หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 3 : ๓... ขจีจิตต์-ขวัญดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    12 ม.ค. 58




บทที่ 3

ขจีจิตต์ – ขวัญดาว

...พ่อป่วย ขวัญดาวอีเมลบอกเธอว่าอย่างนั้น ทันทีที่ถึงบ้านนายเพิ่มคนขับรถของบิดาก็พาเธอมาที่วัด พิมพ์ลดานั่งสะอื้นอยู่หน้าโลงศพของไกรสุข โดยมีแม่เลี้ยงอย่างขจีจิตต์นั่งก้มหน้าร้องไห้อยู่ใกล้ๆ กัน อิลฟรานที่นั่งช้อนหลังหญิงสาวเหลือบมองแม่เลี้ยงของพิมพ์ลดาอยู่บ่อยๆ หญิงคนนั้นร้องไห้ก็จริง แต่สายตาที่มองมาทางลูกเลี้ยงยามเผลอนั้นเจือรอยสะใจอยู่ไม่น้อย

“พ่อเขาป่วยกระเสาะกระแสะตั้งแต่เราหนีไปเมืองนอกครานั้นแหละ โรงงานที่กรุงเทพก็ต้องขายทิ้งเพราะเขาทำต่อไม่ไหว ไม่มีกำลังใจจะทำอะไร ก็ลูกสาวหนีไปทั้งคนแถมหลายปีมานี่ก็ไม่เคยกลับมาเยี่ยมดูดำดูดีกันสักครั้ง”

วาจาของขจีจิตต์เหมือนเข็มแหลมนับพันทิ่มลงกลางใจพิมพ์ลดา  หญิงสาวเหลือบตามองแม่เลี้ยงที่แสร้งนั่งร้องไห้เสียอกเสียใจแต่สาดคำพูดให้ร้ายเธอทุกคำ ขจีจิตต์ยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน นับแต่วันแรกที่ย่างก้าวเข้ามาในบ้าน ผู้หญิงคนนี้ก็จ้องทำลายเธอ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

พิมพ์ลดาละสายตาจากแม่เลี้ยงหันไปมองรูปหน้าศพ ...พ่อเธอตายแล้ว พ่อไกรของหนูดาตายแล้ว ในอกหญิงสาวคร่ำครวญแต่ประโยคนี้ พ่อที่เป็นพระในใจตายจากไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ล่ำรากัน ความทรงจำหลากหลายไหลวนเข้ามาในหัวพร้อมๆ กับที่ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา เธอยังจำได้ว่าพ่อใจดีขนาดไหน พ่อรักแม่ รักเธอ กระทั่งแม่เสียไปเพราะอุบัติเหตุ ...พ่อเปลี่ยนไป พ่อไกรที่เคยบอกรักหนูดากลายเป็นคนอื่น พ่อกินเหล้าและออกเที่ยวเตร่ แค่ไม่กี่เดือนก็พาภรรยาใหม่เข้ามาอยู่ในบ้าน

ทุกอย่างเปลี่ยนไปตั้งแต่แม่ตาย

ราวกับความตายของแม่ได้พรากความสุขทั้งหมดในชีวิตเธอและพ่อไปด้วย!

พิมพ์ลดาเคยบอกตัวเองอย่างนี้ แต่เมื่อเติบโตขึ้นเธอถึงได้รู้ว่า...ทุกอย่างเปลี่ยนไปตั้งแต่ขจีจิตต์และขวัญดาวเข้ามาอยู่ในบ้าน ก่อนหน้านั้นถึงพ่อจะกินเหล้าและเที่ยวเตร่ พ่อก็ไม่เคยด่าว่าเธอ ไม่เคยตบตี แต่พอสองคนแม่ลูกเข้ามา ทุกอย่างก็พังทลาย ครอบครัวที่เหลือกันสองคนพ่อลูกแตกระส่ำระสาย พิมพ์ลดาจำได้ว่าตั้งแต่ขจีจิตต์เข้ามาอยู่ในบ้าน ...เธอไม่เคยกอดพ่อ พ่อเองก็ไม่เคยกอดเธอ

“นี่ก็ตั้งสวดครบเจ็ดวันแล้ว พรุ่งจะเผาแล้วนะ” เสียงของขจีจิตต์แทรกเข้ามาในภวังค์ พิมพ์ลดาปล่อยให้มันผ่านเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาออกไป

 

“ผึ้งเหรอ นี่เราเองนะ ลดาน่ะ” พิมพ์ลดาเลี่ยงออกมาคุยโทรศัพท์ด้านนอกศาลา โดยมีอิลฟรานคอยตามมาห่างๆ ปลายสายส่งเสียงทักกลับทันที

