หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 4 : ๔...เพื่อนที่ดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    14 ม.ค. 58


** EMS ราคาค่าจัดส่งรวมหนังสือ = 529 บาม
รบกวนโอนเป็นจุดทศนิยมด้วยนะคะ 529.01, 529.99 ประมาณนี้ค่า

บทที่ 4

เพื่อนที่ดี

สองป้าหลานคุยกันเพลิน กระทั่งกันยาเบนสายตาไปยังชายหนุ่มที่นั่งเงียบเป็นผู้ฟังที่ดีตั้งแต่ต้นจนจะจบ ชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูงใหญ่ เสียแต่ผิวคล้ำไปนิดส่งยิ้มมาให้หล่อน กันยาลอบสังเกตชายหนุ่มที่มากับหลานสาวตั้งแต่เย็นวานแล้ว นับว่าชายหนุ่มเข้าทีดีเหมือนกัน คอยประคับประครองหลานสาวหล่อนอยู่ตลอด อีกทั้งคะยั้นคะยอให้พิมพ์ลดากินข้าว พักผ่อน จนผู้คนที่พบต่างลงความเห็นไปในทางเดียวกัน ชายหนุ่มคนนี้คือ คนพิเศษ ของหลานสาวหล่อนเป็นแน่

“ว่าแต่พ่อหนุ่มนี่เถอะ ให้ไหว้ป้าแล้วแต่ยังไม่แนะนำเลย เราน่ะมัวแต่ร้องห่มร้องไห้ พอๆ เถอะนะ เสียใจไปพ่อเราก็ไม่ฟื้นขึ้นมาหรอก” คนพูดทั้งปลอบทั้งซับน้ำตาตัวเอง หน้าแดง ตาแดง ไม่ต่างจากหลานสาว

“อิลเป็นเพื่อนของลดาค่ะ”

“ไฮ้ ไม่แนะนำแบบนั้นสิ ป้าเป็นป้านะ ไม่ใช่คนอื่น ฟงแฟนก็บอกมาเถอะ เห็นอย่างนี้ป้าก็ไม่ได้หัวโบราณหรือคร่ำเคร่งอะไรหรอกนะ แค่...ตบแต่งให้มันถูกต้องตามประเพณี” คนไม่หัวโบราณจิกตาไปทางชายหนุ่ม ฟังป้าพูดกับเห็นสายตาแล้วพิมพ์ลดาก็ได้แต่ถอนหายใจ

“อิลเป็นเพื่อนจริงๆ ค่ะ” คนที่ถูกมอบสถานะความเป็นเพื่อนถึงสองครั้งติดทำหน้าม่อย นึกอยากให้ตัวเองฟังไม่ออก อิลฟรานเพิ่งเสียใจที่ตัวเองร่ำเรียนภาษาไทยมาก็วันนี้

“เฮ้อ หนุ่มสาวสมัยนี้ปากแข็งกันซะจริ๊ง” คนรุ่นเก่าเหน็บแหนมพรางค้อน “คนทั้งวัดเขาเห็น เขาก็ดูออกทั้งนั้น” กันยาใช้พัดตีหัวหลานสาวเบาๆ อย่างหมั่นไส้ คราวของไกรสุขน้องชายหล่อนก็เหมือนกัน กว่าจะยอมพาพรรณจันทร์แม่ของพิมพ์ลดามาที่บ้านก็ปาไปหลายปี คิดถึงน้องชายแล้วกันยาก็ได้แต่เศร้าใจพร้อมไม่อยากจะเชื่อว่าน้องชายเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ

“ก็เป็นเพื่อนกันจริงๆ นี่คะ” เสียงหวานโต้ผละแผ่วจนกันยาค้านจะซักต่อ ได้แต่ส่งค้อนเป็นรางวัลให้กับความปากแข็งของหลานสาวไปทีแล้วขอตัวกลับบ้าน ทิ้งให้หลานสาวนั่งก้มหน้า โดยมีชายหนุ่มอีกคนจ้องคนร่างน้อยไม่วางตา

