หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 17 : ๑๗... แต่งงานกันนะ ฉบับพระเอ๊กพระเอก 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    22 ก.พ. 58

 

สาวๆ ผู้โชคดีจากตอนที่ 16

วุ่นวาย

Jutamas #556

ส่งที่อยู่มาที่ Taksawaree_writer@hotmail.com นะคะ



เล่มตัวอย่างมาแล้ว หนังสือยังจองกันได้นะคะ

หากจะรักฯ 270 (ราคาเต็ม 300)

เมื่อรักบังเกิด 179 (ราคาเต็ม 199)

ชุดละ 449 บาท (2 เล่ม)

EMS 529 บาท

เลขที่ บช.

ชื่อ บช. ทักษพร โบราศรี

-ธนาคารกสิกรไทย 296-2-80038-9

-ธนาคารทหารไทย 609-2-22106-5

 

ขอบคุณมากค่า


17

แต่งงานกันนะ ฉบับพระเอ๊กพระเอก

หลังจากนอนให้หมอตรวจดูอาการบาดเจ็บเสร็จ หญิงสาวก็ต้องเดินทางขึ้นเครื่องบินมาลงที่กรุงเทพทันทีโดยมีผู้เป็นป้าตามมาส่ง กันยามาส่งหลานสาวที่สนามบิน ทั้งปลอบทั้งร้องขอให้ลืมเรื่องวันนี้ ให้ถือเสียว่าเรื่องทั้งหมดคือฝันร้าย ต่อจากไปนี้ชีวิตเธอจะมีแต่สิ่งดีๆ ขวัญดาวและพรรคพวกถูกจับตัว กันยารับปากจะเอาความถึงที่สุด การที่เธอต้องขึ้นเครื่องเดินทางทันที นั่นเป็นเพราะอิลฟราน ชายหนุ่มไม่อยากอยู่ที่นั่นต่อ เขาบอกไม่แน่ใจว่าจะอดไปฆ่าบอยกับพรรคพวกที่โรงพักได้หรือไม่ ชลธารเห็นดีด้วยหลังจากทราบว่าเธอมีอาการบาดเจ็บแค่ฟกช้ำ ตั้งแต่ออกจากบ้านโทรมๆ หลังนั้น อิลฟรานยังไม่พูดกับเธอสักคำ ตอนออกมาเขาเดินเข้ามากอด ตัวเขาสั่นสะท้านแต่ไม่พูดอะไรก็อุ้มเธอมาขึ้นรถ ส่งเธอที่โรงพยาบาลแล้วก็ออกไปคุยบางอย่างกับชลธาร จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของหม่อมราชวงศ์หนุ่มทั้งหมด เธอพบกับเขาอีกทีก็ตอนที่อยู่สนามบิน เขายังคงนั่งเงียบ บนที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสเขาก็ยังแยกออกไปนั่งคนเดียวจนเธอใจหาย

ชลธารส่งยิ้มปลอบใจให้หญิงสาว เขารู้ดีว่าอิลฟรานกำลังรู้สึกอย่างไร และต้องการเวลาสงบจิตใจมากแค่ไหน เป็นเขาเขาก็เดือดจนแทบฆ่าคนที่กล้ารังแกผู้หญิงที่รักเหมือนกัน หากมีปืนอยู่ในมือตอนนั้น เขาเชื่อว่าอิลฟรานคงเหนี่ยวไกแบบไม่ลังเลสักนิด เพราะไอ้ชาติชั่วนั่นมันสมควรตาย!

