หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 6 : ๖... First Kiss

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,660
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    21 ม.ค. 58



บทที่ 6

First kiss

รถยนต์คันหรูแล่นมาตามรั้วร็อท ไอรอนที่ถูกดัดโค้งเกลียวอ่อนช้อย หยุดนิ่งที่ประตูไม้บานใหญ่ คนขับวิ่งลงจากรถเพื่อเปิดประตูบ้าน จากนั้นก็นำรถแล่นเข้าไปจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยรูปทรง ทัสคานี ตัวบ้านถูกทาด้วยสีส้มเซียนน่าตระหง่านอยู่บนเนื้อที่ขนาดห้าไร่ “Welcome to Home” พลขับวิ่งมาเปิดประตูรถให้พร้อมผายมือไปยังตัวบ้านหลังใหญ่ พิมพ์ลดายังคงมองตัวบ้านด้วยสายตาอึ้งทึ่ง มันสวยมากกก!

ส่วนแรกของตัวบ้านจัดไว้เป็นมุมนั่งเล่นกึ่งรับแขก อีกฝั่งเปิดให้เห็นคอร์ทยาร์ดกลางบ้าน โดยมีส่วนต่างๆ ของบ้านอาทิห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัวโอบล้อมไว้พร้อมกับทางเดินเชื่อทุกส่วนให้ถึงกัน จากห้องนั่งเล่นเดินผ่านคอร์ทยาร์ดไปยังฝั่งตรงข้ามเธอจะพบกับห้องนั่งเล่นที่มีมองเห็นสระว่ายน้ำนอกตัวบ้าน เยื้องออกไปจากห้องนั่งเล่นมีมุมระเบียงหลังบ้านสำหรับชมวิว หลังคาบริเวณนั้นทำจากธรรมชาติคือปล่อยให้ต้นสร้อยอินทนิลเลื้อยปกคลุมเพื่อบังแดด มองเห็นวิวภูเขาที่โอบล้อมตัวบ้านอย่างชัดเจน

“ให้ตายเถอะอิล มันสวยมากเลยค่ะ” เธออุทานอย่างชอบใจ ยอมให้อิลฟรานจูงมือพาชมตัวบ้านไปเรื่อยๆ กระทั่งถึงห้องนอนของเธอ (เขาว่าอย่างนั้น) เตียงนอนขนาดแปดฟุตเด่นอยู่กลางห้อง หญิงสาวกรี๊ดขึ้นมาเมื่อเห็นผ้าปูที่นอนปลอกหมอนผ้าห่มสีเหลืองลายเป็ดน้อยน่ารัก

“กรี๊ดดด... อิลน่ารักที่สุดเลย!” เธอแทบโผเข้ากอดขอบคุณเขา ภายในห้องนอนล้วนเพียบไปด้วยสิ่งของที่เธอโปรดปราน แม้กระทั่งผ้าม่านสีขาวนั้นยังเป็นลายเป็ดน้อยสีเหลืองน่ารักเลย ห้องน้ำเป็นอีกสถานที่ที่ทำให้เธอกรี๊ด เป็ดน้อยน่ารักหลายตัวถูกวางบนอ่างอาบน้ำแบบฝัง ติดผนังมีหน้าต่างไม้บานพับเพื่อบังสายตา เธอบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร รู้แต่ว่าตอนนี้หัวใจมันพองโตได้อีกเท่าตัวเลยทีเดียว

“ฮัดเช้ย! ผมดีใจที่คุณชอบ” เขาบอกพรางสูดจมูกฟุตฟิต

“คุณไม่สบายหรือเปล่าคะ” อิลฟรานก้าวถอยหลังอย่างเร็ว เมื่อเธอทำท่าจะใช้หลังมือวัดอุณหภูมิบนหน้าผากเขา

