ใจเผลอรัก (พรรษชล - การะเกด)

ตอนที่ 10 : ...๙ ฟาเบรกลาส แฟมิลี่ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    18 ก.ค. 58



ป๋าฟาบี้ กับ แม่จำปา

“ฟาบี้! เรื่องของลูกคุณมักไม่มีเหตุผลเสมอ” ลีลาวดีแหวแว้ด

“นั่นเพราะผมมีแต่ความรักให้ลูกอย่างไรเล่า”

“แต่ฉันอยากได้ลูกเขยคนไทย!” เมื่อรู้ว่าเถียงสู้ไม่ได้ คุณแม่ที่รักลูกไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันจึงเถียงข้างๆ คูๆ ความจริงแล้วต่างชาติหรือคนไทยได้ทั้งนั้น ขอแค่ผู้ชายคนนั้นรักลูกสาวหล่อนอย่างจริงใจ และลูกสาวหล่อนเองก็รักชายหนุ่มด้วย

“ก็ใครว่าในแฟ้มนี้ไม่มีหนุ่มไทยเล่า” ฟาบิโอ้บอกยิ้มๆ มือพลิกกระดาษไปอีกหลายหน้า ก่อนจะกางให้ภรรยาดู

“คนนี้เข้าท่ามาก ไม่มีประวัติเสียหายหรือด่างพร้อยสักนิด คุณชอบไหมลีล่า”


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


บทที่ 9

ฟาเบรกลาส แฟมิลี่

บุษบาอุทานเสียงหลงเมื่อเห็นสภาพของน้องสาวและน้องชาย เธอต้องอยู่บ้านดูแลลูกตามคำสั่งแกมขอร้องของสามี ต่อให้เขาโทร. มาบอกว่าน้องทั้งสองของเธอปลอดภัยดี นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอสบายใจขึ้นได้หากไม่ได้เห็นกับตา แต่ครั้นพอมาเห็นแล้วถึงกับผงะ การะเกดมีบาดแผลตรงข้อศอกและหัวเข่า แก้มด้านหนึ่งมีรอยถลอกแดงๆ ส่วนมหาเสน่ห์นั้นบนหัวมีผ้าพันแถงและบาดแผลตามตัวเต็มไปหมด เรียกว่าสะบักสะบอมกันทั้งคู่

“หักหลบหมา” บัวสวรรค์ตอบแทน

“หลบคนบ้าก่อนค่อยหลบหมา” วีรบุรุษในที่นั้นแทรกขึ้น มหาเสน่ห์ยังคงลอบมองพี่สาวเป็นระยะ คือ...ถ้าเข้าใกล้เกินยี่สิบเมตรเขาต้องรีบถอยหนี คนที่เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้แอบรู้สึกผิด สายตาคาดโทษของพุทธชาดยังคงส่งมาให้เรื่อยๆ เขารู้ว่าพี่ชายฝาแฝดสองคนที่คอยกระหนาบข้างอยู่ตลอดกำลังปกป้อง จริงๆ ถ้าปล่อยให้พุทธชาดเข้ามาต่อยหน้าเขาสักครั้ง ความรู้สึกผิดในใจเขาอาจลดน้อยลงก็ได้

การะเกดที่ตอนนี้ค่อยหายโมโหน้องชายถอนใจดังเฮือกใหญ่ ไม่รู้ว่าเพราะเป็นพี่น้องท้องเดียวกันหรืออย่างไร เธอถึงได้อ่านความรู้สึกของทุกคนออก เรื่องในวันนี้อาจเล็กน้อย แต่มันดันไปกระทบความรู้สึกของทุกคน ภาพเหตุการณ์ในวันวานคงฉายชัดเข้ามาให้ห้วงคำนึงจนทำให้หลายคนออกอาการหวั่นวิตกไปตามๆ กัน

“พี่เกดเค้าขอโทษนะ” เสียงงึมงำดังขึ้นก่อนที่บุษบาจะซักถามอาการน้องๆ ต่อ

“ช่างมันเถอะ พี่ก็ผิดเองแหละที่ไม่ทักท้วงนาย”

“เค้าผิดเองแหละที่มัวแต่หักหลบเจ้าตัวนั้นจนลืมความปลอดภัยของพี่สาว”

“การเป็นคนจิตใจดีมันก็ดีนะเหน่ แต่ต้องดีให้มีสติ” บัวสวรรค์ต่อว่าน้องชายที่ดันมัวแต่ห่วงน้องหมามากกว่าการะเกด

คนถูกน้องชายลืมห่วงกัดฟันกรอด นี่ทุกคนจะฟื้นฝอยหาตะเข็บให้เธอโพล่งความจริงออกมาใช่ไหม

กิ้งกือไม่ใช่น้องหมา!

สาวดอกไม้ส่งสายตาขุ่นๆ ไปทางน้องชาย ไส้เดือนเป็นๆ มันยังฆ่ามาแล้ว นับประสาอะไรกับอีแค่กิ้งกือ! เธอว่าไอ้น้องเหน่มันสติแตกตั้งแต่เห็นคนบ้ายืนแยกเขี้ยวถือขวานเสียมากกว่า

“ต่อให้จิตใจดีแค่ไหน เป็นคนดีแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการปกป้องคนในครอบครัว นายจะกลายเป็นไอ้เลวไอ้ชั่วขนาดไหนพี่ก็รับได้ ถ้าสิ่งที่นายทำไปเพียงเพื่อปกป้องพี่น้อง”

พุทธชาดที่เงียบไปตั้งแต่อยู่โรงพยาบาลบอกขึ้น น้ำเสียงนิ่งเรียบมีพลังกดดันมหาเสน่ห์ให้เกือบพ่นความจริงออกมา หากไม่ถูกพี่ชายอย่างมหาโชคตะครุบปากเอาไว้เสียก่อน

“เงียบ” มหาลาภที่วางมือบนบ่าน้องชายสั่ง

“จำใส่หัวเอาไว้นะเหน่ อย่าให้มีคราวหน้าอีก ไม่งั้นจะหาว่าพี่ไม่เตือน”

มหาเสน่ห์หน้าซีดเผือด โล่งใจที่ตนยังไม่พ่นความจริงออกไป ชายหนุ่มเงยหน้าสบตาพี่ชายฝาแฝด แน่นอนว่าพวกนั้นก็มีสีหน้าโล่งใจเช่นกัน ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากมหาโชคปิดปากเขาไม่ทัน อิหยังจิเกิดขึ้นต่อไป!

