หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 2 : ๒...ปื๊ดมาก>>หล่อมากๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    9 ม.ค. 58




2

ปื๊ดมากๆ >> หล่อมากๆ

พ่อป่วย...กลับบ้านด่วน!!

แม้จะเป็นเพียงข้อความสั้นๆ ทว่าหญิงสาวใช้กำลังใจรวบรวมสติอยู่นานทีเดียวหลังจากอ่านจบ มันเหมือนเป็นปฐมบทของเรื่องเศร้า พิมพ์ลดาใช้เม้าส์คลิกตอบข้อความทางอีเมล ไม่เข้าใจว่าคนส่งกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้ส่งข้อความมาสั้นแสนสั้นขนาดนี้ ทั้งที่หากพิมพ์เพิ่มขยายความให้ยาวและเข้าใจมากกว่านี้หน่อย ระบบก็ไม่ได้คิดเงินเพิ่มแต่ประการใด

พ่อไม่สบายมากหรือเปล่า ป่วยเป็นอะไร ช่วงนี้งานยุ่งคงปลีกตัวไปไม่ได้

ในเมื่อพิมพ์มาสั้นๆ เธอก็ถามกลับพร้อมปฏิเสธไปสั้นๆ เหมือนกัน จะด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็ตามแต่ รอไม่กี่นาทีฝ่ายนั้นก็ตอบกลับมา พิมพ์ลดากะพริบตาปริบๆ

ไม่สบาย!!! รีบกลับมา!!!

สั้นกว่าเดิมอีก... ภาษาสั้นๆ ทว่าดูป่าเถื่อนรุนแรงด้วยความเครื่องหมายตกใจถูกส่งมาจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องสาว น้องที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันกับเธอ ขวัญดาวคือลูกสาวของ ขจีจิตต์ ภรรยาใหม่ของ ไกรสุขความขมปร่าแล่นขึ้นจับลำคอยามนึกถึงผู้ให้กำเนิด แม่ของพิมพ์ลดาเสียชีวิตยังไม่ถึงหนึ่งปี ไกรสุขก็แต่งภรรยาใหม่ที่มีลูกติดเข้ามาในบ้าน ช่วงเวลานั้นพิมพ์ลดาเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ห้า

ริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบกดลึกจนเผยให้เห็นรอยยิ้มเย้ยยัน บอกคนรู้จักในตอนนี้ก็แทบไม่มีใครเชื่อว่าครั้งหนึ่งหญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยหวานอุปนิสัยเรียบร้อยคนนี้เกือบเรียนไม่จบ เธอเสียมารดาไปในช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ แถมบิดายังพาแม่เลี้ยงและลูกเลี้ยงเข้ามาอยู่ในบ้านหลังจากนั้นไม่กี่เดือน หญิงสาวทะเลาะกับไกรสุขหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงทะเลาะกับขจีจิตต์ที่ขยันหาเรื่อง

โมงยามอันทุกข์ทมกินเวลาเพียงปีเศษๆ พิมพ์ลดาตัดใจศึกษาต่อต่างประเทศ ไปให้พ้นหน้าพ่อ หน้าครอบครัวใหม่ที่คอยแต่จะทำร้ายจิตใจเธอ เธอมีเงินส่วนหนึ่งที่มารดาฝากไว้ให้ และไกรสุขก็ไม่ได้ใจร้ายกับลูกสาวจนเกินไปนัก เขาส่งเสียค่าใช้จ่ายให้ทุกเดือน กระนั้นเรื่องราวทั้งหมดก็ทิ้งบาดแผลเหวอะหวะไว้ในหัวใจหญิงสาว

จุดหักเหในชีวิตพิมพ์ลดาเกิดขึ้นตอนหญิงสาวเรียนจบเอาปริญญาไปฝากผู้เป็นพ่อ หญิงสาวไม่เคยจำว่ามันเกิดขึ้นด้วยเรื่องใด รู้เพียงแต่ว่าเธอทะเลาะกับขจีจิตต์เฉกเช่นทุกครั้งที่อีกฝ่ายเข้ามาหาเรื่อง ...พ่อเข้าข้างภรรยาใหม่โดยไม่ยอมไตร่ถามเธอสักคำ ขวัญดาวเกาะแขนไกรสุขตะโกนด่าทอเธอปาวๆ ว่าเนรคุณและข่มเหงผู้เป็นแม่ของตน ...พ่อเชื่อ เชื่อคำพูดภรรยาใหม่และลูกเลี้ยงหมดหัวใจ ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่พิมพ์ลดาถูกพ่อตบ พ่อที่ไม่เคยทุบตีเธอทำร้ายเธอเพราะเชื่อคำพูดคนอื่น

พ่อขู่จะตัดขาด...