“ไม่เป็นอะไรมากหรอกจ้ะ ลดาพักผ่อนเถอะนะ เดี๋ยวผมขอไปทำงานต่ออีกหน่อย” เขาขอตัวและทิ้งเธอไว้ในห้องอย่างเร็วพลัน ความร้อนในตัวทำให้ต้องรีบเดินหนีเพราะกลัวอีกฝ่ายจะติดไข้ ดูท่ายาพาราเซลตามอลจะไม่ได้ผล เขาคงต้องพึ่งยาแก้ไข้ที่ต้องวานคนงานไปซื้อมาให้เสียแล้ว

 

พิมพ์ลดาง่วนกับการเดินดูรอบบ้านอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง จากนั้นหญิงสาวก็นำหนังสือออกมาอ่านที่ระเบียง ลมเย็นๆ ทำให้หญิงสาวผ่อนคลาย กระนั้นความโศกเศร้าก็ยังไม่จางหายไปจากหัวใจ เธออยากร้องไห้ อยากขลุกตัวอยู่แต่ในห้องแต่ทำไม่ได้ ไม่แน่ว่าหากเดินทางมาคนเดียวเธอคงทำอย่างนั้น แต่นี่...เพื่อนร่วมทางของเธอคอยดูแลเอาอกเอาใจ สีหน้าเป็นห่วงทำให้เธอไม่อาจทำตัวแย่ๆ เธอยอมรับว่าเห็นบ้านหลังนี้ครั้งแรกเธอตื่นเต้นและยิ่งกรี๊ดขึ้นไปอีกตอนเข้าไปในห้องนอน แต่เมื่อสงบจิตสงบใจ กอบโกยสติที่แตกกระเจิงมาได้ เธอก็พบกับความจริง

...อิลฟรานชักจะทำเกินเพื่อน

แน่นอนว่าสิ่งเหล่านั้นทำให้เธอดีใจและหวั่นไหวเป็นอย่างมาก พิมพ์ลดากลัวว่าหากเธอเปิดใจยอมรับเขา สักวันเธอจะเจ็บปวดเหมือนอย่างที่พ่อเคยทำกับเธอ เธอรู้จักเขาแค่ว่าเขาเป็นลูกคนรวยที่มีอำนาจยิ่งใหญ่พอๆ กับเลโอเน่ เขาไม่เคยพูดถึงครอบครัวกับเธอหรือใคร เขาดีกับเธอแต่ยังมีความลับเกี่ยวกับตัวเขา ไม่ใช่แค่เธอที่ไม่เปิดใจรับเขา ตัวเขาเองก็ยังไม่เปิดรับเธอเช่นกัน แล้วจะให้เธอยอมเป็นแฟนกับผู้ชายที่เธอไม่รู้จักอดีตของเขาได้อย่างไร

อดีต...ไม่สำคัญ ปัจจุบันจะเป็นตัวชี้นำอนาคตก็จริง แต่เชื่อเถอะ...หากใครได้รู้จักอิลฟรานคงต้องอยากรู้จักอดีตของเขาแน่นอน อิลฟรานในวันนี้ไม่ใช่อิลฟรานที่เจอครั้งแรก เขาเอาแต่ใจและอหังการมากทีเดียว ไม่ใช่ผู้ชายน่ารักเหมือนอย่างวันนี้ พิมพ์ลดากลัวว่าสักวันเขาจะกลับไปเป็นคนเดิม แล้วเธอจะต้องพบกับความเสียใจ

ราวกับอดีตของเขาคือสิ่งน่ากลัวสำหรับเธอ

เธอไม่อยากรู้...ไม่อยากให้เขาเล่าให้ฟัง...และไม่อยากเป็นมากกว่าเพื่อน!