คงไม่แคล้วต่อโลง (แบบพิเศษ) จองศาลาวัดอย่างแน่นอน!!

 

แม้บรรยากาศตึงเครียดภายในบ้านจะจางลง กระนั้นหลายคนก็ยังสัมผัสถึงบรรยากาศอึนๆ บอกไม่ถูก นั่นเพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นชักนำให้ทุกคนหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่ล่วงผ่านมาสิบกว่าปี เหตุการณ์ที่เป็นสิ่งชักนำให้พุทธชาดหวงแหนน้องสาวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเหตุการณ์นั้นเกือบจะพรากชีวิตน้องสาวฝาแฝดไปจากเขาและครอบครัว

พุทธชาดให้มะยมขับรถมาส่งที่บ้านพักซึ่งเพิ่งปลูกสร้างและอยู่ห่างจากบ้านคาวีราวๆ สองกิโลเมตร บ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนนี้หลังใหญ่โออ่าไม่น้อย คาวีเป็นคนออกแบบทั้งหมด สมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านต่างมีห้องนอนส่วนตัวด้วยกันทั้งสิ้น ภายในบ้านตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองอ่อน ประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่เข้าชุดกัน ส่วนใหญ่เน้นไปทางสไตล์วินเทจที่เน้นลวดลายดอกไม้ให้สมกับที่บุคคลที่อาศัยต่างมีชื่อเป็นดอกไม้ด้วยกันทั้งสิ้น

ห้องของพุทธชาดนั้นอยู่ปลีกซ้ายของบ้าน หน้าต่างมองเห็นวิวทุ่งหญ้าไกลสุดลูกหูลูกตาพร้อมกับสันเขาน้อยใหญ่ บริเวณรอบบ้านคาวีสั่งให้จัดสวนสไตล์อังกฤษที่เน้นปลูกกุหลาบและดอกไม้สายพันธุ์ต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่ามีดอกไม้ประจำตัวทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลีลาวดี บัวสวรรค์ เดหลี การะเกด พุดหลากสายพันธุ์และสุดท้ายก็เป็นว่านมงคลอย่างมหาโชค มหาลาภและมหาเสน่ห์

หน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้มีลมพัดเฉื่อยเข้ามาในห้อง พุทธชาดถอยหลังกลับไปนั่งบนขอบเตียง มือยกขึ้นลูบใบหน้า ตอนที่รู้ข่าวน้องสาวและน้องชายประสบอุบัติเหตุยอมรับว่าเขาตกใจแทบเสียสติ มันช่วยไม่ได้เลยที่เขาจะหวนคิดถึงอดีต

ในตอนนั้นเขาและการะเกดอายุเพียงสิบสองปีในขณะที่น้องชายสามแฝดอายุหกปี เขาที่มัวแต่ห้ามมหาโชคมหาลาภต่อยตีกันเพราะทะเลาะแย่งของเล่นทิ้งให้การะเกดดูแลมหาเสน่ห์ เผลอแป๊บเดียวทั้งสองก็หายไปพร้อมจักรยานสีชมพูของการะเกด ตอนนั้นเขาที่ยังไม่เอะใจก็คิดเพียงว่าน้องสาวอาจพาน้องชายซ้อนท้ายปั่นจักรยานเล่น

เจอกันอีกทีการะเกดก็นอนจมกองเลือดอยู่ข้างถนนโดยมีมหาเสน่ห์นั่งร้องไห้อยู่ข้างตัว สองคนขี่จักรยานซ้อนท้ายกันออกมานอกบ้านโดยที่ยามเฝ้าหน้าบ้านเผลอ พี่เลี้ยงประจำตัวสองคนนั้นกำลังไปเอาขนม ส่วนคนอื่นๆ ก็ติดธุระ นั่นทำให้สองคนนั้นออกจากบ้านไปโดยไม่มีผู้พบเห็น

พุทธชาดจ้องมองมือสะอาดสะอ้านของตนที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยเลือดของน้องสาว เขาในวัยสิบสองปีร้องตะโกนให้คนเรียกรถพยาบาลอย่างเสียสติ น้องสาวที่นอนแน่นิ่งจมกองเลือดไม่ไหวติง กว่าจะคุณป๋ากับแม่จะมาเสียงเขาก็แหบแห้ง ลำคอปวดร้าวไปหมด มหาเสน่ห์ล้มตัวกอดซบร้องไห้กับอกพี่สาว พร่ำพูดแต่ว่าเป็นเพราะตนพี่สาวถึงได้เป็นแบบนี้

