หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 5 : ๕...เพื่อนที่แอบรักเพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    17 ม.ค. 58




บทที่ 5

เพื่อนที่แอบรักเพื่อน

สองสามวันแรกที่มาถึงบ้านสายน้ำ สองหนุ่มสาวพากันขลุกอยู่บ้านไม่ก็ออกไปนั่งเล่นที่ริมธารหลังบ้าน อิลฟรานให้เวลาพิมพ์ลดาทำใจ ชลธารและครอบครัวต่างแวะเวียนมากินอาหารเย็นด้วยทุกวัน ช่วงกลางวันพิมพ์ลดาจะอ่านหนังสือสลับกับเหม่อลอย ส่วนอิลฟรานก็ทำโน่นทำนี่ให้หญิงสาวกินพร้อมกับชักชวนพูดคุยไปเรื่อย นอกจากนั้นเขายังต้องทำงาน งานที่ยุ่งแสนยุ่งในช่วงนี้ เขาโดดประชุมผู้บริหารมา ทิ้งให้เลขานุการคนสนิทออกหน้ารับผิดชอบแต่เพียงคนเดียว อิลฟรานรู้ว่ามันเสียหายมากแค่ไหน แต่ทุกอย่างก็ขับเคลื่อนต่อไปได้ เพราะถึงแม้จะมีตำแหน่งใหญ่โตในบริษัท แต่เขาก็เป็นได้แค่ลูกชายเจ้าของบริษัทซึ่งมีคนรู้น้อยมากถึงมากที่สุด คิดมาถึงตรงนี้แล้วชายหนุ่มก็ยกมุมปากขึ้น ยิ้มเยาะๆ แบบนี้ไม่พบเห็นบ่อยนักในช่วงหลัง หากแต่ย้อนกลับไปสามปีก่อนหน้านี้แล้วล่ะก็ ยิ้มแบบนี้มักประดับอยู่บนมุมปากเขาเสมอ

ชายหนุ่มไม่เคยเปิดเผยเรื่องราวในครอบครัวกับใครมากนัก ขนาดพิมพ์ลดายังรู้แค่ว่าเขาเป็นลูกเศรษฐี มีเพียงเลโอเน่ที่รู้เป็นอย่างดี แต่ก็หาได้ก้าวก่ายด้วยการบอกใครต่อใครว่าเขาเป็นใครมาจากไหน รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของอิลฟรานเริ่มจางหายไปเมื่อตอนที่เขาสืบค้นประวัติของพิมพ์ลดา เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของไกรสุข เธอเสียมารดาไปตอนอายุสิบเจ็ด ครอบครัวแตกแยกเพราะพ่อพาภรรยาใหม่เข้ามาในบ้านหลังจากนั้นไม่กี่เดือน

อิลฟรานไม่เคยบอกใครว่าเขามองเห็นตัวเองอยู่ในตัวหญิงสาว แม้จะเป็นตัวตนเล็กๆ แต่นั่นก็ทำให้เขาคิดอะไรได้หลายๆ อย่าง เขาเสียแม่ไปตั้งแต่สิบขวบ พ่อแท้ๆ มีแม่ใหม่ให้เขาปีละสองสามคน ทุกคนถูกดูแลเป็นอย่างดี เขาโตมากับพี่เลี้ยง ชีวิตเขาก็เหมือนกับพิมพ์ลดานั่นแหละ เพียงแต่อีกฝ่ายเลือกที่จะหนีมารักษาแผลใจ

แต่เขาน่ะเหรอ... เลือกที่จะทำลายทุกสิ่ง เลือกทำแต่สิ่งที่พ่อเกลียด จนกระทั่งพ่อเองนั่นแหละที่ส่งเขามาอยู่ที่อิตาลีบ้านเกิดของแม่ตั้งแต่อายุยังไม่สิบห้าปีดี

พ่อคงอยากผลักไสเขาให้มาอยู่ไกลๆ หวังจะได้ไม่ต้องยุ่งยากใจกับพฤติกรรมเลวๆ ของเขาอีก ...แต่เปล่าเลย เขาทำทุกอย่างที่เลวกว่า ร้ายกว่า เรียกได้ว่าพ่อละสายตาจากเขาไม่ได้แม้แต่เสี้ยววินาทีเลยทีเดียว พ่อส่งคนมาประกบเขาถึงสามคน ทั้งดูแล ทั้งควบคุม คนเหล่านั้นถูกผลัดเปลี่ยนในทุกสองถึงสามเดือน นั่นแปลว่า...พวกมันเอาเขาไม่อยู่! กระทั่งพ่อต้องมากำราบเองในทุกๆ เดือน สีหน้ากรุ่นโกรธ แววตาเกรี้ยวกราด คือสิ่งที่เขาโปรดปรานยิ่งนัก และยิ่งโปรดปรานมากๆ ก็ตอนที่พ่อด่ากราดเขาอย่างรุนแรงนั่นแหละ

อิลฟรานเคยคิดว่าเขากับพิมพ์ลดาเหมือนกัน

แต่นั่นเป็นเพียงความคล้าย...

เธอกับเขาเลือกใช้วิธีโต้ตอบคนละแบบ

พิมพ์ลดาสร้างเกราะขึ้นมาปกป้องตัวเอง เขาเองก็เช่นกัน แต่เกราะที่แต่ละคนใช้ห่อหุ้มปกป้องตัวตนนั้นแตกต่างกัน ของพิมพ์ลดาเป็นเกราะเรียบๆ พรางตาผู้คน ไร้ซึ่งจุดน่าสนใจ แต่สำหรับเขากลับเป็นเกราะที่แข็งแกร่ง อหังการ และน่าเกลียดนักในสายตาผู้พบเห็น ยกเว้นแต่คนที่เขาไม่ต้องการให้เห็น ...เช่นคนตรงหน้า

 