 

บ่ายแก่ๆ หญิงสาวเห็นเขายังไม่ออกจากห้องจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามา พิมพ์ลดาพบว่าคนที่ขอตัวมาทำงานกำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียง ตัวเขาร้อนจี๋ หญิงสาวรีบหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ พร้อมทั้งหยิบถุงยาบนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาอ่าน ก็แค่ยาแก้ไข้หวัดที่หาซื้อได้ทั่วๆ ไป เธอเช็ดตัวให้เขาจนอุณหภูมิในร่างกายเขาลดลง แล้วจึงสวมเสื้อผ้าให้เขาอย่างทุลักทุเล เรียกให้เขาตื่นแล้วพากันไปที่รถ

“กินยาอีกสองเม็ดคงหายจ้ะ” คนป่วยที่ไม่อยากไปโรงพยาบาลบอกเสียงแหบแห้ง

“ไม่ได้ค่ะ ลุกขึ้นเลยนะคะ ถ้าลุกไม่ไหวลดาจะโทร. เรียกรถพยาบาลมารับ” อิลฟรานไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่จึงฝืนตัวลุกไปที่รถ ปล่อยให้เธอคาดเข็มขัดสลับกับใช้มืออังหน้าผากเขาตามสบาย ฝนเมื่อคืนคงทำให้เขาเป็นหวัด ชายหนุ่มพยายามหันหน้าหนียามเธอเข้ามาใกล้ เขากลัวเธอติดไข้

บุรุษพยาบาลเข็นร่างผู้ป่วยเข้าไปในห้องตรวจ พิมพ์ลดารอด้วยความกระวนกระวายใจ หน้าเขาแดงเพราะไข้ขึ้น เขาแทบไม่ยอมให้เธอเข้าใกล้เลย แถมยังบอกให้เปิดกระจกประตู เพราะกลัวว่าเธอจะติดไข้ คนบ้า! ตัวจะตายอยู่แล้วยังคิดถึงคนอื่นอีก

โทรศัพท์มือถือหญิงสาวดังขึ้น...

“ลดาไปถึงกันหรือยัง” ชลธารโทร. มาสอบถาม

“ถึงนานแล้วค่ะพี่ชล ตอนนี้ลดากำลังพาอิลมาที่โรงพยาบาล อิลไม่สบายไข้ขึ้นน่ะค่ะ” เธอบอกเพื่อที่ว่าฝ่ายนั้นจะได้ไม่ต้องห่วง

“เป็นไข้เหรอ ว่าแล้วเชียว เมื่อเช้าพี่ก็ทักไปทีแล้ว ปั่นจักรยานตากฝนตอนกลางคืนอย่างนั้นไม่ไข้ก็ไม่รู้จะว่ายังไง”

“ปั่นจักรยาน...ปั่นไปไหนเหรอคะพี่ชล ลดาไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

“อ้าว...มันก็ปั่นไปซื้อปีกไก่มาทอดให้ลดากินตอนเช้าไงล่ะ นี่มันไม่ได้บอกเหรอ พี่ก็ว่าอยู่...ทำท่าลับๆ ล่อๆ สั่งไม่ให้พี่พูดเรื่องมันออกไปซื้อของ” คนที่ไปกินข้าวเช้าด้วยบอก ชลธารเป็นอีกคนที่เอาใจช่วยจึงบอกไปอย่างไม่หมกเม็ด หวังว่าอีกฝ่ายได้ยินแล้วคงใจอ่อน

...แต่เปล่าเลย นอกจากไม่ใจอ่อนแล้ว พิมพ์ลดายัง โกรธ มากอีกด้วย

 

หมอตรวจเสร็จแล้วพบว่าชายหนุ่มเป็นไข้หวัดธรรมดาจึงจ่ายยาและให้คนไข้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ ระหว่างทางเธอไม่พูดหาเขา ซึ่งก็ตรงกับความต้องการของคนไข้ เพราะเกรงพูดออกไปแล้วจะเป็นการแพร่เชื้อให้หญิงสาว มาถึงบ้านอิลฟรานไม่ยอมให้อีกฝ่ายพยุง เขาเดินขึ้นไปนอนบนห้องเอง กินยาแล้วคลุมโปงนอนพักผ่อน ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร

ตกเย็นหญิงสาวนำข้าวต้มมาเสิร์ฟให้ ชายหนุ่มยอมลุกขึ้นกินเอง โดยบอกให้เธอยืนห่างๆ หรือออกไปนอกห้องเลยก็ได้ พิมพ์ลดายอมล่าถอยไปนั่งโซฟามุมห้อง มองคนตัวโตกินข้าวบนเตียง ท่าทางเงียบขรึมของหญิงสาวทำให้อิลฟรานเอะใจ เหลือบตามองก็พบสีหน้าเคร่งเครียดของอีกฝ่าย

“มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” เขาถามเสียงอ่อย รู้สึกเหมือนมีความผิดติดตัว

“เมื่อคืนคุณปั่นจักรยานไปซื้อปีกไก่เหรอคะ”

“เอ่อ ผมไปก่อนฝนตกน่ะ ไม่ได้...” กำลังจะแก้ตัวว่าไม่ได้ออกไปตอนฝนตก แต่ยังพูดไม่จบเพราะเสียงเล็กๆ แหวแว้ดขึ้นมาเสียก่อน

“ฝนตกตั้งแต่หัวค่ำค่ะอิล คุณเห็นฉันโง่หรือไง ทุกวันนี้คุณหุงข้าวให้ฉันกินนะคะ ไม่ได้เอาหญ้ามาให้กิน”

“แหม...ลดาก็ ไม่เห็นต้องทำเสียงดุอย่างนี้เลย ผมเป็นคนป่วยที่อ่อนแออยู่นะ โมโหมากๆ อย่างนี้ขืนคุณลุกขึ้นมาตีผม ผมไม่มีแรงสู้หรอกนะ มีแต่จะนอนให้คุณตีให้ตาย”

คำว่า ตาย เหมือนตัวจุดชนวนระเบิดในตัวหญิงสาว

“ตายได้ก็ดีสิ จะได้ไม่อยู่ทำให้ฉันเสียใจ อยากตายมากทำไมยอมให้ฉันพาไปโรงพยาบาล ยอมให้ฉันเช็ดตัวให้คุณทำไม” เธอว่าทั้งน้ำตา

“ลดา...” อิลฟรานคราง

“อยากตายนักก็ไม่ต้องกินยา ข้าวนั่นก็ไม่ต้องกินจะได้หิวตายไปเลย” ชายหนุ่มคว้าตัวคนเดินมาหวังจะเก็บถาดกับข้าว กอดแน่น ลูบไล้แผ่นหลังของคนตัวเล็กเอาไว้

“โอ๋ๆ ผมขอโทษนะ ทีหลังผมจะไม่ทำแบบนี้อีก ลดาอย่าร้องไห้เลยนะ” เธอเพิ่งเสียพ่อ เขาพูดคำว่า ตาย ต่อหน้าย่อมทำให้เธอสติแตก อิลฟรานเข้าใจว่าอย่างนั้น

“อย่ามาหลอกทำดีกับฉัน อย่ามาทำให้ฉันรัก!” เสียงหวานบอกอย่างสั่นเทา

“ผมไม่เคยหลอกคุณ ที่ทำทั้งหมดเพราะผม...”

“อย่าพูด! ฉันไม่อยากฟัง บอกหลายครั้งแล้วว่าให้แค่เพื่อน ถ้าไม่พอใจก็จบกันแค่นี้” หญิงสาวตะโกนอยู่กับอกเขา อิลฟรานคล้ายเห็นอีกด้านของหญิงสาว

...ด้านที่อ่อนแอสุดๆ

ตัวเธอสั่นเทา แววตาหวาดกลัว...

“ลดา...เชื่อใจผมสิ เชื่อสิว่าผมจะไม่หลอกคุณ”

“กี่ปี คุณจะไม่หลอกฉัน จะรักแค่ฉันกี่ปี”

“ตลอดไป ผมจะรักคุณตลอดไป”

“จนกว่าจะหมดลมหายใจด้วยไหม”

“ใช่ จนกว่าจะหมดลมหายใจ” รักไปจนถึงชาติหน้า...

