หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 14 : ๑๔...กำแพงหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,609
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    6 ก.พ. 58

สาวๆ ผู้โชคดีจากตอนที่ 13
 

13 nomcakeP'khim

 

13 Yoda0147

 

ส่งที่อยู่มาที่ Taksawaree_writer@hotmail.com นะคะ

ส่วนท่านที่ไม่ได้ ลุ้นกันยาวๆ อีก 9 ตอนค่ะ
สรุปว่าแจกมากกว่า 10 เล่มหราเนี่ย ตอนที่แล้วคนเล่นเยอะ เลยให้สองนะคะ เดี๋ยวมาดูตอนนี้กัน
โชคดีนะคะพี่ยกน้องยก

 



14

กำแพงหัวใจ

ทุกอย่างกำลังราบรื่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องความสัมพันธ์ ธุรกิจใหม่ที่อิลฟรานเล็งไว้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาโดยทุกอย่างยังเป็นความลับเช่นเดิม พิมพ์ลดาหอบงานมาทำที่ห้องพักในโรงแรมชื่อดังบ่อยครั้งตามคำขอของชายหนุ่ม หญิงสาวเข้าถึงเขาทุกแง่ทุกมุม ยกเว้น...เรื่องครอบครัวที่เขาไม่เคยพูดถึง ส่วนใหญ่อิลฟรานจะพูดถึงกันยาป้าของหญิงสาวมากกว่า เมื่อเขาไม่พูดเธอก็ไม่ถาม สีหน้าเจ็บปวดของเขาในวันนั้นยังคงติดตาเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่แตะในเรื่องที่เขายังไม่อยากบอก

อย่างเช่นวันนี้... วันที่เขารับโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเจ็บปวดกึ่งเกรี้ยวกราด อิลฟรานไม่เห็นว่าเธอเปิดประตูเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มกำลังตวาดอย่างเกรี้ยวกราดใส่ปลายสาย

“ผมบอกแล้วว่าให้รับเงินของคุณเอาไว้ แม่ไม่ใช้...ผมก็ไม่ใช้!” ชายหนุ่มตวาด หัวเสียที่ทนายโทร. รายงานว่าผู้เป็นบิดาไม่ยอมรับเงินคืน อีกทั้งยังโอนเงินเข้ามาในบัญชีของเขามากกว่าจำนวนนั้นถึงสามเท่า!

“แกไม่ใช้ก็เอาเก็บไว้หลานกับว่าที่ลูกสะใภ้ฉันใช้” คนปลายสายตอบกลับเสียงเย็น วัยวุฒิทำให้ควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าผู้เป็นลูก

“ผมไม่ต้องการ เมียผม ลูกผม ผมเลี้ยงเองได้”

“เมียแกก็คือลูกสะใภ้ฉัน ลูกแกก็คือหลานฉัน แกกับฉันหนีกันไม่พ้นหรอกอิลฟราน”  นี่คือความจริงที่เจ็บปวดที่สุดในตอนนี้ อิลฟรานอยากคำรามให้ก้อง

“ผมเคยขอคุณแล้ว ขออิสระให้ผม ขอให้ผมแยกออกมาใช้ชีวิตของผมเองโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณอีก” เขากดเสียงต่ำ

“ฉันให้แกไม่ได้หรอกอิล แกเป็นลูกฉัน เลือดของฉันไหลเวียนอยู่ในตัวแก แกกับฉันตัดกันไม่ขาด”

“ปล่อยผมไป...” ชายหนุ่มย้ำช้าๆ ชัดๆ หลับตาลงเพื่อสะกดกั้นความเจ็บปวดที่ประดังเข้าสู่หัวใจ

“ไม่-มี-วัน”

พิมพ์ลดาสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ อิลฟรานก็ปามือถือลงพื้น แรงกระแทกทำให้มันแตกกระจายไม่มีชิ้นดี เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไร แต่ก็รับรู้ว่าคนฟังทั้งเจ็บใจและโมโหสุดๆ ใบหน้าเขาตอนนี้แดงก่ำ มือกำเข้าหากันแน่นจนเห็นเส้นเลือดโป่งนูนขึ้น อิลฟรานในตอนนี้ดูน่ากลัวมากๆ

“อิล” เธอเรียก เขาหันมองก่อนจะรีบหันกลับเพื่อซ่อนสีหน้าเดือดดาล

“คุณกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวเย็นๆ ผมไปหา” พิมพ์ลดามองแผ่นหลังกว้างด้วยแววตาน้อยใจ มันช่วยไม่ได้จริงๆ ที่เธอคิดน้อยใจเขาขึ้นมา ทั้งๆ ที่รู้ดีว่ายังไม่มีสิทธิ์ยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา แต่ในยามที่เขากำลังเป็นทุกข์ เธอก็อยากเป็นคนอยู่ปลอบใจ

“ฉัน...”

