หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 11 : ๑๑...อกหักอย่างเอิกเกริก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,693
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    29 ม.ค. 58

สำคัญมาก โปรดอ่าน

แจก หากจะรัก (เพิ่ม) อีกสักนิด 10 เล่มจ้ะ
คอมเม้นต์ธรรมดาๆ นี่แหละ เลือกสุ่มตั้งแต่บทที่ 11-20 เป็นต้นไปค่ะ
ประกาศผลตอนต่อตอนนะคะ
ยกตัวอย่าง คนที่ได้หนังสือในตอนที่ 11 จะประกาศในตอนที่ 12 จ้ะ
คนที่จองแล้วก็เล่นได้นะคะ เจี๊ยบจะคืนเงินจองไปพร้อมตอนส่งหนังสือจ้ะ





11

อกหักอย่างเอิกเกริก

ข่าวซุบซิบเรื่องส่วนตัวของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงปรากฏอยู่บนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ธุรกิจ ในนั้นเขียนแซวว่าชายหนุ่มถูกเพื่อนสนิทที่แอบรักมานานปฏิเสธรัก พิมพ์ลดาได้ยินแล้วแทบกรีดร้อง เชวงที่เป็นคนอ่านให้ฟังกลับหัวเราะร่วน ยิ่งได้ชลาลัยซึ่งเปิดประตูเข้ามาในร้านร่วมด้วยยิ่งสนุกสนานกันไปใหญ่

“นักข่าวบ้านี่ไปรู้มาจากไหน” พิมพ์ลดาต่อว่าอย่างหัวเสีย ตั้งใจว่าวันนี้จะไปง้อเขาอีก ก็ดันหมดอารมณ์เสียแล้ว

“จะรู้มาจากไหน เขามีสายอยู่ไปทั่วนั่นแหละย่ะ” เชวงจีบปากจีบคอบอก

“คงไม่ใช่แกหรอกนะ” เหล่ตามองอย่างจับผิด คนโดนกล่าวหาเห็นเข้าจึงค้อน

“ถ้าฉันเป็นสายข่าว รับรองว่ามันไม่ลงแค่นี้หรอกย่ะ ฉันจะลงให้ลึก... เอาให้คนอ่านข่าวสาปแช่งยายผู้หญิงใจร้ายที่กล้าหักอกพี่ปื๊ดเลยคอยดู”

“เชวง...ทำไมแกต้องเข้าข้างอิลฟรานด้วย ฉันเป็นเพื่อนแกนะ” เมื่อเห็นเพื่อนไม่ลงให้ แถมยังประกาศตัวว่าอยู่อีกฝ่ายเธอจึงโอดครวญ

“เชอะ เพื่อนแล้วไง นั่นก็เพื่อนเหมือนกัน”

“แต่ฉันเป็นเพื่อนมาก่อนเขา แกต้องเข้าข้างฉันสิ”

“ฝันไปเถอะย่ะ เพื่อนที่ดีเขาไม่สนับสนุนให้เพื่อนทำผิดหรอก” ชลาลัยมองสองคนโต้ตอบกันแล้วหัวเราะคิก

“แกกำลังจะบอกว่าฉันทำผิดเหรอ การที่ฉันไปง้อเขาทุกวันนี่มันผิดใช่ไหม”

“เปล่า การที่แกไปง้ออิลมันถูกแล้ว แต่แกผิดที่บอกว่าไม่รักเขา ผิดที่แกไม่ยอมรับใจตัวเอง ผิดที่...”

“โอ๊ยพอเถอะแก” ชลาลัยห้ามศึกน้ำลาย “แค่นี้ยายลดาก็หน้าซีดหดเหลือสองนิ้วแล้ว” บุ้ยปากไปยังคนที่เชวงขยันค่อนแคะทุกวันสามเวลาหลังอาหาร

“ผิดแค่...บอกไม่รักเขาก่อนได้ไหมแก ส่วนเรื่องไม่ยอมรับใจตัวเองนี่ ฉัน...ไม่รู้จริงๆ นะ” ใบหน้าสับสนทำให้เพื่อนอีกสองคนถึงกับถอนใจ

“อย่างนี้แหละนะ ตอนเรียนบอกให้มีแฟน คบหนุ่มบ้างก็ไม่ทำ พอถึงคราวของจริงมาเลยตั้งหลักไม่ทัน” ชลาลัยที่ตอนแรกห้ามเชวงซ้ำเติมเพื่อน ตอนนี้กลับหันมาซ้ำเติมเสียเอง

“ก็ตอนนั้นอยากเรียนให้จบก่อน”

