หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 20 : ๒๐...หวานอมขมกลืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,018
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    7 มี.ค. 58


หนังสือจองกันได้นะคะ
จัดส่ง 15 มีนาคม


ประกาศรายชื่อผู้โชคดีบทที่ 17-18-19-20

17 Ryoma_Rat

18 หมูหวาน

19 Love Have

20 Moiy
ส่งที่อยู่มาที่ Taksawaree_writer@hotmail.com นะคะ




20

หวานอม ขมกลืน

ขวัญดาวถูกคุมขังที่เรือนจำกลางจังหวัด พิมพ์ลดาแจ้งความจำนงและยื่นบัตรให้เจ้าหน้าที่ ระหว่างที่รอเธอก็ฟังอิลฟรานและกันยาผัดกันบ่นกระปอดกระแปดหาว่าเธอไม่ยอมเชื่อฟัง เธอพยายามอธิบายให้ทั้งสองคนฟังแล้วว่าขวัญดาวทำไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำโดยไม่ยอมไตร่ตรอง และท้ายที่สุดก็สำนึกผิด ที่เธอรอดมาได้เพราะขวัญดาวส่งข้อความไปหากันยา กระนั้นทั้งสองก็ทำหน้าบึ้งไม่ยอมรับฟัง จวบจนเจ้าหน้าที่เรียกให้เข้าไปพบผู้ต้องขัง อิลฟรานเป็นฝ่ายนั่งรอข้างนอก ปล่อยให้สองป้าหลานเข้าไปกันเอง เขายอมรับว่าทนเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว และเพื่อความปลอดภัยของนักโทษ เขารออยู่ข้างนอกฝ่ายนั้นจะปลอดภัยกว่า

“มาทำไม” คำถามนี้หลุดออกจากปากขวัญดาว ดังผ่านมาทางสายโทรศัพท์

“ฉันมาเยี่ยม” เธอตอบ กันยาที่นั่งข้างๆ ไม่ยอมพูด

“มาเยี่ยมหรือมาเยาะเย้ยกันแน่” ฝ่ายนั้นกำหูโทรศัพท์แน่น จ้องกันยาตาเขม็ง

“ดาว ที่ฉันมาเพื่อจะยืนยันว่าคนที่ฆ่าแม่เธอไม่ใช่ป้าของฉัน” พิมพ์ลดาพยายามใช้เหตุผลกับอีกฝ่าย กันยาได้ยินได้จึงค้อนขวับ ก่อนคว้าหูโทรศัพท์เอาไปพูดเอง

“นี่เธอจะบ้าหรือไง ฉันไปฆ่าแม่เธอตอนไหนกันนังเด็กบ้า”

“แกไม่ต้องมาปฏิเสธ แกนั่นแหละที่เป็นคนสั่งฆ่าแม่” ขวัญดาวทั้งกล่าวว่าทั้งสะอื้น เห็นได้ชัดว่าการถูกส่งเข้าเรือนจำทำให้หญิงสาวเป็นทุกข์มากขึ้น พิมพ์ลดาโคลงศีรษะ ดึงโทรศัพท์กลับคืนมา โดยไม่สนใจท่าทางค้อนของผู้เป็นป้า

“ดาวฟังฉันนะ ป้าไม่ได้ฆ่าแม่เธอ ฉันก็ไม่ได้ฆ่าแม่เธอ แล้วที่เธอต้องมาติดคุกครั้งนี้เป็นเพราะตัวเธอเอง เธอทำผิด คิดร้ายต่อฉัน ต่อให้ป้าฉันเป็นคนฆ่าน้าขจี เธอก็ไม่มีสิทธิ์หลอกฉันไปฆ่า” เห็นได้ชัดว่าขวัญดาวไม่ได้สำนึกผิดอย่างที่อิลฟรานและกันยาว่า ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจเอ่ยเตือนสติอีกฝ่าย สิ่งที่ขวัญดาวได้ทำลงไปไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง

“แกมันก็พวกเดียวกัน ต้องเข้าข้างกันเป็นธรรมดา แกมันดีที่มีแต่คนรัก ส่วนฉันไม่มีใครรักฉันเลย” ขวัญดาวสะอื้น ลุกเดินหนีจากไป ทิ้งให้สองป้าหลานมองตามด้วยความเวทนา

สองป้าหลานเดินออกมาจากห้องเยี่ยมผู้ต้องขัง อิลฟรานไม่ได้รออยู่ที่เดิม ทั้งสองจึงไปรอที่ม้านั่งบริเวณลานจอดรถ พิมพ์ลดามีสีหน้าเศร้าหมองลง การที่ขวัญดาวพูดออกมาอย่างนั้นย่อมแสดงให้เห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา หญิงสาวไม่ได้รับความเอาใจใส่จากขจีจิตต์มากนัก ทำให้เป็นเด็กขาดความอบอุ่น โหยหาความรัก ยิ่งมาเจอพ่อเธอที่เป็นคนรักครอบครัวเข้า ก็เหมือนเห็นท่อนซุงท่อนหนึ่งท่ามกลางกระแสน้ำไหลเชี่ยว ขวัญดาวยึดคว้าพ่อเธอเอาไว้ เธอคิดว่าถึงพ่อไม่ไยดีสองแม่ลูก แต่ก็คงไม่แสดงอะไรร้ายๆ ต่อทั้งสอง ขวัญดาวถึงได้เฝ้าหลงรัก