เพราะเหน่เอง เหน่อยากออกมานอกบ้าน พี่เกดเลยพามา

ในตอนนั้นเขาจำได้ว่ากระชากคอเสื้อน้องชายขึ้นทั้งๆ ที่มีน้องสาวอยู่ในอ้อมกอด สวนหมัดเปรี้ยงเข้ากับซีกหน้าด้านหนึ่ง ดีที่คุณป๋าและคนอื่นๆ รีบมาห้ามไว้ จากนั้นทุกคนจึงพาการะเกดไปส่งโรงพยาบาล อุบัติเหตุครั้งนั้นเกิดขึ้นจากมีรถยนต์สปอร์ตสองคันขับแข่งกันมา การะเกดที่อยู่ข้างทางรีบบอกน้องชายให้กระโดดลงไปเมื่อรถคันหนึ่งเสียหลักพุ่งมายังทิศทางที่เธอและน้องชายอยู่ นับว่าเด็กสาวตั้งสติได้ดีตอนกระโดดหลบหลังจากที่เห็นว่าน้องชายโดดลงไปแล้ว ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังโดนรถเฉี่ยวจนทำให้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนจักรยานบุบบี้ไม่มีชิ้นดี

เนื้อตัวพุทธชาดสั่นเทายามนึกว่าหากน้องสาวไม่มีสติพอที่จะกระโดดหลบ ร่างกายเธอคงบุบสลายเหมือนเจ้ารถคันนั้นอย่างแน่นอน

เสียงเคาะประตูทำให้ชายหนุ่มรีบกำมือที่สั่นเทา พุทธชาดพบว่าตัวเองนั้นสั่นไปทั้งตัว ความรู้สึกดิ่งวูบคล้ายคนตกเหวนี้มันเคยเกิดขึ้นตอนที่เห็นการะเกดนอนจมกองเลือดครั้งหนึ่ง และอีกครั้งก็คือตอนที่ไอ้พวกคนชั่วจับตัวบุษบาไป เขาและเพื่อนตอบแทนพวกมันไปอย่างสาสมโดยที่คนในครอบครัวไม่ระแคะระคายสักนิด

“พุด เกดเข้าไปได้ไหม” เสียงหวานแปรเปลี่ยนให้สีหน้าเยือกเย็นค่อยแปรเปลี่ยนเป็นอบอุ่น

“เปิดเข้ามาเลย”

การะเกดเดินกระหย่องกระแหยงเข้ามานั่งข้างพี่ชาย เสี้ยวหน้าด้านข้างที่เธอเห็นทำให้หญิงสาวใจอ่อนยวบ สาวดอกไม้ซบหน้ากับต้นแขนพี่ชาย ส่งเสียงออดๆ ว่าเจ็บแผล

“เจ็บแผลจังเลย เตียงที่ห้องนอนไม่สบาย ให้เค้านอนห้องตัวด้วยคนนะ” หญิงสาวอ้อนพี่ชาย

“แต่เกดโตแล้ว”

“โตแล้วก็นอนกับพี่ชายได้นี่ หรือตัวคิดอะไรกับเค้าเกินเลยอย่างที่พี่คาวีว่า”

มะเหงกลูกย่อมหล่นตุ้บที่กลางหัวหญิงสาวพอดี

“เพ้อเจ้อ! จะนอนก็นอนไป ไม่ต้องไปมโนให้สติฟั่นเฟือนเหมือนพี่คาวีหรอก”

สาวดอกไม้ลูบหัวป้อยๆ กระนั้นริมฝีปากก็เผยยิ้มกว้าง เถิบตัวไปกลางเตียงก่อนล้มตัวนอนลง

“เค้าลืมเอาถุงยามาด้วย ตัวลงไปเอาให้หน่อยสิ” ขอนอนเตียงแล้วยังไม่วายจะใช้ต่อ พุทธชาดโคลงศีรษะ สีหน้าดีขึ้นกว่าตอนกลับจากโรงพยาบาลมากโข

“เค้าขอโทษนะที่ทำให้ตัวเป็นห่วง ต่อไปถ้าอยากไปไหนจะบอกตัวเป็นคนแรกเลย เค้าสัญญา” นิ้วก้อยที่กระดิกอยู่ตรงหน้าทำให้คนเป็นพี่อดยิ้มไม่ได้ ก่อนจะยกนิ้วขึ้นเกี่ยวก้อยสัญญา

“สัญญาแล้วนะ ถ้าจะไปไหน อยากได้อะไรให้บอกเราก่อน”

“อื้อ”

ก่อนที่สองแฝดจะซาบซึ้งกับคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้แก่กัน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นแหวกแทรกบรรยากาศที่อบอวลด้วยความรักของพี่น้อง

“ให้เค้านอนด้วยสิพี่เกด” มหาเสน่ห์กระโดดโหย่งๆ กระต่ายขาเดียวเข้ามาในห้อง แน่นอนว่าด้านหลังมีมหาโชคและมหาลาภตามเข้ามาคุ้มภัย

“มาทำไม ออกไปเลยคนจะพักผ่อน” การะเกดแว้ดใส่น้องชาย

“เตียงที่ห้องเค้ามันก็นอนไม่สบายเหมือนกัน ขอนอนห้องเจมี่เหมือนด้วยคนนะ”

สายตาขอลุแก่โทษทำให้พุทธชาดถอนหายใจ ใช่ว่าเขาไม่รักน้อง หากแต่รักและเอ็นดูน้องสาวน้องชายไม่เท่ากันต่างหากเล่า!

“แล้วทำไมถึงได้เกี่ยวก้อยสัญญากันแค่สองคน ให้เหน่สัญญาด้วยสิ เหน่ก็น้องเจมี่เหมือนกันนะ” น้องสุดท้องของบ้านบอกออดๆ ไม่ได้น้อยใจพี่ชายสักนิด เพราะเขาก็รักและหวงแหนพี่สาวมากกว่าพี่ชายเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ชอบให้คนในบ้านทำนู่นทำนี่โดยที่ไม่มีเขาไปเอี่ยวด้วย มันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญ!

“นายมันตัวป่วน” พุทธชาดต่อว่าด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก

ตัวป่วนล้มตัวนอนข้างพี่สาว ก่อนจะหันไปค้อนขวับ ผู้ชายที่ไหนค้อนก็ไม่น่ารักน่ากระทืบเท่ามหาเสน่ห์!