“กลับไปก่อนลดา” เขาย้ำโดยไม่หันกลับมามอง

พิมพ์ลดาจ้องแผ่นหลังเขา กะพริบตาถี่เพื่อขับไล่น้ำตา หันหลังเดินออกไปจากห้องโดยไม่กล่าวลา บางที...สถานะของเพื่อนก็ไม่ใช่แฟนก็ไม่เชิง คงทำให้เธอทำได้แค่นี้ แค่มองเขาอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ โดยไม่มีสิทธิ์เดินเข้าไปพูดปลอบใจ หญิงสาวปลอบใจตัวเอง ในเมื่อเธอเลือกเส้นทางนี้เอง เลือกให้เขาอยู่ระหว่างความเป็นเพื่อนกับแฟน ก็จำต้องยอมรับผลตอบรับในสิ่งที่ตัวเองได้เลือกแล้ว

 

ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับที่คนข้างในก้าวออกมา หญิงสาวร่างโปร่งบางผิวสีน้ำผึ้ง นัยน์ตาคมกำลังยืนขวางทางเธอ พิมพ์ลดานิ่วหน้า เมื่ออีกฝ่ายจ้องมองอย่างเสียมารยาท สายตาที่ตวัดขึ้นลงสร้างความไม่พอใจแก่เธอเป็นอย่างมาก เพราะมันทั้งดูแคลนปนเหยียดหยาม

“นี่น่ะเหรอผู้หญิงของอิล เชอะ นึกว่าจะสวยเลิศเลอมาจากไหน ที่แท้ก็หาดีได้แค่นี้” ไม่ใช่แค่สายตาหรอกที่ดูแคลน หากแต่เป็นคำพูดด้วย

“...” พิมพ์ลดาเลือกที่จะไม่ตอบโต้ เพราะเธอไม่รู้จักอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่หยี่ระท่าทางเฉยเมยของเธอ

“ฉันจะบอกอะไรให้นะ นายนั่นน่ะไม่เคยรักใครหรอก ที่ควงเธอก็แค่แก้เหงา” ริมฝีปากที่เคลือบสีแดงสดเอาไว้ฉีกกว้าง

“คุณเป็นใคร” เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมแนะนำตัว เธอก็จำต้องทวงถามถึงมารยาทด้วยการถามชื่อแซ่ของอีกฝ่าย ก่อนจะเปิดบทสนทนาอย่างเต็มตัว

สาวนัยน์ตาคมยักไหล่ ทำหน้าครุ่นคิด “เป็นใครงั้นเหรอ อืม...เอาเป็นว่าเป็นคนที่สำคัญกว่าเธอก็แล้วกัน เป็นคนที่รู้จักอิลฟรานมากกว่าเธอหลายร้อยเท่า” กดยิ้มสะใจเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของอีกฝ่าย เฮอะ ผู้หญิงอย่างนี้เหรอที่จะเอาอิลฟรานอยู่

พิมพ์ลดาไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนไหวมากมาย แต่ก็เพิ่งตระหนักถึงกำแพงหนาใหญ่ที่อิลฟรานสร้างขึ้นกันคนนอกรวมถึงเธอข้ามเข้าไปก็วันนี้เอง เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย นอกเสียจากเรื่องฐานะที่ร่ำรวยเทียบเท่าเลโอเน่ เธอรู้เขาในแง่มุมที่เขาอยากให้รู้จัก ไม่เคยได้สัมผัสหรือเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของชายหนุ่มสักนิด

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ...คุณคนที่สำคัญกว่าฉัน ตอนนี้ดิฉันขอตัวก่อน หวังว่าเราจะไม่ได้พบกันอีกนะคะ” เธอว่าแค่นั้นก็เดินเข้าไปในลิฟต์ กดปุ่มปิดอย่างรวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายทักท้วงหรือพูดจาทำร้ายจิตใจได้อีก

“โอ้โห...ไม่ธรรมดาจริงๆ” คนที่ถูกทิ้งเอาไว้ร้องออกมา กระนั้นแววตาก็ยังเปี่ยมด้วยรอยดูแคลน ไม่ง่ายหรอกที่จะก้าวเข้ามาเป็นผู้หญิงของอิลฟราน ไม่ง่ายเลยจริงๆ แค่ที่ถูกฝ่ายชายตามตื๊อนับว่าอัศจรรย์มากพอแล้ว ไม่มีเกินกว่านี้แล้ว ...เชื่อสิ!