“ลดาเหรอ ตอนนี้อยู่ไหน แกได้ข่าวพ่อไหม ฉันเพิ่งรู้วันนี้เอง” มธุกรคือเพื่อนสมัยเรียนมัธยมที่กรุงเทพของพิมพ์ลดา อีกทั้งเป็นคนที่หญิงสาวไหว้วานนำของฝากมาให้ไกรสุข

“อือ ตอนนี้ฉันอยู่เชียงใหม่แล้ว น้าขจีเขาจะเผาพ่อพรุ่งนี้” ท้ายประโยคเสียงเธอสั้นเครืออย่างสะเทือนใจ “ผึ้ง...ทำไมแกไม่บอกฉันว่าพ่อป่วย ไหนจะเรื่องโรงงานที่พ่อขายต่ออีกล่ะ”

“ไม่ใช่ฉันไม่บอกแกนะลดา แต่ตอนที่ฉันเอาของฝากไปให้พ่อ พ่อไม่ได้ดูเหมือนคนป่วยเลย แล้วเรื่องโรงงานน่ะ พ่อเป็นคนขอร้องไม่ให้ฉันบอกแก พ่อไม่อยากให้แกเป็นกังวล ลดา...พ่อรักแกมากนะ” มธุกรตบท้ายอย่างที่ตัวเองได้สัมผัส ไกรสุขรักพิมพ์ลดามาก อีกทั้งไม่เคยขับไสให้ลูกสาวไปอยู่ที่อื่น เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดเพราะสองแม่ลูกมหาภัยนั่นมากกว่า ทุกครั้งที่นำของฝากจากพิมพ์ลดาไปให้ ไกรสุขจะทำหน้าปลาบปลื้มภาคภูมิใจในตัวลูกสาวเสมอ อีกทั้งเธอยังเคยได้ยินไกรสุขคุยฟุ้งถึงลูกสาวคนเดียวที่ไปเปิดห้องเสื้อที่อิตาลีอีกด้วย

“แต่น้าขจีบอกว่าพ่อป่วยตั้งแต่ฉันหนีไปอิตาลี” พิมพ์ลดาค้านเสียงแหบพร่า

“ไม่ใช่! อย่างที่ฉันเคยบอกแก พ่อไม่ได้เสียใจที่แกไปทำธุรกิจที่นั่น พ่อภูมิใจในตัวแกนะลดา ไม่มีทางที่พ่อจะป่วยเพราะเรื่องแกหรอก ถ้าจะให้มีเรื่องจริงๆ ก็คงเพราะสองแม่ลูกนั่น เชื่อฉันสิลดา เมื่อเดือนที่แล้วฉันเอาของฝากจากแกไปให้พ่อ พ่อยังหน้าตาสดชื่น คุยฟุ้งเรื่องแกอยู่เลย”

พิมพ์ลดาฟังความจากปากเพื่อนผ่านทางโทรศัพท์อย่างสับสน เธอไม่รู้จะเชื่อใครดีระหว่างขจีจิตต์กับมธุกร  เธอยอมรับว่าตอนนี้สับสนเป็นอย่างมาก อย่างที่มธุกรเคยบอกทุกครั้งที่โทร. ถามไถ่ถึงผู้เป็นพ่อหลังจากเพื่อนนำของฝากไปให้แล้ว มธุกรจะตบท้ายกับเธอทุกครั้งว่าพ่อรักและภาคภูมิใจกับเธอมาก หากแต่คำพูดของขจีจิตต์ก็รบกวนจิตใจเธอเหลือเกิน อีกทั้งยังมีข้อความในอีเมลที่ขวัญดาวขยันส่งให้เธออีกด้วย

ความสับสนทำให้หญิงสาวร้องไห้ไม่หยุด อิลฟรานตระกรองกอดร่างบอบบางเอาไว้  นัยน์ตาดำมืดเหมือนบ่อน้ำลึกยามเหลือบไปเห็นขจีจิตต์ยืนเกาะกลุ่มกับหญิงวัยเดียวกัน ท่าทางป้องปากกระซิบและปรายหางตาเหยียดหยามทำให้เขาเดือดจนถึงขีดสุด กระนั้นก็ต้องหักห้ามอารมณ์ตนเอาไว้ ไม่ให้ถลันเข้าไปบีบคอผู้หญิงคนนั้น ค่าที่ทำให้คนสำคัญของเขาต้องเจ็บปวด