“น่าสงสารดาวจังเลยนะคะป้า”

“ฮุ้ย เรามันพวกชอบใจอ่อน มองโลกในแง่ดี ไปสงสารมันทำไม มันทำร้ายเราขนาดนั้น ขนาดมาเยี่ยมมันยังไม่สำนึก หนูดาเอ้ย...ป้าว่าเลิกคบหาคนแบบนี้เถอะนะ กลับไปอิตาลีแล้วก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ซะ ไม่ต้องไปนึกถึงคนแบบนั้นให้เสียเวลาหรอก” คนเป็นป้าสอน

“ลดากลัวจังเลยค่ะป้า กลัวว่าสักวัน...อิลจะหมดรักลดา” เธอเอ่ยออกมา ยอมรับว่าลึกๆ แล้วยังกลัวการใช้ชีวิตคู่ กลัวว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับเธอ กลัวไปหมด... ขนาดพ่อที่รักแม่ยังต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนั้น เธอกลัวว่าสักวันเธอจะไม่สามารถปกป้องลูกได้เหมือนอย่างที่พ่อปกป้องเธอ

“อย่าไปกลัว ตราบใดที่มันยังไม่เกิดขึ้น ก็อย่าไปคิดถึงมัน คิดแล้วรังแต่จะทำให้ไม่มีความสุข” กันยาลูบแขนหลานสาว “คิดแค่วันนี้ ทำวันนี้ให้ดีเดี๋ยววันต่อๆ ไปมันก็ดีเองล่ะลูก เชื่อป้าเถอะนะ”

หญิงสาวยิ้มออกมา โผเข้ากอดผู้เป็นป้า

“ลดาจะจำคำที่ป้าสอนค่ะ จะคิดถึงแค่วันนี้เท่านั้น”

“ดีมาก จำไว้อีกอย่างว่า...ผู้ชายดีๆ ไม่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตบ่อยนัก อย่างพ่ออิลน่ะ อย่าปล่อยให้หลุดมือไปได้เชียว หลานเขยคนนี้ป้าเอ็นดู เขารักหนูมากเท่าไหร่ ดีกับหนูมากแค่ไหน ก็ให้รักและทำดีกับเขาตอบไปด้วย ชีวิตคู่น่ะ นอกจากความรักแล้วก็ยังมีความเข้าอกเข้าใจ เห็นใจซึ่งกันและกันนะลูก แม้ป้าไม่เคยมีสามี แต่เห็นคู่ของพ่อแม่เราป้าก็เข้าใจลึกซึ้งเชียวล่ะ” พิมพ์ลดาจดจำคำสั่งสอนของผู้เป็นป้าเอาไว้มั่น เธอจะรักและดีกับอิลฟรานให้ได้มากเท่าที่เขารักและดีกับเธอ

 

งานเลี้ยงฉลองเล็กๆ ถูกจัดขึ้นที่ห้องพักบนโรงแรมหรูที่อิลฟรานมีหุ้น ทุกคนมีสีหน้าแช่มชื่น เว้นแต่เพียงอีริคที่ทำหน้าเซ็งๆ เป็นบางครั้ง ประสาคนไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ แม้จะแอบเชียร์ก็ตามเถอะ พอเห็นภาพบาดตาบาดใจเต็มๆ ย่อมรับไม่ได้เป็นธรรมดา อิลฟรานเองก็ขยันจับจูบกอดให้ชายหนุ่มเห็นคาตาคาใจ ราวกับต้องการตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเขาอย่างไรอย่างนั้น

“เลิกแหย่อีริคได้แล้วค่ะ” พิมพ์ลดาแหว เมื่อมือปากหมึกยังแตะที่เอวขอดกิ่วของเธอ

“นั่นสิ ตั้งแต่ผมมาเนี่ย มือมันยังไม่ออกห่างตัวคุณเลย คนอะไรโคตรโอเวอร์” คนที่ทนเห็นภาพบาดตาได้แต่ไม่อยากทนสำทับ จริงๆ ก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บจี๊ดหรือปวดแปลบอะไรหรอก เพียงแต่หมั่นไส้เสียมากกว่า มิหนำซ้ำเขายังไม่ชินกับความพ่ายแพ้เสียด้วยสิ จะว่าแพ้ก็คงพูดไม่เต็มปาก เขารู้ตัวดีว่าไม่ได้ทุ่มเทให้พิมพ์ลดามากเท่าที่ควร นั่นเพราะยอมรับความสัมพันธ์ฉันเพื่อนกับเธอมาตั้งนานแล้ว ที่ยังมาหาส่งดอกไม้ให้นี่ก็แค่คิดจะขวางอิลฟรานก็เท่านั้น