 

อิลฟรานไม่ได้มาตามที่บอกเอาไว้ พิมพ์ลดาเข้าใจเขาดีแต่ก็แอบรอและหวังว่าเขาจะมา เธอรอเขาแค่สองวันแรกก็ต้องเลิกรอเพราะได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากกันยา ข่าวการเสียชีวิตของขจีจิตต์ทำให้เธอตกใจไม่น้อย ขจีจิตต์ถูกคนร้ายจับยัดใส่กระสอบแล้วโยนถ่วงน้ำ พิมพ์ลดาจองตั๋วกลับเมืองไทยทันที น้ำเสียงของกันยาไม่ค่อยจะสู้ดี ตอนนี้เธออยากไปอยู่เป็นเพื่อนผู้เป็นป้า พอๆ กับอยากหนีไปจากสถานการณ์อีหลักอีเหลื่อระหว่างเธอกับอิลฟราน นอกจากเขาไม่มาให้เห็นหน้า เขายังไม่โทร. หาเธออีกด้วย

“จะไปคนเดียวได้เหรอแก ฉันไปเป็นเพื่อนดีกว่านะ” เชวงบอกอย่างเป็นห่วง มองพิมพ์ลดาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า

“ไปได้ยังไง แล้วใครจะดูร้าน ก็รู้กันอยู่ว่ายายน้ำต้องเลี้ยงลูก แกอยู่ทางนี้แหละดีแล้ว ฉันอาจไปพักอยู่กับป้านานหน่อย ไม่ต้องห่วงหรอก”

“หวังว่าแกคงไปอยู่เป็นเพื่อนป้าจริงๆ นะ ไม่ใช่ไปเพราะต้องการหนี” คำพูดแทงใจดำทำให้พิมพ์ลดาปิดปากเงียบ เชวงเห็นเข้าจึงถอนหายใจ เป็นอย่างที่เลโอเน่ว่าไม่มีผิด

“ก็มีส่วนนะ บางทีฉันว่าระหว่างฉันกับเขา ไม่ว่าจะหยุดแค่ความเป็นเพื่อนหรือเดินหน้าคบเป็นแฟน มันก็ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดกันทั้งสองทาง เพียงแต่ฉันไม่รู้ว่าทางไหนมันเจ็บกว่ากัน”

เชวงฟังแล้วถอนหายใจ “แล้วแกคิดว่าจะทนความเจ็บปวดได้อีกนานแค่ไหน มาถึงขนาดนี้แล้ว กลับไปเป็นเพื่อนกันคงไม่ได้หรอกนะลดา” หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน โดยเฉพาะความรู้สึก

“ก็ไม่ได้ว่าจะกลับไปเป็นเพื่อนซะหน่อย เพียงแต่ฉันอยากให้เวลาอิลเขาจัดการเรื่องของตัวเอง พอแก้ไขมันได้ บางทีเขาอาจเปิดใจยอมเล่าเรื่องครอบครัวให้ฉันฟังก็ได้นะ” พิมพ์ลดาหวัง... หวังเป็นอย่างยิ่ง

“ถ้ามันยาก...แกก็ต้องพยายามนะลดา อย่าถอดใจง่ายๆ ล่ะ”

“อื้อ ฉันสู้ไม่ถอยอยู่แล้วล่ะ” สีหน้าแววตาเจ็บปวดของเขาเธอจำได้ดี สักวัน...เธอจะเป็นคนเยียวยารักษาบาดแผลในใจให้เขา

“เฮ้อ ได้ยินอย่างนี้ก็เบาใจ ฉันล่ะกลัวแกปอดแหกถอดใจกลางครัน บอกตรงๆ นะ ผู้ชายอย่างอิลฟรานน่ะหายาก ฉันไม่อยากให้แกพลาด” พิมพ์ลดาพยักหน้าตอบรับว่าเธอไม่ยอดพลาดอย่างแน่นอน ลองได้เดินหน้ามาถึงขั้นนี้แล้ว เธอไม่ถอดใจง่ายๆ หรอก อิลฟรานรอเธอมาได้ตั้งสามปี แล้วทำไมเธอจะเป็นฝ่ายรอให้เขาเปิดรับเธอไม่ได้เล่า

 

ถึงวันเดินทางพิมพ์ลดาไม่ได้เดินทางกลับเมืองไทยคนเดียว ผู้ชายตัวโตใส่เสื้อยืดสีฟ้ากับกางเกงยีนส์ฟอกยืนรอเธอตรงทางเดิน ท่ามกลางผู้คนมากมาย เธอกลับสังเกตเห็นเขาได้ง่ายดาย หญิงสาวยิ้ม ส่วนเขายิ้มตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง ไม่มีอิลฟรานคนที่เกรี้ยวกราด มีแต่อิลฟรานที่อารมณ์ดี น่ารัก หากเปรียบเป็นเหรียญด้านนี้คือด้านที่เขาอยากให้เธอเห็น ส่วนอีกด้านมักถูกเขาเก็บซ่อนเอาไว้ ด้านที่มีรอยแผลเหวอะแหวะ เต็มไปด้วยความเจ็บปวดหมองเศร้า และมันยังเป็นด้านที่เธออยากพบเจอมากที่สุดในตอนนี้

