนที่จะพักผ่อน แต่กลับวิ่งแจ้นมาหาเพื่อนถึงบ้าน คงจะว่างงานน่าดูเนอะ เราไปสอบเป็นหมอมั่งดีไหม” น้องชายคนเล็กหันไปขอความเห็นพี่ชายฝาแฝดทั้งสอง ซึ่งอีกสองคนก็พยักหน้ารับ แต่คนเป็นหมอจริงๆ กลับกู่ร้องอยู่ในใจว่า อย่าเล้ยยย ดูท่าทั้งสามจะมือหนักตีนหนัก แถมลักษณะท่าทางไม่ใช่คนมีจิตใจเอื้ออารีเขาล่ะสงสารคนไข้

“อืม งานดีเงินสบายอย่างนี้น่าสนใจ” เป็นเสียงมหาโชคนั่นเองที่ทำหน้าที่เป็นลูกคู่รับส่งกับน้องชาย

สบายพร่อง! คนเป็นหมอสบถในใจ เดิมเขาไม่พิสมัยคำพูดหยาบๆ มาแต่ไหนแต่ไร แต่มีพักหลังนี่แหละที่รู้สึกจะสบถบ่อยครั้ง ดูท่าโรคนี้มันจะติดต่อทางลมหายใจ

“งานดีเงินน้อยไม่สบายหรอกครับ รับผิดชอบชีวิตคนไม่ใช่งานสบาย และไม่ใช่งานที่ใครจะมาทำเล่นๆ ก็ได้ ใจต้องรักครับน้องๆ”

“อู้ย...พ่อพระ!” ให้ทายว่าใครพูด พรรษชลกัดฟันกรอดๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว กินอะไรถึงได้กวน Teen กันขนาดนี้

“สรุปว่าที่พี่พาพวกผมมานี่เป็นแผนของพี่คาวีใช่ไหม” มหาลาภที่พูดน้อยถามขึ้น พรรษชลจ้องหน้าหนึ่งในสามแฝดแล้วแอบคิดเล่นๆ แต่จริงจังในใจ ไอ้พวกนี้หล่อเถื่อนๆ ก็จริง แต่แบบ...หน้าแก่มากเลย! คาวียังเคยบอกว่าเขาหน้าอ่อนกว่าไอ้พวกนี้เป็นสิบปี หุๆ

“อืม ปล่อยให้มันอยู่กับเดหลีมั่งเถอะ เดี๋ยวขาดใจตายไปเสียก่อน”

“ตายก็ดีดิ เดี๋ยวเราเอาหลานมาเลี้ยงเองเนอะโชคเนอะ” มหาเสน่ห์หันไปหาลูกคู่

“อืม”

พรรษชลอ้าปากค้าง นี่มันพี่น้องอะไรกั้นนน... แช่งให้พี่สาวเป็นม่าย ชั่วช้าเลวทรามสุดๆ

“พี่ว่าพวกนายต้องปรับทัศนคติไม่ก็ตรรกะความคิดไหม เอาอย่างนี้ไหม พี่พอรู้จักคุณหมอเก่งๆ ไว้เราไปลองรักษากันดูไหม” ด้วยความใจเย็นและรักในอาชีพหมอทำให้พรรษชลอดเป็นห่วงสามหนุ่มไม่ได้

“ไม่เอ๊า ไม่ได้บ้าสักหน่อย” น้องเล็กร้องโวยวาย

“ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะพาไปหาหมออะไร”

“ไม่บอกก็รู้ พี่น้ำค้างนี่เห็นเงียบๆ แต่แอบกวน Teen เหมือนกันนะครับ”

พรรษชลคลี่ยิ้มอบอุ่น “ติดมาจากพวกนายนั่นแหละ ว่าแต่เรื่องคาวีน่ะ เพลาๆ ลงบ้าง บางทีมันก็อยากมีเวลาส่วนตัวเหมือนกันนะ เล่นหอบผ้าหอบผ่อนไปนอนเฝ้า ผัวเมียเขาละเหี่ยใจรู้หรือเปล่า” ชายหนุ่มทำหน้าที่เพื่อนที่ดีอย่างแข็งขัน