เธอที่โกรธอยู่ท้ารับ...

เหตุการณ์นั้นทำให้เธอซมซานมาที่อิตาลีกับเชวง ก่อนขึ้นเครื่องไม่กี่วันพ่อโอนเงิน สิบล้านเข้าบัญชีเธอ พิมพ์ลดาจำได้ว่าเธอช็อกไปหลายวัน ...พ่อตัดขาดเธอจริงๆ สิบล้านที่ไกรสุขให้มาหญิงสาวนำมาหุ้นเปิดร้านเสื้อกับเพื่อน เธอตัดขาดกับทางบ้านนับแต่นั้น แต่ดูเหมือนขวัญดาวจะไม่ยอมปล่อยเธอไป รายนั้นมักจะส่งรูปครอบครัว ซึ่งประกอบไปด้วยขวัญดาว ขจีจิตต์และไกรสุขยามไปเที่ยว ไปรับประทานอาหารมาให้เสมอ พิมพ์ลดาเคยเปลี่ยนอีเมล แต่ฝ่ายนั้นก็เก่งเหลือเกินที่สามารถหาอีเมลใหม่รวมถึงเฟซบุ๊คของเธอได้ สุดท้ายคือเธอเคยบล็อก รายนั้นก็สมัครอีเมลใหม่และลงรูปครอบครัวหรือข้อความเปี่ยมสุขมาให้เธอเป็นประจำ จนหลังๆ พิมพ์ลดาไม่เคยเปิดดูอีเมลเหล่านั้น

กระทั่งวันนี้...วันที่อีกฝ่ายจั่วหัวมาด้วยเรื่องที่พ่อป่วย

 

พิมพ์ลดาเริ่มต้นทำงานตอนเช้าด้วยจิตใจกระวนกระวาย เช้านี้อิลฟรานไม่ได้มา เขาแจ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่ามีประชุม เชวงออกไปหาลูกค้า ทั้งร้านเลยเหลือแค่เธอกับเด็กในร้านสี่ห้าคน กว่าจะถึงเวลาปิดร้าน หญิงสาวก็พบว่าวันนี้เธอปล่อยให้ตัวเองจมจ่อมอยู่ภวังค์ทั้งวันเลยทีเดียว เธอไม่มีแก่ใจจะทำงานหรือทำอะไรทั้งสิ้น แม้จะทำเหมือนตัดขาดกับพ่อ แต่ลึกๆ แล้วเธอยังห่วงใย ...พ่ออย่างไรก็คือพ่อ เธอไม่ได้เลวหรืออกตัญญูอย่างที่ขวัญดาวต่อว่าสักนิด ตลอดเวลาที่อยู่อิตาลีเธอไม่ติดต่อกับพ่อก็จริง แต่ก็มักจะส่งของฝากไปให้เพื่อนที่เมืองไทยช่วยเอาไปส่งให้พ่อ หรือไม่ก็ฝากส่งไปถึงผู้เป็นป้า ของส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า นาฬิกาหรือของใช้อื่นๆ  พิมพ์ลดาไม่เคยให้เงินเพราะรู้ว่าพ่อมี และต่อให้เธอส่งให้จริงๆ ท่านก็ไม่รับ ข้อนี้เธอมั่นใจ

“เชวง...ฉันจะกลับเมืองไทย” เธอบอกเชวงตอนปิดร้านเสร็จแล้ว อีกฝ่ายหันมาทำตาโต

“มีอะไรหรือเปล่าแก” ถามอย่างรู้ทัน พร้อมทั้งดึงแขนเธอไปนั่งตรงโซฟา

“พ่อป่วย”

“เป็นอะไร”

“ไม่รู้ ยายดาวไม่ยอมบอก บอกแต่ว่าป่วยให้รีบกลับ”