“ลองคุณมึงมีเมียสิ จะได้รู้ว่านี่ไม่โอเวอร์สักนิด ถ้าโอเวอร์ทำมากกว่านี้อีกเนอะลดาเนอะ” คนที่ทำตัวโอเวอร์ยามอยู่สองต่อสองบ่อยๆ หันมาพยักพเยิดกับหญิงสาว

“เนอะไปคนเดียวเถอะค่ะ ฉันไม่หน้าหนาเหมือนคุณหรอก” เธอลุกขึ้นเดินหนีไปจัดโต๊ะอาหาร ค่ำนี้เธอสั่งกับข้าวมาหลายอย่าง หนีจากอิลฟรานมาได้ เธอก็มาพบกับชลาลัยและเชวงที่ซุบซิบนินทาเธอเสียงไม่เบานัก

“แกเห็นหน้ายายลดาป่ะ มีความสุ้ขมีความสุขเนอะ” เชวงจีบปากจีบคอพูด

“เออดิ ฉันว่าพี่ปื๊ดนี่ต้องมีทีเด็ด ยายลดาของเราถึงได้หงุงหงิง”

“หงุงหงิงอะไรของพวกแก” เธอแทรกขึ้น เห็นได้ชัดว่าสองคนนั้นแกล้งทำหน้าตกใจ

“ตายล่ะ มาเมื่อไหร่แก” เห่อๆ ยายคุณหญิงตีบทแตกชะมัด

“มาทันได้ยินแกพูดถึงฉัน” เธอขึงตาตอบ

“อ้าวเหรอ  แหม...ฉันไม่ได้นินทาแกหรอกนะลดา ฉันชม... เนอะเวงเนอะ”

“อือ พวกฉันดีใจกับแกจะตายไป ในที่สุดก็ขายออก ไม่ต้องห้อยโหนอยู่บนคานทอง” เชวงปิดปากหัวเราะคิกๆ เป็นอากัปกิริยาที่พิมพ์ลดาคุ้นเคยอย่างดี

“ว่าแต่ว่า...พี่ปื๊ดของแกน่ะ หญ่าย มะ”

กรี๊ดดด...ยายคุณหญิงพูดอะไรออกมา

“บ้าสิแก” เธอตวาดเสียงดัง จู่ๆ มาถามอะไรแบบนี้

“เอ้า ถามดีๆ ทำไมต้องตวาดด้วย แล้วไอ้ที่หน้าแดงน่ะ คิดไปถึงไหนต่อไหนยะ ฉันหมายถึงตัวเขาตอนล่อนจ้อนต่างหาก ไม่ได้หมายถึงน้องชายเขาเสียหน่อย”

แล้วมันต่างกันตรงไหน!

“ยายคุณหญิง แกนี่ชักเซี้ยวใหญ่เลยนะ” เธอตีเพลียะที่ต้นแขนอีกฝ่าย

ชลาลัยหัวเราะร่วนเมื่อเห็นท่าทางเขินจัด

“ว่าไงแก ตัวเขาหญ่ายมะ”

“ยังจะมาถามอีก ก็เห็นกันอยู่โทนโท่” อุบอิบตอบ ในหัวดันคิดถึงขนาดตัวน้องชายเขา น่าอายที่สุด มันหญ่ายยย...มาก!

“ไม่แน่หรอก เสื้อผ้าอาจหรอกตา ภายนอกดูว่าใหญ่ ตัวจริงอาจเล็ก จึ๋ง เดียว” หม่อมราชวงศ์หญิงทำนิ้วประกอบ

“เลิกพูดเรื่องความใหญ่ได้แล้ว จัดโต๊ะเถอะ พวกผู้ชายเขาหิวกันแล้วมั้ง” เธอเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะโต้ตอบว่าอิลฟรานไม่ได้เล็กแค่จึ๋งเดียว หากแต่หญ่ายมากต่างหากล่ะ

 

เป็ดย่างที่ตั้งอยู่กลางโต๊ะทำให้หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น มันช่วยไม่ได้นะที่เธอจะคิดลึก เพราะคนที่แอบสั่งมาเพิ่มตอนนี้กำลังแสดงท่าทางหวงแหน...ตูดเป็ด!

“ฉันก็ชอบกิน ตูดเป็ด เหมือนกันนะเว้ย” อีริคที่ไม่ได้มีความหลังอะไรกับเป็ดบอก ชายหนุ่มเห็นอิลฟรานหวงเลยอยากแกล้งก็เท่านั้น แต่คนที่มีความหลังและรักเป็ดกำลังของขึ้นยามได้ยินว่าอีกฝ่ายชอบกินตูดเป็ด (ของเขา)

“ไม่ให้เว้ย ตูดนี่ของฉันคนเดียว” ท่าทางโอเวอร์แอกติงทำให้ผู้คนมองเป็นตาเดียว ชลาลัยสบตาเชวง ก่อนหันไปมองพิมพ์ลดาที่เอาแต่ก้มหน้า

“ไม่เอาน่า ฉันเป็นแขก แกต้องแบ่งให้ฉันครึ่งหนึ่งสิ” แขกหนุ่มต่อรอง ชอบใจที่เห็นเจ้าบ้านหน้าแดงก่ำ อีกนิดเดียวเส้นเลือดในสมองคงแตกตาย

“ม่ายยย แกจะมาขอกินตูดเมียฉันซึ่งๆ หน้าอย่างนี้ไม่ได้” คนสติหลุดตั้งแต่ถูกแขกขอกินตูด (เป็ด) ตะโกนเสียงดังลั่น

“หา...” มีเสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่จะ...