“ลดากินข้าวครับ” เสียงเรียกคุ้นหูในพักนี้ดังขึ้น พิมพ์ลดาละสายตาจากหนังสือธรรมะในมือ เธอยอมรับว่าช่วงนี้จิตตกกระวนกระวายจนต้องหันหน้าเข้าหาธรรมะ การอ่านหนังสือธรรมะเชิงให้แง่คิดทำให้เธอสงบลงมาก แต่ก็ยังเผลอร้องไห้บ่อยๆ อย่างอดไม่ได้

“ทำอะไรกินคะ หอมไปถึงข้างนอกเลย” เธอถามหลังจากเดินเข้ามาในครัว เธอกับอิลฟรานลงความเห็นว่าในช่วงเที่ยงจะกินข้าวกันในครัว ยกเว้นตอนเช้าและตอนเย็นซึ่งจะยกไปกินตรงระเบียงหลังบ้านซึ่งมีวิวสวยงาม

“ส้มตำ ไก่ย่างแล้วก็ไข่ต้ม” หญิงสาวมองส้มตำที่จัดใส่ถาด รอบๆ มีเครื่องเคียงหลายอย่างอาทิเช่น แคปหมู ไก่ย่างซึ่งย่างจากเตาไฟฟ้า ไข่ต้ม ขนมจีนและผักอีกหลายชนิด เที่ยงๆ เธอขอให้เขาทำอะไรง่ายๆ กิน เพราะเธอไม่ค่อยกินข้าวเที่ยงสักเท่าไหร่ตอนที่อยู่อิตาลี ส่วนมากจะเป็นแซนวิชกับเครื่องดื่มจำพวกน้ำหวาน

“อิลนี่ชักจะเก่งใหญ่แล้ว ถึงขนาดตำส้มตำอร่อย” เธอชมหลังจากชิมไปหนึ่งคำ อึ้งไม่น้อยที่คนอย่างเขาสามารถทำอาหารไทยได้รสชาติเหมือนคนไทยแท้ๆ

“ทำให้ลดากินคนเดียวหรอก คนอื่นไม่มีสิทธิ” เขาบอกพร้อมกับตักแคปหมูให้เธอ

“ไม่เอาอะ มันอ้วน” หญิงสาวบอก

“ไม่อ้วนหรอก คุณซูบลงไปมาก เพิ่มไขมันในร่างกายหน่อยนะ” ว่าแล้วก็ตักไข่ต้มที่ถูกผ่าเป็นชิ้นอย่างสวยงามให้อีกด้วย เห็นสายตาห่วงใยแล้วหญิงสาวก็อดใจอ่อนไม่ได้ จำใจกินของต้องห้ามเข้าไปอีกหลายคำจนคนตักให้พอใจนั่นแหละ

“อีกหน่อยฉันคงอ้วนเป็นหมูตอนแน่ๆ ถูกคุณขุนสามเวลาแบบนี้” เธอบ่นหลังจากลุกเก็บจานมาล้าง หน้าที่เขาทำอาหารแล้ว เธอจึงแบ่งเบาภาระด้วยการล้างจานเสียเอง ตอนแรกอิลฟรานไม่ยอมให้เธอทำอะไรด้วยซ้ำ แต่เธอยืนกรานว่าอยากช่วย นั่งเฉยๆ แล้วมันฟุ้งซ่าน

“ก็ดีสิ ผมชอบให้คุณมีน้ำมีนวลมากกว่าผอมเสียอีก” คนพูดแอบกวาดตามองเรือนร่างเล็กหากแต่ซ่อนรูป

“คุณชอบไปคนเดียวเถอะ ลดาไม่ยอมอ้วนไปกว่านี้แน่ แค่นี้ยัยน้ำก็ข่อนแคะวันละสามครั้งแล้ว” ชายหนุ่มยิ้มรับที่เธอบอกให้เขาชอบไปคนเดียว และที่สำคัญมี ลดาหลุดมาด้วย

“น้ำก็แค่อิจฉาคุณ”

“อิจฉาฉัน บ้าสิ ฉันมีอะไรให้ยายน้ำอิจฉากัน รายนั้นเขาเป็นถึงหม่อมราชวงศ์ แถมยังมีสามีรวยล้นฟ้าอีกด้วย”

“คุณมี หน้าอกใหญ่กว่าน้ำ” ชายหนุ่มบอกหน้าซื่อตาใส เสียงดังฟังชัดมากกก

“บ้าสิ” พิมพ์ลดายกมือขึ้นปกปิดหน้าอกตัวเองทันที เป็นเหตุให้คนมองเกือบทำน้ำลายหก ก็ว่าจะไม่คิดทะลึ่งกับเธอแล้วเชียว แต่เห็นมือน้อยๆ ทาบไว้บนอกอวบแล้วก็อดคิดไม่ได้ มันจะดีแค่ไหนนะถ้าเปลี่ยนมือนั้นเป็นมือหนาใหญ่ของเขา แล้วก็ไม่เพียงแค่ทาบด้วย มันต้องเคล้นคลึงเบาๆ ก่อนจะรุนแรงขึ้น

ปึ้ก! ฟองน้ำล้างจานแปะเข้าที่หัวคนคิดไม่ซื่อกันเพื่อน

“ไอ้คนบ้า ทำหน้าอย่างนี้คิดทะลึ่งอยู่ใช่ไหม เช็ดน้ำลายตรงมุมปากออกเลยนะ น่าเกลียดที่สุด ไอ้ปื้ดดด...”

แน่ะ...ด่าว่ายังไงก็ต้องตบท้ายด้วยการชมเขาอยู่ดี ผู้หญิงคนนี้จะน่ารักไปไหนเนี่ยยย

คิดแล้วชายหนุ่มก็ลุกขึ้นจัดการเช็ดน้ำลายที่กระเฉาะออกมาตรงมุมปาก ด้วยการใช้เสื้อหญิงสาวเช็ด พิมพ์ลดากรีดร้องอย่างตกใจเมื่อเขารวบตัวเธอเข้าไปกอดจากด้านหลัง พร้อมทั้งถูไถใบหน้าเข้ากับแผ่นหลัง เธอไม่อยากคิดเลยว่าหากเปลี่ยนจากด้านหลังเป็นด้านหน้าไม่แคล้วหน้าเขาคงซุกไซ้กับอกเธอ!