“มาได้ยังไงคะ” เธอถามด้วยสีหน้าที่กลั้นยิ้ม

“นั่งรถมาจ้ะ”

“แล้วจะไปไหน”

“ไปที่เดียวกับลดานั่นแหละ”

คำถาม-คำตอบ ฟังดูคุ้นเหลือเกิน

“ใครอนุญาตกัน กลับไปเลยนะ ตอนนี้ยังไม่ได้ขึ้นเครื่องไม่ต้องมาอ้างว่าไม่ทัน” เธอรีบดักทาง แก้มป่องขึ้นจนเกือบปริแตก เธออยากยิ้มเต็มแก่แล้ว

“จองตั๋วแล้ว จ่ายเงินแล้วด้วย ไม่ไปก็เสียตายตังแย่สิ” เขาออดทำหน้าเสียดายเงินสุดๆ

“คุณยังต้องคุยเรื่องธุรกิจอยู่นะคะ” เธอท้วง ไอ้ดีใจก็ดีใจอยู่หรอกที่เขาอุตส่าห์จะไปเป็นเพื่อน แต่คิดอีกทีก็ห่วงงานของเขา

“ฝากให้สมิธกับอธิคมดูแล้ว อีกอย่างช่วงนี้ผมไม่ยุ่ง กว่าจะเซ็นสัญญากับโรงงานผลิตอีกทีก็ต้นเดือนโน่น ระหว่างนี้ผมก็แค่คิดแผนการตลาด” เขาพูดเหมือนมันเป็นเรื่องง่าย พิมพ์ลดาส่ายหน้าปฏิเสธ อีกฝ่ายเลยพูดต่อ

“ถือเสียว่าให้ผมไปพักผ่อนนะ เผื่อเกิดปิ๊งไอเดียดีๆ ลดาอย่าห้ามผมเลย ไม่สำเร็จหรอก” เห็นจะจริงอย่างที่เขาว่า ทั้งเรื่องพักผ่อนและเรื่องเธอจะห้ามเขาไม่สำเร็จ หญิงสาวเลยยอมให้เขาตามขึ้นเครื่อง การที่เขามีที่นั่งติดกับเธอไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เธอแปลกใจได้เท่า...

“กล่องอะไรคะ” ถามออกไปทั้งที่ใจเต้นตึกตัก กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินตลับเล็กๆ จะเป็นอะไรได้นอกเสียจาก...

“แหวนหมั้น ผมไปด้วยอย่างนี้คุณต้องเสียหายแน่ๆ ยังไงก็บอกให้คนอื่นเข้าใจว่าผมเป็นคู่หมั้นไปดีกว่านะ”

“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้” ข้ามขั้นไปไหม... แฟนยังไม่ได้เป็นเลย จะข้ามไปเป็นคู่หมั้นเสียแล้ว

“เถอะน่า” เขาว่าพรางจับมือเธอขึ้น เปิดตลับดึงแหวนเพชรน้ำงามที่มีเพชรเม็ดไม่เล็กประดับสวมใส่นิ้วนางข้างซ้ายเธออย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง ความโรแมนติกหายไปไหน? หญิงสาวได้แต่กรีดร้อง กระนั้นพักต่อมาเธอจึงสังเกตเห็นแก้มสากที่ตอนนี้โกนหนวดเคราออกแล้วขึ้นสี

“คุณอายเหรอคะอิล” เธอถาม ยิ้มกว้างเมื่อเขาทำเหมือนจะค้อน ให้ตายเถอะ...น่าร้ากกกอะ

อิลฟรานปล่อยมือหญิงสาว เบือนหน้าหนีไปทางอื่น พับผ่าสิ...เขามาอายห่าเหวอะไรตอนนี้วะ ทำไมเขาไม่ก้มลงไปคุกเข่าขอเธอแต่งงาน นี่อะไรเสือกทำหน้ามึนสวมแหวนให้เธอดื้อๆ ชายหนุ่มทำท่าจะลงไปชักดิ้นชักงอเมื่อเห็นหญิงสาวทำท่าจะซักต่อ เคราะห์ดีที่นักบินประกาศขึ้นมาเสียก่อน เขาเลยรอดอย่างหวุดหวิด กระนั้นก็ยังมีสายตาล้อเลียนวนเวียนมาอยู่ตลอดการเดินทาง

 