“อย่าเสียใจไปเลยนะลดา คุณยังมีผมอยู่ทั้งคน” พิมพ์ลดาสะอื้นกับอกกว้าง หญิงสาวกอดเขาแน่นราวกับต้องการยึดเอาไว้เป็นหลักพักพิง

“พ่อตายแล้วอิล พ่อตายไปทั้งๆ ที่ฉันกับพ่อยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน ฉัน...เป็นคนเลว เป็น...ลูกอกตัญญู” หญิงสาวปล่อยโฮเสียงดัง

“ไม่ใช่ คุณเป็นลูกที่ดี คุณฝากของมาให้พ่อทุกเดือน ผมจำได้ว่าคุณเคยให้เงินพ่อด้วย แต่พ่อไม่เอาส่งคืนกลับมาให้คุณ” อิลฟรานกระชับร่างน้อยแน่นขึ้น ซบหน้ากับกระหม่อมบาง “ไม่เอาน่า... พ่อกับคุณเข้าใจกันตั้งนานแล้ว พ่อไม่ได้ตายเพราะคุณ แล้วคุณก็ไม่ใช่ลูกอกตัญญูอะไรนั่นด้วย” มือหนาลูบแผ่นหลังเบาๆ คล้ายปลอบโยน “ลดาของผมน่ะใจดีจะตาย เป็นผู้หญิงอ่อนหวาน ถ่อมตัว ไม่ทำร้ายใคร ไม่มีวันเป็นคนเลวได้หรอก”

“ฉันเลว... ฉันหนีพ่อไปอยู่ที่อื่น ฉันไม่คุยกับพ่ออีกเลยตั้งแต่วันนั้น”

“แต่คุณก็ยังส่งของมาให้พ่อบ่อยๆ แล้วพ่อเองก็ภูมิใจในตัวคุณไม่ใช่เหรอ ไม่เอาน่าลดา อย่าใส่ใจคำพูดของคนอื่น คุณต้องเชื่อใจเพื่อนและเชื่อในความรักของพ่อคุณสิ พ่อรักคุณและภูมิใจในตัวคุณนี่คือความจริง”

“ความจริง...” หญิงสาวทวนเสียงเครือจัด แหงนหน้าสบตาสีสนิมที่เจือรอยห่วงใยอย่างไม่ปกปิด ใช่สิ... หากนั่นคือความจริง แล้วพ่อเธอตายด้วยสาเหตุใด พิมพ์ลดาเริ่มตั้งสติ ตั้งแต่รู้ว่าพ่อตายและมาที่วัดเธอก็เอาแต่ร้องไห้ โทษตัวเองไปสารพัด อีกทั้งยังคอยใส่ใจเอาคำพูดของขจีจิตต์มาบั่นทอนจิตใจจนลืมถามหาสาเหตุที่พ่อตาย

“ใช่ความจริง พ่อคุณรักคุณ ภาคภูมิใจในตัวคุณ คุณกับพ่อไม่เคยโกรธกัน”

“ไม่” พิมพ์ลดาส่ายหน้า “ฉันหมายถึงเรื่องสาเหตุที่ทำให้พ่อตายค่ะ”

“หือ...” อิลฟรานเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะหรี่ตาจ้องใบหน้างามที่เจิ่งนองด้วยหยาดน้ำตา “คุณกำลังจะบอกว่าคุณสงสัยการตายของพ่อเหรอลดา” เขาไม่ได้เข้าใจผิดไปใช่ไหม เธอกำลังคิดว่าการตายของบิดามีเงื่อนงำอย่างอื่นอย่างนั้นหรือ

“ฉันไม่รู้ค่ะอิล” หญิงสาวบอกตามตรง “แต่จากที่ยายผึ้งพูด พ่อไม่ได้ป่วย พ่อไม่ได้เสียใจหรือตรอมใจเรื่องฉัน แต่แล้วทำไมน้าขจีเขาพูดเหมือนกับว่าฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อตายล่ะคะ”

 

พิมพ์ลดาไม่ได้รับคำตอบจากความสงสัยของตน จวบจนเวลาล่วงเข้าวันใหม่ อิลฟรานรบเร้าหญิงสาวให้กลับไปนอนพักผ่อนที่บ้าน แต่เธอยืนกรานจะอยู่เป็นเพื่อนพ่อ ทำหน้าที่ลูกเป็นครั้งสุดท้าย พ่ออยู่วัดคนเดียวอาจเหงา หากเป็นอย่างที่มธุกรพูด พ่อต้องคิดถึงเธออย่างที่เธอมักคิดถึงพ่อเสมอแน่ๆ