 

“ลดาไปเที่ยวกันเถอะ” หลังจากที่ถูกเธองอนมาครึ่งวันเต็มๆ อิลฟรานก็เข้ามาชักชวนหญิงสาวไปเที่ยว การถูกหญิงสาวเมินนานกว่าห้าชั่วโมงไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสำนึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น กลับเห็นว่ามันคุ้มแสนคุ้มเลยต่างหาก ตัวเธอหอมยิ่งกว่าน้ำหอมใดๆ ชายหนุ่มคิดไปว่าช่วงหลังๆ เขาชักจะติดใจกลิ่นแป้งเด็กจากตัวเธอซะแล้ว

“ไปเถอะนะ คุณจำได้หรือเปล่าที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่ามาซื้อที่ไว้ที่แถวๆ เขาใหญ่น่ะ ตอนนี้ผมปลูกบ้านไว้ด้วยนะ นี่ผมเพิ่งโทร. หาช่าง เขาบอกว่า บ้านเราเสร็จแล้ว ผมเลยอยากชวนลดาไปดู”

“บ้าน? คุณปลูกบ้านไว้เหรอคะ” เธอเคยได้ยินเรื่องที่เขามาซื้อที่ดินซึ่งชลธารเป็นคนจัดการให้ แต่ไม่ยักเคยได้ยินเขาเล่าเรื่องจะปลูกบ้าน

“ใช่บ้าน อากาศและวิวที่นั่นดี พอๆ กับที่นี่ ผมอยากชวนคุณไปเที่ยว” แม้ที่นั่นจะไม่มีลำธารไหลผ่านด้านหลังเหมือนที่บ้านสายน้ำ แต่วิวทิวทัศน์ที่มีภูเขาล้อมรอบอยู่ก็สวยไม่ต่างจากที่นี่

“แล้วทำไมคุณไม่พาลดาไปตั้งแต่ทีแรกล่ะคะ” หญิงสาวยังถามอย่างสงสัย

“ก็...ผมนึกว่าคุณจะรังเกียจไม่อยากไป” เขาบอกปัดพร้อมอ้างไปด้วย ความจริงแล้วบ้านเขายังไม่ถึงกำหนดที่ผู้รับเหมารับปาก แต่เขาสั่งให้ช่างเพิ่มคน เร่งวันเร่งคืนให้บ้านเสร็จพร้อมเข้าอยู่ เสียเงินเพิ่มเท่าไหร่เขาไม่สน ขออย่างเดียว ขอให้เขาและเธอได้เข้าไปอยู่ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม นั่นเพราะเขาไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่กว่าจะมีโอกาสดีๆ อย่างนี้

“ไปเถอะนะลดา ไปอยู่ บ้านเรา” ได้ยินติดๆ กันถึงสองหน พิมพ์ลดาก็มั่นใจแล้วว่าตนไม่ได้หูฝาดไป เขาพูดว่า...บ้านเราจริงๆ

“บ้านคุณคนเดียวสิ เราสองคนไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย มั่วแล้ว!” ว่าแค่นั้นก็เดินหนีจากไป ทิ้งให้คน มั่วนั่งหน้าจ๋อยคอตกอยู่อย่างโดดเดี่ยว

 

ตลาดนัดในยามเย็นคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายซื้อของ หมู่บ้านแห่งนี้ก็เหมือนหมู่บ้านในชนบทอื่นๆ ที่มีตลาดนัดไว้กลางหมู่บ้าน อิลฟรานชวนเธอออกมาเปิดหูเปิดตา พิมพ์ลดาซ้อนท้ายจักรยานชายหนุ่ม สองข้างทางส่วนใหญ่เป็นป่าเนื่องจากบ้านสายน้ำอยู่ห่างจากบ้านเรือนผู้คน อิลฟรานจอดรถไว้ด้านหนึ่ง จากนั้นเดิมตามหญิงสาวเข้าไปจับจ่ายซื้อของใช้ ส่วนใหญ่เธอเลือกซื้อของสดเพื่อไปทำอาหาร อิลฟรานเพิ่งรู้ว่าตนนั้นพลาดไปถนัด เขามาเมืองไทยโดยแลกเงินสดไว้ไม่กี่หมื่นบาท ด้วยอุปนิสัยที่ไม่ชอบพกเงินสดมาแต่ไหนแต่ไรเลยทำให้เขาคิดไม่ถึง เมื่อก่อนเขามักจะรูดบัตร เข้าไปใช้บริการสถานที่ที่มีสิ่งอำนวนความสะดวกครบครันอย่างไม่ต้องควักเงินสดจ่าย ไม่ก็มีผู้ช่วยคอยทำหน้าที่จ่ายให้

เงินไม่กี่หมื่นบาทชายหนุ่มใช้จนเหลืออยู่หลักร้อย จากกรุงเทพไปเชียงใหม่ จากเชียงใหม่มานครราชสีมาค่าใช้จ่ายก็มากโขเอาการ แน่นอนว่าหากเทียบเงินในบัญชีที่อิตาลี เงินแค่นี้มันแค่ขี้ปะติ๋ว แต่...ไม่ใช่กับสถานะการณ์ในตอนนี้ เงินหนึ่งร้อยบาทนี่เรื่องใหญ่สำหรับเขาเลยทีเดียว

“ซื้อปลาทับทิมไปไว้ทอดสักตัวดีหรือเปล่าคะ” หญิงสาวหันมาถาม หลังจากหยุดถามราคาปลาสดจากแม่ค้า

“เอ่อ ผมเหลือเงินแค่นี้นะลดา” เขาแบมือให้เธอเห็นแบงก์ยี่สิบสี่ใบ พิมพ์ลดาเลิกคิ้วก่อนทำหน้าแหย

“ผมขอโทษ ผมลืมนับเงินในกระเป๋า” เขาผิดเองแหละที่ทำป๋าบอกไม่ให้เธอพกเงินมา เดี๋ยวเขาออกให้เอง ชายหนุ่มคิดอย่างรันทด หมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีตู้เอทีเอ็มเสียด้วยสิ

“แล้วก็มาทำป๋าไม่ให้ฉันพกเงิน คุณนี่จริงๆ เลย” คิดเองยังไม่เจ็บเท่าเธอพูดใส่หน้า อิลฟรานอยากคำรามออกมาอย่างอัดอั้น นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์อิหลักอิเหลื่อนี้ เทียบกับเงินในบัญชีเขานี่โคตรป๋าเลยนะเว้ย!