สามหมา เอ๊ย สามมหาทำหน้ายุ่ง

“พวกเราคิดถึงหลานนี่” มหาเสน่ห์ชี้แจง

“คิดถึงหลานหรือหวงพี่สาวกันแน่” คนฟังแย้งอย่างรู้ทัน แน่นอนว่าทางรักของคาวีและบุษบานั้นโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะครอบครัวหญิงสาวไม่ทราบ พอทราบเข้าก็สายไปเสียแล้ว เนื่องจากเพื่อนเขาทำการปลุกเสกกุมารเข้าท้องบุษบาเป็นที่เรียบร้อย

“ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ มีอย่างที่ไหนพี่ถึกอะยังไม่ผ่านด่านพวกเราเลย เล่นลัดตัดตอนทำพี่เดหลีท้องไปก่อน อีกอย่างใครๆ เขาก็หวงพี่สาวกันทั้งนั้นแหละ แล้วถ้าพี่น้ำค้างมารักกับพี่สาวเหน่คนใดคนหนึ่ง” ซึ่งก็หมายถึงไม่การะเกดก็อัญชัน

“เหน่ก็จะขัดขวางเหมือนกัน” คนทรงเสน่ห์ร่ายยาวจนไม่ทันเห็นสีหน้าพี่ชายอีกสองคน

“เฮ้ย!!!” อีกสามหนุ่มประสานเสียงกัน ก่อนมหาโชคจะตบป้าบเข้าที่หัวน้องชาย

“มึงอย่าพูดจาอัปมลคลแบบนั้นสิไอ้เหน่!

คนที่โดนพาดพิงว่าเป็นส่วนหนึ่งในความอัปมงคลชักสีหน้า ดีที่คนที่เหลือเดินกลับมาที่รถพอดี เรื่องเลยจบค้างไว้ที่เขาเป็นตัวอัปมงคลสำหรับไอ้สามมหา!

 

หลายวันหลังจากนั้นพรรษชลก็ยังถูกเพื่อนโทร.ตามทุกวันซึ่งก็ตรงกับช่วงที่ไม่ได้อยู่เวรพอดี ดูเหมือนพวกพี่มหาจะลดความแสบสันลงหลังจากวันที่เขาได้เอ่ยเตือนและพวกมันได้กล่าวหาเขา ชายหนุ่มต้องวิ่งมาคอยบริการเพื่อนตามคำขอร้อง จากนั้นก็กลับไปทำงานที่โรงพยาบาลต่อ เกือบสองสัปดาห์กว่าพวกนั้นจะเดินทางกลับไปเรียนต่อ บ้านเงียบสงบขึ้นเยอะทีเดียว ตอนนี้ลีลาวดีและฟาบิโอ้ก็กำลังเตรียมตัวเดินทางกลับ คงเหลือแต่พี่น้องอีกสามคนของบุษบา ซึ่งพากันอ้างว่าจะอยู่ดูความคืบหน้าบ้านบนเนินซึ่งกำลังปลูกสร้างใหม่ คาวีแบ่งที่ดินให้พ่อตาแม่ยายไว้สำหรับปลูกบ้าน หรืออีกนัยหนึ่งก็เพื่อกันตัวป่วนยามเฮโลกันมาเยี่ยมหลาน

“สรุปว่าฉันเป็นเพื่อนหรือ เบ๊แกกันแน่คาวี” คนที่โดนเรียกตัวมาใช้งานโวยวายขึ้นในเย็นวันหนึ่ง

“เออน่า ฉันขอบใจแกนะน้ำค้าง เดี๋ยวฉันให้ไอ้ยมไปส่งแกนะ จะไปนอนค้างที่หอพักในเมืองเลยไหม หรือจะไปนอนบ้านตาแกก่อน”