“ไอ้ปื๊ดดด”

ปึก! องุ่นทั้งพวงโปะเข้าที่หัวชายหนุ่มค้างเติ่งบนนั้นอย่างพอดิบพอดี ผู้คนต่างนิ่งอึ้ง ชลาลัยเป็นคนแรกที่พูดขึ้น

“เป็ด...เมีย... ลดาชอบเป็ด ปื๊ดชอบกินเป็ด” หญิงสาวทวนอย่างเนิบช้า

“ตูดเป็ดก็คือ... ตูดยายลดา!!!” เชวงเป็นคนเสริม จากนั้นสองสาวก็กรี๊ดกันลั่น เลโอเน่สำลักไวน์ตั้งแต่ได้ยินภรรยาพูด อีริคทำหน้าเบ้ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะ

“สรุปนี่มึงหวงเพราะจิ้นว่า ตูดเป็ด เป็น ตูดลดางั้นสิ”

กรี๊ดดดด... เจ้าของบั้นท้ายงามงอนที่สามีคลั่งไคล้จนจิ้นเห็นเป็ดเป็นเธอได้แต่กรีดร้อง

มื้อนั้นจบลงที่คนช่างมโนอดกินเป็ดไปอีกหลายวัน!

 

ชีวิตคู่แบบข้าวใหม่ปลามันเต็มไปด้วยความสุข พิมพ์ลดาไม่ยอมย้ายมาพักกับเขา แต่ก็ไปๆ มาๆ บ้างตามโอกาส งานแต่งงานถูกแพลนเอาไว้อีกไม่กี่เดือน ก่อนงานเปิดตัวบริษัทของอิลฟราน จนป่านนี้เขาก็ยังไม่บอกใครว่าจะทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร เขาบอกแต่ว่าต้องการทำให้เธอเซอร์ไพร์ส และตั้งใจทำธุรกิจนี้เพื่อเธอด้วย สองหนุ่มสาวเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ยิ่งนับวันยิ่งรักและผูกผันกันมากขึ้น ถึงอย่างนั้นพิมพ์ลดาก็ยังไม่เอ่ยคำว่า รัก กับชายหนุ่มสักครั้ง เขาอยากเซอร์ไพร์สเธอ เธอเองก็อยากเซอร์ไพร์สเขาในวันแต่งงานเหมือนกัน เธอตั้งใจบอกรักเขาในวันแต่งงาน

หญิงสาวแจ้งข่าวแก่ผู้เป็นป้า กันยายืนยันว่าจะเดินทางมาก่อนหน้าวันแต่งหนึ่งสัปดาห์ ผู้เป็นป้าสอบถามเรื่องหลาน เธอก็ได้ปฏิเสธไปว่ายังไม่ท้องแน่นอน ทั้งๆ ที่ประจำเดือนเธอขาดหายไปสองสัปดาห์เต็มๆ แล้ว หญิงสาวรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย และเธอไม่รังเกียจที่จะสวมชุดวิวาห์ขณะอุ้มท้องลูกของเขา ช่วงนี้อิลฟรานดูยุ่งกับงานจนเธอไม่อยากรบกวน หากเธอบอก เขาจะต้องยุ่งยากเลื่อนวันเวลา อีกทั้งยังไม่มีสมาธิในการทำงานอีกด้วย ดังนั้นการรอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้วค่อยบอก เป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

กระนั้นดูเหมือนสิ่งที่หญิงสาวต้องการจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่วาดหวังไว้ บ่ายวันหนึ่งจู่ๆ เธอและอิลฟรานก็ได้ต้อนรับแขก หญิงสาวร่างโปร่งบางผิวสีน้ำผึ้ง นัยน์ตาคมที่เธอเคยพบหน้าลิฟต์

“มาทำไม” อิลฟรานออกปากถามเสียงหงุดหงิด

“ได้ข่าวว่าจะแต่งงาน นี่เรื่องจริงเหรอ” ฝ่ายสาวตาคมที่ยืนกอดอกบุ้ยปากมาที่เธอ

“จริง อยากรู้แค่นี้ใช่ไหม งั้นก็กลับไปได้แล้ว”

แทนที่อีกฝ่ายจะโกรธ กลับเดินเข้ามาในห้องหน้าตาเฉย กวาดสายตาคมมองไปรอบๆ ห้องที่บัดนี้มีความเปลี่ยนแปลง มันดู...เป็นห้องอยู่อาศัยมากขึ้น จะว่าอย่างไรดีล่ะ คือมันไม่ใช่แค่ห้องพักอีกต่อไปแล้ว ราวกับว่ามันมีกลิ่นอายอบอุ่นโอบล้อมไปทุกอณู