“แล้วหลังจากเรียนจบล่ะ มีผู้ชายมาแวะเวียนขายขนมจีบให้แกออกเกร่อ” พิมพ์ลดาหดคอเข้าหากันอย่างยอมรับผิด

“เอ่อ...ฉันอยากทำงานให้เต็มที่ก่อน” อุบอิบตอบ

“แล้วตอนนี้ล่ะ”

“ยังไม่พร้อม ...รับตัวเองไม่ได้วะแก”

“รับตัวเองไม่ด้ายยยย ยายน้ำแกได้ยินไหม”

“เออออ... เต็มสองหู” จากนั้นชลาลัยกับเชวงก็พากันส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ โดยมีพิมพ์ลดานั่งห่อไหล่อยู่ตรงกลางอย่างรันทด ใครจะไปนึกว่าผู้หญิงตัวเล็กหากแต่เข้มแข็งอย่างเธอจะ เผลอรักเพื่อนเข้า  หญิงสาวทำหน้าเหยเก...

เออออ...เธอยอมรับแล้วก็ได้!

 

ขณะเดียวกัน สายข่าว ที่สาวๆ ต่างพูดถึงกำลังยิ้มแป้นอย่างพึงพอใจกับเนื้อความในคอลัมน์ซุบซิบ อธิคมที่นั่งข้างๆ กันเห็นแล้วต้องยิ้มตามไปด้วย ใบหน้าที่มีหนวดเครารกรุงรังเผยยิ้มแล้วดูน่ากลัวพิลึก ใจเขาอยากบอกเจ้านายเหมือนกัน แต่คิดอีกทีไม่พูดดีกว่า รายนั้นคงอยากใช้ไอ้หนวดรุงรังนั่นเรียกร้องความสนใจจากสาว

“สั่งให้ลงแบบนี้ไปอีกสักสองวันนะ” คนเป็นเจ้านายหันมาสั่ง อธิคมพยักหน้ารับ

“แล้วเรื่องงานล่ะครับ” งาน...ที่อธิคมกล่าวถึงคือธุรกิจของครอบครัวอิลฟราน

“ไม่ทำ พวกนายดูแค่งานในส่วนอื่น” งานในส่วนอื่น...หมายถึงดูแลประสานงานในบริษัทที่ชายหนุ่มถือหุ้น อย่างเช่นงานบริหารในโรงแรมชื่อดังแห่งนี้ อิลฟรานถือหุ้นอยู่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นน้ำพักน้ำแรงที่ชายหนุ่มหามาได้ด้วยตนเอง โดยไม่ใช้เงินของครอบครัว

“คุณอิลน่าจะบอกกล่าวทางโน้นสักหน่อย” อิลฟรานสบตาคนสนิทแล้วส่ายหน้า

“บอกไม่บอกเขาก็รู้แล้วล่ะ การที่ฉันไม่เข้าบริษัทก็เป็นคำตอบอยู่แล้ว อย่างที่ฉันบอกแต่ต้น ฉันต้องการออกมายืนด้วยลำแข้งตัวเอง แล้วไม่ต้องกลัวว่าพ่อฉันจะเล่นงานฉันหรอก ถ้าเขาทำอย่างนั้นจริง ฉันก็จะไม่คัดค้านสักคำ” สีหน้าเจ็บปวดทำให้อธิคมต้องก้มหน้า ความลับของอิลฟรานแม้เขาจะรู้ไม่หมด แต่ก็สัมผัสได้ดีว่าถ้าอีกฝ่ายเอาจริงขึ้นมา ...ผู้ชายตรงหน้านี้จะไม่เหลืออะไรสักอย่าง อธิคมไม่กลัวตกงาน หากแต่สิ่งที่เขากลัวก็คือ...กลัวพิมพ์ลดาจะล่นถอย หากได้ล่วงรู้ มันไม่ได้น่ารังเกียจ หากแต่มันเปราะบางเสียจนน่ากลัวหากเผลอยื่นมือไปแตะเข้า

มุมปากอิลฟรานกดลึก ยิ้มเยาะๆ นี้ต้องเผยออกมาทุกครั้งที่เอ่ยถึงพ่อบังเกิดเกล้า พ่อที่ไม่รักเขา ไม่รักแม่ ชายหนุ่มหลับตาลงยามหวนคิดถึงผู้เป็นแม่ แม่...ซึ่งเฝ้ารอความรักที่ไม่มีอยู่จริง ท่ามกลางผู้หญิงมากหน้าหลายตาซึ่งตกอยู่ในสถานะไม่ต่างกันนัก ความรักของแม่ที่มีต่อพ่อบ่มเพาะให้เขาเกลียดพ่อ เกลียดจนทำทุกอย่างได้เพื่อให้ท่านเกลียดเขา จนกระทั่งถึงวันที่เขาเป็นฝ่ายตกหลุมรักและเฝ้ารอความรักจากผู้หญิงคนหนึ่งบ้าง