“ผมไร้ น้ำยา มากเลยใช่ไหม ของแค่นี้ก็ซื้อให้คุณไม่ได้” คนพูดทำหน้าสลด มือบางตีเพลียะเข้าที่ต้นแขนแกร่ง

“พูดผิดแล้ว น้ำยาเขาใช้กับอย่างอื่นย่ะ” เธอแหวหน้าแดงก่ำ ค้อนประหลับประเหลือกให้อีกที มีอย่างที่ไหนพูดมั่วๆ จนทำให้เธอคิดลึก แค่ไม่มีเงินซื้อของใครเขาเปรียบเปรยกับน้ำยากันได้เล่า

“อ้าว แล้วเอาไว้ใช้กับอะไรล่ะ น้ำยา...ของผมน่ะ” ลากเสียงยาวๆ ให้ระคายหูคนฟัง

น้ำยาของผม... กรี๊ดดด!

“ขนมจีนย่ะ” เธอตอบเสียงสะบัด มองเมินไม่สบเข้ากับดวงตากรุ้มกริ่มของอีกฝ่าย ชักไม่แน่ใจ ตกลงเขาแกล้งพูดผิดใช่ไหมเนี่ย

“ห๊ะ ขนมจีนเนี่ยนะ” คนพูดหันซ้ายหันขวาเหมือนกำลังมองหาอะไร

“มองหาอะไรคะ” เห็นดังนั้นเธอจึงถาม อยากรู้ด้วยว่าเขาจะยิงมุกไหนมาอีก

“มองหาคนชื่อขนมจีน”

“ทำไมคะ” คราวนี้เธองงจริงๆ ทำไมเขาถึงมองหาคนชื่อขนมจีน

“อ้าว ก็คุณบอกน้ำยาของผมให้เอาไว้กับขนมจีน ผมก็มองหาผู้หญิงชื่อขนมจีนสิ” เขาตอบหน้าซื่อ หากแต่แววตาวิบวับ “ตกลงผมเข้าใจผิดมาตลอดใช่ไหมเนี่ย”

“เข้าใจผิด เข้าใจอะไรผิดคะ”

“ก็ผมเข้าใจมาตลอดเลยนะ ว่าน้ำยาของผมเนี่ยไว้ใช้กับคุณคนเดียว ไม่นึกว่าคุณจะมีใจเผื่อแผ่ให้ผมใช้กับผู้หญิงชื่อขนมจีนอีกด้วย”

กรี๊ดดด...ไอ้ปื๊ดดด! ยิงมุกเหนือเมฆจนเธอเงิบอีกแล้ว!!!

 

“พี่ลดาเป็นไงบ้างคะ พี่อิล” รยาพรสอบถามขึ้นในเย็นวันหนึ่งหลังจากที่รับประทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้หญิงสาวกำลังเล่นกับหลานๆ ทั้งสองคนอยู่ในห้องนั่งเล่น โดยมีเสือและจำเนียรคอยพูดคุยอยู่ด้วยอีกที

“กลางวันถ้าชวนคุยก็ดีครับ แต่อยู่คนเดียวเมื่อไหร่ก็ยังเหม่ออยู่ ตกค่ำก็ร้องไห้ คงยังทำใจไม่ได้” อิลฟรานบอกอย่างที่เห็น

“น่าสงสารพี่ลดานะคะ” ว่าที่คุณแม่ลูกสาวที่กำลังตั้งท้องหันไปบอกสามี หม่อมราชวงศ์หนุ่มกอดปลอบผู้เป็นภรรยา

“ถือว่าดีมากแล้ว ถ้าปล่อยให้อยู่เชียงใหม่ต่อ อาจล้มป่วยไปก็ได้ ดีที่ลดายังมีอิลคอยดูแล”

“ใช่ค่ะ พี่ลดาโชคดีที่มีพี่อิลคอยดูแล ลูกตาลไม่อยากนึกเลยนะคะ หากว่าพี่ลดามาเจอเหตุการณ์แบบนี้คนเดียวจะเป็นยังไง”

อิลฟรานก็ไม่อยากนึก แค่นึกก็ตะครั้นตะคอขึ้นมา เขาไม่เสียใจที่ทิ้งประชุมใหญ่ ต่อให้พ่อไล่เขาออกเขาก็ยอม ขอแค่ได้มาอยู่ใกล้ๆ คนที่ตัวเองรัก ...ให้แลกด้วยอะไรเขาก็ยอม

“แล้วนี่จะไปกันวันไหนล่ะ” หม่อมราชวงศ์หนุ่มหันมาถาม

“พรุ่งนี้ บ้านเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้ว ฉันคงพาลดาไปพักที่นั่นต่ออีกห้าวัน แล้วค่อยกลับขึ้นเชียงใหม่ เห็นว่าทางโน้นกำลังเร่งให้เป็นพิเศษ” กันยาป้าของพิมพ์ลดาเพิ่งโทร. มาส่งข่าวเมื่อตอนบ่าย เหตุนี้ทำให้หญิงสาวเอาแต่นั่งร้องไห้จนตาแดง หลานสองคนพบเข้าถึงกับซักถามกันใหญ่

“อืมดีเหมือนกัน ฉันหวังว่าลดาคงสบายใจขึ้น” ชลธารเห็นด้วย “ว่าแต่...ลดาไม่มีทีท่าใจอ่อนกับแกบ้างเลยเหรอ” ถามถึงสถานะของชายหนุ่ม