“ป่วนได้เหน่ก็รักทุกคนนะ” คำบอกรักซื่อๆ เล่นเอาพี่ๆ ต่างพากันเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนยิ้ม แม้จะป่วนจะเลว เอ๊ย เกเรขนาดไหน มหาเสน่ห์ก็ยังเป็นน้องที่พี่ๆ รักและเอ็นดูเสมอ แม้ว่าบางทีจะมีความรู้สึกอยากกระทืบมากกว่าเอ็นดูก็ตามที

“สรุปว่าจะนอนนี่” เจ้าของห้องถาม

“อื้อ”

“ตามใจ”

ตามใจใครไม่รู้ รู้แต่ว่าตกค่ำวันนั้นห้องของพุทธชาดก็แคบไปสนิทตา ด้วยว่ามหาโชค มหาลาภหอบที่หลับที่นอนมานอนค้างด้วยอีกคน แถมบนเตียงยังมีอัญชันเพิ่มขึ้นมา กลายเป็นว่าเจ้าของห้องต้องนำที่นอนในตู้ออกมาปูนอนข้างเตียงซะงั้น


------------------------------------------------


แผลบริเวณแขนขาได้รับการรักษาแล้ว แต่แผลฟกช้ำบริเวณสะโพกยังไม่มียาทา การะเกดไม่ได้บอกพยาบาลหรือพี่น้องคนอื่นๆ เพราะมัวแต่วุ่นวายใจและกลัวทุกคนจะเป็นห่วง ยิ่งมาเจอพุทธชาดทำหน้าเครียดยิ่งแล้วไปใหญ่ เธอเลยพลอยลืมความเจ็บปวดบริเวณสะโพกไปชั่วคราว กระทั่งเช้านี้เธออ้างว่าจะเข้ามาเช็ดตัว รอยช้ำใหญ่กว่าฝ่ามือตรงสะโพกทำให้หญิงสาวแอบสูดปาก

“ไอ้น้องเวร!” ปากอิ่มขมุบขมิบต่อว่าตัวการที่ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ นี่ถ้ามันหลบหมาจริงๆ เธอจะไม่โกรธเท่านี้เลย สาบาน! หญิงสาวค่อยๆ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเนื้อเช็ดตัว กว่าจะออกจากห้องน้ำได้ มหาเสน่ห์ก็เคาะปึงปังเรียกอยู่หน้าประตู

“ทำไมนานจังพี่เกด”

“ก็ไม่ถนัด”

“บอกแล้วว่าจะช่วยก็ไม่ยอม” คนเป็นน้องบอก ดวงตาพราวระยับ

“มะเหงกนี่ ไปถามพุดก่อนไหม”

“แว้ก! เค้าพูดเล่น ห้ามไปบอกเจมี่นะ”

การะเกดส่ายหน้าระอากับแอกติงของน้องชาย ไม่รู้จะโอเวอร์ไปไหน หญิงสาวเดินกะเผลกๆ ไปที่เตียงโดยมีน้องชายคอยช่วยเหลือ ส่วนใหญ่ทุกคนในบ้านมักจะเรียกชื่อเล่นของพุทธชาดว่าพุด มีแต่พวกสามมหาที่เคยปากเรียกเจมี่

“เป็นอะไรหรือเปล่าพี่เกด หน้าซีดๆ นะ”

“เปล่า แค่ปวดเนื้อปวดตัวน่ะ เดี๋ยวกินยาก็คงหาย มีอะไรทำก็ไปทำเถอะไป๊” ไล่ส่งน้องชายที่ตอนนี้ตัวติดเป็นตังเม

“ไม่เอาอะ”

“บอกให้ไป”

“หูยยย ก็อยากนอนด้วย จะไม่ได้เหงา” คนขี้เหงางอดแงด

“ไปๆๆ” อีกฝ่ายงอดแงดมาเธอก็งอแงกลับบ้าง เล่นเอาคนไม่เคยเห็นพี่สาวทำตัวแบบนี้อ้าปากค้าง

“หมอลืมเช็กสมองแน่ๆ ตัวแม่ง้องแง้ง!” คนโดนไล่บ่นพึมพำก่อนออกจากห้อง

การะเกดถอนหายใจเฮือกเมื่อได้อยู่คนเดียวเสียที หญิงสาวรีบคว้าโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงกดโทร. เมื่อเจอหมายเลขที่ต้องการ รอไม่นานปลายสายก็กดรับ

“ฮัลโหล”

“พี่หมอคะ นี่เกดเอง”

“ครับ คุณเกด เป็นอะไรหรือเปล่า หายเจ็บแผลหรือยัง”

“คือเกด เอ่อ...” หญิงสาวติดอ่างขึ้นทันใด ไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบายให้ไม่ดูน่าเกลียด เอิ่ม เจ็บแผลที่สะโพกนี่ติดเรตเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าพี่หมอน้ำขอดูนี่เรตกระจาย

“ทำไมครับ เจ็บแผลหรือว่ามีแผลที่อื่นอีก” ราวกับเขาเข้ามานั่งกลางใจ การะเกดค้อนใส่โทรศัพท์มือถือ

“ก็ค่ะ”

“หือ แล้วทำไมไม่บอกหมอหรือพยาบาล แล้วนี่เป็นอะไรมากไหมครับ ให้พุดมาส่งโรงพยาบาลหรือจะให้พี่ไปรับที่บ้าน”

สาวดอกไม้นอนกลอกตา ใจเต้นตึกตักกับประโยคหลัง หรือจะให้พี่ไปรับที่บ้านอย่างนั้นเหรอ บ้าแล้ว!’

“เกดไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะ แค่...มีรอยฟกช้ำนิดหน่อย”

“ตรงไหนเหรอครับ” เขาถามอาการตามประสาหมอทั่วไป

“ตรง...เอ่อ ตรงสะโพกค่ะ” เธอกลั้นใจบอกทั้งที่อายสุดๆ

“อ๋อ งั้นเดี๋ยวตอนมาล้างแผลพี่จะเตรียมยาไว้ให้นะครับ”

“ขอบคุณค่ะ แต่พี่หมออย่าบอกใครนะคะ เกดไม่อยากให้คนในบ้านรู้ เดี๋ยวไอ้น้องเหน่มันจะไม่ตายดี”

พรรษชลฟังแล้วยิ้ม “กลัวทุกคนเป็นห่วงก็พูดมาเถอะครับ ไว้เจอกันที่โรงพยาบาลนะ พี่จะเตรียมยาไว้ให้”

วางสายจากชายหนุ่มแล้ว การะเกดยังทำปากขมุบขมิบสรรเสริญคุณหมอที่บังอาจมารู้ใจเธอ

“ตกลงเป็นหมอรักษาคนไข้หรือว่าเป็นหมอดูกันแน่เนี่ย!”

 

งานเลี้ยงวันเกิดหลานชายคนโตของบ้านเหมือนงานรวมญาติสนิทอย่างไรอย่างนั้น ภายในบ้านคับคั่งไปด้วยคนสนิท คาวีจัดโต๊ะจีนเลี้ยงคนงานในฟาร์มบริเวณหน้าบ้านพัก แถมเจ้านายใจดียังพ่วงอิเล็กโทนวงใหญ่ให้ด้วย ชายหนุ่มพาลูกชายไปให้คนงานหลายคนได้ผูกแขนและปล่อยคนงานให้ทั้งหมดได้สนุกสนาน ส่วนที่บ้านเขา ญาติๆ ต่างพากันกินอาหารเย็นและนั่งคุยกับอย่างสนุกสนาน

มหาเสน่ห์คอยวนเวียนแต่จะขออุ้มหลานชายทั้งๆ ที่ฝ่ามือยังมีผ้าพันแผล คาวียืนกรานว่าไม่ให้อุ้มจนกว่าแผลจะหายสนิท เป็นครั้งแรกที่ฟาบิโอ้เห็นด้วยกับลูกเขย คนทรงเสน่ห์ก็เลยงอนตุ้บป่องไปนั่งเงียบๆ คนเดียวอยู่มุมห้องให้สปอต์ไลต์ฉายไปทางตัวเองประหนึ่งเป็นคนสำคัญที่ทุกคนลืม

เสือและภรรยาพร้อมทั้งพรรษชลได้รับเชิญให้มาร่วมงานด้วย สองตายายพร้อมกับหนึ่งหลานชายต่างเฝ้ามองเงียบๆ กระทั่งเสืออดไม่ได้จึงพูดขึ้น

“ดูเขารักกันดีนะบ้านนี้” เขาปรายหางตาไปยังคนที่นั่งหน้าบึ้งอยู่มุมห้อง

“ก็อย่างนี้แหละครับ” คาวีหัวเราะขื่นๆ มองไปทางน้องชายภรรยา ใจอยากตะโกนถาม ไม่ว่าทราบว่ามึงจะทำให้กูขายหน้าไปถึงไหน!’

“เก่งนะเลี้ยงลูกแปดคนให้รักกันขนาดนี้ได้” เสือยังคงพูดต่ออย่างชื่นชม แม้ทุกคนจะไม่มีใครสนใจหนุ่มน้อยแต่ตัวไม่น้อยที่นั่งหน้าบึ้งอยู่มุมห้อง แต่เขาเห็นว่าทุกคนลอบปรายตามองกันไม่ขาด

“คงงั้นมั้งครับ” คาวีที่เห็นแฝดสามคนเล่นกันบ่อยๆ บอกด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก ถ้าอย่างนั้นเรียกว่ารัก ก็ต้องยอมรับว่าแม่งโคตรรักกันรุนแรง

พรรษชลที่มองอยู่ก่อนเสยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม น่าแปลกที่เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวความวุ่นวายนี้เหมือนครั้งแรกที่พบเจอ ชายหนุ่มคอยเป็นผู้ฟังที่ดี ฟาบิโอ้เหมือนจะคุยถูกคอกับเสือไม่น้อย คนอื่นๆ ต่างแยกย้ายไปคุยกัน พรรษชลอยู่ในกลุ่มของคาวีและพุทธชาดซึ่งกำลังคุยกับเรื่องที่ฟาเบรกลาสจะเปิดสาขาที่เมืองไทย แม้จะร่วมคุยด้วยแต่สายตาชายหนุ่มยังคอยวนเวียนไปยังหญิงสาวที่ยังมีผ้าพันแผลพันข้อศอก บนตักเธอมีหลานตัวน้อยลูกสาวของบัวสวรรค์

คุณน้าเกดกำลังพูดไปหัวเราะไปกับหลานสาว...