อิลฟรานรู้ว่าการรอคอยมันหวานหอม แต่กรณีของเขากับแม่นั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม่รอความรักที่ไม่มีวันได้รับ ส่วนเขายังมีความหวัง พิมพ์ลดาเหมือนขอนไม้ที่ไหลผ่านมาในกระแสน้ำเชี่ยวกราก และเขาก็คว้าเธอเอาไว้ได้ หากแต่ด้วยกระแสน้ำรุนแรงหรือเพราะเจ้าขอนไม้เล็กเปราะบางกลัวจมหายไปกับเขาก็ไม่รู้ มือเขายังจับยึดเธอไว้ไม่แน่น ตอนนี้เหมือนเขากำลังตะกายเกาะยึดเธอไว้ให้พาไปถึงฝั่ง ท่ามกลางความรุนแรงเชี่ยวกรากของกระแสน้ำและคลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัว

เสียงกดกริ่งดึงชายหนุ่มออกจากภวังค์ อธิคมลุกเดินไปเปิดประตู เสียงหวานๆ พาให้หัวใจคนรอชุ่มฉ่ำ ชายหนุ่มรีบปรับสีหน้าให้บึ้งตึง ทำปั้นปึ่งใส่เมื่อหญิงสาวเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส

“เห็นข่าวแล้วเหรอคะ” คนถามหุบยิ้มพร้อมทำหน้างอง้ำ “ลงข่าวไม่จริงสักนิด อิลว่าไหม” ถามเสียงอ่อย เดาไม่ถูกว่าเขารู้สึกอย่างไร เธอเห็นครั้งแรกยังโมโห แล้วเขาเล่าจะโกรธบ้างหรือเปล่า

“เฮอะ” อธิคมก้มหน้าซ่อนยิ้ม ค่อยๆ เดินออกจากห้อง ด้วยรู้ว่าเจ้านายรอคอยเวลานี้ ...เวลาที่ได้อยู่สองต่อสองกับหญิงสาวที่แอบรัก

“วันนี้ลดาซื้อไก่มาทำแกงเขียวหวานให้คุณกินด้วยค่ะ” หญิงสาวชูถุงในมือขึ้น อิลฟรานเบ้ปากมองเมินไปทางอื่น พิมพ์ลดาเห็นเข้าอดโคลงศีรษะไม่ได้ เป็นเด็กทำก็น่ารักอยู่หรอก แต่ผู้ชายตัวโตมีหนวดเครารุงรังทำนี่บอกไม่ถูกทีเดียว น่ารักแบบเถื่อนๆ (มั้ง)

“เห็นยายน้ำบอกว่าตอนเย็นคุณต้องไปงาน... พี่อาร์ทเตรียมชุดให้คุณหรือยังคะ ให้ลดาช่วยดูไหม” ข้อเสนอของหญิงสาวน่าสนใจไม่น้อย หากเธอไม่เรียกอธิคมว่าพี่อาร์ท! อิลฟรานทำท่าฮึดฮัด ว่ากันแล้วเธอก็ไม่เคยเรียกเขาว่า...พี่อิลเหมือนกัน คิดแล้วมันน่าน้อยใจจริงๆ

ตาคมมองตามร่างเล็กที่เดินเข้าครัว เธอจะรู้ตัวไหม...ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันเกินกว่าความเป็นเพื่อน ความรู้สึกของเธอและเขามันมาไกลกว่านั้นมาก การที่เธอคอยแวะเวียนมาง้องอน หอบงานมาทำที่นี่ ไม่ใช่สิ่งที่เพื่อนธรรมดาเขาทำ หลายวันมานี้อิลฟรานเพิ่งตระหนักได้ว่าเขาเข้าใจผิดไป ความจริงแล้วเขาก้าวข้ามเส้นคั่นของความเป็นเพื่อนที่เธอขีดไว้มานานแล้ว เพียงแต่ทั้งเขาและเธอไม่รู้

อิลฟรานไม่เคยมีเพื่อนสนิท จนกระทั่งมาพบเลโอเน่ ชลาลัยและพิมพ์ลดา เขาที่เป็นเด็กมีปัญหาตั้งแต่ยังเล็ก ไม่เคยเปิดใจรับใครเข้ามาในชีวิตหลังจากแม่จากไปอย่างกะทันหัน ชายหนุ่มรับรู้สึกความสูญเสีย มันเจ็บปวดเสียใจ ยิ่งไม่มีคนคอยปลอบโยนก็ยิ่งทำให้หัวใจน้อยๆ แหลกสลาย