อิลฟรานปรามตัวเองว่า...อย่าเพิ่งรุก! คาดคั้นเอาคำตอบกับหญิงสาว ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็อดเสียใจไม่ได้ที่เธอวางเขาไว้ในตำแหน่งเพื่อน มันยาวนานถึงสามปี นานพอที่เขาจะถอดใจได้แล้ว แต่อิลฟรานรู้ดีว่าเขาไม่อาจทำได้ เขาวางหัวใจไว้ในมือหญิงสาวผู้นี้ตั้งแต่แรกพบ ...ใช่ เขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบ แต่นั่นก็หลังจากได้เจอกับชลาลัย ซึ่งเขาก็ แค่ชอบ ไม่ได้รู้สึกอย่างเดียวกับพิมพ์ลดา กับชลาลัยมันเป็นความรู้สึกถูกชะตา...ชอบ...อยากได้! และอิลฟรานคนเก่าก็คือคนที่ต้องได้ทุกสิ่งในโลกที่เขาอยากได้ จนกระทั่งมาเจอผู้หญิงที่นั่งก้มหน้าเอาแต่ยืนยันว่าเขาคือเพื่อนคนนี้

...พิมพ์ลดาเปลี่ยนโลกของเขา

จากที่ ต้องได้ ก็กลายเป็น อาจไม่ได้ ...ก็ได้

อิลฟรานรู้ดีว่าสิ่งที่ยึดเขาไว้กับเธอ ไม่ใช่เพราะพิมพ์ลดาปฏิเสธเขา หากเป็นเพราะหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำครั้งแรกที่เจอเธอต่างหากล่ะ ผู้หญิงตัวเล็ก หน้าตาไม่ตบแต่งสิ่งใดยกเว้นลิปกรอสสีชมพูเรื่อที่เคลือบริมฝีปาก การแต่งตัวไม่โดดเด่น ครั้งนั้นเขาทึ่งตัวเองไปหลายวัน คนอย่างเขาหรือต้องมาสยบกับผู้หญิงที่ให้คำนิยามยามพบครั้งแรกว่า จืดชืด จนกระทั่งได้ใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น เขาก็ได้พบว่าภายใต้ความจืดชืดนั้นซ่อนความ น่ารัก น่าคลั่งไคล้ เอาไว้ขนาดไหน ร่างเล็กๆ นั้นซ่อนความอวบอิ่มไว้มากเท่าไหร่อิลฟรานรู้ดีเพราะเขาแอบถามสัดส่วนเธอจากเชวง เอิ่ม...แม้ว่ามันต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมนิดหน่อยก็ตามเถอะ เขาไม่สนวิธี แค่ให้ได้รู้!

ใบหน้าที่ไร้เครื่องทินโฉมนั้นมีพวงแก้มที่หอมขนาดไหนเขาประจักษ์แก่ใจ ริมฝีปากชายหนุ่มกระดกขึ้นเล็กน้อยยามนึกถึงกลิ่นแป้งเด็กหอมๆ จากพวงแก้มสาว แน่นอนว่าเธอไม่รู้ และจะไม่มีวันรู้ด้วยว่าเขาแอบขโมยหอมแก้มเธอตอนหลับ จนกว่าเธอจะยอมรับเขาเป็นแฟน ชายหนุ่มรับรู้ถึงสายตาหลายคู่ที่เมียงมองมาอย่างสนใจ เขาไม่ทำให้คนอื่นๆ คลางแคลงใจด้วยการเขยิบเข้าไปนั่งใกล้หญิงสาว ก้มหน้าไปกระซิบกับใบหูเธอบอกให้กลับบ้าน แล้วโอบประคองเธอไปที่รถท่ามกลางสายตานับสิบคู่!