“มีคนคอยเฝ้าอยู่ ผมว่าลดากลับไปนอนที่บ้านเถอะนะ อย่าทรมานตัวเองเลย” อิลฟรานยังไม่ละความพยายาม

“แต่ฉันอยากอยู่เป็นเพื่อนพ่อนี่คะ ให้ฉันนอนที่นี่เถอะอิล”

“ไม่เอาน่า นอนได้ยังไง เดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี พรุ่งนี้ลดายังต้องรับแขกอีกวันนะ กลับไปพักที่บ้านเถอะนะ”

“คุณหนูดากลับไปนอนที่บ้านเถอะครับ เดี๋ยวผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณท่านให้เอง” นายเพิ่มที่ฟังสองหนุ่มโต้เถียงกันเป็นภาษาอังกฤษอยู่นาน โดยที่แปลไม่ออกขัดขึ้น

พิมพ์ลดาหันมาทางนายเพิ่ม

“ลุงเพิ่ม”

“ครับคุณหนูดา”

“ก่อนพ่อจะตาย พ่อป่วยหรือเปล่า”

“ไม่ครับ คุณท่านแข็งแรงดี” คนฟังขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

“แล้วเรื่องที่พ่อขายโรงงานล่ะ ลุงเพิ่มรู้เรื่องไหม”

นายเพิ่มเป็นคนเก่าแก่ของไกรสุข เห็นกันมาตั้งแต่ยังเล็กเพราะพ่อแม่เพิ่มเป็นคนสนิทของพ่อไกรสุข ครอบครัวนายเพิ่มรับใช้ครอบครัวของไกรสุขมานานจนรู้เรื่องราวภายในครอบครัวไกรสุขไม่น้อย

“คุณท่านทำไม่ไหวครับ ท่านเคยบอกว่าไม่มีลูกชายสืบทอด แล้วลูกสาวอย่างคุณลดาก็ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักแล้ว ท่านเลยขายให้เพื่อนกันไปครับ ท่านภูมิใจในตัวคุณหนูมากนะครับ” นายเพิ่มตบท้ายเสียงหนักแน่น พิมพ์ลดาฟังแล้วสะท้อนอยู่ในอก

“แล้วคุณพ่อตายเพราะอะไร น้าขจีบอกลดาว่าพ่อตายเพราะตรอมใจเรื่องลดา”

            “ไม่มีทางครับ คุณท่านไม่ได้ตายเพราะตรอมใจเรื่องคุณหนู ท่านภูมิใจในตัวคุณหนูดายิ่งกว่าอะไร คนในบ้านต่างรู้ดี สูทที่คุณลดาส่งมาให้ท่านใส่ออกงานไม่ซ้ำกันเลย ท่านคุยฟุ้งไปทั่วเชียงใหม่ว่าลูกสาวไปเปิดร้านที่อิตาลี คุยว่าลูกสาวออกแบบ เพื่อนๆ กันเขารู้เรื่องนี้กันทั้งนั้น”

เหมือนอย่างที่มธุกรบอกไม่มีผิด แล้วจู่ๆ พ่อเธอมาด่วนจากไปด้วยสาเหตุใด

“ทางโรงพยาบาลบอกหรือเปล่าว่าพ่อตายเพราะอะไร”

“ไม่ได้ไปโรงพยาบาลหรอกครับ คุณท่านหลับไปเฉยๆ คุณขจีเธอเดินเรื่องเอง บอกปัดๆ ว่าท่านหัวใจล้มเหลว แม่ผมท้วงแล้วนะครับว่าให้คุณขจีพาคุณท่านไปส่งโรงพยาบาล แต่คุณขจีเธอขัดบอกคุณท่านเสียชีวิตโดยธรรมชาติ แล้วก็เรียกเพื่อนที่เป็นหมอมาดูและลงความเห็นกันว่าท่านหัวใจวาย”

ได้อย่างไร... ขจีจิตต์ทำอย่างนั้นได้อย่างไร คนตายทั้งคน ไม่ว่าจะตายด้วยสาเหตุอะไรก็ต้องส่งศพไปโรงพยาบาลก่อนสิ

“น้าขจีทำแบบนั้นได้ยังไง” เธอแหว

“ผมก็ไม่รู้หรอกครับคุณหนู คุณขจีเธอกว้างขวาง มีเพื่อนเป็นหมอเป็นทนายเยอะแยะไปหมด ขนาดว่าเพิ่งย้ายมาเชียงใหม่แค่สองปี”