“นั่นสิคะ ตามจีบตั้งหลายปี พี่ลดาไม่ใจอ่อนเลยเหรอคะ” รยาพรสำทับ สีหน้าอยากรู้ เธอเป็นอีกคนที่ตามลุ้นตามเชียร์ทั้งคู่อยู่เงียบๆ

“ไม่เลย ผู้หญิงอะไรใจดำแล้วยังน่ารัก” ได้ยินดังนั้นสองสามีภรรยาก็ได้แต่สบตากันยิ้มๆ

“ลูกตาลล่ะเชิดชูความอึดของพี่อิลจริงๆ แล้วก็ทึ่งกับความใจแข็งของพี่ลดาด้วย” หญิงสาวหัวเราะคิกยามเห็นคนหน้าหล่อตัวดำทำหน้าม่อย

“นั่นสิ เห็นตัวเล็กๆ อย่างนี้ ใจแข็งยิ่งกว่าอะไร”

 

ฟากคนใจแข็งกำลังเล่นกับหลานๆ ผู้มีศักดิ์เป็นถึงหม่อมหลวง ชลนทีวัยสองขวบพูดเก่งเป็นต่อยหอย ส่วนชลาชลนั้นก็ขยันอ้อแอ้ตามผู้เป็นพี่ บางครั้งพิมพ์ลดาก็อิจฉาชลาลัยและรยาพร ทั้งสองสาวมีครอบครัวที่อบอุ่น มีสามีที่รักพวกเธอมาก และมีลูกที่น่ารัก มันคงดีไม่น้อยหากเธอมีคนรักและครอบครัว ถึงอย่างนั้นพอคิดถึงคำว่า ครอบครัว ความคิดเธอมักล่าถอยกลับมาทันที จากที่อยากมีกลับไม่อยากมี เธอเฝ้าบอกตัวเองว่าอยู่คนเดียวได้โดยไม่เดือดร้อน ป้ากันยาของเธอก็เป็นสาวโสดรวยทรัพย์ ท่านไม่เห็นเดือดร้อนอะไร

หญิงสาวยอมรับว่าเติบโตมากับครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อแม่ลูกที่รักกันยาวนานมาถึงสิบเจ็ดปี ช่วงนั้นชีวิตเธอเปี่ยมสุข กระทั่งแม่ได้จากไปพร้อมกับฉวย ความสุข ติดมือไปด้วย ทิ้งให้ลูกสาวและสามีโดดเดี่ยวเวิ้งว้างไปคนละทิศละทาง พ่อทำให้เธอเห็นมุมมองอีกด้านของชีวิต ...ร่างตายความรักก็ตายไปด้วย เธอเข้าใจว่าการที่พ่อรีบพาภรรยาใหม่เข้าบ้านคงเพราะหมดรักแม่ของเธอแล้ว พ่อไม่เคยพูดถึงแม่กับเธออีก พอๆ กับที่เธอไม่เคยร้องขอความรักจากพ่อ ถึงแม้จะอยากทำมากแค่ไหนก็ตาม

ยามที่ขวัญดาวส่งรูปครอบครัวของหล่อนไปให้ เธอเจ็บปวดเสมอ พ่อที่อยู่ในรูปแม้ไม่ยิ้มแย้มแต่ใบหน้าก็อิ่มเอิบ นานกว่าเธอจะชินชา ยิ่งมองภาพพ่อกับครอบครัวขวัญดาวอยู่ด้วยกันแล้วไม่รู้สึกเจ็บปวดมากเท่าไหร่ หัวใจเธอก็ด้านชาขึ้นมากเท่านั้น สิ่งเหล่านั้นผลักดันให้เธอถอยห่างไม่เฉียดกลายทุกสิ่งอย่างอันจะนำคำว่า ครอบครัว เข้ามาสู่ตัวเธอ ผลที่ออกมาคือเธอยังครองตัวเป็นโสดจวบจนอายุยี่สิบเจ็ดปี แน่นอนว่ายังไม่สายเกินแกง ถือว่าเป็นวัยกำลังดีด้วยซ้ำ แต่พิมพ์ลดาก็มุ่งมั่นที่จะครองตัวเป็นโสดอย่างผู้เป็นป้า เพื่อว่า...วันข้างหน้าเธอและลูกจะไม่เจอเหตุการณ์เดียวกับที่เธอได้ประสบกับตัวเอง

แม่ตาย...พ่อแต่งงานใหม่...ลูกเคว้งคว้าง!

“อาล้าดาจาไปเที่ยวกับยุงอิล พุอยากไปด้วย” ชลนทีที่ทราบจากผู้เป็นพ่อว่าพรุ่งนี้หญิงสาวจะไปพักที่เขาใหญ่อ้อนขอตามไปด้วย

“อาไม่ได้ไปเที่ยวนะน้ำพุ ไว้คราวหน้าอามารับน้ำพุไปเที่ยวสวนสนุกดีไหมคะ” เธอบอกเด็กชายที่นั่งทำหน้ามู่ทู่บนตัก ชลาชลที่เห็นผู้เป็นพี่ได้นั่งตักลุกเดินเตาะแตะมาหาหญิงสาว

“แต่พุอยากไปด้วย พุอยากเที่ยว”

“อาไม่ได้ไปเที่ยวนี่ครับ” เธอไม่อยากขัดใจเด็กชาย แต่ก็ไม่สามารถนำเด็กๆ ไปด้วยได้

“กวนอะไรคุณอาล่ะครับ น้ำพุ” ก่อนที่เด็กชายจะงอแง เสียงรยาพรก็ดังขึ้นก่อน

“อาล้าดาไม่พาพุไปเที่ยวด้วย” เจ้าแสบหันไปฟ้องผู้เป็นแม่ทันที

รยาพรส่ายหน้าอย่างระอาแกมเอ็นดู “อาลดาไม่ได้ไปเที่ยวนี่คะ ไว้คราวหน้าค่อยไปนะลูก”  เด็กน้อยซบหน้ากับอกคุณอา ดวงตาออดอ้อนทำให้พิมพ์ลดาใจอ่อนยวบ ถึงเธออยากพาไปด้วย ก็ใช่ว่าพ่อแม่ของเด็กจะยอม