 

อิลฟรานพบว่าท่าทางแข็งข้อต่อขจีจิตต์และขวัญดาว อีกทั้งท่าทางเข้มแข็งต่อหน้ากันยาของพิมพ์ลดานั้นลวงตาทั้งสิ้น พอกลับมาถึงบ้านหญิงสาวก็ขอตัวเข้าไปในห้องนอนของไกรสุข การชันสูตรศพของไกรสุขอาจต้องรอไปอีกหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ระหว่างนี้เขาไม่อยากให้เธออยู่บ้านมากนักจึงเข้ามาชักชวนหวังจะพาเธอไปเที่ยว ร่างเล็กๆ ที่นั่งซบหน้าร้องไห้กับขอบเตียงเป็นภาพที่บีบรัดหัวใจชายหนุ่มยิ่งนัก หัวไหล่ที่สั่นไหว เสียงสะอื้นอย่างรวดร้าวอาดูร เหล่านั้นทำให้ชายหนุ่มก้าวเข้าไปดึงร่างเล็กเข้ามากอดปลอบ

จากที่จะขืนตัวออก หญิงสาวก็ต้องซบหน้าร้องไห้สะอื้นกับอกกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นเขา พอเข้ามาอยู่ในห้องนี้ เธอก็พบว่าเธอช็อกไปมากทีเดียว เธอสร้างเกาะขึ้นมาไม่ให้ใครสงสารเวทนา ครั้นพอได้อยู่คนเดียว เกราะเหล่านั้นกลับพังทลายลง เหลือเพียงพิมพ์ลดาที่อ่อนแอ

“ลดาคิดถึงพ่อ ลดาอยากขอโทษพ่อค่ะอิล” อิลฟรานกระชับร่างน้อยเข้าหาอก ในความรู้สึกเจ็บปวด สงสารก็ยังปนมาด้วยความดีใจ เขาชอบให้เธอแทนตัวอย่างนี้กับเขา มันฟังแล้วอุ่นวาบที่หัวใจ

“พ่อคุณคงรับรู้แล้ว อย่าร้องไห้เสียใจกับเรื่องนี้อีกเลยนะ คุณกำลังทำให้ท่านจากไปอย่างไม่สงบนะลดา” เขาจูบที่หน้าผากมน ความอบอุ่นไหลผ่านริมฝีปาก กระแสความห่วงใยไหลซ่านไปทั่งร่างสาว

“ลดาอยากคุยกับเพื่อน” เธอบอกเสียงแหบเครือ ตั้งแต่มาถึงเธอยังไม่ได้ติดต่อเพื่อน อิลฟรานเองก็เช่นกัน เขาคงอึ้งและช็อกไปกับเธอด้วย

อิลฟรานต่อสายถึงเชวงทันที ชายหนุ่มปล่อยให้หญิงสาวคุยกับเพื่อนที่อยู่ทางไกล พิมพ์ลดาเล่าทุกอย่างให้เชวงและชลาลัยฟังราวกับกำลังปลดปล่อยความเสียใจ โดยมีเขากอดปลอบอยู่ไม่ห่าง กว่าหญิงสาวจะวางสายได้เวลาก็ผ่านมาเกินชั่วโมง เขาปล่อยให้เธอร้องไห้จนผล็อยหลับกับอกจึงอุ้มเธอไปส่งที่ห้องนอน ชายหนุ่มเรียกเด็กในบ้านขึ้นมานอนเป็นเพื่อนหญิงสาว ทั้งที่ใจจริงอยากจะเป็นคนนอนเฝ้าเธอเอง ถ้าไม่กลัวเธอจะเสียหาย

 