“ลมหายใจของใคร” เธอลงท้ายด้วยเสียงเยาะ “ของฉันหรือของคุณ” แววตาหมดศรัทธาในรักแท้อย่างจริงจัง พ่อก็บอกแม่อย่างนี้ อ้อนแม่อย่างนี้ ทั้งต่อหน้าและลับหลังเธอ

ผมจะรักพรรณกับลูกตลอดไป รักไปจนกว่าลมหายใจผมจะหมดสิ้น

แหม...ทำเป็นปากหวาน กลัวแต่ว่าเผลอเมื่อไหร่จะแอบชายตามองสาวๆ

ไม่ ต่อให้มีผู้หญิงสวยสดมายืนตรงหน้า ผมก็จะไม่รักใคร เพราะผมรักแค่พรรณกับลูก

รอยยิ้มเย้ยปรากฏขึ้นบนใบหน้าอ่อนหวาน ...รักจนหมดลมหายใจอย่างนั้นเหรอ รัก...แค่หมดลมหายใจของแม่น่ะสิ สิ้นใจไม่ทันเท่าไหร่ก็พาผู้หญิงใหม่เข้ามาในบ้าน อย่างนี้แล้วจะให้เธอเชื่อในรักแท้ได้อย่างไร

...ให้เชื่อได้อย่างไร

“มองผมสิ ลดา...คุณอย่าเอาผมไปรวมกับพ่อคุณ” อิลฟรานเข้าใจในสิ่งที่เธอหวาดกลัวแล้ว เธอกลัวว่าวันหนึ่งเขาจะเป็นเหมือนพ่อเธอ กลัวว่าหากรักกันมีลูกด้วยกัน ลูกจะเป็นเหมือนเธอ

“ผู้ชาย” คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดแทงหัวใจชายหนุ่ม

“ใช่...ผู้ชาย ผมเป็นผู้ชายที่รักคุณ คุณมันก็แค่...ผู้หญิง เอาแต่คิดงี่เง่าจนไม่ยอมมองสิ่งรอบตัว ชอบเอาชีวิตตัวเองมาตัดสินคนอื่น” น้ำเสียงเยาะเย้ยถากถางทำให้เขาหมดความอดทนได้เหมือนกัน ชายหนุ่มระเบิดใส่หน้าหญิงสาว

“อย่างงั้นเหรอ... งั้นสิ่งที่ฉันได้ยินได้เห็นมาก็เป็นแค่เรื่องโกหกน่ะสิ คุณเจ้าชู้ เป็นลูกคนรวย เอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ และยังมีผู้หญิงมากหน้าหลายตารออยู่บ้าน บอกมาสิ...ว่ามันไม่จริง!

“ไม่จริง” เขากดเสียงบอก ผู้หญิงเหล่านั้นไม่ได้รอเขา

พิมพ์ลดาสบตาคู่คมของเขา

“อะไรที่ว่าไม่จริง ผู้หญิง เรื่องเจ้าชู้หรือ...เรื่องเป็นลูกคนรวย อุ๊ย” หญิงสาวอุทานตบท้ายเมื่อต้นแขนถูกบีบรัด

“อย่าแตะเรื่องนั้น” เสียงต่ำทำให้หญิงสาวกลัว

หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น “เรื่องไหน เรื่องเป็นลูก...อุ๊บ” ประโยคสุดท้ายถูกชายหนุ่มปิดกลั้นด้วยริมฝีปากร้อน จูบแรก ที่ทั้งป่าเถื่อนรุนแรงทำให้หญิงสาวน้ำตาคลอ เขาจูบเหมือนต้องการลงทัณฑ์มากกว่าจะจูบเพราะความวาบหวาม กระทั้งลิ้นร้อนไล้เข้าหาโพรงปากแสนหวาน ความรู้สึกซ่านก็บังเกิดขึ้นในตัวหญิงสาว เลือดในกายฉีดแล่นไปทั่วร่าง หัวใจเธอเต้นตึกตักรัวเร็วขึ้น มือหนาละจากต้นแขนทั้งสอง ข้างหนึ่งจับท้ายทอยให้แหงนรับจูบอย่างถนัดถนี่ อีกข้างลูบไล้สะโพกมนอย่างรัญจวนใจ