“กับแม่นี่เนี่ยนะ”

“ใช่” อิลฟรานยังตอบสั้นๆ ไม่ยอมแนะนำอีกฝ่ายให้พิมพ์ลดารู้

“ถามจริงเหอะ เธอตั้งใจปล่อยให้ท้องแล้วจับเขาหรือเปล่า” คราวนี้แขกสาวหันมาถามเธอ สายตาดูแคลนที่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าทำให้หน้าเธอชาดิก

“ไม่ใช่” เธอกัดฟันตอบ

“พอเลยนะ ถ้าจะมาหาเรื่องก็กลับไปซะ”

“ไม่กลับ! ฉันจะอยู่ที่นี่ ฉันมีสิทธิ์”

การอ้างสิทธิ์ของอีกฝ่ายทำให้พิมพ์ลดาใจสั่น สิทธิ์อะไรกัน ทำไมเธอถึงได้มีสิทธิ์อยู่ในห้องนี้

“ที่นี่เป็นห้องของฉัน” อิลฟรานย้ำ

“นั่นย่อมแปลว่าเป็นห้องของฉันเหมือนกัน” สาวตาคมเชิดหน้าขึ้น ท่าทางฮั้มหั่นกันตกอยู่ในสายตาของพิมพ์ลดา

“เธอไม่มีสิทธิ์” เห็นได้ชัดว่าอิลฟรานกำลังข่มอารมณ์อย่างยิ่งยวด

“ฉันมีสิทธิ์ มีมากกว่าผู้หญิงคนนี้อีกด้วย”

สิทธิ์อะไรกัน! พิมพ์ลดามองไปที่อิลฟราน รอให้เขาอธิบาย แต่เขาไม่ได้ทำเช่นนั้น ชายหนุ่มลากตัวหญิงสาวคนนั้นออกไปจากห้อง ท่ามกลางเสียงด่าทอของอีกฝ่าย เธอพาตัวเองไปนั่งที่โซฟา อาการคลื่นเหียน หน้ามืดประดังขึ้นมาทันที หลายวันแล้วที่เธอมีอาการแบบนี้บ่อยๆ หญิงสาวลูบท้องที่ยังแบนราบแผ่วเบา ลูก ของเขากับเธออยู่ในนั้น ลูกที่กำลังเกิดมาเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ ลูกที่เกิดจากความรัก

หญิงสาวรอเขาจนผล็อยหลับ อิลฟรานกลับเข้าห้องมาตอนดึก อุ้มเธอเข้าไปนอนในห้อง เช้าขึ้นมาเขาก็ทำทุกอย่างเหมือนปกติ เหมือนเมื่อวานไม่ได้เกิดอะไรขึ้น เหมือนผู้หญิงคนนั้นไม่เคยกล้ำกลายเข้ามาในชีวิตคู่ของเธอและเขา ตกกลางคืนเขายังเอาแต่ใจเรียกร้องความรักกับเธอ พิมพ์ลดาพยายามร้องขอให้เขาเบาแรง แต่ชายหนุ่มก็ยังทำได้ไม่ดีนัก บทรักของเขาหนักหน่วงขึ้นทุกวัน ราวกับเขาเอาความเครียดทั้งหมดลงมาที่ตัวเธอ เขาได้ปลดปล่อย... แต่เธอกลับเก็บงำความทุกข์ทน ชีวิตคู่ดำเนินไปอย่างหวานอมขมกลืน ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีความสุขยามเขาโหมห่มสะโพกเข้าหา เธอสุข... แต่ก็ทุกข์ที่เขาไม่ยอมอธิบายเรื่องวันนั้น

 

เธอรอ... จนกระทั่งสิ้นสุดการรอคอย โทรศัพท์มือถือชายหนุ่มแผดเสียงร้องในเย็นวันหนึ่ง เขากำลังอาบน้ำ เธอจึงถือวิสาสะกดรับให้ ปลายเสียงเป็นผู้ชายน่าจะมีอายุ

“ฮัลโหล” เธอรับสาย

“หืม... นั่นใช่ว่าที่เจ้าสาวของอิลหรือเปล่า”

“เอ่อค่ะ”

“ยินดีที่ได้พูดคุยกันนะ ลูกชายฉันไปไหนซะล่ะ”

พ่อเขา! หญิงสาวกรีดร้องในใจ ยอมรับว่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว

“เอ่อ อิลอาบน้ำอยู่ค่ะ”

“อืม งั้นฉันคุยกับหนูรอไปก่อนแล้วกัน เป็นยังไงบ้าง สบายดีใช่ไหม ฉันได้ข่าวว่าหนูจะแต่งงานกับอิล”

“เอ่อค่ะ” แม้อีกฝ่ายจะถามหลายคำถาม แต่เธอก็ตอบแบบรวบรัด

“ไม่ได้ปล่อยให้ท้องเพื่อจับลูกชายฉันใช่ไหม”