พิมพ์ลดาที่ร้องไห้จนดึกตื่นมาพบกับข้าวต้มหอมฉุยพร้อมกับข้าวหลายอย่างที่เธอชอบ หญิงสาวยิ้มทั้งที่ตาบวมตุ่ยให้พ่อครัวที่ยังสวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้าลายตารางมีลูกไม้สีขาวเย็บแซม ชายหนุ่มเร่งให้เธอลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน โดยมีเขาจับจูงมือพร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้ทุกขั้นตอน ไล่ไปตั้งแต่บีบยาสีฟัน ยื่นแก้วน้ำ ใช้ผ้าขนหนูซับหน้าให้ สุดท้ายก็อุ้มมาที่เตียงดังเดิม

“กินเถอะกำลังร้อนๆ เลย” ชายหนุ่มบอกแก้มแดงเรื่อ เมื่อหญิงสาวเอาแต่จ้องผ้ากันเปื้อนที่เขาขอยืมแม่ครัวมาใส่ไม่เลิก ตอนแรกก็ประดักประเดิดกลัวว่าตัวเองจะถูกมองว่าเป็นแต๋วอยู่หรอก ครั้นพอเห็นตัวเองจังๆ ในกระจกเมื่อครู่ก็ลงความเห็นทันทีว่ามัน...ทุเรศศศ สุดๆ

ถึงอย่างนั้นก็ยัง ปื๊ด สุดๆ อีกด้วย ชายหนุ่มคิดอย่างกระหยิ่มใจ

“ตื่นมาทำตั้งแต่กี่โมงคะเนี่ย” เธอถามพร้อมมองกับข้าวสี่ห้าอย่างในถาด

“ก็เช้าอยู่” เขาอ้อมแอ้มบอก จะให้พูดได้ยังไงว่าไม่ได้นอนมาทั้งคืน เนื่องจากคิดหาวิธีทำให้เธอสบายใจขึ้น แม้ไม่อาจคลายความเศร้าเสียใจได้ แต่ก็อยากให้มันจางลงบ้าง สักนิด...ก็ยังดี

“น่าจะเช้ามากๆ เลยล่ะ ถึงได้ทำหลายอย่างขนาดนี้” ปากว่าแต่มือก็ใช้ช้อนตัก จริงๆ แล้วเธอตื้อไม่หิว แต่ไม่อยากให้คนทำเสียใจ “คุณมากินด้วยกันสิคะ มีช้อนอีกคัน กินถ้วยเดียวกับฉันเลยนะคะ” เธอยื่นช้อนอีกคันให้ชายหนุ่ม อิลฟรานรับช้อนพร้อมแอบถอนหายใจอย่างเซ็งๆ ฉัน คุณ โผล่มาอีกแล้ว จริงๆ แล้ว อิล ก็หลุดบ่อย แต่เขาอยากได้ยิน ลดา อย่างนั้น ลดาอย่างนี้มากกว่า เฮ้อ...

สองหนุ่มสาวกินข้าวเช้าด้วยกันบนเตียงหญิงสาว กระทั่งอิ่มกันทั้งสองคนอิลฟรานจึงเอ่ยชวนอีกฝ่ายไปเที่ยว

“ไม่ใช่ว่าผมไม่เสียใจเรื่องพ่อคุณนะลดา แต่ต้องรออีกหลายวัน ผมไม่อยากให้คุณอยู่บ้าน”

พิมพ์ลดาเห็นด้วยกับเขา หากเธออยู่ที่นี่ต่อเธออาจฟุ้งซ่าน ไม่ก็ร้องไห้จนขาดใจตายไปเลยก็ได้

“งั้นเราจะไปไหนดีคะ ฉันไม่ได้มาเมืองไทยนานแล้ว”

“ไปเยี่ยมชลกับลูกตาลดีกว่านะ” เขาหมายถึง หม่อมราชวงศ์ชลธาร และ รยาพร พี่ชายพี่สะใภ้ของชลาลัย

“ที่ปากช่องน่ะเหรอคะ” พิมพ์ลดาเอ่ยถึงอำเภอหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา “แต่พี่ชลกับลูกตาลอาจอยู่กรุงเทพนะคะ” ชลธารมีวังกุลวารีที่กรุงเทพ มีบ้านสายน้ำที่ปากช่อง และที่นั่นก็เป็นบ้านเกิดของรยาพรอีกด้วย