“เมื่อวานเห็นคุณกินส้มตำได้เยอะ วันนี้ฉันจะทำให้กินอีกนะคะ ในตู้เย็นมีกุ้งมีปลาหมึกเดี๋ยวจะทำตำทะเลให้ลองชิมดูนะคะ” เสียงหวานดึงชายหนุ่มออกจากภวังค์ความหลัง

 

“ไอ้ลูกเลววว...แกจะทำเรื่องยุ่งๆ ให้ฉันปวดหัวไปอีกนานแค่ไหน” บ่ายวันนั้นอิลฟรานได้รับโทรศัพท์ผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้า ชายหนุ่มยิ้มเยาะเมื่อได้ยินคนปลายสายแผดเสียงลั่น เดาว่าเส้นเลือดตรงขมับกำลังเต้นตุบๆ เลยทีเดียว

“แค่ครั้งนี้อีกครั้งเดียว ผมขอลาออกและไม่ต้องการอะไรจากคุณอีก” เขาบอกอย่างไม่อ้อมค้อม เงินที่เขานำมาลงทุนซื้อหุ้นในบริษัทต่างๆ มาเก็บไว้กินเงินปันผล คือเงินของแม่ซึ่งจากไป ชายหนุ่มวางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่ตัดสินใจคว้าขอนไม้เล็กๆ ซึ่งก็คือพิมพ์ลดา เขาอยากสร้างครอบครัวของตัวเอง ครอบครัวที่มีแต่ความอบอุ่น ไม่มีความโดดเดี่ยวอ้างว้างและ...เด็กมีปัญหา

“แก!” ปลายสายตอบกลับเสียงเครียด

“ผมขอ...” อิลฟรานลดเสียงลง นับเป็นการขอร้อง

“สมบัติของฉันมีมากมาย” อีกคนพยายามดึงชายหนุ่มไว้ด้วยจำนวนทรัพย์สมบัติ

“ผมไม่เอา คุณแบ่งให้ลูกๆ คนอื่นเถอะ ขี้เกียจไปแย่งกับใคร แค่เงินของแม่ผมก็มีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต อ้อ...แล้วเงินที่คุณเคยโอนทิ้งไว้ในบัญชีของแม่ ผมให้ทนายทำเรื่องโอนคืนไปแล้วนะ” เงินจำนวนมหาศาลกำลังถูกโอนคืนแก่ผู้ให้ อิลฟรานรู้สึกสะใจไม่น้อย เขาภูมิใจในตัวแม่ที่ไม่เคยแตะต้องเงินในบัญชีนั้นเลย

“แต่แกเป็นลูกฉัน เป็นทายาทของฉัน”

“ก็แค่ลูกที่ไม่ตั้งใจให้เกิด แต่ดีที่แม่ใจเด็ดเก็บผมเอาไว้”

“แม่แกมันดีคนเดียวหรือไง!” ปลายสายแทรกขึ้นอย่างเหลืออด

“ก็ดีกว่าคุณ แม่ไม่มีครอบครัวใหม่ แม่เลี้ยงผมมาคนเดียว”

“แล้วที่มันตายไปจากแกล่ะ ใครเป็นคนเลี้ยงดูแกต่อจากแม่ของแก”

“คนดูแลเลี้ยงผมมาด้วยเงินของคุณ” อิลฟรานตอบไปตามจริง เขาโตมากับคนดูแลหรือพี่เลี้ยงจริงๆ ถ้าไม่เกเรเที่ยวอาละวาด พ่อก็คงไม่แวะเวียนมาดูเขาบ่อยๆ หรอก

คนปลายสายถอนหายใจ “ตกลงแกจะไปให้ได้ใช่ไหม แค่ที่แกไม่ใช้นามสกุลฉัน มันก็เจ็บปวดมากพอแล้วนะ แกคิดจะลงโทษฉันจนตายหรือไง”

อิลฟรานหัวเราะร่วน “อย่างคุณน่ะเหรอเจ็บปวด ลูกชายอีกเป็นสิบของคุณยังรออยู่ จะมาดูดำดูดีอะไรผม ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีหรอก ครั้งนี้ถือเสียว่าปล่อยผมไปเถอะนะ ให้ผมเดินไปตามทางที่ผมเลือก เหมือนอย่างที่แม่เคยเลือกให้ผม ถ้ายังมีใจเมตตากันบ้าง ...ต่อไปนี้ก็อย่ามายุ่งเรื่องของผมอีก”