“ตายแล้ว!” เชวงอุทานก่อนหรี่ตา “ไม่ใช่ว่ายายดาวมันอำแกเล่นหรอกนะ” เธอแอบสงสัยอยู่เหมือนกัน ขวัญดาวเคยกล้าถึงขนาดส่งอีเมลมาขอเงินเธอพร้อมบอกว่าพ่อป่วย ครานั้นเธอให้เพื่อนที่เมืองไทยไปดูให้ ก็เห็นว่าพ่อยังอยู่สบายดี รายนั้นเลยเงียบไปพักหนึ่ง

“รอบนี้คงไม่ล้อเล่น ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีเลยแก” เชวงรีบกอดเพื่อนสาว

“โอ๋ๆ อย่าตีตนไปก่อนไข้นักเลย ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เรื่อง ว่าแต่แกจะไปคนเดียวได้เหรอ แล้วจะไปกี่วัน” สาดคำถามรัวใส่ด้วยความเป็นห่วง

“ไปคนเดียว คิดว่าคงอยู่ไม่เกินสองอาทิตย์” นานมากแล้วที่ไม่ได้กลับบ้าน แค่คิดหญิงสาวก็ตื่นเต้น แม้จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายที่นี่ แต่ใจลึกๆ ก็ยังโหยหาบ้านเกิด โดยเฉพาะบ้านของแม่

“แล้วจะไปเมื่อไหร่ นี่ถ้าที่ร้านไม่ยุ่งฉันจะไปกับแกนะ”

“ไปให้เร็วที่สุด ส่วนแกอยู่ดูแลทางนี้แหละดีแล้ว”

 

เร็วที่สุดของพิมพ์ลดาคืออีกสองวันถัดมา... เชวงขับรถมาส่งเธอที่สนามบินพร้อมกับชลาลัย หญิงสาวกับครอบครัวเพิ่งกลับมาจากเยี่ยมเยือนครอบครัวพี่ชายที่เมืองไทย ฝ่ายนั้นเพิ่งทราบเรื่องก่อนเธอเดินทางเพียงหนึ่งวัน ถึงกับให้ศีลให้พรขวัญดาวยกใหญ่

“ฝากตบยายน้องเลี้ยงแกสักทีสองทีนะลดา หมั่นไส้ยายเด็กบ้าโรคจิตนี่มานานแล้ว” คุณหญิงน้ำฝากฝังเพื่อนด้วยใบหน้าถมึงทึง

“โอ๊ย...ยายน้ำ แกบอกให้ยายลดามันรับมือกับสองแม่ลูกนั่นให้ได้ก่อนฝากตบดีไหม” แน่นอนว่าวาจาเผ็ดร้อนนี่เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเชวง “อย่าว่าแต่ตบเล้ย หลบลูกตบให้รอดก่อนดีกว่า” คำสบประมาททำให้พิมพ์ลดามองตาขวาง อีกสองคนเห็นด้วยเลยได้แต่หัวเราะชอบใจ เป็นที่รู้กันดีว่าพิมพ์ลดาเห็นตัวเล็กหงิมๆ ติ๋มๆ จืดชืดอย่างนี้ แท้จริงแล้วหญิงสาวสู้คน ไม่อย่างนั้นขจีจิตต์และลูกสาวคนไม่แค้นฝังหุ่นมาจนทุกวันนี้

“เอาเถอะ มีโอกาสฉันจะตบให้ ส่วนพวกแกดูร้านดีๆ ล่ะ” คนไม่เคยทิ้งร้านไปไหนไกลเกินสัปดาห์บอกมาหลายปีบอก

“เออน่า อย่าห่วงเลย แกไปจัดการเรื่องครอบครัวให้สบายใจเถอะ ทางนี้ฉันกับยายน้ำจะดูแลเอง” เชวงบอกสีหน้ายิ้มแย้ม

“ใช่ๆ เดี๋ยวฉันจะเข้ามาดูร้านช่วยเพื่อนเวร เอ๊ย เพื่อนเวงเอง แกไม่ต้องห่วงหรอก” พิมพ์ลดาได้ฟังแล้วก็สบายใจ แต่...มันตงิดๆ อยู่นิ้ดดดเดียวนิดเดียวเท่านั้น เหตุใดทั้งสองถึงได้ดูไม่ห่วงใยเธอมากเท่าที่ควร นี่เธอกำลังเดินทางกลับบ้านคนเดียวนะเฟ้ย แม้จะสงสัยแต่เธอจำต้องตัดความสงสัยทิ้ง ล่ำลาเพื่อนๆ ก่อนขึ้นเครื่อง

 