“ตอนนี้ชลอยู่ที่บ้านสายน้ำ ผมโทร. หาแล้ว” ตอนตีสาม... ชายหนุ่มพูดต่อในใจ คิดถึงตอนที่กดโทร. ออกแล้วก็ต้องนิ่วหน้า ฝ่ายที่กดรับบ่นงึมงำว่าเขาโทร. มาไม่ดูเวล่ำเวลา กระนั้นก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรนัก เพราะเขาบอกจะพาพิมพ์ลดาไปหา

“แสดงว่าคุณโทร. หาพี่ชลแล้วสินะ” หญิงสาวหรี่ตาจับผิด เขาไปพูดคุยกับชลธารตอนไหนกัน ทำไมเธอไม่รู้ ตั้งแต่มาเนี่ยเขาตัวติดกับเธอตลอด

“ใช่ ตกลงเราไปหาชลกันนะ ผมคิดถึงพ่อเสือกับแม่จำเนียร ไหนจะเจ้าสองแสบพุกับหมอกด้วย” อิลฟรานกล่าวถึงพ่อแม่ของรยาพรและลูกชายทั้งสองซึ่งได้บรรดาศักดิ์จากผู้เป็นพ่อ ชลธารนั้นมียศเป็นหม่อมราชวงศ์ ลูกชายสองคนเลยได้ยศหม่อมหลวงจากผู้เป็นพ่อ

พิมพ์ลดาพยักหน้าตกลง ยอมรับว่าอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แม้อีกวันเดียว พอคิดถึงพ่อขึ้นมาทีไรก็อยากแต่จะร้องไห้ลูกเดียว คราวที่เสียแม่ไปเธอจำได้ว่าร้องไห้เป็นเดือนๆ แต่ตอนนั้นมีพ่อคอยปลอบ กระบอกตาหญิงสาวร้อนขึ้นยามคิดถึงคนที่จากไป เธอหวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยารักษาบาดแผลในใจ หวังอย่างที่สุด!

 

การเดินทางจากเชียงใหม่มาปากช่องเป็นไปด้วยความราบรื่น อิลฟรานนำรถที่บ้านเธอออกมาใช้ ทั้งเธอและเขาเดินทางด้วยรถยนต์ ตอนแรกพิมพ์ลดาออกความเห็นว่าควรเดินทางด้วยเครื่องบิน จากนั้นค่อยโทร. ให้คนขับรถที่วังกุลวารีมารับไปส่งที่ปากช่อง แต่อิลฟรานค้าน บอกอยากขับรถกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ

บ้านอดีตผู้ใหญ่เสือยังคงเหมือนเดิม ต่างตรงที่ต้นไม้รอบบ้านสูงใหญ่ร่มรื่นขึ้น เด็กชายสองคนที่เล่นอยู่ใต้ถุนบ้านลุกขึ้นมายืนมองหลังจากรถคันงามเคลื่อนเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน สองแสบที่อิลฟรานกล่าวถึงกำลังฉีกยิ้มกว้าง เมื่อเห็นว่าใครลงจากรถ อิลฟรานยอบตัวรับเด็กชายวัยสองขวบที่ถลาวิ่งเข้ามาหา โดยมีอีกคนเดินเตาะแตะต้วมเตี้ยมตามผู้เป็นพี่มา

“ยุงอิลลล” หม่อมหลวงชลนทีหรือน้ำพุจอมแสบเรียกชายหนุ่ม หม่อมหลวงชลาชลที่เพิ่งเดินมาถึงตบมือหัวเราะเอิ้กอ้ากเมื่อเห็นผู้เป็นพี่อยู่ในอ้อมกอดคุณลุงตัวสูงใหญ่ อิลฟรานยอบตัวอุ้มเด็กชายขึ้นด้วยแขนอีกข้างหนึ่ง มือน้อยๆ เปื้อนดินแปะเข้าที่แก้มสากของชายหนุ่ม