 

พุทธชาดพาน้องสาวและน้องชายมาล้างแผลที่โรงพยาบาลทุกวัน ชายหนุ่มขอให้แพทย์ที่รับหน้าเป็นพรรษชลซึ่งเจ้าตัวก็ดูยินดี แผลของการะเกดกำลังตกสะเก็ด ของมหาเสน่ห์อีกไม่กี่วันก็ตัดไหมได้แล้ว มหาเสน่ห์ยังคงเป็นที่สนใจของสาวๆ ในโรงพยาบาล รวมถึงการะเกดด้วย เพราะมีบางคนจำหญิงสาวได้ จึงเป็นที่มาของคำว่า ผู้หญิงที่ทำให้หมอน้ำกินข้าวสองจาน วันนี้พรรษชลไม่ได้สวมเสื้อกาวด์สีขาวเช่นเคย ไม่มีใครรู้ว่าทำไมทุกครั้งที่ออกมาทำแผลให้พี่น้องฟาเบรกลาส หมอน้ำถึงต้องถอดเสื้อกาวด์ออกก่อน

“ของคุณเกดไม่ต้องมาล้างแผลที่โรงพยาบาลอีกก็ได้ แต่ของเหน่ยังต้องมาอีก” พรรษชลเงยหน้าพูดกับพุทธชาด

“ขอบคุณครับพี่น้ำ หลังจากนี้ผมรบกวนพี่น้ำไปล้างแผลให้เกดกับเหน่ที่บ้านได้ไหมครับ”

“เฮ้ย!” มหาเสน่ห์อุทานขึ้น พร้อมขึงตาใส่พี่ชาย “จะบ้าหรือไงเจมี่ ถ้าเกิดพี่น้ำค้างหลงรักพี่สาวเหน่คนใดคนหนึ่งมาจะทำยังไง” คนหวงพี่สาวกระซิบถาม เช้าถึงเย็นถึงแบบนี้กลัวจะไม่รอด พี่สาวเขาแต่ละคนสวยน้อยเสียเมื่อไหร่

“อย่าปากเปราะ หรือนายอยากมาโรงพยาบาลทุกวัน”

“ไม่อะ นั่งรถไปกลับก็เบื่อๆ เหมือนกัน” มหาเสน่ห์คนซื่อบอกอย่างที่ใจคิด

“งั้นก็เงียบๆ เข้าไว้ อย่าพ่นอะไรที่มัน...” คำว่าอัปมงคลถูกกลืนลงลำคออย่างยากเย็น นั่นเพราะเป็นคำที่ผู้ชายทุกคนในบ้านไม่เว้นแม้แต่พุทธชาดเคยติดปากยามมีคนมาเกาะแกะสาวๆ ฟาเบรกลาส

“โอเค” มหาเสน่ห์ที่เข้าใจรีบรับปาก

“ว่าไงครับ พี่น้ำพอจะไปล้างแผลให้เกดกับเหน่ทุกเย็นได้หรือเปล่า”

คุณหมอที่ไม่มีเวรช่วงปลายสัปดาห์นี้พยักหน้า หลังจากหันไปสบตาคนไข้สาวแวบหนึ่ง

 

พรรษชลกลายเป็นแขกที่มาร่วมโต๊ะมื้อเย็นกับครอบครัวฟาเบรกลาสและมากบารมีทุกวัน ตอนนี้มีเพียงบัวสวรรค์และครอบครัวที่กลับไปแล้ว ขณะที่คนอื่นๆ ตั้งใจอยู่พักผ่อนต่ออีกหนึ่งเดือน การต้อนรับอย่างอบอุ่นทำให้พรรษชลไม่อึดอัด อีกทั้งเขาสามารถเข้ากับหนุ่มสาวดอกไม้ได้เป็นอย่างดี ยกเว้นแม่สาวการะเกดที่น้อยครั้งจะได้พูดคุยกัน

วันพักผ่อนของครอบครัวฟาเบรกลาสน่าจะสงบสุขไปตลอดหนึ่งเดือนหาก...อัญชันไม่ไปพบแฟ้มประวัติหนุ่มๆ รายใหม่ๆ ในห้องฟาบิโอ้ รูปถ่ายขนาด 4x6 ที่หนีบไว้มุมกระดาษเล่นเอาหญิงสาวถึงกับผงะ อัญชันลอบนำมันออกมาเก็บไว้ที่ห้องพุทธชาด พร้อมโทร. เรียกเจ้าของห้องกับการะเกดขึ้นมา

ครั้นพอการะเกดเห็นเข้า ใบหน้าอมชมพูพลันซีดลง เธอนึกว่าคุณป๋าถอดใจไปแล้ว เกือบขวบปีที่ผ่านมาไม่เคยมีสักครั้งที่คุณป๋าจะพูดเรื่องนี้

“พุด ตัวรู้เรื่องนี้หรือเปล่า” หญิงสาวหันไปถามพี่ชาย

พุทธชาดจ้องแฟ้มแล้วส่ายหน้า แววตาฉายชัดถึงความหนักใจ สองสาวขนลุกชัน ขนาดพุทธชาดยังครั่นคร้ามแล้วพวกเธอจะเหลืออะไร

“ทำไงดีล่ะ” อัญชันพึมพำเสียงอ่อน การะเกดหันไปมองพี่ชาย

“เอาแฟ้มไปวางคืนที่เดิม” พุทธชาดบอกเสียงเรียบ

“หา!

“เอาไปเก็บ แล้วก็ทำเหมือนไม่รู้เรื่องนี้ต่อไป”

สองสาวสบตากันก่อนพยักหน้า อัญชันรีบนำแฟ้มไปเก็บที่เดิม แล้วกลับมาปรึกษากับน้องทั้งสอง เรื่องนี้จะให้รู้มากไปกว่านี้ไม่ได้ แค่พุทธชาด การะเกด และเธอก็เพียงพอแล้ว มากคนรังแต่จะมากความ

“เกดนึกว่าคุณป๋าถอดใจไปแล้วนะ มีอย่างที่ไหนยังให้คนไปสืบเสาะหาประวัติ เพื่อจะเลือกเฟ้นหาลูกเขยในฝัน โอ๊ย...อยากจะบ้าตาย” การะเกดเปิดฉากหารือก่อน

“นั่นสิ ดูท่าแต่ละคนคงจะเนี้ยบเฉียบจนพุดหาข้อเสียไม่เจอ”

“มันก็ต้องมีบ้างละ ถ้าอยากให้ร้อยเปอร์เซ็นต์คุณป๋าต้องเลี้ยงใส่กรงไว้ตั้งแต่เกิด”

“ลูกเขยนะไม่ใช่หมา” อัญชันท้วงสีหน้ากึ่งบึ้งกึ่งยิ้ม

“เออน่า มันก็เหมือนกันนั่นแหละ”

พุทธชาดฟังพี่สาวกับน้องสาวโต้ตอบกันด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ที่ไม่ต้องเดาให้เมื่อยตุ้มคือ หนุ่มดอกไม้กำลังคิดเรื่องจับคู่ดูตัวของสองสาวอย่างแน่นอน!