พิมพ์ลดานิ่งเงียบไปนาน จนกระทั่งอิลฟรานสะกิดบอกให้เธอกลับไปพักผ่อนที่บ้านอีกครั้ง

“กลับไปพักผ่อนเถอะนะลดา พรุ่งนี้ค่อยมาแต่เช้านะ คุณอย่าทำให้พ่อเป็นห่วงสิ” ชายหนุ่มเอาคนตายมาอ้าง ขจีจิตต์กลับไปตั้งแต่ยังไม่สามทุ่มดีด้วยซ้ำ อ้างว่าเหนื่อยเพลียจะกลับไปพักผ่อน เขาช่วยพิมพ์ลดาส่งแขกอย่างเงอะงะ เพราะไม่รู้จักธรรมเนียมไทยดีนัก สายตาหลายคู่ที่มองก่อนกลับทำให้อิลฟรานเข้าใจว่าทุกคนสงสัยว่าเขาเป็นใคร แต่เรื่องอะไรเขาจะเอ่ยปากอธิบายให้เมื่อย ในเมื่อทุกคนเข้าใจไปในทิศทางที่เขาต้องการอยู่แล้ว

ชายหนุ่มคิดโดยไม่รู้ว่า...สิ่งที่ผู้คนคิดมันไปไกลกว่านั้น

 

รุ่งเช้าขจีจิตต์แทบกรีดร้องอย่างขัดใจ เมื่อพิมพ์ลดาลุกขึ้นมาประกาศจะส่งศพไกรสุขให้นิติเวชผ่าพิสูจน์ศพหาสาเหตุการเสียชีวิต พิมพ์ลดาไม่รู้ว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน แต่ในฐานะลูกเธอก็อยากทำให้ดีที่สุด เธออยากรู้ว่าพ่อหัวใจวายจริงไหม หรือจะเสียชีวิตเพราะสาเหตุอื่น ดีที่ศพพ่อถูกวางไว้ในโลงเย็นและไม่ได้ฉีดฟอร์มาลีนเพราะขจีจิตต์ตั้งใจจะเผาให้เร็ววัน นายเพิ่มแอบกระซิบบอกว่าจริงๆ แล้วขจีจิตต์จะเผาร่างพ่อก่อนเธอจะมาถึงด้วยซ้ำ หากญาติๆ ไม่ห้ามเอาไว้

“แกเป็นบ้าอะไรนังลดา พี่ไกรจะไปสบายแกยังขวางได้หรือแกอยากให้พ่อแกตกนรกหมกไหม้อย่างตอนมีชีวิตอยู่ ตอนอยู่ลูกไม่มาดูดำดูดี ตายไปแล้วยังจะรั้งให้หมอผ่าพิสูจน์ศพอีก แกนี่มันลูกอกตัญญูจริงๆ นังลดา” ขจีจิตต์ด่ากราดไม่ไว้หน้าหญิงสาวซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกเลี้ยง

“ลดาแค่อยากทราบสาเหตุการตายของพ่อชัดๆ เท่านั้นค่ะ” หลังจากพักผ่อนมาสี่ห้าชั่วโมงพิมพ์ลดาก็พอตั้งสติลุกขึ้นมาจัดการเรื่องพ่อได้ เธอแค่อยากได้ความชัดเจน ไม่ใช่รับรู้ว่าพ่อหลับแล้วตายไปเฉยๆ

“พ่อแกเป็นโรคหัวใจ ก่อนวันตายไม่ได้กินยาเลยหัวใจวายตาย แล้วที่พี่ไกรต้องเป็นโรคนี้ก็เพราะแกนั่นแหละ”

พ่อเป็นโรคหัวใจ... นี่เป็นอีกเรื่องที่พิมพ์ลดาเพิ่งรู้ แน่นอนว่าเธอไม่รู้ มธุกรก็คงมีสิทธิ์ไม่รู้ด้วย แต่...ผู้คนในบ้านต้องรู้

“ยายรุ่งทราบเรื่องคุณพ่อเป็นโรคหัวใจไหมคะ” รุ่งรัตน์แม่ของเพิ่มส่ายหน้า

“ไม่รู้ค่ะคุณหนู แต่เคยเห็นคุณท่านไปโรงพยาบาลบ่อยๆ”

“นั่นแหละ คุณไกรไปรับยา คนใช้อย่างพวกแกไม่รู้ก็ไม่แปลก เรื่องของเจ้านายขี้ข้าไม่เกี่ยว” ขจีจิตต์สอดปากพูดขึ้นทันที รุ่งรัตน์และคนอื่นๆ เลยได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาเหยียดหยามของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านาย