“ไปในเมือง ขืนกลับไปให้ตาเห็นสภาพนี้มีหวังโดนบ่นจม” คนถูกตามตัวมาเพื่อขับรถพาลูกท่านหลานเทอไปตลาดบอก พ่อตาคาวีนี่ก็แปลก คนงานอื่นๆ จะขับรถให้ก็ไม่ยอม ต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น แม้จะได้รับคำเชยชมว่า ไว้ใจ แต่แพทย์หนุ่มก็หาได้ปลาบปลื้ม แววตาเหี้ยมๆ ที่ส่งมาเป็นการบอกความนัยว่า...อย่าริจีบลูกสาวท่าน ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่มีความคิดนั้นอยู่ในหัวเขาเลย เจอพี่มหาทั้งสามไปก็เข็ดหลาบตะขาบตอดแล้ว เขาไม่กล้าเอาชีวิตเรียบง่ายสงบสุขเข้าไปเสี่ยงให้ตกอยู่ในพายุ Nargis อย่างนั้นหรอก แพทย์หนุ่มคิดโดยไม่รู้ล่วงหน้าเลยว่า อีกไม่นานตนนั้นจะไม่แค่เอาตัวเข้าไปเสี่ยง หากแต่จะตกอยู่ท่ามกลางพายุเลยทีเดียว

 

นอนหลับพักผ่อนที่หอพักได้แค่สามชั่วโมงแพทย์หนุ่มก็ถูกตามตัว เนื่องจากโทร. มาแจ้งว่าคนไข้เด็กซึ่งเขาเป็นเจ้าของไข้มีอาการแทรกซ้อนและหมอที่อยู่เวรก็ติดเคสหนัก เขาใช้เวลาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ถึงสิบนาทีก็ควบจักรยานปั่นฝ่าความมืดไปที่โรงพยาบาลซึ่งอยู่ใกล้กัน กว่าจะทำการรักษาคนไข้เสร็จแพทย์หนุ่มถึงกับมึน เพราะหลังจากนั้นพยาบาลก็เข็นทารกแรกเกิดมาที่แผนกนิวบอร์น4  การเป็น กุมารแพทย์นั้นต้องอดทนและละเอียดอ่อน เพราะเด็กบางคนที่อายุน้อยไม่สามารถให้ประวัติ พูดจาสื่อสารบอกอาการแก่เขาได้

นางพยาบาลที่ประจำแผนกผู้ป่วยเด็กต่างพากันซุบซิบ เมื่อเห็นสีหน้าซูบตอบของคุณหมอซึ่งฮอตและป๊อบปูลาห์ที่สุดในโรงพยาบาลแห่งนี้ ขนาดว่าโทรมๆ หน้าซีดเซียวยังฉายออร่าเสียจนผู้ป่วยสาวๆ หลายคนมองกันจนเหลียวหลัง ด้วยคำนำหน้าที่เป็นถึง หม่อมหลวง ทำให้ชายหนุ่มเป็นที่สนใจแก่สาวๆ อีกทั้งราชนิกุลหนุ่มยังมีรูปร่างสูง ผิวขาว ภายใต้แว่นสายตารูปทรงทันสมัยมีดวงตาสีนิลดำล้อมด้วยรอบขนตาหนา

ชายเสื้อกราวน์สีขาวไหวสะบัดผ่านเคาน์เตอร์หน้าแผนก พยาบาลน้อยใหญ่ต่างสบตากันด้วยมีอาการหัวใจละลายกันเป็นแทบๆ ความหล่อของคุณหมอหม่อมหลวงเลี่ยงลือระบือไกลทั่วทั้งโรงพยาบาล รวมถึงความสามารถของชายหนุ่ม ใช่ว่าจะเป็นขวัญใจพยาบาลสาวหมอสาวเพียงอย่างเดียว พรรษชลนั้นยังเป็นขวัญใจคนไข้เด็กอีกด้วย