จากรุนแรงเปลี่ยนเป็น เร่าร้อนปนหวานซ่านทรวงใน หญิงสาวเลิกขัดขืน ปล่อยให้ เพื่อน จูบจ้วงอย่างย่ามใจ เธอไม่รู้ว่านานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังก็แตะกับที่นอน ร่างสูงใหญ่ของเขาโถมทับตามมาโดยที่ปากทั้งคู่ไม่ได้ละออกจากกัน อิลฟรานจูบเก่งพอๆ กับเอาใจเก่ง เขาล่อหลอกให้อีกฝ่ายเอนเอียงผ่อนตามไปได้อย่างง่ายดาย เขามอบจูบเรียกร้องอ่อนหวาน ทว่าในใจยังกรุ่นโกรธที่เธอเอาเขาไปรวมกับพ่อเธอ

ทำไมคนอย่างเขาต้องทำแบบนั้น ในเมื่อเขาได้สัมผัสความเจ็บปวดนั้นมากับตัว ...แม่เขาไม่เคยมีความสุขเลย ทั้งที่มีเงินมีทองมากองให้มากมาย แม่ร้องไห้เสียใจทุกครั้งที่รู้ว่าพ่อมีคนอื่น แม่ทนทุกข์เพื่อให้เขาได้มีเท่าเทียมลูกๆ คนอื่นของพ่อ กระทั่ง...เขาบอกให้แม่พอ มันอาจฟังดูไม่น่าเชื่อที่เด็กอายุเจ็ดขวบตะโกนใส่หน้าผู้เป็นแม่ บอกให้เลิกรอ เลิกร้องไห้ให้พ่อเสียที เขาขอโทษแม่ภายหลัง ดีใจที่แม่ยอมรับฟังและพาย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดซึ่งก็คือประเทศอิตาลี แต่ความสุขมักอยู่กับเราไม่นานนัก แม่ตายหลังจากนั้นไม่กี่ปี เด็กชายวัยสิบขวบเคว้งคว้างไม่มีครอบครัว ตอนนั้นเองที่โชคชะตาเปิดรับให้พ่อเดินกลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้ง

ประตูนรกเปิดรอต้อนรับ ทุกสิ่งทุกอย่างผลักดันให้เขากลายเป็นคนเลว

แค่ห้าปีเองหรอกที่พ่อยอมทน และทำการผลักไสเขากลับไปอยู่บ้านเกิดของแม่

แต่อย่าคิดว่าจะหนีพ้น ในเมื่อตั้งใจ เลว แล้วมันก็ต้องเดินหน้าอย่างเต็มสูบ!

“อะอิล...ลดาเจ็บ” เสียงหวานเรียกสติเขาให้กลับคืน อิลฟรานเบิกตากว้างมองริมฝีปากบวมเจ่อที่มีเลือดซึมออกมา หญิงสาวจ้องลึกเข้าไปในแววตาเขา เธอยกมือขึ้นประคองแก้มสาก แต่เขาสะบัดหนี

“ออกไป” เป็นครั้งแรกที่เขาออกปากไล่เธอ เป็นครั้งแรกที่เขาหันหน้าหนี พิมพ์ลดารู้สึกว่าอากัปกิริยาเหล่านั้นทำให้เธอสะเทือนไปถึงหัวใจ

“อิล”

“บอกให้ออกไป!” เขาตวาดเสียงดังลั่นก่อนจะลุกขึ้นยกมือลูบใบหน้า ในตอนนั้นเอง...หญิงสาวพบว่าเธอได้พลาดไปแตะ เรื่องต้องห้าม ของเขาเข้าอย่างจัง

“ฉันขอโทษ”

 