“งั้นอีกไม่กี่วันก็คงรู้กันว่าพ่อตายเพราะโรคประจำตัวจริงหรือเปล่า ถ้าน้าขจีรีบเพราะอยากเปิดพินัยกรรม ลดาขอแนะนำว่าให้ระงับใจรอสักหน่อยเถอะ ยังไงก็ต้องเปิดอยู่ดี เพราะพ่อไกรของลดาตายไปแล้ว ลดาแค่ส่งศพพ่อไปตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตาย ไม่ได้ส่งไปให้หมอผีปลุกเสก ให้พ่อลุกขึ้นมาชี้ว่าใครเป็นคนฆ่าหรอกค่ะ” พูดจบเธอก็คว้าข้อมือคนผิวเข้มที่ยืนฟังอย่างเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างออกไปจากห้อง ทิ้งให้ขจีจิตต์กรีดร้องด่าไล่หลังอย่างเสียๆ หายๆ

 

พ้นจากขจีจิตต์ พิมพ์ลดาและอิลฟรานก็ต้องเผชิญหน้ากับขวัญดาว เมื่อวานพิมพ์ลดาไม่ได้เจอขวัญดาวเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ไปที่วัด ขวัญดาวกำลังตวัดสายตามองหญิงสาวสลับกับชายหนุ่มผิวคล้ำหากแต่มีหุ่นสมาร์ทและใบหน้าหล่อเหลาคมคายเสียจนต้องมองแล้วมองอีกอย่างไม่เชื่อว่าพิมพ์ลดาจะหาแฟนหล่อได้ขนาดนี้ ผู้ชายที่ยืนช้อนหลังพิมพ์ลดามีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำหากแต่ดูดี เขามีคิ้วเข้มที่พาดกับดวงตาคมดุสีสนิม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูป

...หล่อมากกก ขวัญดาวกรีดร้องในใจ

“กลับมาแล้วเหรอ” ขวัญดาวทักขึ้นก่อน เมื่ออีกฝ่ายมีท่าทีเหมือนไม่ต้องการสนทนากับเธอ

“ก็เห็นอยู่”

อิลฟรานที่พอฟังภาษาไทยออกบ้างหลังจากเรียนมาจากชลาลัย เชวงและพิมพ์ลดาเลิกคิ้วเมื่อเจอปฏิกิริยาตอบรับของสาวหวานร่างเล็ก ใช่ว่าเขาแปลกใจ หากแต่ไม่คุ้นชินกับอากัปกิริยากวนๆ หยิ่งๆ นี้สักเท่าไหร่ พิมพ์ลดาที่เขารู้จักมักชอบหลบตา พูดน้อย นิสัยอ่อนหวาน ไม่เคยโกรธใคร (ยกเว้นเขา) อิลฟรานรู้ตั้งแต่ทีแรกที่พบกันว่าสิ่งเหล่านั้นคือเกาะกำบัง ไอ้นิสัยพูดน้อย ชอบแต่งตัวเชยๆ ปล่อยให้หน้าตัวเองจืดแบบไร้เครื่องประทินโฉมคือเปลือกนอกที่หญิงสาวต้องการให้คนอื่นพบเห็นและตัดสินเธอได้ในทันที

ขวัญดาวยักไหล่ไม่แยแสท่าทางเย่อหยิ่งของอีกฝ่าย

“เกือบมาไม่ทันเผาพ่อสินะ นี่คงจะหลงระเริงกับผัวฝรั่งอยู่สิท่า” พิมพ์ลดาหน้าร้อนทั้งโกรธทั้งอายกับวาจาใส่ร้ายของคนตรงหน้า ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ชี้แจงให้เปลืองน้ำลาย

“ที่มาไม่ทันไม่ใช่เพราะหลงผัว แต่เพราะไม่มีคนบอกต่างหากล่ะ จะให้ชี้ตัวไหมว่าใครที่ไม่ยอมบอก” พิมพ์ลดาย้อนทันควัน

“นังลดา!” ขวัญดาวจิกเรียกอีกฝ่ายทันทีเหมือนกัน เธอเกลียดพิมพ์ลดาอย่างเข้าไส้ ตั้งแต่วันแรกที่เหยียบย่ำเข้ามาในครอบครัวนี้เลยก็ว่าได้ การที่มีพ่อแท้ๆ ไม่เอาอ่าว พอมาเจอพ่ออย่างไกรสุขมันทำให้เธออดอิจฉาพิมพ์ลดาไม่ได้ นั่นเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เธอคอยหาเรื่องใส่ร้ายพิมพ์ลดา จนเรื่องราวลุกลามใหญ่โตกระทั่งอีกฝ่ายหนีไปอยู่ต่างประเทศ