บ้านของกันยายังคงสงบร่มรื่นเหมือนเดิม หญิงสูงวัยยืนรอรับหลานสาวและว่าที่หลานเขยอยู่หน้าบ้าน ทันทีที่รถจอดสนิทพิมพ์ลดาก็ถลาลงมากอดผู้เป็นป้า อิลฟรานไหว้ ก่อนจะหันไปช่วยเพิ่มยกกระเป๋าเข้าบ้าน การตายของขจีจิตต์นับเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง ยิ่งเป็นการฆาตกรรมด้วยแล้ว นับเป็นคดีสะเทือนขวัญทีเดียว เพราะผลการชันสูตรพบว่าขจีจิตต์โดนจับถ่วงน้ำทั้งเป็น สภาพศพไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายมากนัก ศพลอยไปติดที่ท่าน้ำบ้านหลังหนึ่ง สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้พบเห็นในละแวกนั้น

“ตอนเรากลับไปแล้ว สองแม่ลูกยังคอยวนเวียนมาก่อกวนที่นี่ ดีนะที่รุ่งกับเพิ่มมาอยู่เป็นเพื่อนป้า” กันยาบอกด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ ขจีจิตต์พาขวัญดามาราวีที่นี่ ประกาศปาวๆ ว่าหล่อนกับหลานสาวทำพินัยกรรมปลอมขึ้นมาฮุบสมบัติ

“แย่จังเลยนะคะป้า แล้วนี่ยายรุ่งไปไหนเสียละคะ”

“รายนั้นน่ะเหรอ เข้าวัดปฏิบัติธรรมตั้งแต่ก่อนที่แม่ขจีจะเสีย นี่ป้าก็ไม่ได้ส่งข่าวนะ อยากให้เขาปฏิบัติธรรมอย่างสงบ แต่อีกไม่กี่วันก็กลับมาแล้วล่ะ”

“ขอบคุณลุงเพิ่มมากนะคะที่มาอยู่เป็นเพื่อนป้า” พิมพ์ลดาหันไปขอบคุณนายเพิ่ม

“ไม่เป็นไรครับคุณหนูดา ให้แม่มาอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน อยู่โน่นรังแต่จะเป็นโรคซึมเศร้า” เพิ่มหมายถึงอยู่บ้านเก่าของพิมพ์ลดา หญิงสาวพยักหน้าเห็นด้วย แม้แต่ตัวเธอถ้ากลับไปอยู่ก็คงจมจ่อมอยู่กับภวังค์แห่งความเศร้าเช่นกัน

“นั่นสิคะ ลดาเองก็ตั้งใจมาค้างกับป้าเหมือนกัน”

“ถึงเรายืนกรานจะไปค้างที่บ้าน ป้าก็ไม่ให้ไปหรอก ยิ่งไปค้างสองต่อสอง เดี๋ยวเขานินทาตาย แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปตรงไหนแล้ว” ค้อนให้หลานสาวหนึ่งที

อิลฟรานยิ้ม “ใครถามก็บอกเป็นคู่หมั้นกันนะครับคุณป้า” ชายหนุ่มคลานเข่าเข้ามา กราบลงที่ตักคนสูงวัย “ผมขออนุญาตหมั้นลดานะครับคุณป้า”

พิมพ์ลดาเบิกตากว้าง เมื่อเขาจับมือเธอยกขึ้นให้ผู้เป็นป้าเห็นแหวนเพชรน้ำงามที่เขาสวมใส่ให้บนเครื่องบิน

“ต๊าย ใจอ่อนแล้วเรอะหนูดา ป้าละดีใจด้วยจริงๆ” แม้แต่นายเพิ่มก็ยังยิ้มกว้างที่รู้ว่าทั้งสองหมั้นหมายกันแล้ว เขาที่รักและเอ็นดูคุณหนูดามาตั้งแต่ยังเล็ก มองออกว่าอิลฟรานรักหญิงสาวด้วยใจจริง ที่สำคัญยังสามารถปกป้องคุณหนูของเขาได้อีกด้วย

“บ้าจริง อิลพูดอะไรออกไปเนี่ย”

“บ้าเบ้ออะไร แล้วไม่ต้องทำเหมือนจะปิดบังป้า ไม่เห็นเป็นหัวหลักหัวตอเรอะถึงคิดจะไม่บอก” เสียงดุๆ ทำให้หญิงสาวทำคอย่น

“ก็ไม่ได้คิดบิดปังอะไรคะ เพียงแต่ว่าเรื่องหมั้นนี่มัน...” เธอตั้งใจจะอธิบายว่ามันแค่เรื่องหลอกๆ หากคนขอหมั้นไม่แทรกขึ้นก่อน