คำขอโทษของเธอไร้การตอบรับ หญิงสาวพาร่างอ่อนแรงของตนกลับห้อง หากไม่มีเรื่องพ่อเธอคงดึงดันจะพูดกับเขาให้รู้เรื่อง แต่ตอนนี้หัวใจเธอร่างกายเธออ่อนแอเกินไป เขาแตะเรื่องความตายอย่างไม่ตั้งใจ เธอแตะเรื่องครอบครัวของเขาอย่างตั้งใจ สมควรแล้วที่ถูกเขาตวาดไล่ออกจากห้อง อิลฟรานในตอนนี้ช่างน่ากลัวนัก พิมพ์ลดาเคยหวาดกลัวเขาตอนที่พบกันครั้งแรก เขาบังคับให้ชลาลัยไปกินข้าวด้วย รายนั้นดึงเธอและเชวงไปเป็นกันชน ทั้งแววตาและท่าทางของเขาตอนนั้นทำให้เธอไม่ชอบและกลัว เธอกลัวความเอาแต่ใจของเขา รัศมีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขาบ่งบอกว่าเขา...อันตราย

เขาทำให้เธอแปลกใจด้วยการหันมาทำดีใส่เธอ อีกทั้งยังขอเป็นเพื่อน ผ่านไปไม่นานก็มาขอเป็นแฟน แม้ได้รับคำปฏิเสธอย่างแข็งขันเขาก็ยังทำดีกับเธอเสมอ ดีจนกระทั่งวันนี้ เมื่อกี้นี้ ต่อเมื่อเธอแตะเรื่องครอบครัว บอกว่าเขาเป็นลูกคนรวยเท่านั้นแหละ ราวกับเธอเป่ามนตร์เรียกอิลฟราน คนเดิม กลับคืนมา

หญิงสาวยกมือแตะริมฝีปาก มองภาพสะท้อนในกระจกอย่างไม่อยากเชื่อ ปากเธอเหมือนไอ้เป็ดน้อยสีเหลืองที่เธอชื่นชอบไม่มีผิด เสียงหวานอุทานเมื่อใช้ลิ้นดุนบริเวณที่เป็นแผล อย่างไรก็ตามแม้เขาจะรุนแรงตระกะตระกามไปบ้าง เธอก็ยอมรับลึกๆ ว่าชอบจูบนั้น

...จูบแรกที่แสนเร่าร้อน!

เธอเพิ่งสำนึกได้ในตอนนี้ว่าไม่สมควรเอาเขาไปเปรียบเทียบหรือเหมารวมกับผู้เป็นพ่อ และไม่สมควรอย่างยิ่งที่พูดจาถากถางเขาด้วยคำว่า ผู้ชาย เขาพูดถูกว่าเธอมันก็แค่ ผู้หญิง งี่เง่าคนหนึ่งที่เอาชีวิตตัวเองไปตัดสินคนอื่น คิดมาถึงตรงนี้แล้วหญิงสาวทำหน้าสลด ตัดใจอาบน้ำเพื่อเข้านอน

 

กลางดึกในความฝันเธอพบว่านิ้วอบอุ่นของเขากำลังไล้ริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอ แต่พอลืมตาขึ้นก็พบว่าเขาอยู่ตรงหน้าแล้วจริงๆ ...ตาสบตาพานให้หัวใจที่ไหวยวบ เปลือกตาบางหลับพริ้มลงเมื่อเขาค่อยๆ ก้มหน้าลง กระทั้งริมฝีปากทั้งสองแตะกัน ความร้อนลามเลียเข้าสู่ร่างกาย ไม่มีความป่าเถื่อนรุนแรง ไม่มีการขัดขืน มีแต่ความอ่อนหวานวาบหวามอย่างให้ความร่วมมือ คนที่ได้รับปฏิกิริยาตอบรับอย่างเต็มใจถึงกับครางอย่างพอใจ