 

ลีลาวดีโคลงศีรษะพร้อมกับถอนหายใจ เมื่อเห็นสามีนั่งดูแฟ้มอยู่บนเตียง สีหน้ายิ้มกึ่งพอใจทำให้หล่อนหนักใจไม่น้อย ด้วยรู้ว่าลูกทุกคนมีนิสัยอย่างหนึ่งที่เหมือนผู้เป็นพ่อ นั่นคือ ดื้อรั้น แม้บางคนจะซ่อนนิสัยนี้เอาไว้จนใครๆ ไม่คาดคิด แต่คนเป็นแม่อย่างหล่อนรู้ดี คนที่ไม่ค่อยแสดงออกนั่นแหละมีมากกว่าคนอื่น

“ฟาบี้คะ ให้ลูกเลือกเองเถอะนะคะ” ผู้เป็นภรรยาพยายามหว่านล้อมเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็คร้านจะนับ

“ฮุ้ย ผมเลือกให้ดีกว่า ชอบไม่ชอบค่อยว่ากัน”

“ได้อย่างนั้นก็ดีสิคะ กลัวแต่ว่าถูกใจจริงๆ แล้วจะไปบังคับให้ลูกสาวแต่งงานกับเขา”

“ถ้าผมทำอย่างนั้น ก็แสดงว่าผู้ชายคนนั้นมันดีจริงๆ”

ลีลาวดีส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย “ไม่มีผู้ชายคนไหนดีเท่า...ผู้ชายที่ลูกสาวเรารักและเขาก็รักลูกสาวเราอย่างจริงใจหรอกค่ะฟาบี้”

ฟาบิโอ้เงยหน้าขึ้นจากแฟ้ม สบตาภรรยาแล้วยิ้มอ่อนโยน “เหมือนอย่างที่ผมรักคุณแล้วคุณก็รักผมงั้นสิ”

“ใช่ค่ะ อย่างที่ฉันกับคุณรักกัน แม่ฉันไม่เคยห้ามเรื่องความรัก พี่ชายฉันเองก็ไม่ขัดขวางความรักของเรา ดังนั้นคุณก็ควรเปิดโอกาสให้ลูกเลือก คนรัก ของเขาเองเถอะนะคะ”

คุณพ่อผู้มีภารกิจเฟ้นหาลูกเขยในฝันทำหน้าเบ้ พี่ชายหล่อนรึไม่ขัดขวาง! นึกถึงพี่ชายภรรยาทั้งสองคนแล้วคนเป็นน้องเขยก็รู้สึกตะครั่นตะครอขึ้นมา

“สบายใจเถอะ ผมจะให้ลูกเลือกเองอย่างแน่นอน ผมแค่ช่วยคัดคนที่จะเข้ามาเป็นคนรักของลูกเท่านั้น”

“ก็แล้วมันต่างกันตรงไหนคะ” ลีลาวดีถอนใจดังเฮือก ที่พูดไปทั้งหมดไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะสามียังยืนกรานเป็นคนเลือกอยู่ดี

“ก็ต่างตรงที่ไม่บังคับ แต่ผมช่วยเลือกไง”

“ก็นั่นแหละค่ะ มันต่างกันตรงไหน เลือกให้ กับ เลือกเอง น่ะ”

“ต่างตรงที่ตัวสะกดไงจ๊ะ” ผู้เป็นสามียังคงเล่นลิ้นต่ออย่างไม่อินังขังขอบต่อสายตาเขียวปัดของภรรยา ไอ้กลัวก็กลัวอยู่หรอก แต่จะให้เขาหงอยอมวางมือจากเรื่องนี้เห็นจะยาก อย่างไรเสียลูกเขยคนต่อไปเขาก็ควรได้สกรีนช่วยลูกสาว คุณพ่อตาที่มีความหลังฝังใจกับลูกเขยสองคนแรกคิดอย่างมาดหมาย

“ฟาบี้! เรื่องของลูกคุณมักไม่มีเหตุผลเสมอ” ลีลาวดีแหวแว้ด

“นั่นเพราะผมมีแต่ความรักให้ลูกอย่างไรเล่า”

“แต่ฉันอยากได้ลูกเขยคนไทย!” เมื่อรู้ว่าเถียงสู้ไม่ได้ คุณแม่ที่รักลูกไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันจึงเถียงข้างๆ คูๆ ความจริงแล้วต่างชาติหรือคนไทยก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่ผู้ชายคนนั้นรักลูกสาวหล่อนอย่างจริงใจ และลูกสาวหล่อนเองก็รักชายหนุ่มด้วย

“ก็ใครว่าในแฟ้มนี้ไม่มีหนุ่มไทยเล่า” ฟาบิโอ้บอกยิ้มๆ มือพลิกกระดาษไปอีกหลายหน้า ก่อนจะกางให้ภรรยาดู

“คนนี้เข้าท่ามาก ไม่มีประวัติเสียหายหรือด่างพร้อยสักนิด คุณชอบไหมลีล่า”

ลีลาวดีเบิกตากว้าง มองรูปถ่ายก่อนจะรีบกวาดตาอ่านประวัติละเอียดยิบของชายหนุ่มเจ้าของภาพ หล่อนอดเห็นด้วยกับสามีไม่ได้ ชายหนุ่มในภาพนั้นเข้าท่ามาก!