“ทำตาแบบนี้ เดี๋ยวอาลดาก็หลงหัวปักหัวปำ” รยาพรต่อว่าลูกชายเสียงไม่จริงจัง

“หลงจะแย่แล้วล่ะลูกตาล เด็กอะไรพูดเก่งแล้วยังขี้อ้อนสุดๆ ด้วย”

คนเป็นแม่หัวเราะ “อ้อนไม่เก่ง จะได้ของจากพี่อิลทุกเดือนเหรอคะ รายนั้นก็หลงหัวปักหัวปำเหมือนกัน หลานอยากได้อะไรซื้อส่งมาให้หมด ไปๆ มาๆ พี่อิลน่ะซื้อของเล่นให้เจ้าสองแสบมากกว่าพี่น้ำซื้อให้อีกนะคะ”

“ยุงอิลใจดี” เด็กไม่ประสาแทรกขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะโผเข้าไปหาคุณลุงที่เดินเข้ามาพร้อมผู้เป็นพ่อ

“อะไรอีกล่ะตัวแสบ จะอ้อนเอาอะไรอีกฮึ”

“ม่ายอ้อน จาหอมมม” แล้วเด็กชายก็ทำปากจู๋จุ้บเข้าที่แก้มสากของคุณลุง ยังให้อีกคนยิ้มร่าอย่างชอบอกชอบใจ รยาพรเห็นดังนั้นจึงได้โอกาสแซว

“รักเด็กอย่างนี้ น่าจะมีสักคนสองคนนะพี่อิลน่ะ”

“ก็รอว่าที่แม่ของลูกตอบตกลงอยู่ แต่ไม่เอาหรอกแค่คนสองคน จะมีสักสี่ห้าคนโน้น” พูดจบก็ส่งสายตาวิบวับไปทาง ว่าที่แม่ของลูก

“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ โอ๊ย...พอมีแล้วขี้คร้านจะอยากมีแค่คนสองคน ดูอย่างลูกตาลสิ เลี้ยงเจ้าสองแสบนี่ก็เข็ดแล้ว ถ้าพี่ชลไม่อ้อนขอลูกสาวรับรองลูกตาลทำหมันแน่” ว่าที่คุณแม่ลูกสองหันไปค้อนให้สามี

“ได้ข่าวว่าในท้องนั่นก็ผู้ชายไม่ใช่เหรอ แล้วไงล่ะชล จะมีแค่ลูกชายสามคนเหรอ” หันไปถามเพื่อนที่ส่งสายตากรุ้มกริ่มให้ภรรยา

“ใจจริงอยากได้อีกสักคน แต่ก็สงสารลูกตาล ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ผู้หญิงผู้ชายก็ลูกเหมือนกัน ไว้เลี้ยงหลานสาวเอาก็ได้”

“ว่าง่ายๆ อย่างนี้สิคะ ถึงจะน่ารัก” รยาพรชมสามี

“โอ๊ย...อย่ามาทำหวานต่อหน้าต่อตา คนมันอิจฉาตาร้อน” ต่อว่าสองสามีภรรยาแต่กลับส่งสายตาออดอ้อนพิมพ์ลดา รายนั้นได้แต่ขึงตาตอบ

“ก็รีบขอแต่งงานซะสิคะ ที่พี่ลดาไม่ตอบตกลงเพราะพี่อิลไม่พูดคำนี้หรือเปล่า” รยาพรที่ทำตัวเป็นแม่ยกพี่ปื๊ดเชียร์อย่างออกนอกหน้า ไม่สนใจสายตาเขียวๆ ของพิมพ์ลดา

“เป็นอย่างนั้นก็ดีสิ นี่แค่ขอเป็นแฟนยังไม่ยอมเลย เฮ้อ...ใครๆ ก็ไม่รักลุง คงมีแต่พุกับหมอกนี่แหละที่รักลุงอิล”

“ร้ากสิ พุร้ากยุงอิล” เด็กชายที่ไม่รู้เรื่องด้วยบอกรักคุณลุง ผู้ใหญ่ที่เหลือได้แต่หัวเราะกันร่วนอย่างเอ็นดู

พิมพ์ลดามองภาพนั้นอย่างคลางแคลงใจ อิลฟรานไม่ได้แสร้งทำใช่ไหม หากเขาทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ รักชลนทีกับชลาชลจริงๆ แล้วถ้าเกิดเขามีลูกเป็นของตัวเองจริงๆ ยังจะรักเอ็นดูเจ้าสองแสบนี่เหมือนเดิมใช่ไหม เขาคงไม่เหมือนพ่อ ที่พอมีลูกเมียใหม่เข้ามาแล้วก็ลืมเธอใช่ไหม

แม้ใครหลายคนพร่ำบอกว่าพ่อรักเธอมาก แต่หญิงสาวกลับเชื่อไม่เต็มร้อย พ่ออาจภูมิใจ อาจรักเธอ แต่คงไม่มากเหมือนเดิม ไม่งั้นตอนที่พาขจีจิตต์กับขวัญดาวเข้ามาบ้านใหม่ๆ ทำไมพ่อไม่เข้าข้างเธอเลย ทำไมเวลาที่เธอทะเลาะกับสองแม่ลูก พ่อจะถอยหนีไปอยู่ไกลๆ ไม่เข้ามายุ่ง กระทั่งเรื่องมันใหญ่โตถึงขั้นลงไม้ลงมือพ่อถึงก้าวเข้ามาไล่เธอให้เข้าห้องท่ามกลางเสียงร้องด่าทอของขจีจิตต์!

เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากคนในบ้าน พ่อพูดไม่ได้แล้ว ขจีจิตต์กับขวัญดาวเธอก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป ดังนั้นเรื่องทั้งหมดเธอจะเก็บเอาไว้กับตัวเอง!