“ว่าไงหมอกจอมแสบ ยังพูดเหมือนพี่เขาไม่ได้เหรอ” มีเสียงอ้อแอ้รับมาอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ไม่แปลกที่เด็กชายทั้งสองดูคุ้นกับอิลฟราน นั่นเป็นเพราะเขาติดต่อกับชลธารบ่อยครั้งโดยใช้การสื่อสารที่เผยให้เห็นหน้าค่าตากัน

“ยุงไหนของฝาก” ชลนทีวัยสองขวบที่พูดเก่งถามหาของฝากจากคุณลุง แม้ไม่ได้มาบ่อยแต่ได้พูดคุยกันบ่อย และที่สำคัญชายหนุ่มฝากของเล่นมาให้หลานๆ ทุกเดือน

“เดี๋ยวตามมา พ่อกับแม่เราไปไหนล่ะ คุณตาคุณยายด้วย” อิลฟรานถามเมื่อเห็นแต่พี่เลี้ยงที่ยกมือไหว้แล้วถอยไปยืนห่างๆ

“โน่นนน” โน่น...ของเด็กชายคือชี้ไปยังสวนหลังบ้าน

“ให้คนไปบอกแล้วค่ะคุณ” พี่เลี้ยงเด็กบอก ไม่นานชลธารและคนอื่นๆ ก็เดินขึ้นเรือนมาพบแขก พิมพ์ลดาถลาเข้ากอดจำเนียรทันทีที่อีกฝ่ายกางแขน ความจริงชลธารและครอบครัวตั้งใจเดินทางไปเชียงใหม่ ถึงไม่ได้ฌาปนกิจศพของไกรสุข ทั้งหมดก็อยากไปให้กำลังใจหญิงสาว แต่โดนอิลฟรานสกัดเอาไว้เสียก่อน โดยบอกจะพาเธอมาพักผ่อนที่นี่เอง

“อย่าเสียใจเลยนะลูก พ่อเขาไปดีแล้ว” จำเนียรโอบกอดร่างน้อยที่สั่นเทาเอาไว้ เสือเองก็เข้าไปกอดหญิงสาวอีกด้าน

“อย่าโทษตัวเองเลยนะลูก พ่อเราเขารักเราและคงไม่อยากเห็นลูกสาวร้องไห้อย่างนี้” แม้ไม่เคยพบปะกับไกรสุขเป็นการส่วนตัว แต่เสือเชื่อว่าอีกฝ่ายคงรักลูกสาวคนเดียวมาก

อิลฟรานมองหญิงสาวที่เอาแต่ร้องไห้ ชลธารเข้ามาใช้มือตบบ่าเพื่อน เขารู้ดีว่าอิลฟรานคิดอย่างไรกับพิมพ์ลดา ตอนแรกเขาสั่งให้น้องสาวอย่างชลาลัยขัดขวางด้วยซ้ำ เพราะรักและเอ็นดูพิมพ์ลดาประหนึ่งน้องสาวแท้ๆ แต่พอสองปีให้หลังเขาถึงกับยอมล่าถอย และให้กำลังใจอีกฝ่ายอยู่เงียบๆ

“ให้คนทำความสะอาดบ้านไว้รอแล้ว นายจะพักหลังเล็กหรือหลังใหญ่”

“ขอบคุณ ฉันพักหลังใหญ่ดีกว่า” อิลฟรานขอบคุณและเลือกที่จะพักบ้านหลังใหญ่นั่นเพราะ บ้านหลังเล็กนั้นเดิมทีเป็นบ้านของหม่อมเจ้านทีบิดาของชลธาร