เสียงสัญญาณขาดหายไปหลังจากชายหนุ่มพูดจบ เขาทอดสายตามองออกไปด้านนอก ท้องฟ้าสีครามสดใจ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนหลุดออกจากกรงทองที่ใช้กักขังเขานานนับสิบปี

 

พิมพ์ลดาพบว่าตัวเองยืนนิ่งอึ้งอยู่หน้าประตูเป็นเวลานาน เธอเข้ามาได้ยินเขาพูดโทรศัพท์ด้วยความบังเอิญ น้ำเสียงห้วนขัดกับสีหน้าเจ็บปวด เขาพบเจออะไรมาบ้างเธอไม่รู้ รู้อย่างเดียวว่ามันต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ จำได้ว่าเคยแตะต้องพูดถึงครอบครัวของเขาครั้งหนึ่ง ในตอนนั้นเขาดูเยือกเย็นจนน่ากลัว หญิงสาวพาตัวออกไปจากตรงนั้น นานกว่าเขาจะเดินออกมาจากห้องนอน

“เอ่อ...จะไปไหนคะ” เพราะเขาสวมเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสแลกซ์เธอจึงคาดว่าเขาจะออกจากห้อง

“ซื้อของ” ครั้งนี้เขาตอบเธอเป็นประโยค

“งั้นลดาไปด้วย เดี๋ยวไปหยิบกระเป๋าแป๊บหนึ่งนะคะ” เธอวิ่งไปหยิบกระเป๋าโดยไม่รอคำอนุญาตจากเขา

ในเวลาต่อมาสองหนุ่มสาวก็ออกมาเดินอยู่ในย่านถนนการค้า พิมพ์ลดาช่วยเขาเลือกซื้อเสื้อผ้า โดยที่อีกคนไม่คัดค้าน หรือเรียกง่ายๆ เขาไม่พูดกับเธออีกเลย สีหน้าเครียดๆ ทำให้หญิงสาวไม่อยากซักและไม่ชวนเขาพูดคุยหากไม่จำเป็น ไม่นานสองมือชายหนุ่มก็เต็มไปด้วยถุงใส่เสื้อผ้า

“เราไปแวะกินข้าวและดูหนังก่อนกลับดีไหมคะอิล” เธอชวนเมื่อออกจากห้องเสื้อแห่งหนึ่ง ถือเอาความเงียบเป็นคำตอบด้วยการจูงมือเขาไปที่ร้านอาหาร หลังจากนั้นก็ไปดูหนังต่อ หญิงสาวเลือกหนังรักเรื่องหนึ่งซึ่งเกี่ยวกับ เพื่อนรักเพื่อน เอ่อ...ไม่รู้อะไรดลใจเธอ แต่เธอก็เลือกไปแล้ว

ภายในโรงหนังพิมพ์ลดานั่งหน้าร้อนผ่าว เมื่อในเรื่องมีบทเลิฟซีนอย่างถึงพริกถึงขิงของตัวละคร อิลฟรานที่นั่งอยู่ด้านข้างยังคงมีสีหน้านิ่งเหมือนเดิม ผิดกับเธอที่หน้าคงแดงเป็นลูกตำลึงสุก

“ไม่สนุกเหรอคะ” เธอกระซิบถาม

“ก็ดี บทเลิฟซีนร้อนแรงดี”

อร้ายยย...ทำไมเขาต้องวิจารณ์ตรงๆ แบบนั้นด้วย

“บ้าสิ ฉันไม่ได้ถามถึงตอนนี้เสียหน่อย”

ถึงอายแต่ก็ดีใจที่เขายอมพูดด้วย แม้จะพูดแบบห่ามๆ ก็ตามที

 

อิลฟรานมาถึงงานช้าเพราะหนังฉายเกือบสามชั่วโมง กว่าเขาจะกลับมาแต่งตัวที่โรงแรมก็ปาเข้าไปหนึ่งทุ่ม ชายหนุ่มสวมสูทอามานีสีดำ เขากลายเป็นจุดเด่นเมื่อย่างก้าวเข้าไปในงาน บรรดานักข่าวต่างกรูเข้ามารุมสัมภาษณ์ หากแต่โดนบอดีการ์ดส่วนตัวกันออกไป