“รอให้ปรับอารมณ์สักนิดเถอะ อิลมันห่วงลดามาก” พิมพ์ลดารับฟังแล้วลุกขึ้น เธอไม่อยากรอแล้ว การได้พบเขาอีกครั้งทำให้เธอตระหนักถึงความรู้สึกตัวเอง ที่ผ่านมาเธอหลอกตัวเองทั้งสิ้น

“อิล” หญิงสาวเรียกเสียงแผ่ว

เขาเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะรวบตัวเธอให้นั่งตัก กอดเธอไว้แน่น ซุกใบหน้าเข้าที่ซอกคอขาว ตัวเขาสั่นสะท้าน พิมพ์ลดากุมมือเขาไว้ เอนตัวซบหาความอบอุ่นจากร่างกายเขา ต่างคนต่างจมจ่อมอยู่ในภวังค์ของตนเอง

ชลธารมองภาพนั้นด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ขวัญดาวเป็นคนส่งข้อความเข้าเครื่องกันยา พวกเขาถึงได้รู้ว่าเธอจับตัวพิมพ์ลดาไปไว้ที่ไหนและตามไปช่วยทัน นับว่าเป็นการดีที่หญิงสาวกลับตัวได้ทัน สภาพพิมพ์ลดาทำให้เขาอดสะท้านไม่ได้ หากไปช่วยไม่ทันเรื่องมันจะแย่ขนาดไหน

 

กุหลาบมิแรนด้าสีขาวดอกโตชูช่อคู่กับกุหลาบเลื้อยสายพันธุ์เฮอลิเทจที่กำลังอวดดอกบนแผงรั้วร็อทไอรอนที่ดัดโค้งเป็นเกลียวอ่อนช้อย เครื่องยนต์ดับสนิทเมื่อรถแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน อิลฟรานเปิดประตูอุ้มพิมพ์ลดาขึ้น สายตาหญิงสาวยังคงจับจ้องดอกไม้ที่อวดชูช่อ

“ผมเพิ่งสั่งให้เขาเอามาปลูก คุณชอบไหม” ถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบดี แววตาเธอบอกว่าชอบมาก พิมพ์ลดาพยักหน้าหงึกๆ ก่อนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเมื่อจะขยับปากตอบ

“อย่าเพิ่งพูดเลย ตอนนี้หน้าคุณระบมไปหมด” น้ำเสียงเขาทำให้เธอหยุดขยับ

“เดี๋ยวก็หาย” พูดเสียงอู้อี้กับอก ขดตัวยอมให้เขาอุ้มขึ้นไปส่งบนห้อง

อิลฟรานพาหญิงสาวนอนที่ห้องนอนใหญ่ ต้นกาสะลองที่ขึ้นอยู่กลางคอร์ทยาร์ดบัดนี้กำลังแย้มดอกสีขาวสะพรั่งเต็มต้น พิมพ์ลดานั่งมองมัน นึกถึงวันที่นั่งชิงช้าแล้วพูดคุยกับเขา ก่อนหน้าจะเกิดเรื่องไม่กี่วันป้าเพิ่งเอารูปที่แอบถ่ายเก็บไว้มาให้ดู เธอเห็นแววตาตัวเองที่มองเขาเป็นครั้งแรก แววตาสีหน้าที่เธอใช้มองเขามันช่าง... พิมพ์ลดาก้มหน้า นั่นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เธอยอมรับใจตัวเอง

ตอนที่โดนจับตัวไป นอกจากคิดถึงพ่อแล้ว เธอก็เอาแต่ภาวนาให้เขามาช่วย วนเวียนคิดถึงแต่เขา ตอนนี้พิมพ์ลดารู้แล้วว่าเธอคิดอย่างไรกับอิลฟราน และไม่รู้สึกกังขาใดๆ กับความรู้สึกนี้ อิลฟรานคนบ้ากระโดดข้ามเส้นคั่นความเป็นเพื่อน ค่อยๆ ยึดพื้นที่ในหัวใจเธอทีละนิดๆ จวบจนวันที่เธอรู้สึกตัวว่ารักเขา เขาก็ยึดพื้นที่ในหัวใจเธอทุกอณูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวไม่อาจบอกได้ว่ารักอิลฟรานตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่มั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่าต้องตาเขาตั้งแต่แรกพบ เรียกว่าทั้งสะดุด รัก ทั้งหวาดกลัวเลยก็ว่าได้ เขาเอาแต่ใจ บังคับพาเธอกับเพื่อนๆ ไปกินข้าวด้วย ภาพตอนที่ชายหนุ่มโดนชลาลัยเอาน้ำแกงราดหัวทำให้หญิงสาวอดยิ้มไม่ได้