“ลดาคงอายน่ะครับ ความจริงผมเพิ่งสวมแหวนให้ลดาตอนขึ้นเครื่องมาเมืองไทย” อิลฟรานไม่ได้โกหก หากแต่พูดความจริงไม่หมดก็แค่นั้น

“เพิ่งหมั้นกัน งั้นก็ดีเลย...พรุ่งนี้เช้าก็ไปใส่บาตรด้วยกันเสียนะ รักจะได้ยืนยาว อยู่กันจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร”

“ป้าคะ ยังไม่ได้แต่งกันเลย อวยพรซะเหมือนจะส่งเข้าหอ”

“อ้าว แล้วจะนอนห้องเดียวกันหรือเปล่าละ จะได้ให้นายเพิ่มไปเอากลีบกุหลาบมาโรย” แม้วัยจะมากแล้ว แต่กันยาก็ยังเป็นหญิงสูงวัยที่ทันสมัย หล่อนไม่ได้เคร่งครัดหรือหย่อนจนเกินไป หากแต่เข้าใจหลานสาว การไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองและมีแฟน มันก็คงมีบ้างที่หนุ่มสาวจะเกินเลยกันไป

กันยาไม่รู้ว่าตัวเองคิดผิดไปโข การอยู่ต่างบ้านต่างเมืองไม่ได้ทำให้สองหนุ่มสาวหวั่นไหวเท่ากลับมาเมืองไทยครั้งนี้ ตั้งแต่กลับจากบ้านของอิลฟรานคราวก่อน ชายหนุ่มก็ไม่ได้แตะต้องหญิงสาวเกินกว่าการหอมแก้มอีกเลย ดังนั้นการมาครั้งนี้ก็ไม่ต่างจากการมารำลึกความหลังอันเสียวซ่าน

“หนูดาไม่พูดกับป้าแล้ว ไปพักผ่อนดีกว่า”

“ต้องย้ายกระเป๋าพ่ออิลไปด้วยไหม” คนเป็นป้ายังแซวไล่หลังอย่างนึกสนุก

“เอาไปโยนไว้นอกบ้านเลยค่ะ”

“อ้าว โดนจนได้” คนเอาแต่นั่งยิ้มบ่นเสียงไม่จริงจัง

“ว่าแต่ทำยังไงรายนั้นถึงตกลงได้ ไหนพ่ออิลมาเล่าให้ป้าฟังสิ” อิลฟรานหน้าเรื่อ ค่อยๆ เล่าตะกุกตะกักอย่างไม่ปิดบัง กันยาฟังแล้วตบอกตัวเองปุๆ

“ตายแล้ว นั่นมันใช่การขอสาวหมั้นเรอะพ่ออิล” ถึงจะอุทานปนต่อว่า แต่สีหน้าก็ยังมีรอยเอ็นดู

“โธ่ ขืนขอไปตรงๆ ลดาก็ปฏิเสธสิครับ”

“อืม ก็เลยตีมึนบอกหมั้นหลอกๆ งั้นสิ” คนสูงวัยค้อนให้ จากนั้นจึงไล่ให้ชายหนุ่มไปพักผ่อนห้องเดิม ค้อนไล่หลังให้อีกเมื่ออิลฟรานหันมาถามหน้าซื่อว่าไม่ให้นอนห้องเดียวกับพิมพ์ลดาแน่หรือ

 

ขวัญดาวที่สวมชุดดำถลาเข้ามาหาพิมพ์ลดาทันทีที่เธอเดินขึ้นมาในศาลาพักศพ ดีที่เพิ่มไปจับตัวเอาไว้ได้ทัน และอิลฟรานก็ก้าวขึ้นมาเป็นกำแพงคอยคุ้มภัย กันยาได้เห็นจึงปลาบปลื้มแทนน้องชายที่ได้คนดีๆ มาปกป้องลูกสาว หล่อนเชื่อว่าไกรสุขคงนอนตายตาหลับ แต่ที่ไปไม่เป็นสุขเห็นจะเป็นขจีจิตต์ที่มีลูกสาวสติแตก ขวัญดาวถูกจับแยกไปอีกทาง ในศาลาไม่มีแขกเหรื่ออยู่เลย นอกจากสัปเหร่อและเด็กวัด ขจีจิตต์ไม่ใช่คนที่นี่ แม้จะมีพวกพ้องแต่ก็ได้ข่าวว่าคบหากันเพราะเงินเสียส่วนใหญ่

“มึงฆ่าแม่กูๆ” ขวัญดาวยังคงตะโกนด่าทอพิมพ์ลดา หญิงสาวคว้าแขนอิลฟรานเอาไว้ เมื่อชายหนุ่มทำสีหน้ากราดเกรี้ยวและทำท่าจะเดินไปหาฝ่ายนั้น

“เขากำลังเสียใจ คงทำไปเพราะไม่มีสติ”