บนเครื่องบินพิมพ์ลดาได้ที่นั่งชั้นธุรกิจ หญิงสาวนั่งติดกับหน้าต่าง ก่อนเครื่องออกไม่นานที่นั่งด้านข้างของเธอก็มีคนนั่ง กลิ่นน้ำหอมอันคุ้นชินลอยอวลต้องจมูก เธอเผลอสูดดมอย่างลืมตัว ก่อนจะเบิกตาจนลูกตาแทบพลัดหลุดจากเบ้า ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏอยู่ในคลองจักษุ รอยยิ้มบาดใจทำให้เธอหายตะลึง เป็นเขาจริงๆ

อิลฟรานตัวเป็นๆ

“มาได้ยังไงคะ” เธอตามเสียงตื่น

“นั่งรถมาจ้ะ” คำตอบกวนๆ ทำให้เธอเผลอค้อน

“แล้วจะไปไหน”

“ไปที่เดียวกับลดานั่นแหละ” เขายังคงเล่นลิ้น สีหน้ากรุ้มกริ่ม

“ใครอนุญาตกัน ลงไปเลยนะ” ขาดคำเธอกับตันก็ประกาศให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดเพราะเครื่องบินจะออกแล้ว อิลฟรานผายมือทั้งสองขึ้นพร้อมยักไหล่น้อยๆ ประมาณว่าไม่ทันการล่ะ เธอได้แต่ค้อนวงเบ้งให้เขา

ต่อเมื่อเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ฟ้าแล้วเธอจำต้องหันมาพูดคุยกับเขาอีกครั้ง รายนั้นยังไม่ละสายตาไปจากดวงหน้าเธอ เขาส่งยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ให้

“คุณจะพักที่ไหนคะ” เจาะลึกเข้าประเด็นสำคัญไปเลย ไหนๆ ก็รู้แล้วล่ะว่าเขามาเป็นเพื่อนเธอ

“ลดาพักที่ไหนผมก็พักที่นั่นแหละ”

หูยยย...ง่ายไปไหมยะ

“บ้าสิ ขืนคุณไปนอนที่บ้าน คนอื่นก็หาว่าฉันมีแฟนเป็นฝรั่งเข้าปะไร”

อิลฟรานยักไหล่ “ไม่เห็นเป็นไรนี่ เราเป็นแฟนกันจริงๆ เลยก็ได้ ถ้าคุณกลัวจะโกหกไม่เนียน” ให้ตายเหอะ...พูดเรื่องเดียวกันแต่คนละประเด็น

“ฉันหมายถึงชาวบ้านเขาจะนินทาว่าฉันมีแฟนก่อนแต่งงานต่างหากล่ะ” เธอบอกเสียงเขียว

“อ้าว ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรีบแต่งก่อนเข้าบ้าน ที่เมืองไทยมีการแต่งงานแบบรวบรัดเหมือนลาสเวกัสไหมลดา”

“...”

“ผมซีเรียสนะ เอางี้เราไปจดทะเบียนสมรสกันก่อนก็ได้ พ่อคุณเรียกสินสอดเท่าไหร่ผมทุ่มไม่อั้น”

หน้ามึนอย่างร้ายกาจ...พิมพ์ลดากรีดร้องอยู่ในใจ เชื่อเขาเลย! หน้าสิ่วหน้าขวานยังวกเข้าไปเรื่องนี้ได้ แล้วไอ้ที่จะทุ่มไม่อั้นนี่ คิดว่ากำลังซื้อหุ้นอยู่หรือไง

“ฉันไม่ให้คุณเข้าบ้านหรอก แล้วก็ไม่ต้องไปเจอพ่อฉันด้วย”

“ทำไมล่ะ แค่นี้ก็ต้องหวงพ่อด้วย พ่อผมก็มี ผมไม่ได้เกิดจากกระบอกไม้ไผ่นะ รับรองผมไม่แย่งพ่อคุณมาเป็นพ่อผมจริงๆ หรอกน่า แต่ถ้าเป็น พ่อตาล่ะไม่แน่...” ว่าแล้วเขาก็ส่งยิ้มตาพราว เห็นแล้วอยากหยิกให้เนื้อเขียว

“อย่าฝัน ฉันไม่ยอมเป็นเมียคนที่หนึ่งร้อยสิบห้าของคุณหรอก” อิลฟรานได้ยินจึงหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ

“ที่แท้ก็หึง อยากเป็นหนึ่งเดียวในใจผมก็ไม่บอก”

โอ๊ย...อีตานี่หน้ามึนอย่างร้ายกาจ

“แค่ลดาพูดมาคำเดียวว่าอยากครอบครองผมคนเดียว ให้ผมมีลดาคนเดียว รับรองว่าผมจัดให้ลดาได้หมดโดยที่คุณไม่ต้องมานั่งเล่นตัว อ้อมค้อม วิ่งอ้อมภูเขาเพื่อไล่จับผมเหมือนอย่างตอนนี้ แค่พูด...เข้าใจไหมครับ” คนพูด...ยิ้มกริ่ม นัยน์ตาเป็นประกาย

“ไอ้ปื๊ดดด!!!” แน่นอนว่าอีกฝ่ายปรี๊ดแตกไปแล้ว สาวร่างเล็กแทบกรี๊ดเมื่อชายหนุ่มหัวเราะร่วนอย่างชอบใจที่เธอเรียก...ชื่อไทยของเขา คิดได้อย่างนั้นพิมพ์ลดาก็อดยิ้มตามไม่ได้ แหม่...ใครจะรู้นอกจากพวกเธอสามคน ชลาลัยเรียกเลโอเน่ยามโมโหว่า ไอ้เด็กปั้มเพราะฝ่ายชายมีกิจการขายน้ำมัน และเรียกอิลฟรานว่า ไอ้ปื๊ดก็เพราะเอ่อ เขามีสีผิวเหมือนน้ำมันดิบ! กระนั้นสาวแสบอย่างชลาลัยก็หาได้บอกความจริงไม่ หญิงสาวชี้แจงแค่ความหมายชื่อเด็กปั้มของเลโอเน่ โดยละเว้นให้อิลฟรานเข้าใจว่า...ปื๊ดดด เป็นชื่อไทยที่แปลว่า...หล่อมาก หรือเรียกอีกอย่างว่า...ปื๊ดมากกก

 

อิลฟรานลากกระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่เดินตามหลังร่างเล็กบอบบาง เขาและเธอยังต้องต่อเครื่องไปลงที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของผู้ให้กำเนิด หญิงสาวเล่าว่าเธอเติบโตที่กรุงเทพ เรียนหนังสือที่นี่จนจบชั้นมัธยม แต่สองปีให้หลังมานี้บิดาที่แต่งงานมีครอบครัวใหม่ก็พากันย้ายไปอยู่เชียงใหม่

“ไหนคุณเล่าว่าพ่อคุณมีโรงงานผลิตขวดพลาสติกที่กรุงเทพไง ย้ายไปอยู่เชียงใหม่อย่างนี้ใครดูกิจการ” เขาถาม เนื่องจากนั่งเครื่องบินเป็นเวลาหลายชั่วโมง เขาจึงถือโอกาสซักถามเกี่ยวกับครอบครัวเธอ ทั้งๆ ที่รู้มาอย่างละเอียดยิบได้สองปีแล้ว และเพราะรู้นี่แหละเขาถึงปล่อยเธอมาคนเดียวไม่ได้ มันห่วง...

“ไม่รู้สิ ฉันเองก็สงสัยเหมือนกัน พ่อไปอยู่ที่โน่นแล้วธุรกิจทางนี้ใครจะดูแล” เธอตอบพร้อมสงสัย ดูท่าการที่พ่อย้ายไปอยู่เชียงใหม่คงไม่ใช่เรื่องดี

“เอาเถอะ ไว้เจอพ่อคุณก็รู้เอง ไม่ต้องคิดมากนะ ขมวดคิ้วมุ่นอย่างนี้ดูไม่สวยเลย” เขาบอก ทั้งที่ความจริงคิดว่าเธอน่ารักมากกก ทำหน้ายุ่งๆ แล้วยังน่ารัก

“ไม่สวยก็ไม่ต้องมามองให้เสียสายตา ฉันจะทำหน้าอย่างนี้คุณจะทำไม” เธอบอกเสียงรวน

“ไม่มองได้ก็ดีสิ คุณน่ะทำเป็นไม่รู้ว่าผมละสายตาจากคุณไม่ได้มานานแล้วนะ ผู้หญิงอะไรใจร้ายใจดำ”

“นี่จะวกเข้าเรื่องเป็นแฟนกันให้ได้ใช่ไหมอิล คุณนี่เหลือเกินจริงๆ หน้ามึนไม่มีใครเกิน” เธอว่าพรางค้อนปะหลับปะเหลือก