“นึกว่าแกจะไม่มาแล้ว” เลโอเน่ยกมือทักทาย

“ไม่มาได้ไง ได้ข่าวว่ามันกำลังจะบินเดี่ยว” เป็นเอริคที่สอดปากพูดขึ้น

“ข่าวไวจริงนะมึงน่ะ” อิลฟรานปรายหางตามองคนชอบสอด อีกฝ่ายไม่คณาต่อสายตาคม ยักไหล่ตอบเบาๆ

“แน่ล่ะ แถมยังรู้ด้วยนะว่าแกกำลังอกหัก ถูกเพื่อนสาวที่คบมานานหักอกเล่น” เลโอเน่และเอริคหัวเราะร่วน

“นี่ความลับใช่ไหมวะ ข่าววงในกระซิบกันมาหรือเปล่า” คุณพ่อลูกสองเอาด้วย

“ก็เออสิ ลับมากๆ ด้วยนะ ได้ยินแล้วเหยียบไว้ เขาเม้าท์กันให้แซดว่าผู้หญิงคนนั้นน่ะตัวเล็กๆ น่ารักๆ เป็นเพื่อนกันมาสามปีแล้ว” สองหนุ่มประสานเสียงหัวเราะกันอีกครั้ง อิลฟรานได้แต่ทำปากขมุบขมิบ

“เรื่องของกูนี่เล่ากันสนุกเลยนะพวกมึง ส่วนมึงอกหักจนเพี้ยนไปแล้วหรือไง” ท้ายประโยคจงใจพูดกับเอริค รายนั้นผายมือยักไหล่

“ก็มีบ้าง แต่ไม่ถึงขนาดนอนซม ปล่อยตัวซกมกหนวดเคราไม่โกนเหมือนมึงหรอก ถุยยย...ซกมกเพื่อเรียกร้องความสนใจจากสาว”

อิลฟรานยิ้ม “แล้วมันได้ผลหรือเปล่าล่ะ เช้าถึงเย็นถึง เหลือแต่กลางคืนถึงเว้ย” ได้ทียกตนข่มท่าน เขารู้มานานแล้วว่าเอริคไม่ได้จริงจังกับพิมพ์ลดาเท่าเขา มันก็แค่จีบเล่นๆ หรือทำตัวเป็นก้างขวางคอเขาก็เท่านั้น

“เออๆ มึงมันแน่ คราวนี้อย่าให้หลุดมือล่ะ กูรอเสียบอยู่” เจ้าของผับหนุ่มบอกอย่างคะนอง ไม่อินังขังขอบต่อสายตาเชือดเฉือนของอีกฝ่าย เลโอเน่เห็นสองหนุ่มเปิดศึกน้ำลายกันจึงเอ่ยห้าม ชักชวนทั้งหมดเข้าไปในงาน อิลฟรานเก็บสีหน้าเบื่อหน่ายเอาไว้อย่างมิดชิด นอกจากประวัติเขาจะเป็นความลับไม่ถูกเปิดเผย เรื่องส่วนตัวอื่นๆ ก็ยังเป็นความลับอีกด้วย มีแต่เรื่องความรักที่แหละที่เขายอมเปิดเผย (อย่างเอิกเกริก)

กว่างานเลี้ยงคืนนั้นจะจบลงชายหนุ่มก็แทบหมดความอดทน นักข่าวหลายสิบชีวิตพยายามจะเข้ามาสัมภาษณ์เขาให้ได้ สมิธเป็นหนังหน้าไฟคอยตอบคำถาม อธิคมและบอดีการ์ดคนอื่นคอยกันไม่ให้ใครล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตที่เจ้านายกำหนดเอาไว้ สมิธให้ข่าวแทนเจ้านายด้วยการเอ่ยถึงผู้หญิงที่หักอกชายหนุ่ม

“ตอนนี้ทั้งสองกลับมาเข้าใจกันดีแล้วครับ คุณผู้หญิงยอมรับความสัมพันธ์แบบหนุ่มสาวด้วยการมาทำอาหารให้คุณอิลฟรานกินทุกวัน แถมสูทตัวที่ใส่มาวันนี้เธอก็เป็นเลือกและคนออกแบบอีกด้วย” กล้องจับไปทางชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่สวมสูทสีดำของอามานี ใบหน้าที่มีหนวดเคราขึ้นครึ้มส่งให้ชายหนุ่มดูดิบเถื่อนหากแต่ยังเปี่ยมเสน่ห์

 