“อุ้ย” เป็นเพราะเผลอยิ้มเลยทำให้แผลที่มุมปากปริ ความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นทันที อิลฟรานที่กำลังเปิดประตูเข้ามาพอดี รีบเข้ามาดูหญิงสาว

“เป็นอะไร”

“เจ็บแผลน่ะค่ะ พอดีลดาเผลอยิ้ม” เธอตอบเสียงอ่อย เจ็บแปลบไปทั้งมุมปาก

“เผลอยิ้ม?” เขาทวนด้วยสีหน้างงงัน นี่คงไม่ได้โดนทำร้ายจนเพี้ยนไปหรอกนะ

“อือ” แน่ะ ยังมาทำอมยิ้มพยักหน้าอีก

“มีเรื่องอะไรให้ยิ้มกัน” น้ำเสียงชายหนุ่มสะบัดนิดๆ เขาทั้งกลุ้มทั้งกลัวจนหัวใจหวิดวาย แต่เธอดันมีเรื่องให้ยิ้มเสียได้

“เรื่องคุณ” เธอตอบสั้นเกิ้น กระนั้นก็ทำให้คนตัวโตขี้งอนแถมยังขี้โมโหหันมาเลิกคิ้วมองได้

“เรื่องผมเนี่ยนะ คุณไข้ขึ้นหรือเปล่าเนี่ย” เขาใช้มืออังหน้าผากหญิงสาว สงสัยจะบอบช้ำจนไข้ขึ้นแน่ๆ ยามนี้เธอต้องหวาดกลัวสิ ขนาดเขายังกลัวแทบตาย แม้จะช่วยเธอออกมาได้แล้วก็ยังกลัวไม่หาย ขนในกายอิลฟรานลุกชัน หากเข้าไปช่วยเธอไม่ทันจะเป็นเช่นไร...

“ฉันสบายดี บอบช้ำนิดหน่อย มีแต่คุณนั่นแหละที่ไม่สบาย” เธอบอก รับรู้ถึงความกลัวของอีกฝ่าย เธอก็กลัวเหมือนกัน แต่อย่างไรเขาก็ไปช่วยเธอออกมาแล้ว ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว นี่ต่างหากล่ะที่สำคัญ!

“ผมเนี่ยนะ” เขาชี้ที่ตัวเอง

“ใช่ สีหน้าคุณไม่ดีเลย ฉันรู้นะว่าตั้งแต่ช่วยฉันได้คุณยังไม่นอนเลย” เธอบอกพร้อมตบที่นอนข้างตัว “มาค่ะ มานอนพักผ่อนซะ จะได้หายฟุ้งซ่าน”

“ลดา...” เขาครางเรียกชื่อเธอ “ผมต่างหากล่ะที่ต้องปลอบใจคุณ ไม่ใช่คุณที่ปลอบใจผม ผม...” เขาหยุดทำท่าครุ่นคิด “ผมไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายอย่างคุณ” พูดจบก็กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ

พิมพ์ลดาฝืนยิ้ม “ฉันปลอดภัยแล้วค่ะ คุณบุกไปช่วยฉันมา อิล... ฉัน-ไม่-ได้-เป็น-อะ-ไร” เธอย้ำเสียงหนักแน่น จับมือเขาขึ้นมาแนบแก้ม “ดูสิคะ ฉันปลอดภัย” ขยับเข้าไปกอดเขา อิลฟรานตัวสั่นสะท้าน “ฉันอยู่ที่นี่ อยู่กับคุณ และจะอยู่ตลอดไปด้วย” ตัวเขาสั่นจนเธอต้องกอดแน่นขึ้น

“ผะผมกลัว...”