“แถมยัง ปื๊ด มากๆ ด้วย” อิลฟรานยื่นหน้าเข้ามากระซิบ สีหน้าภาคภูมิใจกับความ ปื๊ด ของตัวเองสุดๆ

จากที่ทำหน้าบึ้งพิมพ์ลดากับต้องระเบิดเสียงหัวเราะขึ้น มองคน ปื๊ดมากๆ ด้วยแววตาขบขัน ข้อดีของอิลฟรานคืออยู่ใกล้เธอทีไรเขามักจะทำให้หัวเราะได้ทุกครั้ง นี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่พิมพ์ลดาไม่กล้าเปิดหัวใจรับเขา เธอเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนไป ระหว่างเธอกับเขาหากเลิกกันไป เธอกลัวมองหน้ากันไม่ติด แล้ววันเวลาแบบนี้จะกลายเป็นแค่อดีต

“ใช่ค่ะ...คุณปื๊ดมาก จริงๆ ด้วยอิลฟราน”

เหลือบตามองผิวคล้ำๆ ของเขาแล้วต้องหัวเราะขึ้นอีกครั้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #479 Love Have (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:45
    อิลหน้ามึนแต่ก็น่ารักน่าหยิกมาก ๆ เลยค่ะ  ถ้ามีเพื่อนแบบนี้แล้วก็มาขอเป็นมากกว่าเพื่อน  รีบรับไว้พิจารณาด่วนเลยค่ะ  เพราะว่าผุ้ชายที่ทำตัวเสมอต้นเสมอปลายและเปิดเผยตัวตนขนาดนี้  ค่อนข้างจะหายากไม่ค่อยมีให้เห็นแล้วนะคะ  ลดาไม่ลองเปิดใจคบกับอิลดูละ  เธอจะได้มีความสุขมั้งจะได้ไม่ต้องทุกหรือเศร้าใจเกี่ยวกับเรื่องในอดีตนะ  แบบว่าคนอ่านอยากให้ลดาเปิดใจรับอิลไว้เป็นแฟนนะคะ
    #479
    0
  2. #373 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:09
    ตามจีบกันยังไม่สำเร็จเอาใจช่วย
    #373
    0
  3. #87 ธีระนัส (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 14:55
    นายปื๊ดมากๆ อ่านไปยิ้มไป เจ้านายจะจับได้อยู่แล้ว ฮ่าๆๆๆๆ
    #87
    0
  4. #86 ธีระนัส (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 14:54
    นายปื๊ดดดมาาาากกกก ฮ่าๆๆ อ่านไปยิ้มไปเจ้านายจะจับได้อยู่แล้วฮ่าๆๆๆ
    #86
    0
  5. #29 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 15:27
    น่ารักดีค่ะ
    #29
    0
  6. #26 aoy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2558 / 08:00
    อยากได้เป็นเล่มไวๆจัง
    #26
    0
  7. #25 sornza (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 23:02
    กร๊ากกกกกก รักปื๊ดจริงๆ
    #25
    0
  8. #24 pimpim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 22:43
    55555 หล่อมากๆ
    #24
    0
  9. #23 Phairin Sukaeo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 21:20
    555 พี่ปี๊ดยังไม่รู้ตัวอีกเหลอ
    #23
    0
  10. #22 นินิน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 20:54
    ลดาอย่าใจแข็งนักเลยพี่ปื๊ดออกจะน่ารักซะขนาดนี้
    #22
    0
  11. #20 remark (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 17:52
    ไหนบอกเค้าว่าปีใหม่จะเขียนพี่สันกับน้องดาร่าแต่ก็นะสิ้นเดือนนี้สองเรื่องก็ยังดี
    #20
    0
  12. #19 nomcakeP'khim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 16:51
    ชอบ  ปื๊ดมากๆ...ระวังนะแล้วหนูลดาก็จะ  รักปื๊ดมากๆๆ   แบบไม่รู้ตัว  รอต่อนะคะไรเตอร์  คุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ
    #19
    0
  13. #18 love_31 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 16:14
    สนุกขึ้นเรื่อยๆเลย อิอิอิ
    #18
    0
  14. #17 nine_wind (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 13:34
    แหม น่าติดตาม ขึ้นเรื่อยๆ 
    #17
    0