เหมือนอีกฝ่ายเอามีดแหลมคมมากรีดแทงหัวใจ หัวตาพิมพ์ลดาร้อนผ่าว

“ทะทำไมถึงถามอย่างนั้นละคะ” เธอกลั้นใจถามออกไป ทำไมผู้คนรอบตัวเขาถึงได้คิดว่าเธอจะจับเขาด้วยการปล่อยให้ท้องนัก

“ลูกชายฉันไม่เหมือนคนอื่นหรอกนะ เขาไม่เคยรักใคร แล้วฉันก็มั่นใจด้วยว่าชีวิตนี้ ...เขาจะไม่รักใคร” หากคำพูดเมื่อกี้เป็นมีด ประโยคเมื่อสักครู่ก็คงเหมือนธนูห่าใหญ่ที่ปักทิ่มกลางใจ พิมพ์ลดาทรุดนั่งเมื่อรู้สึกว่าตัวเองยืนไม่อยู่ น้ำในตาไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว

“เขามีคนที่เขารักอยู่แล้วเหรอคะ”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เอาเป็นว่าฉันมั่นใจว่าเขาไม่ได้รักหนู แต่หนูรักเขา อย่างไรก็อดทนหน่อยนะ ลูกชายฉันคนนี้เอาแต่ใจ...” เสียงปลายสายขาดหายไปเพราะเจ้าของโทรศัพท์คว้ามันแล้วปาไปที่ผนังห้อง โทรศัพท์แตกออกเป็นชิ้นส่วน สิ่งนั้นไม่ทำให้เธอตกใจเท่าสีหน้าเขา

“คุณมารับโทรศัพท์ผมทำไม” คำถามของเขาเหมือนคมหอกพุ่งซัดเข้ากลางใจเธอซ้ำแล้วซ้ำอีก

“ฉะฉันไม่มีสิทธ์รับโทรศัพท์คุณเหรอคะอิล” เธอถามตะกุกตะกัก เนื้อตัวสั่นเทา

อิลฟรานข่มอารมณ์พุ่งพล่านในอก

“ทีหลังอย่าทำอีก แล้วไม่ว่าคนที่คุยด้วยจะพูดอะไรก็อย่าไปเชื่อเขา”

“ถ้าเขาเชื่อไม่ได้ แล้วคุณละคะ ...เชื่อได้ไหม” เธอถามเสียงสั่น

“ทำไมถึงถามอย่างนั้น” น้ำเสียงของเขาเครียดจัด มือกำเข้าหากันแน่น

“เพราะฉันไม่แน่ใจ” เธอตอบ จ้องตาเขาไม่กะพริบ “ตั้งแต่วันนั้นคุณก็ไม่อธิบายอะไรเลย ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ผู้ชายคนนั้นเป็นใครทำไมคุณไม่บอกฉันบ้าง ฉันไม่สมควรรู้เรื่องครอบครัวคุณหรือไง ทั้งที่คุณรู้จักฉันดีแล้ว ทำไมฉันจะรู้เรื่องคุณบ้างไม่ได้ กะอีแค่ฉันรับโทรศัพท์คุณก็โมโหจนขว้างปาข้าวของต่อหน้าฉัน แล้วอย่างนี้...จะให้ฉันเชื่อใจคุณได้ยังไง”

ราวกับโลกทั้งโลกของเธอกำลังแหลกสลาย ฮอร์โมนที่พุ่งพล่านในร่างกายทำให้เธอระเบิดอารมณ์อัดอั้นใส่เขาแบบไม่ยั้ง อิลฟรานซึ่งไม่ได้โกรธที่เธอถือวิสาสะรับโทรศัพท์ หากแต่โกรธที่คนปลายสายโทร. มาได้ถูกจังหวะทำหน้าเครียด ไม่ชอบที่หญิงสาวทำตัวไม่มีเหตุผล เขาพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ให้ความร่วมมือ

“ทำไมต้องอยากรู้ อดีตของผมมันไม่สวยงามเหมือนคุณหรอกน่า”

“อดีตของฉันไม่ได้สวยงาม แต่ฉันรับมันได้ ฉันพูดมันกับคุณได้เพราะ...ฉันเห็นว่าคุณคือคนสำคัญ!” หญิงสาวส่ายหน้า สะอื้นไห้ออกมาอีกรอบก่อนพูดต่อ “แต่สำหรับคุณ ฉันคงเป็นคนไม่สำคัญ คุณบอกว่าเมื่อก่อนฉันขีดเส้นคั่น กั้นกำแพงไม่ให้คุณข้ามเข้ามา มันไม่จริงหรอก ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้น ทั้งๆ ที่คุณเข้ามาอยู่ในหัวใจฉันตั้งนานแล้ว”

อิลฟรานเบิกตากว้าง เธอกำลังเผยความในใจกับเขาท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ

“แต่คุณไม่รู้อะไรหรอก คุณต่างหากล่ะที่กั้นกำแพงสูงเอาไว้ปิดกั้นตัวเอง แม้แต่ฉันก็ไม่อาจข้ามเข้าไปได้ คุณไม่เชื่อใจฉันเหมือนที่ฉันเชื่อใจคุณ คุณอาจจะคิดว่ารักฉัน แต่ความจริงมันไม่ใช่เลย อิลฟราน...คุณแค่เหงา อยากเอาชนะฉัน!