เขายอมรับออกมาในที่สุด เธอซบหน้ากับบ่าเขา สองหนุ่มสาวตระกรองกอดกันแน่น

 

หญิงสาวรักษาตัวนานหนึ่งสัปดาห์กว่าแผลฟกช้ำจะหายดี เหลือทิ้งไว้แต่รอยเขียวช้ำบางแห่ง อิลฟรานมีสีหน้าดีขึ้นยามเห็นรอยแผลบนใบหน้าและลำตัวของเธอหายไป พิมพ์ลดาพูดไม่ถูกเลยยามเขาใส่ยาให้เธอครั้งแรก สีหน้าเขาเหมือนจะตายเสียให้ได้ บางคราก็ดุดันขึ้นเหมือนเขาจะแล่นไปฆ่าคนทำได้ในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง ตั้งแต่เมื่อวานที่เขายอมให้เธอลุกเดินเหินไปรอบบ้าน หลังจากนอนแซ่วอยู่บนเตียงให้เขาดูแลปรนนิบัติหกวันเต็ม

มิแรนด้าดอกใหญ่ถูกใส่ไว้แก้วทรงสูง ข้างๆ กันมีดอกกาสะลองวางไว้ในจานขนาดเล็กสีชมพู พิมพ์ลดาอยากจะกรีดร้อง เธอเคยบอกเขาแล้วว่าอย่าเด็ดดอกไม้ ให้มันสวยงามบนต้นมันไป หากอยากให้เชยชมพาเธอออกไปดูมันที่ต้นก็ได้ แต่นี่เขา...

“อิลคะ ลดาบอกคุณแล้วไงว่าอย่าเด็ดดอกไม้!” เธอแหวใส่เขา คนกำลังตั้งโต๊ะอาหารเช้าสะดุ้งเฮือก นับวันยิ่งหวั่นกับน้ำเสียงสูงปรี๊ดของหญิงสาว

“ผมไม่ได้เด็ดนะ แค่เดินไปชนแล้วกิ่งมันหัก” เขาแก้ตัวเป็นพัลวัน

“เห็นฉันเป็นควายหรือไงคะ” ท่าเท้าสะเอวของหญิงสาวยิ่งทำให้อิลฟรานแข้งขาอ่อน พานจะลงไปนั่งพับเพียบกราบไหว้เธอเสียให้ได้ แม่เจ้าประคุณจะดุอะไรปานนี้

“ใครว่าผมเห็นคุณเหมือนเจ้าทุยกันเล่า เห็นเป็นนางฟ้าต่างหากเล่า” น้ำเสียงเขากรุ้มกริ่มพอกับใบหน้า พิมพ์ลดาสะบัดหน้างอนใส่ แต่ก็ยอมพาตัวเองไปนั่งแต่โดยดี ยอมให้เขาตักข้าวให้อย่างเอาใจ ก้มหน้าก้มตากินข้าวโดยไม่ชวนเขาคุย ตอนที่ลุกขึ้นเก็บจานช่วยก็ไม่พูด หากแต่พอถึงตอนที่ช่วยกันล้างจาน โดยที่เขาเป็นล้างน้ำยา ส่วนเธอล้างน้ำดี เธอจึงเอ่ยปากขึ้นถามเขา

“ได้ข่าวดาวไหมคะ” หนึ่งสัปดาห์ที่เธอจงใจไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ มาวันนี้วันที่แผลบนใบหน้าเธอทุเลาลงจำต้องถามขึ้น

“ไม่!” มือที่กำลังล้างคราบอาหารสะดุดกึก กำฟองน้ำแน่น

“อิล ถ้าดาวไม่ส่งข้อความไปบอกว่าฉันอยู่ที่ไหน...” เธอยังพูดไม่จบอีกฝ่ายก็แผดเสียงตวาดกลับ

“แต่ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนวางแผนจับตัวคุณไป ทำให้คุณตกอยู่ในอันตราย”

“แต่ดาวสำนึกได้ ส่งข้อความไปหาป้า แล้วคุณก็มาช่วยฉันทัน”

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องให้อภัยเขาหรอกนะ ผู้หญิงคนนั้นก็แค่กลัวถูกตำรวจจับ ไม่ได้สำนึกผิดจริงๆ หรอก”

พูดเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรก็รังแต่จะทะเลาะกัน ซ้ำยังเหมือนพายเรืออยู่ในอ่าง อิลฟรานปักใจโทษขวัญดาว ความดีที่ขวัญดาวได้ทำไม่อาจลดโทษได้ พิมพ์ลดารู้ว่าเธอไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ใจร้ายถึงขึ้นหลับหูหลับตาโกรธโทษอีกฝ่าย ถ้าเธอไม่พูดให้ขวัญดาวคิดได้ ป่านนี้เธอคง... แววตาหญิงสาววูบไหว ยอมรับว่ายังกลัวอยู่ แต่จะทำอย่างไรได้ มาถึงตอนนี้เธอต้องเดินหน้าต่อ

“อิลคะ ตอนนี้ลดาปลอดภัยแล้ว ถือโทษโกรธดาวไปก็เท่านั้น คุณอย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นตัวทำลายความสุขของเราเลยนะคะ” เธอออดเสียงอ่อน กะพริบตาปริบๆ ให้อีกสองครั้งเมื่อเขาสบตา อิลฟรานเห็นเข้าพอดีถึงกับใจละลาย... ผู้หญิงอาร้ายยย อ้อนได้น่ารักที่สุด!

“ผมจะไม่พูดเรื่องนี้อีก แต่อย่าเหมารวมว่าผมให้อภัยผู้หญิงคนนั้น” เขาย้ำชัดให้เธอรู้ด้วยว่าเธอเองก็ห้ามพูดเรื่องนี้เช่นกัน

“โอเคค่ะ ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้อีก จะรูดซิปปากให้สนิท” เธอใช้นิ้วปาดเข้ากับริมฝีปาก อิลฟรานเห็นแล้วรีบเบือนหน้าหนี น่าร้ากกก...อีกแล้ว!

 

ความน่ารักของหญิงสาวยังไม่หยุดแค่นั้น ยิ่งนับวันอิลฟรานยิ่งรู้สึกควบคุมตัวเองยากขึ้น โดยเฉพาะมือไม้ที่อยู่ไม่สุข พิมพ์ลดาเหนื่อยที่ต้องคอยส่งค้อนคอยตีมือปลาหมึกที่เผลอเป็นไม่ได้ นิดหนึ่งกอด แวบหนึ่งก็จูบ ในแต่ละวันสิ่งละอันพันละน้อยหลายอย่างดูเหมือนเป็นเรื่องน่ายินดีให้เขาหาเรื่องได้กอดจูบเธอ อย่างเช่น...

“กุหลาบเวดดิงเบลล์ต้นนี้ออกดอกเยอะมากเลยเนอะ”

เขาหอมฟอดใหญ่ๆ ที่แก้มเธอ

“โอ้โห...กาสะลองบานเต็มต้นเลย”

สองฟอดติดกัน ราวกับต้องการแยกแยะกลิ่นเธอกับกลิ่นดอกกาสะลอง

หญิงสาวไม่ได้รู้สึกรำคาญ แค่คิดว่ามันเยอะเกินไป วันดีคืนดีนั่งดูทีวี รายการพักเบรกโฆษณายังมาหน้ามึนขอจูบกันดื้อๆ เล่นเอาเธอตั้งตัวไม่ติด แทบขาดอากาศหายใจตายกว่าเขาจะถอนจูบวาบหวามนั้น และที่ทำให้อึ้งไปกว่านั้นก็ตอนที่เขา...

“กลับไปนี่เราแต่งงานกันนะลดา จัดที่อิตาลีก่อน ปีหน้าค่อยกลับมาแต่งที่ไทย”

“อะไรนะคะ?!

“อ้าว กลายเป็นคนหูตึงไปซะแล้ว ผมขอคุณแต่งงานน่ะ แต่แต่งที่อิตาลีก่อน ปีหน้าค่อยกลับมาแต่งที่เมืองไทย” เขายังอุตส่าห์ย้ำให้อย่างไม่ตกหล่น

“คุณขอฉันแต่งงาน!