“ผมบอกคุณแล้วว่าไม่ต้องมา” เขาบอกเสียงเครียด

“ฉันอยากมาอโหสิกรรมให้กับน้าขจีค่ะ สัญญาเลยว่าจะมาแค่วันนี้วันเดียว” เธอพูดให้เขาเย็นลง ซึ่งอิลฟรานรู้ดีว่าเธอต้องการเอาใจเขา ชายหนุ่มพาหญิงสาวและป้าไปจุดธูปบอกกล่าวอโหสิกรรมให้แก่คนตาย

“ไหว้เสร็จป้าว่าเรากลับเถอะนะหนูดา อย่าอยู่นานกว่านี้เลย ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายป้าวานให้เพิ่มมาช่วยดูแลแล้ว” พิมพ์ลดาเดินกลับไปขึ้นรถท่ามกลางเสียงด่าทอของขวัญดาว

“ขวัญคงเสียใจมากเลยนะคะ น้าขจีตายไปอย่างนี้ ขวัญคงไม่มีที่พึ่ง” เธอเปรยขึ้นหลังจากที่รถแล่นออกมาจากวัด

“เป็นธรรมดา แล้วไม่ต้องห่วงหรอก ป้าตั้งใจจะให้เงินแม่ขวัญไปตั้งตัวอยู่แล้ว เราพักผ่อนให้สบายใจเถอะ”

ตลอดการเดินทางพิมพ์ลดาจมจ่อมกับความคิด ตำรวจยังหาสาเหตุการฆาตกรรมยังไม่ได้ อีกทั้งยังจับคนร้ายไม่ได้เช่นกัน หญิงสาวไม่รู้ว่าขจีจิตต์มีศัตรูที่ไหน ไปทำอะไรให้เขาขุ่นเคืองใจถึงได้ตามมาฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ถึงอย่างนั้นเมื่อนึกถึงพฤติกรรมก็ทำให้เธอมั่นใจไม่น้อยว่าอีกฝ่ายคงสร้างศัตรูไว้เยอะ ขจีจิตต์เป็นคนเย่อหยิ่งหัวสูง ขวัญดาวติดนิสัยนั้นมาจากผู้เป็นแม่แบบเต็มๆ สองแม่ลูกมักใช้แต่ของแบรนด์เนม อีกทั้งชอบมองเหยียดคนที่ต่ำกว่าตัวเอง

แม้จะเบาใจเรื่องที่ผู้เป็นป้าจะให้เงินขวัญดาวไปตั้งตัว ลึกๆ พิมพ์ลดาก็อดห่วงไม่ได้ นิสัยใช้เงินมือเติบทำให้เธอนึกกลัวว่าอีกฝ่ายจะสบายไปได้ไม่กี่เดือนก็ซมซานกลับมาขอเงินป้าเธออีก และถ้าป้าไม่ให้ ฝ่ายนั้นจะสร้างความเดือดร้อนให้ยุ่งยากใจเหมือนอย่างที่ขจีจิตต์พยายามทำก่อนหน้า ทั้งปล่อยข่าวเสียหายเรื่องเธอ ทั้งเที่ยวประกาศว่าพินัยกรรมเป็นของปลอม จนสุดท้ายก็มาจบชีวิตลงอย่างเป็นปริศนา!



มีปมให้ทายกันนิดๆ ว่าใครฆ่า อะไรยังไง... ^^

 

 

 

 นิยายเรื่องนี้ปื๊ดมาก 
(สีผิวพระเอกอะนะ 555)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #507 Love Have (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:02
    แหม่  ๆ  พี่ปื๊ดทำเป็นตมึนมัดมือชกบอกลดาว่าหมั้นหลอก  ๆ  แต่แท้ที่จริงแล้วหมั้นจริง ๆ ใช่ไหมค่ะอิล  แต่งงานนี้มัดมือชกสำเร็จนะคะ  ยังไงซะลดาก็โดนสวมแหวนหมั้นไปแล้ว  ที่นี้ก็เหลือแค่งานแต่งงานแล้วล่ะคะ  และชอบคุณป้าของลดามากเลยนะคะ  ช่างเป็นคุณป้าที่หัวสมัยใหม่ค่ะ  ที่เข้าใจหลานสาวอย่าวลดามาก  ๆ เลยนะคะ  แซวเธอจนเธออายหน้าแดงเลยนะคะคุณป้า
    #507
    0
  2. #465 took_tida (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:32
    ปี๊ดสมชื่อมาก เนียนเหลือเกิน
    #465
    0
  3. #464 pimpim (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:02
    รีบรวบรัดเลยน้าา..พี่ปื้ด รอลุ้นต่อว่าใครฆ่า
    #464
    0
  4. #463 หลงรักปี๊ด ทำไงดี (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:08
    ไม่ว่าอ่านตอนไหนก้อสนุกไปหมดเลยยยย