เขามอบจูบอ่อนหวานลึกล้ำ 18+++++++++++++++

“อิลอย่า...” เสียงหวานดังขึ้นเมื่อเขารวบดูดกลืนความหอมหวาน ท่าทางกระสันอยากราวคนสัญจรมาไกลและสิ่งที่อยู่ในปากก็คือโอเอซิสที่ชายหนุ่มต้องกระโจนเข้ารวบกลืน ดูดดื่มขอน้ำหวานจากโอเอซิสอวบใหญ่แห่งนั้น เจ้าของบ่อโอเอซิสได้แต่ร้องครางเมื่อความซาบซ่านโจมตี ประสบการณ์ใหม่กำลังทำให้หญิงสาวเพริดพลิ้วลุ่มหลงไปในวังวนของความปรารถนาอันลึกล้ำ

“ไม่...” สติที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดผลักดันให้เธอห้ามเขา18++++++++++++++++++++++++++++

“เราเป็นเพื่อนกัน” ความป่าเถื่อนของเขาดึงสติเธอกลับคืนมา

“ผมไม่เป็น” 
18+++++

“อิล...” เสียงหวานออดอ้อน อิลฟรานยกยิ้มมุมปากรู้ว่าเธอต้องการสิ่งใด

“จัดให้จ้ะ...เป็ดน้อย”

กำปั้นน้อยทุบปึ้กที่หัวไหล่หนา นอกจากเขาไม่สะทกสะท้านแล้วยังหัวเราะลั่น ก่อนซุกไซ้ใบหน้ากับ18++

ไฟในเตาร้อนที่มีเชื้อฟืนอาจมีวันมอดดับ หากแต่ไฟรักไฟพิศวาสในตัวอิลฟรานที่ได้ลุกโชนขึ้นแล้วไม่มีวันมอดดับได้!

เขาจองพิมพ์ลดาทั้งชาตินี้ยันชาติหน้ารวมถึงชาติต่อๆ ไป

ต่อให้สิ้นลมหายใจในชาตินี้ เกิดใหม่ชาติหน้าเขาก็จะ รัก เธอคนเดียว!!!

 

พี่ปื๊ด-----------จองยาวไปไหม? 555++

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะค้า


18+ ก็คือเยิฟฟฟฟซีนนนน


หนังสือยังจองกันได้นะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #497 Love Have (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:41
    ไม่รู้ว่าลดาจะได้ยินหรือเปล่าแต่คนอ่านได้ยินนะคะ  พี่ปี๊ดบอกรักลดาคนเดียวและต่อให้เกิดใหม่ชาติหน้าพี่ปี๊ดก็จะลดาคนเดียว  อิจฉาตาร้อนผ่าวเลยค่ะ  งานนี้ลดาไม่ใจอ่อนก็ให้มันรู้ไปนะคะ  เพราะว่าพี่ปี๊ดจัดการแม่เป็ดน้อยให้เรียบร้อยโรงเรียนพี่ปี๊ดเสียแล้ว  
    #497
    0
  2. #444 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:34
    เป็ดน้อยเสร็จพี่ปื้นจนได้
    #444
    0
  3. #89 ธีระนัส (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 17:00
    อยากจองนะ แต่งบต้องรอยังสิ้นเดือนหน้าแนะ
    #89
    0
  4. #56 แว่นใส (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 17:15
    อยากจองก่อน แต่ต้องรองบประมาณก่อน
    #56
    0
  5. #54 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 20:02
    และแล้วก้อถูกตีตราด้วยไอปื้ด
    #54
    0
  6. #52 ขอให้สมปรารถนา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 11:40
    รออ่านต่อนะคะ

    #52
    0
  7. #51 yana (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 09:20
    แหม เลือดกำเดาแทบพุ่ง อิอิ
    #51
    0
  8. #50 wow_bigass (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 08:58
    อยากให้ถึงมีนาเร็วๆ รอหนังสือไม่ไหวแว้ววววววว
    #50
    0
  9. #49 ป้าภา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 08:45
    ว้ายๆ ป้าอยากถูกจองบ้าง
    #49
    0