“อ่าฮะ...” เขาพยักหน้า ใจเต้นโครมครามขัดกับสีหน้าเรียบนิ่ง คือ...รู้ละว่าหน้ามึน แต่ไม่รู้จะขึ้นบทอย่างไรดี คิดมาสามวัน ทำดีที่สุดได้แค่นี้แหละ

“อย่าบอกนะ ที่ทำหน้าอึ้งนี่เพราะผมไม่ลงไปคุกเข่า แล้วก็ไม่มีดอกไม้” เขาหรี่ตาถาม “เห็นอย่างนี้คุณก็โรแมนติกเหมือนกันนี่ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมขอคุณแต่งงานใหม่แล้วกัน เดี๋ยวผมไปตัดดอกกุหลาบมาทั้งสวนเลย”

“บ้าสิ! คุณทำเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆ” เธอแหวสุดเสียง ทั้งอายทั้งโกรธเลยทีเดียว

“เฮ้ย ใครว่าเล่น ผมจริงจังนะ มีความโสดเป็นตัวประกันด้วย”

ตลกละ! พิมพ์ลดากรีดร้องในใจ

“เก็บไว้เถอะ แค่ความโสดของคุณน่ะ ฉันไม่ต้องการหรอก” เธอสะบัดเสียงใส่อย่างแง่งอน จริงๆ ก็ไม่ได้อยากให้เขาคุกเข่าหรือหอบดอกไม้มาขอแต่งงานเท่าไหร่หรอก แต่ช่วยเลือกช่วงเวลาที่มันดีกว่านี้ได้ไหม ไม่ใช่ตอนที่กำลังดูซีรีย์ฆาตกรรมอยู่อย่างนี้ ตัวละครหลักของเรื่องเป็นทีมงานที่วิเคราะห์พฤติกรรมของฆาตกร อย่างตอนที่กำลังฉายนี่ก็เป็นการฆาตกรรมโดยกรีดที่เนื้อตัวศพเหมือนทำเป็นสัญลักษณ์อะไรสักอย่าง แล้วมันเข้ากันไหมกับบรรยากาศขอแต่งงาน เธอคงตอบตกลงหรอก ทั้งๆ ที่ยังคาใจว่าใครเป็นฆาตกร!

“ตั้งความโสดต่างหาก ผมทุ่มทั้งชีวิตเลยนะลดา” เขาโวยวายใหญ่โต ราวกับเธอกำลังเหยียบย่ำตีค่าความโสดของเขาต่ำเกินไป

“ฉันไม่อยากได้หรอกความโสดของคุณน่ะ”

“แต่ผมมีหัวใจและตัวแถมพ่วงด้วยนะ โปรโมชั่นหลักเลย ไม่รีบตกลงเดี๋ยวหญิงอื่นแย่งไปก่อนนะ” เขาพูดเหมือนกำลังเสนอขายสินค้าพรีเมี่ยมให้แก่เธอ

“ฉันไม่ชอบแย่งของกับใคร” เธอยังคงเล่นแง่ จะว่าไปแล้วต่อปากต่อคำกับเขาก็สนุกดีเหมือนกัน

“ยังไม่มีคู่แข่งซะหน่อย เนี่ยผมกระซิบบอกคุณก่อนใครเลยนะ ตกลงเถอะนะลดา” เขาออดบ้าง ซบหัวที่ไหล่บอบบางของเธอ

“แต่เรายังเป็นแค่ แพน กันนะ”

“โอ๊ย...ข้ามขั้นไปไหนต่อไหนแล้วแม่คุณ นอนด้วยกันมาตั้งเกือบสิบคืนยังไม่รู้ตัวหรือไง แพน เขาไม่นอนกอดกัน แฟน ก็ด้วย ตอนนี้เราเหมือนเป็น ผัวเมีย กันเลยนะ”

“อี๋...พูดจาหยาบคาย ยังไม่ได้ถึงขั้นนั้นซะหน่อย” เธอแหวแว้ด ถึงจะนอนด้วยกันแต่ก็ไม่มีอะไรเกินเลยสักนิด แค่กอดแค่จูบนิดหน่อย ระหว่างเธอกับเขา ถ้าไม่นับการมาบ้านหลังนี้เมื่อคราวที่แล้วก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าสักนิด

“เราจดทะเบียนสมรสกันแล้วนะ”

“แค่เรื่องหลอกๆ” เธอย้อนทันควัน อิลฟรานถอนหายใจเฮือกใหญ่

“แต่งไม่แต่ง” ถามสั้นเหมือนขู่อย่างไรอย่างนั้น

“จะขอแต่งงานหรือขู่ฆ่ากันเนี่ย” พิมพ์ลดาได้แต่อมยิ้ม แมงง้องแง้งกำลังบินรอบหัวเขาเลยทีเดียว ผู้ชายอะไรงอนน่าร้ากกก...