“ลดา!” คำพูดของหญิงสาวไม่น่าตกใจเท่าสีหน้าปลงตก

“สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันรอคุณอธิบายเรื่องผู้หญิงคนนั้นให้ฉันฟังทุกวัน แต่คุณก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ผู้หญิงคนนั้นพูดจาดูถูกฉัน แต่คุณทำเหมือนไม่เห็น นั่นเป็นเพราะฉัน...ไม่สำคัญใช่ไหม มาวันนี้ฉันรับโทรศัพท์พ่อคุณ คุณก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ฉันก้าวก่ายเรื่องครอบครัว อิล...ฉันเป็นอะไรสำหรับคุณ ฉันอยู่ตรงไหนในหัวใจคุณ คุณ...วางฉันไว้ที่ตรงไหนกัน” เธอถามเสียงปวดร้าว อาการคลื่นเหียนวิงเวียนกำลังโจมตีร่างกาย

“ฉันไม่ได้อยากท้องเพื่อจับคุณหรอกนะ” สติสุดท้ายของเธอวูบดับ ไม่ได้เห็นสีหน้าตกใจของอิลฟรานที่พุ่งตัวเข้ามารับได้อย่างทันท่วงที

 

เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าข้างตัวมีเชวงและชลาลัยคอยดูแล กวาดตามองรอบๆ ก็พบว่าเธอนอนอยู่ในห้องนอนของอิลฟรานที่พักหลังกลายเป็นห้องนอนเธอด้วย สีหน้าเป็นกังวลของเพื่อนทำให้เธอซาบซึ้งจนร้องไห้โฮออกมา เธอไม่เคยนำเรื่องกลุ้มใจไปปรึกษาทั้งสองเลย เธอเอาแต่รอให้อิลฟรานมาอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

“อะไรกันวะแก ฉันนึกว่าแกจะมีความสุขดีเสียอีก” ชลาลัยกอดเพื่อนพร้อมพึมพำ ตอนที่อิลฟรานโทร. หา เธอก็นึกว่าเพื่อนจะป่วยธรรมดา แอบลุ้นไปว่าอีกฝ่ายจะป่วยเพราะตั้งท้องด้วยซ้ำ ไม่คิดว่า...

“เขาไม่ได้รักฉัน เขา...ไม่คิดว่าฉันคือคนในครอบครัว ฉันมันไม่สำคัญ”

ชลาลัยสบตากับเชวงเงียบๆ ดูเหมือนเรื่องที่พวกเธอกังวลได้เกิดขึ้นแล้ว

“ลดา...”

พิมพ์ลดาส่ายหน้าไม่ให้เพื่อนพูด

“มีผู้หญิงมาที่ห้อง ประกาศตัวว่าสำคัญกว่าฉัน เขาไม่ปฏิเสธแต่พาผู้หญิงคนนั้นกลับไป จากนั้น...เขาก็กลับมาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันรอให้เขาอธิบาย แต่เขาไม่ทำ พอฉันรับโทรศัพท์พ่อเขา เขาโกรธจนปาโทรศัพท์ทิ้งต่อหน้าต่อตาฉัน บอกห้ามไม่ให้ฉันทำอย่างนั้นอีก ฉัน...ฉัน...ฮือๆ” ทุกคำที่พรั่งพรูออกมาทำให้เพื่อนอีกสองคนหลั่งน้ำตาไปด้วย ชลาลัยโกรธอิลฟรานที่ไม่ยอมอธิบายเรื่องทั้งหมด

“ถ้ามันกล้าทำอย่างนั้นกับแก ก็กลับไปอยู่ที่ร้านเถอะ” บอกด้วยน้ำเสียงเครียด

“ใช่ ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข ฉันว่าแกกลับไปอยู่กับฉันดีกว่า” เชวงเอาบ้าง โกรธไม่น้อยไปกว่าชลาลัย อย่าหาว่าพวกเธอให้ท้ายเพื่อนหรือไม่มีเหตุผลเลย เหตุผลมันมีอยู่ในตัวมันแล้ว เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะอิลฟราน ก็รอให้ฝ่ายนั้นแก้ปัญหาเอาเองเถอะ

“ฉันเจ็บ...” หญิงสาววางมือทาบอกด้านซ้าย เธอรู้สึกเจ็บจวนเจียนมันจะระเบิดจริงๆ ไม่คิดว่าพิษรักมันจะรุนแรงถึงเพียงนี้ “ฉันรักเขา แต่เขาไม่รักฉันเลย เขาไม่อธิบาย เขาโกรธที่ฉันรับโทรศัพท์”