พิมพ์ลดาถอนหายใจกับท่าทางเป็นเดือดเป็นแค้นของอีกฝ่าย ไม่รู้เธอไปทำกรรมกับสองแม่ลูกนี้ไว้แต่ชาติปางไหน ถึงได้ตามมาจองล้างจองผลาญกันในชาตินี้

“ถ้าจะหาเรื่องชวนทะเลาะ เอาไว้เสร็จงานพ่อก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะเจียดเวลาให้เต็มที่เลย คราวนี้ไม่ได้เลือดฉันไม่กลับอิตาลี ...รับรอง!

ขวัญดาวผงะเมื่อเจอคำรับรองเสียงแข็งของอีกฝ่าย แววตาไม่ล้อเล่นทำให้หญิงสาวเชิดหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ  เธอรู้ว่าเธอผิดที่ไม่ยอมบอกเรื่องไกรสุขเสียชีวิต นั่นเป็นเพราะเธอกับแม่ไม่ต้องการให้หญิงสาวกลับมาทันร่วมงาน หากญาติของไกรสุขไม่ทักท้วงเอาไว้ก็คงไม่ทันอย่างที่เธอกับแม่ต้องการ ขวัญดาวคิดอย่างขัดใจ

 

พิมพ์ลดาส่งศพผู้เป็นพ่อถึงโรงพยาบาลแล้วก็ไปพบญาติที่วัด พ่อมีพี่สาวหนึ่งคน อาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ แต่เธอไม่ค่อยได้ติดต่อป้ามากนัก เพราะท่านเป็นคนสันโดษไม่วุ่นวายกับใคร ป้ากันยาเป็นสาวโสดไม่มีครอบครัว อยู่ตัวคนเดียวกับคนรับใช้สี่ห้าคน รายนั้นพอทราบว่าเธอส่งศพพ่อไปตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตายก็บอกเห็นด้วย แต่ก็ไม่วายต่อว่าต่อขานเรื่องที่เธอไม่กลับมาเยี่ยมพ่อ

“เราน่ะมันหัวรั้นเหมือนพ่อไม่มีผิด โกรธเคืองกันด้วยเรื่องอะไรถึงไม่ยอมมาเจอหน้ากันห้าปีเต็มๆ” กันยาต่อว่าหลานสาวเสียงไม่จริงจังนัก ด้วยรู้จากปากน้องชายเป็นประจำว่าลูกสาวส่งของมาให้เกือบทุกเดือน แม้ไม่ได้พูดคุยปรับความเข้าใจกัน แต่สองพ่อลูกก็ยังระลึกถึงกันเสมอ หล่อนเชื่ออย่างนั้นมาตลอด

“ลดาขอโทษค่ะป้า ลดารู้ตัวเมื่อสาย ถ้ารู้แต่แรกว่าเรื่องจะเป็นอย่างนี้ ลดาจะกลับมาอยู่กับพ่อ” เธอบอกเสียงเครือ

“เอาเถอะๆ เรื่องมันแล้วไปแล้ว พ่อเราก็ใช่จะโกรธเคืองเราซะที่ไหน เขาทั้งรักและภูมิใจในตัวเราจะตายไป” ป้าเป็นอีกคนที่ยืนยันว่าพ่อรักและภาคภูมิใจกับความสำเร็จของเธอ พิมพ์ลดาร้องไห้กับอกผู้เป็นป้า นึกเสียดายวันเวลาที่ผ่าน หากเธอย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะกลับมาหาพ่อ กลับมากราบขอโทษที่หนีไปอย่างนั้น

“ลดาเป็นลูกอกตัญญู พ่อไม่สมควรรักลดาเลย ดีแล้วที่พ่อตัดลดาออกจากกองมรดก” เธอพูดทั้งน้ำตา ไม่เสียดายทรัพย์สินเงินทองแม้แต่น้อย หากต้องแลกกับชีวิตผู้เป็นพ่อเธอก็จะแลก

...ขอแค่พ่อไกรของหนูดากลับคืนมา

“ไฮ้ ตัดเติดที่ไหน เรายังเป็นทายาทคนเดียวของพ่อเสมอ ถึงไม่มีโรงงานแล้ว แต่อย่าลืมนะว่าพ่อเรามีที่ทางและเงินที่ได้มาจากการขายโรงงาน เขากันไว้ให้เราทั้งหมดนั่นแหละ”