“ขอแต่งงาน แต่ถ้าปฏิเสธจะฆ่า...” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ กล่าวประโยคที่ทำให้เธอหน้าร้อนนั่งไม่ติด “...ด้วยไฟพิศวาสที่โหมร้อนจนคุณหมดแรง”

พิมพ์ลดาระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“คุณไปจำประโยคในนิยายเรื่องไหนที่ยายน้ำอ่านคะ”

อิลฟรานยิ้มกว้าง ส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ได้อ่าน แต่เพื่อนคุณบอกผมมา” ชลาลัยโทร. มาเชียร์ให้เขาขอเธอแต่งงานเช้าเย็นทีเดียว แถมยังแนะนำประโยคเด็ดๆ ให้ด้วยซี

“บ้าจริงๆ” หญิงสาวขำจนท้องคัด

“ถึงบ้าก็บ้ารัก ตกลงแต่งงานกันนะลดา”

พิมพ์ลดาสบตาจริงจังของเขา เธอพยักหน้าตอบอย่างเอียงอาย ไม่เสียหายอะไร ถ้าจะข้ามขั้นจากแพนเป็นสามีภรรยา อิลฟรานรวบตัวหญิงสาวเข้ามากอด กระซิบถามเสียงแตกพร่าอีกหนึ่งคำถาม

“ถามอีกข้อ...”

“อะไรคะ”

“คุณอยากให้ผมเป็นเหมือนพระเอกในนิยายไหม”

“หือ...หมายถึงคุกเข่าขอแต่งงานเหรอคะ”

“ไม่ แบบ...” เขาปัดไม้ปัดมือในอากาศ “รอให้ถึงวันแต่งงานน่ะ”

หญิงสาวพยักหน้าเมื่อถึงบางอ้อ กลั้นยิ้มจนแก้มแทบแตก

“ก็ดีค่ะ” เธอตอบเสียงสั่นเพราะอยากหัวเราะเต็มแก่ แหม...หน้าตาว่าที่เจ้าบ่าวของเธอสลดลงจนน่าขำ

“จริงอะ?”

“อือ”

“โหย...ไม่สะใจ มันต้องให้ผมขืนใจคุณก่อนแต่งงานสิ แล้วเราก็มีลูกด้วยกัน คุณโกรธผม หอบลูกหนีไปแล้วผมค่อยตามไปง้อ แบบนี้สิครบสูตร สะใจดีด้วย”

พิมพ์ลดาหัวเราะค้าง ความคิดความอ่านของเขาชักจะเลอะ ไม่ต้องบอกว่าเป็นศิษย์สำนักไหน คงไม่พ้นเป็นศิษย์ของหม่อมราชวงศ์ชลาลัยอย่างแน่นอน

“สะใจกับผีสิ อุ้มท้องหนีสนุกตายละ”

“ดีออก ผมว่าน่าตื่นเต้น แต่คุณไม่ต้องกลัวหรอก ผมต่อให้คุณหนีแต่สองกิโลเมตร เดี๋ยวผมไปตามกลับมาเอง”

กร้ากกก...ไอ้พี่ปื๊ดอย่างฮา! หญิงสาวทิ้งตัวพิงผนักโซฟาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ช่างเป็นการขอแต่งงานที่แซบที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมา 







พี่ปื๊ดหล่อเว่อร์ๆๆๆๆๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #815 *Ben* (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 18:19
    ขอแต่งงานอย่างฮาสุดๆเลยพี่ปื๊ด
    #815
    0
  2. #804 จันทกานต์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:40
    น่ารักมากอะรั่วย่งกว่าป๋าเหน่ห์อีก555