ชลาลัยเบ้หน้ายามอ่านเนื้อความในข่าว เธอบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรต่อข่าวนี้ ไม่รู้จะสงสารฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงดี หลังจากอาบน้ำให้ลูกสาวลูกชายเสร็จแล้วเธอก็มาหาอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ตามที่สามีบอกไว้ก่อนไปทำงาน เหอๆ เลโอเน่คงอยู่ในงานและได้ยินเลขานุการของอิลฟรานให้สัมภาษณ์สินะ ถึงได้กระซิบบอกเธอแต่เช้า โดยไม่รอช้า หญิงสาวรีบกดโทรศัพท์หาเชวงทันที

“ฮัลโหล โทร. มาทำไมแต่เช้าแก”

“เช้าบ้าสิ นี่มันเก้าโมงแล้วย่ะ ตื่นมาดูนาฬิกาบ้าง เมื่อคืนกินผู้ชายจนอิ่มแปล้หรือไงถึงได้ตื่นสาย”

“อร้ายยย มีให้กินก็ดีสิยะ อดยากปากแห้งมานานแล้ว” อีกฝ่ายกรี๊ดกร๊าดมาตามสาย

“เออๆ เรื่องนั้นช่างเถอะ แกลงไปอ่านหนังสือพิมพ์เร็วๆ เลยไป” เชวงไม่ได้เสียเวลาถาม รีบลุกออกจากเตียงลงไปยังชั้นล่างทันที

“เอิ่ม...เรื่องนี้เกี่ยวกับยายลดาหรือเปล่าวะแก ฉันเห็นมันนั่งหน้าแดงเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อใครอยู่ที่โต๊ะอาหารอ่ะ ตางี้จ้องหนังสือพิมพ์เป๋ง”

คนที่ถูกอ้างถึงหันขวับมาส่งค้อนให้ทันที มือขยำหนังสือพิมพ์ฉบับเช้านี้จนยับ

“อ้าว ยายลดาได้อ่านแล้วเหรอ แกถามมันให้หน่อยสิว่าเรื่องมันจริงตามที่ข่าวลงหรือเปล่าวะ มันยอมรับความสัมพันธ์ฉันแฟนกับอิลแล้วจริงอะ” พิมพ์ลดาได้ยินคำถามนั้นเต็มสองหูเพราะเชวงเปิดลำโพง หญิงสาวทำหน้างอง้ำปาหนังสือพิมพ์ทิ้ง

“ว่าไงแก ยายน้ำมันอยากรู้อะ” เชวงถาม

“แกด้วยล่ะนังเวง อย่ามาอ้างแต่ฉัน” คนปลายสายแทรกขึ้น

“เออๆ ฉันด้วยก็ได้ แหม...ข่าวใหญ่จนลงหนังสือพิมพ์อย่างนี้ ฉันก็สนใจตามประสาปุถุชนนั่นแหละ”

“นั่นสิ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอกหักอย่างเอิกเกริก ใครบ้างไม่อยากรู้เนอะ ถ้าฉันเป็นคนอื่นนะ จะอยากเห็นหน้าผู้หญิงโง่ที่หักอกอิลฟราน”

“โอ๊ย...พอทีเถอะ เลิกแขวะสักวันได้ไหม  แค่นี้ฉันก็เครียดจะแย่แล้ว ตกลงนี่ฉันผิดใช่ไหมที่รับความรู้สึกตัวเองไม่ได้”

“รับความรู้สึกตัวเองไม่ด้ายยย...อีกแล้วอะยายน้ำ กรี๊ดดดด” เชวงกรี๊ดกร๊าดกับชลาลัยที่อยู่ปลายสาย

“แสดงว่านางเริ่มมั่นใจในความรู้สึกตัวเองแล้ว ฮ่าๆๆ” คนปลายสายหัวเราะร่วน

“แผนอกหักอย่างเอิกเกริกนี่ได้ผลชะงักเลยอ่ะ” เชวงกรี๊ดไม่เลิก

“พวกแก๊! สนใจฉันบ้างสิ มัวแต่หัวเราะชื่นมื่นกันอยู่นั่นแหละ ฉันชอบอิลแล้วยังไง ยังไม่ได้พูดว่าจะเป็นแฟนกับเขาสักหน่อย”

“หรา...แล้วไอ้ที่แกไปทำอาหารให้เขากิน หอบงานไปนั่งเฝ้า แถมยังเลือกเสื้อผ้าให้เขาใส่นี่เขาไม่เรียกว่าหน้าที่แฟนเหรอยะ” เชวงจีบปากจีบคอพูด สะบัดมือตุ้งติ้งประกอบ

“เฮ้ยนังเวง เขาไม่เรียกว่าหน้าที่แฟนย่ะ” คุณแม่ลูกสองแทรกขึ้น “นั่นมันหน้าที่ เมีย เลยนะ ฉันทำให้เลโอทุกวันอะ ฮ่าๆๆ”

โอ๊ย...ทุกคนสนุกกันใหญ่เลย พิมพ์ลดาอยากจะบ้าตายกับคำพูดของเพื่อนๆ มีคนคอยแขวะคอยกระทุ้งอยู่เรื่อยๆ แล้วเธอจะไม่หวั่นไหวได้อย่างไร คิดแล้วมันน่าโมโหผู้ชายที่แสดงตัวว่า...อกหักอย่างเอิกเกริกจริงๆ

ไอ้ปื๊ดบ้า...คราวนี้มาเหนือเมฆจนเธอตั้งรับไม่ทัน!