พระอาทิตย์ส่องแสงแรกของวัน แพทย์หนุ่มซึ่งดื่มกาแฟดำไปถึงสองแก้วจนทำให้ตาแข็งโป๊กราวนด์วอร์ดคนไข้แผนกผู้ป่วยในต่อ จากนั้นก็ไปโอพีดี ช่วงบ่ายก็ราวนด์วอร์ดอีกรอบ กลับถึงหอพักในซอยเป็นใจห้าก็เย็นย่ำ หัวถึงหมอนคุณหมอหนุ่มก็สลบไปถึงเช้า โดยปราศจากเสียงโทรศัพท์รบกวน เนื่องจากเจ้าตัวปิดมือถือตั้งแต่บ่าย!

 

 

อ้างอิง

1 Resident แพทย์ประจำบ้าน หรือคนที่เรียนจบหมอแล้วมาเรียนต่อเฉพาะทางในแต่ละสาขา

2 Round ward การตรวจเยี่ยมคนไข้ในหอผู้ป่วยเพื่อดูอาการที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน

3 แผนกกุมาเวชกรรม แบ่งออกเป็น 2 แผนกย่อย คือ นิวบอร์น (New Born) เด็กแรกเกิดหรือทารก และ เด็กโต นับรวมตั้งแต่เด็กตัวเล็กๆ จนถึงอายุ 15 ปี หากอายุมากกว่านี้ต้องย้ายไปแผนกอายุรกรรม

4 OPD แผนกผู้ป่วยนอก

 

 

 

 


ไม่เจอกันนานคิดถึงจังเล้ย... >////<

ฝากอ้ายหมอน้ำ กับ แม่ดอกการะเกด ไว้ในอ้อมกอดอ้อมใจด้วยนะคะ

พบเจอคำผิดขออภัยมา ณ ที่นี้นะคะ

นิยายอัพวันเว้นวัน 50% - 100% ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงตอนที่ 21 ค่ะ

อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นน่ารักๆ ไว้ลุ้นหนังสือนะคะ

20 เล่ม สุ่มรางวัล ตอนที่ 1- 20 ค่ะ


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,239 ความคิดเห็น

  1. #3139 Manpoon Boon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 22:49
    แล้วจะรักกันยังไงเนี่ย
    #3,139
    0
  2. #2835 snowclick (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 16:25
    ความสงบเริ่มจางหาย ความควายเริ่มมาเยืยน..555
    #2,835
    0
  3. #2727 kookkai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 20:54
    งานนี้มหาเสน่ห์จะป่วนอะไรหมอน้ำกับการะเกดน้าาาา
    #2,727
    0
  4. #2557 คนที่คุณก็รู้ ว่าใคร (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 22:34
    เข็ดหลาบตะขาบตอด!!!! 555555555555
    #2,557
    0
  5. #2517 aaeylovelytaetae (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 19:43
    น่าติดตามมากค่า เเค่เริ่มต้นก้สนุกเเย้ววววววว5555555
    #2,517
    0
  6. #2516 aaeylovelytaetae (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 19:42
    น่าติดตามมากค่า เเค่เริ่มต้นก้สนุกเเย้ววววววว5555555
    #2,516
    0
  7. #2229 Yoda0147 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 21:41
    เกดกับพุด ดูรักกันจังนะคะ น่ารักมาก
    #2,229
    0
  8. #2228 Yoda0147 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 21:36
    เลี้ยงลูกแปดคน ป๋าฟาบี้กับลีล่าเก่งจัง