    รักปี๊ดมากกกกกก

    ชอบๆๆ มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน แต่เป็นแพนไง

    555555555+++
    #463
    0
  5. #462 nomcakeP'khim (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:31
    เมื่อไหร่พี่ปื้ดจะยอมเปิดใจให้ลดาเต็มๆเสียที  แต่ก็ดีใจล่ะที่ตอนนี้ลดาจะเอาจริงแล้ว.....ตอนนี้ขอเป็นกองเชียร์ลดาให้ข้ามกำแพงพี่ปื้ดไปให้ได้เร็ๆนะคะ...
    #462
    0
  6. #461 MooNa Narak (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:16
    ลุ้นอย่างงเดียวอย่าให้พี่ปื้ดเสร็จยายดาว
    #461
    0
  7. #460 Moiy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:56
    มีให้ลุ้นตลอด
    #460
    0
  8. #459 ตัวบี (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:51
    แฟนยังไม่ได้เป็น ข้ามเป็นคู่หมั้นซะแว้ว 
    555 พี่ปื้ดนี้แบบมาเหนือเฆษตลอดอ่ะ
    โอ้ยน่ารักๆ อยากได้แบบนี้บ้างจัง ^_____^
    #459
    0
  9. #458 cattycall (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:13

    พี่ปื็ด ได้หมั่น สมใจแล้ว
    อย่างนี้จะหาข้ออ้างอะไรจับแต่งกันแน่นะ พี่ปื๊ด
    #458
    0
  10. #457 วรศรัณย์ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:23
    พี่ปื๊ดคะ หน้าทนจีบสาวมาตั้งนานอยู่ๆจะมาหน้าบางมันไม่ทันแล้วม้างงงงงง อิอิ
    #457
    0
  11. #456 Manpoon Boon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:58
    ผู้ชายเขินก็ดูมีเสน่ห์เหมือนกันนะ
    #456
    0
  12. #455 Manpoon Boon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:57
    ผู้ชายพอเขินก็ดูดีเหมือนกันนะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:36
    #455
    0
  13. #454 Kwanta Lorliam (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:33
    ทำให้สาวน้อยใจระวังเถอะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
    #454
    0
  14. #453 นางมารร้าย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:52
    พี่ปื๊ดเนียนอ่ะ...น่ารักที่สุด
    #453
    0
  15. #452 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:37
    ปมเยอะเหมือนกันนะนี่
    #452
    0
  16. #449 ขอให้สมปรารถนา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:04
    รออ่านต่อนะคะ

    #449
    0
  17. #442 ManGvi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 03:32
    เมื่อไหร่จะเปิดใจสักที ถ้าไม่ยอมเปิดก็เป็นมากกว่าแพน ไม่ได้หรอกนะปื๊ดดดด....ถึงจะเนียนๆ หมั่นสาวก็เหอะ
    #442
    0
  18. #441 ViVi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:18
    รอๆๆค่าาไรเตอร์ ขอบคุณค่ะ
    #441
    0
  19. #440 Sirikunya Jaepom (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:56
    พี่ปื้ดนี่ เจ้าแผนการที่สุด แต่ก็ชอบน้าา น่ารักอ่ะ
    #440
    0
  20. #439 vzavii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:37
    ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครอะ แล้วพี่ปื้ดจะยอมบอกเรื่องครอบค รัวกะลดาอะป่าวเนี้ย ระวังนะพี่ปื้ดลดาจะไม่ยอมเข้าห อด้วยอะ
    #439
    0
  21. #438 Thisisnui (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:13
    ถ้าพี่ปื๊ดจะมัดมือชก หมั้นกันอย่างนี้ ก็น่าจะทำไปตั้งนานแล้วนะ รออะไรอยู่ได้ตั้งนาน
    #438
    0
  22. #437 Bunthita Tarn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:06
    อ่านแล้วอยากจะกรี้ดกับวิธีขอหมั้นสาว ตีมึนเก่งจริงพี่ปี๊ด
    #437
    0
  23. #436 นินิน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:02
    พี่ปื๊ดจ๋าครั้งหน้าทำเนียนพาลดาเข้าหอเลยน้า อิอิ
    #436
    0
  24. #435 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:47
    หมั้นแล้วอ่ะแล้วเมื่อไหร่พี่ปื้ดจะยอมเปิดเผยอดีตอันเจ็บปวดให้เป็ดน้อยรู้สักทีคะลุ้นอยู่เนี่ย
    #435
    0
  25. #434 Phairin Sukaeo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:30
    555 ตีเนียนเก่งจริงๆนะพ่ออิล
    #434
    0