 

ตอนนี้สามทุ่มสามสิบห้า... อิลฟรานเปิดตู้เย็นเช็กของที่จะทำอาหารตอนเช้าก็พบว่าปีกไก่สดหมด เขาคุยฟุ้งให้พิมพ์ลดาฟังว่าพรุ่งนี้จะทอดปีกไก่ที่อร่อยที่สุดในโลกให้เธอกิน เอ้อ...อาจดูเวอร์ไปหน่อย แต่ก็นั่นแหละ เรื่องอาหารสำหรับเธอไม่เวอร์ก็ไม่ใช่เขาทำ เขาลืมไปว่าเมื่อตอนเย็นได้นำปีกไก่ที่เหลือไปทอดให้เจ้าสองแสบกิน เด็กๆ ร้องขออยากกินอีก เขาจึงทำให้หลานกิน

ข้างนอกฝนกำลังลงเม็ด อิลฟรานเชื่อว่าถ้าเขาขึ้นไปบอกเธอว่าจะไปซื้อของ หญิงสาวต้องออกปากห้ามแน่ๆ และหากเขาขับรถออกไปโดยไม่บอกเธอก็ร้องรู้ ป่านนี้เธอคงกำลังอ่านหนังสืออยู่ ชายหนุ่มยกนาฬิกาขึ้นดูคำนวณเวลาคร่าวๆ แล้วจึงตัดสินใจเดินออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังจักรยานที่จอดในโรงรถ

ฝนปรอยที่รินรดร่างกายไม่ได้ทำให้อิลฟรานหนาวหัวใจได้เท่า...แววตาคู่นั้น แน่นอนว่าเขาเห็น! เขาเห็นสายตาแคลงใจปนขมขื่นของพิมพ์ลดา มันเป็น...สายตาของคนที่ไม่เชื่อในรัก! อย่างที่คนอย่างเขาเคยเป็นและรู้สึก รักแท้ไม่มีจริง เงินสำคัญกว่ารัก คือสิ่งที่เขาเคยเชื่อมั่น แค่ครั้นได้พบกับเธอ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่สร้างเกราะขึ้นคุ้มภัยตัวเอง อิลฟรานเคยพบเธอตอนโดนอีริคเพื่อนสนิทของเลโอเน่จีบ เธอปฏิเสธไปอย่างละมุนละม่อม คำพูดอ่อนหวานขัดกับดวงตาเจิดจ้าจริงจัง

เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะขอเธอเป็นแฟนและรักเธอได้อย่างทุกวันนี้ ตอนแรกแค่ให้เหตุผลว่าเพราะเธอน่าสนใจ อะไรที่ได้มายากๆ ผู้ชายเรามักสนใจเสมอ ตอนหลังเขาพบว่านั่นไม่จริงเลย หัวใจเขาเต้นตึกตักทุกครั้งยามสบตาคู่นั้น ราวกับมันบอกว่าคนนี้แหละคือคนที่ใช่สำหรับเขา คนที่เขาคิดว่าจะไม่มีวันเจอ คนที่เป็น...รักแท้

“มาซื้ออะไรดึกดื่นล่ะคุณ” แม่ค้าถามผ่านซี่กรงประตู ดีว่าที่ร้านค้าแห่งนี้ปิดค่อนข้างดึก

“ขอปีกไก่ครึ่งโลครับ” ชายหนุ่มบอกสิ่งที่ต้องการ ตอนมาซื้อครั้งแรกรายนี้ทำท่าจะไม่ยอมพูดกับเขา แต่พอเขาพูดไทยใส่แม่ค้าก็เลยยอมขายให้

“เอ...เหลือครึ่งโลพอดีเลย พรุ่งนี้ไม่ได้ไปตลาด ถ้ามาเช้าคงไม่ทันคนอื่น” เพราะอย่างนี้สิเขาถึงต้องมาดึกดื่น ร้านค้าแห่งนี้ไปตลาดวันเว้นวัน ดังนั้นมีโอกาสที่ของจะหมด ยิ่งช่วงเช้าผู้คนมาซื้อของเยอะพอๆ กับช่วงเย็นอีกด้วย ชายหนุ่มจ่ายเงินแล้วรีบปั่นจักรยานกลับบ้านอย่างรวดเร็ว

“ทำไมตัวเปียกอย่างนั้นละคะ” เขาพบเธอตอนตั้งใจขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

“เอ่อ ไปเก็บจักรยานเข้าโรงรถจ้ะ พอดีผมจอดทิ้งไว้ที่ใต้ต้นไม้”

“ดูสิเปียกซกเลย รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะค่ะ มาๆ เดี๋ยวลดาเตรียมเสื้อผ้าให้”

ลดา หลุดออกมาอีกแล้ว จะน่ารักไปไหนแม่คุณของพี่ปื๊ด

พิมพ์ลดาผลักชายหนุ่มเข้าไปในห้องน้ำ ในนั้นมีผ้าคลุมและผ้าขนหนูพร้อมแล้ว หญิงสาวเลี่ยงมาเปิดตู้เลือกชุดนอนให้เขา แน่นอนว่าเสื้อไม่ต้อง คงเป็นแค่กางเกงนอนผ้านิ่มขายาวตามเคยนั่นแหละ เขาใช้เวลาประมาณห้านาทีในการอาบน้ำ เขารับกางเกงนอนเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำแล้วกลับออกมาก็พบว่าหญิงสาวมีใบหน้าแดงก่ำ พร้อมทั้งตั้งหน้าตั้งตาหลบเขาเป็นพัลวัน เธอหันมาค้อนแล้วทำท่าจะเดินหนีออกไป อิลฟรานคว้าข้อมือบางเอาไว้ได้

“เดี๋ยวก่อน ลดาเดินออกมาจากห้องทำไมครับ”