“แต่...” แม้จะแปลกใจแต่หญิงสาวก็อดค้านไม่ได้ ยังมีขจีจิตต์กับขวัญดาวอีก

“ไม่มีแต่ เรื่องสองแม่ลูกนั่นไม่ต้องห่วง คงได้เงินสดไปตั้งตัวบ้างล่ะ ป้าหวังว่าเราคงไม่ใจจืดใจดำคิดไม่ให้สักแดงหรอกนะ”

“เปล่าค่ะ ลดาแค่คิดว่าพ่อต้องยกทุกอย่างให้น้าขจีกับดาว”

“คิดบ้าๆ เขาเป็นคนนอก พ่อเราไม่มีทางเห็นเขาดีกว่าหรอก” พิมพ์ลดาฟังด้วยหัวใจปวดร้าว ป้าคงไม่รู้...ว่าพ่อเคยเข้าข้างคนเหล่านั้นมากี่ครั้งแล้ว บางทีเรื่องมรดกป้าอาจคิดไปเองก็ได้

“ช่างเถอะค่ะ เขาจะได้หรือไม่ได้ลดาไม่สนใจหรอก ตอนนี้ลดาอยากรู้อย่างเดียวว่าพ่อตายเพราะอะไร”

“อืม ป้าเองก็สงสัย นายไกรน่ะแข็งแรงยังกะควายถึก” ขณะพูดกันยาใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตา “จู่ๆ จะมาตายด้วยโรคหัวใจวายนี่ป้าไม่อยากเชื่อ แล้วก็ไอ้โรคนั่นเหมือนกัน ป้าเพิ่งรู้จากปากแม่ขจีว่าพ่อเราเป็นมาสองปีแล้ว”

“ลดาก็เพิ่งรู้ค่ะ ยายรุ่งกับคนอื่นๆ ในบ้านก็ไม่รู้นะคะป้า”

“เอ...เรื่องนี้มันชักยังไงๆ แล้วสิ เอาอย่างนี้ไหม” กันยาก้มลงกระซิบกับหลานสาว “ป้าให้คนมาช่วยสืบดีไหม ลูกเพื่อนป้าเป็นนายตำรวจ วานให้เขาสืบลับๆ ลดาว่ายังไง”

“ดีค่ะป้า ลดาเองก็ไม่อยากเชื่อว่าพ่อตายเพราะโรคประจำตัว” เธอเห็นด้วย พ่อไกรของเธอแข็งแรง ชอบออกกำลังกาย แม้หลังๆ จะดื่มเยอะและออกเที่ยวบ้าง แต่สุขภาพพ่อก็ดีมาโดยตลอด

พิมพ์ลดาบอกตัวเองว่าเธอต้องสืบรู้ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของผู้เป็นพ่อให้ได้!



ถึงไม่ใช่แนวสืบสวนสอบสวนแบบเต็มตัวแต่ก็มีบ้างเล็กๆ น้อยๆ นะคะ
เรื่องนี้เน้นอ่านง่าย น่ารัก มุ้งมิ้งตามแบบฉบับพี่ปื๊ด

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #492 Love Have (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:06
    น่าสงสัยเหมือนกันนะคะพี่พ่อลดาตายไปโดยไม่รู้สาเหตุ  หรือว่าจะมีเงื่อนงำอะไรที่ลดาไม่รู้  งานนี้คนอ่านเป็นกำลังใจให้ลดาหาสาเหตุการตายของพ่อให้ได้นะคะ  ลดาเธอต้องเข้มแข็งเอาไว้นะ  สู้ ๆ นะลดา
    #492
    0
  2. #53 แว่นใส (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 17:00
    เรื่องลับหลังเยอะนะเนี่ย
    #53
    0
  3. #33 ลูกหยก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 19:54
    ปิ๊ดมีคํ่แข่งไหมป่าว
    #33
    0
  4. #32 MooNa Narak (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 19:14
    เป็นแบบนี้ก้อดีค่ะ ชอบแนวประมาณนี้ ว่าแต่พี่ปื๊ดเราจะมีบทบาทยังไงคะ
    #32
    0
  5. #31 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 13:31
    ลดาสู้ๆไไปื้ดดูแลด้วย
    #31
    0
  6. #30 นินิน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 20:22
    สนุกค่ะ ช๊อบชอบ มีเรื่องให้ได้ตามลุ้นอีกแล้ว
    #30
    0