“พอเถอะแก” ชลาลัยเช็ดน้ำตาให้เพื่อน “ไม่รักก็ไม่ต้องรัก ต่อจากนี้ไป... ถ้า มัน แสดงให้แกเห็นว่ารักแกมากกว่าที่แกรักไม่ได้ ก็อย่าใช้ชีวิตกับไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นเลยนะ” ถึงขนาดเรียกอีกฝ่ายว่ามัน แน่นอนว่าหม่อมราชวงศ์หญิงได้โกรธอีกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นทั้งหมดจึงช่วยกันเก็บเสื้อผ้ากลับร้าน พิมพ์ลดากวาดตามองรอบห้องอีกครั้ง หากเขาไม่แสดงให้เธอเห็นว่ารักเธอและเธอมีความสำคัญต่อเขา ...เธอจะไม่มีวันมาเข้ามาเหยียบที่นี่อีกเป็นอันขาด!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #881 suoa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 14:35
    ปูเสื่อรอ
    #881
    0
  2. #880 rmuay151 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 20:36
    งานเข้าแล้วปื๊ดดดดดดดดดดด
    #880
    0
  3. #879 snowclick (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 22:33
    ทำไมอีพี่ปื๊ดทำตัวเยี่ยงนี้...ลดาสู้สู้ เป็นกำลังใจให้จ้า
    #879
    0
  4. #878 MooNa Narak (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 11:17
    เศร้าจุง อยากอ่านเล่มแล้วววว
    #878
    0
  5. #877 Nueng (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 14:38
    สงสารทั้งคู่เลยค่า อย่าเศร้านานน้า
    #877
    0
  6. #876 mam (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 09:56
    โอ๊ยเศร้าอ่ะ ตั่งแต่ตอนแรกขำ  อ่านไปแอบยิ้มมาตลอดเจอตอนนี้เข้าไปน้ำตาร่วงเลยฉัน(คิดว่าตัวเองเป็นลดา......)

    #876
    0
  7. #875 ปันปัน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 22:44
    ปี๊ดจายร้าย...เป็ดน้อยสู้ๆน้า
    #875
    0
  8. #874 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 12:58
    สงสารลดา
    #874
    0
  9. #873 Suger Cane (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 12:57
    แก้ตัวด่วนเลยนะนายอิล ชิ
    #873
    0
  10. #872 พี่ก้อง กะ น้องพิม (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 22:45
    อ่านแล้วน้ำตาคลอเลยค่ะ สงสารเป็ดน้อย
    #872
    0
  11. #871 Manpoon Boon (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 21:25
    คนบางคนให้ดีด้วยเท่าไหร่ถ้าไม่สำนึกก็ควรปล่อยไป
    #871
    0
  12. #870 Phairin Sukaeo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 20:56
    ฮือๆๆ
    #870
    0
  13. #869 pimpim (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 16:23
    อยากปิดบังดีนัก ไม่ยอมเปิดใจ ก็อยู่คนเดียวไปเถอะ ปี๊ดๆ
    #869
    0
  14. #868 Sirikunya Jaepom (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 11:07
    โหย!!  เพิ่งเริ่มบทพิสุจน์ น้ำตาซึมซะแล้ว ลดาต้องพาลูกหนี้ ตามแผนพี่ปื้ดแน่ๆ
    #868
    0
  15. #867 นางมารร้าย (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 10:15
    บทพิสูจน์ความรักได้เริ่มต้นแล้ว....สู้ต่อไปพี่ปื๊ดเป็ดน้อย
    #867
    0
  16. #866 pe_no (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 23:57
    สาเหตุของความแตกร้าว ก็เพราะไม่ยอมพูดให้เข้าใจกัน
    #866
    0
  17. #865 fsn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 23:49
    อั้ยยะ บทพิสูจน์ความรัก เข้ามาได้เรื่อยๆ นะคะ ตราบที่ความเข้าใจไม่แข็งแรงมั่นคงพอ
    #865
    0
  18. #864 วรศรัณย์ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 23:09
    พี่ปื๊ดดดดดด
    กลับมาเคลียร์กับเป็ดน้อยเด๋วนี้!!!!
    ชิส์ส์
    #864
    0
  19. #861 แว่นใส (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 22:02
    เซอร์ไพรซ์มากไหมล่ะ คราวนี้
    #861
    0
  20. #860 grace (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 21:39
    ฮือทำแบบนี้กะเป็ดได้งายย
    #860
    0
  21. #859 ManGvi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 21:38
    กินมาม่าถ้วยโตอีกแล้วววว
    #859
    0
  22. #858 sornza (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 21:36
    พี่ปื๊ดดดดดตายยยย
    #858
    0
  23. #857 Nook01 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 21:28
    อ้าวววววซะงั้น!!!พี่ปื๊ดทำไงละเนี่ย ?
    #857
    0
  24. #856 cattycall (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 21:17
    #856
    0
  25. #855 Love Have (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 18:33
    น่าสงสารจังเลยค่ะ  ทำไมพี่ปื๊ดทำแบบนี้กับคนที่พี่ปื๊ดบอกว่ารักได้ยังไงกันค่ะ   อ่านแล้วเศร้าน้ำตาแทบไหลเลยค่ะ  แบบว่าอินจัดค่ะ
    #855
    0