 




แม่จำปาเห็นด้วย???


ผ่านไปกี่ปี ก็ยังพันผูกกับครอบครัวนี้ (ซึ้ง)



ขาดอิมเมจบัวสวรรค์ กับ บุษบา >///<

เจอลุคอัญชันแล้วอย่าเพิ่งทวงถามเล่มต่อไปนะฮะ ยังไม่ได้ล่ายลงมือเขียนเลย 

ปล. ในเล่มนี้ เจเรมีเค้าเจอกับน้องเทียนด้วยแหละตัว ติดตามในเล่มนะคะ

อ่อยไปกี่ดอกแล้วอะ?????

5555+++


อย่าลืมคอมเม้นต์เล่นเกมกันค่ะ


เริ่ม!!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,239 ความคิดเห็น

  1. #3147 Manpoon Boon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 23:05
    หมอน้ำแหง๋มๆ ฟันธง
    #3,147
    0
  2. #2529 aaeylovelytaetae (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 19:57
    คุณป๋าอายุเยอะเเล้วน้าา พักบ้างเถอะเรื่องหาคู่เนี่ย สงสารสาวๆจัง
    #2,529
    0
  3. #2303 ใจหนึ่งใจ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 13:17
    ใครเอ๋ย  ที่แม่จำปาเห็นด้วย  เอ๊ะๆๆๆ
    #2,303
    0
  4. #2290 Yoda0147 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 12:02
    จริงอย่างที่ตาเสือว่า เก่งนะเลี้ยงลูกแปดคนให้รักกันขนาดนี้
    #2,290
    0
  5. #2267 Yoda0147 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 09:36
    ฉากเกี่ยวก้อยน่ารักมากค่ะ อ่าอีกรอบก็อมยิ้มเลยค่ะ
    #2,267
    0
  6. #1754 Ryoma_Rut (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 08:04
    มีพ่อเเม่คอยห่วงใยก็ดีบังงี้ล่ะค่ะ อิจฉาเกดจัง
    #1,754
    0
  7. #1650 nammol23 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 11:19
    อยากได้เป็นเล่มแล้วววว
    #1,650
    0
  8. #1647 Yoda0147 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 11:09
    แต่ที่บ้าสุดๆน่าจะเป็นคุณพ่อฟาบี้ 5555 หวงลูกจังน้อ แอบเหนื่อยใจแทนหนูเกดค่ะ
    #1,647
    0
  9. #1646 Yoda0147 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 11:08
    พุดน่ารักมาก นายเหน่นี่ก็ดูบ้าๆบอๆได้ใจเลยค่ะ
    #1,646
    0
  10. #1643 Yoda0147 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 11:03
    ครอบครัวนี้น่ารักสุดๆค่ะ
    #1,643
    0
  11. #1505 LekLek2709 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 15:13
    ชอบมากเลยค่ะ รักหนุ่มสาวบ้านนี้
    #1,505
    0
  12. #1502 ท้องฟ้าสกาว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 15:09
    เจอลุคของสามมหาเเล้วเเซบมากๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะมหาโชค อิอิอิ
    #1,502
    0
  13. #1493 ViVi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 14:11
    อ่อยมาหลายดอกแล้วจ้าาา รอเสมอค่าา ขอบคุณค่ะไรเตอร์
    #1,493
    0
  14. #1491 ปวีณ์ธิดา_เซลีน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 13:55
    อยากอ่านแบบเป้นรูปเล่มแล้ว รอนะคะ ชอบๆๆๆพี่หมอน่ารัก
    #1,491
    0
  15. #1468 PenZill (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 10:01
    รูปเล่มจะมาเมื่อไหร่ค่ะ

    รออยู่ ๆ คร้า

    พี่หมอน้า กับ คุุณเกด น่ารักมากกกกกก

    รวมทั้งน้องเหน่ตัวซวยด้วย
    #1,468
    0
  16. #1465 ! หญ้าแห้ง ! (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 09:32
    เจมี่กับน้อวเทียนนนนนนน ฮือออ อยากสิงน้องเทียน
    #1,465
    0
  17. #1449 porpla_siri (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 00:09
    ใคร!!!!!!!หมอน้ำหรือป่าวววววว*()*
    #1,449
    0
  18. #1448 niramon2549 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 22:25
    ใครกันนะ อยากรู้อิอิ
    #1,448
    0
  19. #1439 thanapom-s@hotmail.com (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 20:51
    เห็นแบบนี้เเล้วรออ่านต่อเลยคะ ครอบครัวนี้รักกันดีจัง

    สู้ๆนะคะไรท์
    #1,439
    0
  20. #1438 aoy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 18:35
    DNA แรงตั้งแต่คุณป๋าก็ไม่น่าจะพลาดไปจนถึงคุณหลานเนอะ
    #1,438
    0
  21. #1437 ManGvi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 16:33
    ป่วนคงเส้นคงวา
    #1,437
    0
  22. #1436 Aomji&#128536;&#128549; (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 14:38
    น้องเหน่ก้อโดนตลอด ฮ่าๆ โอ๋ๆ ไม่มีคนโอ๋เดวเค้าโอ๋เองน๊าา
    #1,436
    0
  23. #1435 Kamonrat14 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 11:51
    แม่จำปาเห็นด้วยแบบนี้

    สงสัยจะเป็นพี่หมอน้ำค้างแน่ๆๆๆ^O^
    #1,435
    0
  24. #1433 หมาที่แสนรัก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 10:28
    อ่อยอ๊อยอ่อยค่ะ อยากอ่านเหลือเกิน ใกล้ครบแล้วสิคะบ้านนี้
    #1,433
    0
  25. #1432 Moly (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 09:34
    พี่หมอรออยู่
    #1,432
    0