“จริงๆ ให้พี่ลดาพักที่บ้านกับพ่อแม่ก็ได้นะคะ” รยาพรแนะ เห็นท่าทางร้องไห้เสียใจของพิมพ์ลดาแล้วเธออยากให้พ่อกับแม่ช่วยปลอบด้วย

“ไม่เป็นไรหรอก พี่ดูลดาได้” ชลธารเห็นด้วยกับเพื่อน ไม่แน่คราวนี้อิลฟรานอาจขยับก้าวข้ามเส้นความสัมพันธ์ที่หญิงสาวขีดคั่นเข้าไว้ก็ได้

 

บริเวณ บ้านสายน้ำ แต่เดิมทีมีบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ทว่าตอนนี้มีบ้านสองชั้นอีกหลังซึ่งใหญ่กว่าปลูกสร้างอยู่ใกล้ๆ กัน ด้านหลังของบ้านมีระเบียงทอดยาวมองเห็นวิวด้านหลังซึ่งเป็นป่าเขาและลำธาร ดอกพะยอมต้นใหญ่ซึ่งขึ้นอยู่ด้านหลังส่งกลิ่นหอม พาให้ผู้มาพักผ่อนคลาย พิมพ์ลดายังคงนั่งเหม่อลอย ตั้งแต่มาถึงเธอก็เอาแต่นั่งทอดสายตามองวิวทิวทัศน์ด้านหลัง อิลฟรานได้แต่ถอนหายใจ และคิดว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่พาเธอมาที่นี่ หากยังอยู่ที่เชียงใหม่ นอกจากนั่งเหม่อคงไม่แคล้วต้องร้องไห้อยู่เป็นพักๆ

น้ำตา ของหญิงสาวทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก อิลฟรานบอกตัวเองอยู่อย่างนั้น เขารับมือกับท่าทางเหม่อลอยได้ แต่รับมือกับน้ำตาของเธอไม่ได้ เห็นแล้วมันเจ็บปวดไปด้วย เกิดความรู้สึกตึงๆ อึนๆ จนคิดอะไรไม่ออก ชายหนุ่มเดินเข้าไปสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลัง ถ่ายทอดความอบอุ่นให้คนร่างน้อย ดีใจที่เธอไม่ได้ขัดขืน กลับเอนตัวลงซบกับอกกว้าง แม้ว่ายังทิ้งสายตาเหม่อลอยไปตรงหน้าก็ตามที

“เย็นนี้อยากกินอะไรครับ” กระซิบถามเสียงแผ่วเบาตรงข้างหู

“อะไรก็ได้ค่ะ” เธอตอบทั้งที่ยังเหม่อลอยไปด้านหน้า

“หือ...อะไรก็ได้เป็นชื่ออาหารไทยภาคไหนกัน ทำไมผมไม่เคยได้ยิน” คนตัวโตถามเสียงกลั้วหัวเราะ ทั้งที่ในใจมีความรู้สึกขื่นขมไปกับเธอด้วย

พิมพ์ลดายิ้มเล็กน้อย ตวัดสายตามาที่เขา นั่นทำให้อิลฟรานใจชื้น

“อะไรก็ได้ที่อิลอยากทำให้ลดากิน” ประโยคนั้นทำให้ชายหนุ่มเปิดยิ้มกว้าง อิล กับ ลดา มาแล้ว ไชโย...

“งั้นผมจะทำอะไรก็ได้ง่ายๆ ให้ลดากินนะ ต้มยำปลากะพง ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ผัดเผ็ดหมูป่า ผัดคะน้าปลาเค็ม ยำหอยนางรม ลาบปลาดุก น้ำพริกอ่อง”

คนฟังตวัดค้อนให้เป็นรางวัล “ง่ายไปแล้วค่ะ อยู่สองคนทำแค่สองอย่างก็พอแล้ว”

อยู่สองคน...ทำให้อิลฟรานหัวใจพองโต เมื่อไหร่กันหนอ...เขาและเธอจะได้อยู่สองคนด้วยกันจริงๆ เสียที อิลฟรานผละไปเข้าครัว ก่อนไปชายหนุ่มฉวยโอกาสสูดหอมแก้มเนียนนุ่มของหญิงสาว เสียงต่อว่าต่อขานแกมชมทำให้ชายหนุ่มหัวเราะอย่างแช่มชื่นหัวใจ

...ไอ้ปื๊ดดด ผู้หญิงอะไรชอบ ชม ให้เขา หวั่นไหว อยู่เรื่อยเลย!