    #804
    0
  3. #767 แว่นใส (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:43
    ขอแต่งงานได้ฮาจริง ๆ นะ
    #767
    0
  4. #765 Demimoo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:21
    สรุปว่าใครเป็นฆาตกรเนี่ย ?? 55555
    #765
    0
  5. #764 ขอให้สมปรารถนา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:40
    รออ่านต่อนะคะ

    #764
    0
  6. #763 Manpoon Boon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 06:36
    พี่ปื๊ดขอสาวตอนดูหนังฆาตกรรม ช่างโรแมนติกจริงๆ
    #763
    0
  7. #762 pok (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:48
    อยากเป็นลดาจะได้มีแพนอย่างพึ่ปื๊ดดดดดดด
    #762
    0
  8. #761 เพนศรี (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:47
    ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่..ปี๊ด..แล้วย่อมทำอะไรไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
    #761
    0
  9. #760 เดือนเสี้ยว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:06
    ขอแต่งงานแบบนี้ไม่มีใครเหมือนจริง ๆ นะพี่ปี๊ด

    #760
    0
  10. #759 Moiy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:16
    น่ารักฝุดๆ
    #759
    0
  11. #758 Suger Cane (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:42
    5555 ปี๊ดเอ๊ยปี๊ด จะฮาไปไหน แต่ขอบอกว่าเลิฟปี๊ด
    #758
    0
  12. #757 snowclick (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:51
    น่าตาและบุคลิกพี่ปื๊ดแก..ไม่น่าจะอินและเซนซีทีฟเหมือนนิยายน้ำเน่าไปได้เน๊อะ..คิดไดงั้ย ขืนใจก่อนแต่ง ท้องแล้วกระเตงลูกหนี แล้วไปง้อขอคืนดีทีหลัง...พี่แกก็ช่างคิดเน๊อะ ยิ่งอ่านยิ่งขำ ถามจริง..เคยไปรับจ๊อบขึ้นเวทีเชิญยิ้มมาบ้างป่าวนิ..ตลกได้น่าตายมาก แถมลดายังไม่รับมุก ถ้าในชีวิตจริงมีแบบนี้ อยู่ด้วยกันขำได้ทั้งชาติเลยครับ..พี่น้อง
    #757
    0
  13. #756 namkhang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:59
    พี่ปื๊ดน่าร๊ากกกกกกกกกก
    #756
    0
  14. #755 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:42
    น่ารักจริงจริ๊ง
    #755
    0
  15. #754 Nook01 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:33
    คู่นี้น่ารักพี่ปื๊ดน่ารักรที่ซู้ด
    #754
    0
  16. #753 Ryoma_Rut (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:29
    ปกสวยมากค่ะ
    #753
    0
  17. #752 Ryoma_Rut (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:24
    มาเเล้ว อิอิ
    #752
    0
  18. #751 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:53
    ฟินที่สุดอิอิ
    #751
    0
  19. #750 nunui (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:08
    โหย! พี่ปิ๊ด คิดได้ไงเนี่ย 555 ต่อให้ตั้ง 2 โลเชียว
    #750
    0
  20. #749 นางมารร้าย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:53
    หน้ามึน...แต่ก้น่าร้ากอ่า....อิจฉาเป็ดน้อยที่ซู๊ด
    #749
    0
  21. #748 sornza (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:40
    มาอย่างฮาอีกแล้วพี่ปี๊ด สนุกมากๆอยากได้เล่มเร็วๆจัง
    #748
    0
  22. #747 vzavii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:24
    โลกต้องจารึกการขอแต่งงานของฮีีเลยที่เดียวพี่ปื้ดมาเหนือเมฆมากอะ อิชั้นชอบๆ 
    #747
    0
  23. #746 korkung8 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:49
    พี่ปื้ดมึนมากกก แต่ละอย่าง 5555
    #746
    0
  24. #745 ปันปัน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:09
    รักพี่ปี๊ดกะเป็ดน้อยฝุดๆจ้า...แต่งเลยๆๆ...
    #745
    0
  25. #744 วรรณพร (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:17
    รักพี่ปี๊ดจัง
    #744
    0