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 สิงหาคม 2558 / 21:38
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 6 สิงหาคม 2558 / 21:39
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 6 สิงหาคม 2558 / 21:40
    #2,228
    0
  9. #2227 Yoda0147 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 21:35
    พี่ถึกทั้งน่าสงสารและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกันเลย
    #2,227
    0
  10. #2226 Yoda0147 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 21:34
    สามหมา ชอบคำนี้ค่ะ 5555
    #2,226
    0
  11. #1948 atita (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 16:52
    สามมหาจอมป่วนมาแล้ววว
    #1,948
    0
  12. #1636 nammol23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 10:35
    พี่น้ำค้างงงงงงงงงงงงงง น่ารัก
    #1,636
    0
  13. #1403 ศิริวรรณ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 18:07
    สนุกสนานค่ะ

    ขออนุญาตทักท้วงเล็กน้อยนะคะ

    3 หนุ่มต้องเป็นคุณน้าค่ะ เพราะเป็นน้องแม่

    ขอบคุณค่ะ
    #1,403
    0
  14. #1124 Kamuningka (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 15:10
    หมอน้ำกับคาวีนี่แอบคิดนะ
    #1,124
    0
  15. #794 LekLek2709 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 16:01
    ลุ้นๆ ค่ะ

    #794
    0
  16. #593 panin_nin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 23:07
    ไหนป๋าฟาบี้บอกอยากได้ลูกเขยสภาพไม่เถื่อนไงค่ะ อ้ายหมอน้ำนี่ตรงแป๊ะเลยนะป๋าาาาาาา *0*
    #593
    0
  17. #469 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 17:49
    55555 ไม่น่าจะรอด นะ พี่น้ำค้าง 
    #469
    0
  18. #438 noodao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 12:05
    ยังไงคุณหมอก็ไม่รอดแน่...เกี่ยวพันกับสามมหาอย่างเลี่ยงไม่ได้
    #438
    0
  19. #435 ใจหนึ่งใจ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2558 / 16:25
    รอแม่ดอกการะเกด เปิดตัว อิอิ
    #435
    0
  20. #330 วรรณพร (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 13:34
    หมอน้ำเอาใจช่วยค่ะ
    #330
    0
  21. #326 Aomji&#128536;&#128536; (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 13:10
    พี่ถึกน่ารักอ่า น้ำค้าง...รักกูไหม? จิ้นแป๊บ ไม่ใช่แหละ อิอิ ครอบครัวฟาเบรกลาสก้อยังน่ารักเหมือนเดิม ป๋าเหน่ก้อยังรั่วได้ใจอิอิ แต่อ่านเจอป๋าเหน่แล้วคิดถึงดาร่ากะพี่ซันจ๋าอ่าค่ะไรท์ อิอิ แต่หมอน้ำค้างก้อน่ารักกกก. ชื่อน่ารักมากกกก. อิอิ จะถูกใจคุณป๋าไหมเนี่ยจะได้ลูกเขยเป็นหม่อมหลวงเลยนะ อิอิ
    #326
    0
  22. #300 Kamonrat14 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 10:06
    อ่านชื่อตอนไม่ค่อยเก๊ท

    พออ่านเนื้อเรื่องเท่านั้นแหละ

    คุณหมอเบ่เบ๊จริงๆ

    สามมหายังร้ายเท่ารักเหมือนเดิม

    คิดถึงจนต้องหยิบน้องเหน่มาอ่านอีกรอบ!หุหุ^_^¦¦¦
    #300
    0
  23. #289 Fonalizztaaa Foll (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2558 / 23:29
    สนุกกก ค่าาา
    #289
    0
  24. #252 niramon2549 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 20:11
    ตัวป่วนสามมหา555
    #252
    0
  25. #235 vzavii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 22:36
    อิฉันละคิดถึงคุณไรท์ เตอร์มากๆอะ  โถพ่อคุณ คุณพี่น้ำค้างทำไม่ถึงน่าสงสารเช่น นี้หนอ พี่ถึกคงเลงเห็นว่าน่าจะได้ร่วมชะตากรรมด้วยกั น เลยให้มาซ้้อมรับมือกับพ่อตาและสามมหาผู้น่ารักและยังเด็กไว่ก่อน 555555 
    #235
    0