 

อาหารอร่อยๆ ทำให้พิมพ์ลดาลืมความโศกเศร้าไปชั่วขณะ เธอไม่แปลกใจที่อิลฟรานสามารถทำอาหารไทยได้สารพัด เพราะรู้ดีว่าเขาเรียนทำอาหารไทยเมื่อสองปีที่แล้ว หลังจากนั้นเขาก็ให้เธอและเชวงเป็นคนชิมมาโดยตลอด ด้วยการมาทำอาหารเช้าให้กินสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง

“อร่อยมากกก” หญิงสาวลากเสียงยาวบอก ทำให้คนทำยิ้มกว้างขึ้นจนปากแทบฉีกถึงหูเลยทีเดียว แถมหน้ายังบานยิ่งกว่าจานดาวเทียมเสียอีก

“ผมทำให้ลดากินทุกวันก็ได้นะ ถ้าลดาต้องการ” เขาเสนอตัวเองให้เธออย่างออกนอกหน้า

“ไม่ล่ะ คุณงานยุ่งจะตาย แค่ที่มาเป็นเพื่อนนี่ก็เกรงใจจะแย่แล้ว” พูดถึงตรงนี้หญิงสาวก็น้ำตาคลอ “ขอบคุณนะอิล ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกัน ถ้าไม่มีคุณ...ป่านนี้ลดาจะเป็นไงก็ไม่รู้” อิลฟรานกุมมือหญิงสาวเอาไว้

“ไม่เอาน่าอย่าร้องไห้ อย่าลืมสิว่าผมเป็น เพื่อนลดา” ...เพื่อน ตอนนี้อิลฟรานยอมรับสถานะนั้นอย่างหมดหัวใจ แค่ให้เธอหายเศร้า เขายอมเป็นอะไรก็ได้ในโลกนี้!

“ใช่ค่ะ คุณเป็น เพื่อนที่ดี มากๆ ของฉัน”

อิลฟรานพยักหน้ารับอย่างปวดแปลบในอกเล็กน้อย เอาเถอะ...รอให้ช่วงนี้ผ่านพ้นไปก่อน เขาจะขอเธอเป็นแฟนอีกครั้ง

 


เค้าเปิดจองนิยายแล้วนะรู้ยัง? ^^

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #493 Love Have (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:15
    หลงเสน่ห์อิลเข้าอย่างจังเลยค่ะ  ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้น่ารักไปหมด  ทั้งเอาใจเก่ง  ทำอาหารก็เก่ง  แถมยังรักและเป็นห่วงเพื่อนที่คิดไปไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อนอย่างลดา  อย่างจริงใจ  จนคนเข้ามองเห็นหมดว่าอิลคิดยังไงกับลดา  ใช่ว่าลดาจะมองไม่เห็นเพียงแต่เธอมองข้ามไปและไม่ยอมเปิดใจให้เขา  เธอกลัวอะไรนะลดา  หรือว่ากลัวหัวใจตัวเองค่ะ
    #493
    0
  2. #36 wan_c (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 10:23
    หนังสือจะมีเป็นebookไหมค่ะ
    #36
    0
  3. #35 ตำตา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 00:00
    พี่ปื้ดดดดดดดดดดด
    #35
    0
  4. #34 Phairin Sukaeo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2558 / 22:27
    555 พี่ปี๊ดสู้ๆๆ
    #34
    0