“ตั้งใจออกมากินน้ำค่ะ พอดีเจอคุณตัวเปียกเข้าเสียก่อน” เธอบอกพร้อมเมินหน้ามองทางอื่น ไม่รู้เป็นไง ใจเธอเต้นไม่เป็นส่ำ แล้วก็ไม่สามารถสบตาเขาได้อีกด้วย ซิกแพ็คหกชั้นของเขายังหลอกหลอนเธอ คนผีบ้า! เสื้อคลุมก็มีไม่ยอมสวม ดันเดินโทงๆ ออกมาทั้งที่มีผ้าขนหนูผืนเดียว

“ผมบอกหลายทีแล้วใช่ไหมให้เอาน้ำขึ้นไปไว้ด้วย นี่ไม่ใช่บ้านเรา เที่ยวเดินท่อมๆ ลงเกิดป๊ะเข้ากับขโมยจะทำยังไงครับ” พิมพ์ลดาได้ยินแล้วจึงอดค้อนไม่ได้ เขาก็อย่างนี้ทุกที ชอบคิดไปในด้านร้ายๆ ตลอด

“ไม่มีขโมยหรอกค่ะ คุณน่ะชอบคิดมาก” เธออุบอิบบอก

“ต้องรอให้เจอก่อนหรือไง” คนที่แอบออกไปด้านนอกขึ้นเสียงใส่ แค่คิดว่าเธอเจอพวกโจรขโมยตอนเขาไม่อยู่บ้านอารมณ์ก็พุ่งปรี๊ด เขาไม่ได้โกรธที่เธอออกจากห้อง แต่โกรธตัวเองที่เผลอทิ้งเธอเอาไว้คนเดียว

“ง่ะ อยู่ๆ มาขึ้นเสียงกับลดาทำไมคะ ตากฝนจนเพี้ยนหรือเปล่าเนี่ย ดึกมากแล้วเข้านอนเถอะค่ะ” คนที่ไม่ได้หวั่นไหวต่อน้ำเสียงเคร่งเครียดบอก ใจเธอมันกำลังสั่นไหวหวั่นไปกับซิกแพ็คหกชั้นบวกกับกลิ่นแชมพูหอมๆ หลังอาบน้ำนี่ต่างหากล่ะ

“ผมขอโทษ ผมกลัว...” เขาบอกเสียงอ่อนลง

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจว่าคุณห่วง ฝันดีนะคะ...คุณเพื่อน”

“จ้า...”  อิลฟรานขานรับอย่างห่อเหี่ยวในใจ ตอนนี้เขาก็เป็นได้แค่นี้สินะ

...เพื่อนที่แอบรักเพื่อน

 

 

 

 สาวๆ อย่าเงียบกันสิจ้ะ เค้ากลัววววว 555++

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #495 Love Have (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:29
    แสดงว่าลึก ๆ แล้วลดาก็หวั่นไหวไปกับอิลเหมือนกันนะคะ  เพียงแต่เธอไม่มั่นใจและสร้างเกาะป้องกันเอาไว้  เธอไม่เชื่อมั่นในความรักและกลัวความผิดละใช่ไหมถึงไม่ยอมรับคำขอเป็นแฟนของอิลสักที  แค่นี้ยังไม่เพียงพออีกหรือลดา  ที่เธอจะยอมเปิดใจให้อิลนะคะ  ไม่มีใครทนจีบเราได้นานขนาดนี้หรอกนะคะ  ตั้ง 3 ปี  แล้ว  ลดาควรจะเห็นความจริงใจของอิลที่เขาแสดงออกตลอดเวลาว่ารักเธอมากแค่ไหน และควรเปิดใจรับรักอิลได้แล้วเธอจะได้มีความสุขเสียทีนะลดา
    #495
    0
  2. #443 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:27
    พี่ปื้นสู้ๆ
    #443
    0
  3. #88 ธีระนัส (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 16:38
    โอ๊ย หลงรักพี่ปื้ดดดดดดด ถ้าแฟนเค้าเหมือนพี่ปื๊ดดดดบ้างก็คงดี อิอิ
    #88
    0
  4. #55 แว่นใส (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 17:07
    ช่ายสงสารพี่ปื๊ด
    #55
    0
  5. #48 Phairin Sukaeo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 22:58
    555 สงสารพี่ปี๊ด
    #48
    0
  6. #47 หมาที่แสนรัก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 08:01
    สงสารอิลจัง เฮียจะได้รุ้เมื่อไรว่าปื้ดนี่มัน ... อีกอย่าง เมื่อไรลดาจะใจอ่อน
    #47
    0
  7. #46 ปันปัน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 00:27
    แบบว่า...Loveพี่ปี๊ดฝุดๆจ้า...อยากเกิดเป็นลดาจุงเบย...555
    #46
    0
  8. #45 ฉันจะรอเธอนะ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 19:38
    อร๊ายยยยยยยยย   สนุกสุดๆ  ฟินด้วย
    #45
    0
  9. #44 ป้าภา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 16:17
    ทำมากลัวทีให้เค้ารอลุ้นละไม่กลัวนะ
    #44
    0
  10. #43 นินิน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 15:34
    อีกนานมั้ยน้อกว่าพี่ปื๊ดได้เลื่อนขั้นอ่ะเนอะ
    #43
    0
  11. #42 MooNa Narak (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 11:27
    มาต่อน๊าาาา
    #42
    0
  12. #41 หลิง หลิง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 22:22
    สนุกดีจ้าเรื่องนี้ดราม่านะนี่เดี๋ยวจองกะโอนweekหน้าอะค่ะ
    #41
    0
  13. #40 ขอให้สมปรารถนา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 21:16
    รออ่านต่อนะคะ

    #40
    0
  14. #39 พี่บีค้า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 21:05
    จองกับร้านออนไลน์แล้วคะ
    #39
    0
  15. #38 nine_wind (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 20:16
    ดราม่าขึ้นเรื่อยๆ เลยอะ แล้วจะฮาได้หรือเนี้ย แต่ยังไงก็รออ่านนะคะ
    #38
    0
  16. #37 ตำตา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 17:35
    รออ่านทุกวันคะ
    #37
    0