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #504 Love Have (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:24
    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกอมยิ้มไปกับความน่ารักน่าหยิกของทั้งสองมากมายค่ะ  ไม่ยักรู้นะคะว่าเวลาที่แม่เป็ดน้อยยอมรับหัวใจตัวเองแล้วนั่งหน้าแดง  ๆ จะน่ารักน่าหยิกขนาดนี้นะคะ  
    #504
    0
  2. #450 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:15
    เป็นน้อยไปไม่เป็นเลย
    #450
    0
  3. #241 หทัยทิพย์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 22:33
    เกรียนมากมาย
    #241
    0
  4. #222 Pimprai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 17:07
    พี่ปื๊ดของเราเอ้ย!! ของลดาร้ายจริงๆฮิฮิ
    #222
    0
  5. #221 Pimprai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 17:05
    แหม พี่ปื๊ดของเราเอ้ย!! ของลดาร้ายจริงๆ ฮิฮิ
    #221
    0
  6. #220 Suchada Ampong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 15:47
    น่ารักอ่ะ ชอบน๊าาาาาาาาาาาา
    #220
    0
  7. #219 Suchada Ampong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 15:46
    น่ารัก ฟินมากกกกกกกกก
    #219
    0
  8. #218 bluecomsc (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 15:18
    พี่ปื๊ด น่ารักอ่ะ ชอบบบบ
    #218
    0
  9. #217 ผู้หญิง ปากหวาน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 14:17
    น่าร๊ากกก ฟินสุดๆ
    #217
    0
  10. #216 ชลธิชา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 12:30
    5555+

    ปื๊ดมาก = หล่อมาก อั๊ยย๊ะ

    #216
    0
  11. #215 MilkyWayWay (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 11:08
    ^_______________________^
    #215
    0
  12. #214 MilkyWayWay (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 11:05
    เล่นเกมค๊าบบบบ 55555 ^^
    #214
    0
  13. #213 Tookie (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 10:43
    น่ารักเว่อ
    #213
    0
  14. #212 Thananan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 10:00
    55555 ถ้าพี่ปี๊ดรู้ซึ้งอีกนิดว่าสิ่งที่ลดาทำให้ นอกจากเลยเส้นความเป็นเพื่อน มาถึงขั้นเป็นหน้าที่ "เมีย" แล้วนี่ ทายว่าพี่แกอาจจะหายงอนเป็นปลิดทิ้งแล้วมากลับมาทำหน้าที่ "สามี" เหมือนเดิมเป็นแน่แท้ ดีกรีความหวาน ระดับ 10 ขอบอก
    #212
    0
  15. #211 แก้มใส (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 09:18
    กรี๊ดค้า...อยากจะถอดจิตไปสิงร่างนางสาวพิมลดาแล้วถลาไปซบอกล่ำๆ ของพี่ปื๊ด แล้วจะยอมทุกสิ่งอย่างให้พี่ปื๊ด เช้าถึงเย็นถึง+กลางคืนถึงเลยค้า..แค่คิดก็แซบเวอร์..อิอิ...
    #211
    0
  16. #210 ชามีมา มุก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 08:31
    น่ารักกกกสนุกมา่กกเลย รีบๆมาต่อน้ะพี่เจี้ยบ
    #210
    0
  17. #209 ธีระนัส (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 08:14
    นี่พิมพ์ลดา ถ้าเธอไม่เอาเขา ฉันจะเอาเองแล้วนะ พี่ปื๊ดน่ะ อิอิ หลงรักพี่ปื๊ด หัวปักหัวปำ 
    รอติดตามตอนต่อไปนะค่ะ และรอหนังสือฉบับเต็มด้วยค่ะ
    #209
    0
  18. #208 ปันปัน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 23:20
    ถึงเป็ดน้อยที่น่ารัก...ถ้าหากยังไม่รู้ใจตัวเองล่ะก้อ....เค้าขอพี่ปี๊ดสุดที่รักไปนอนกอดก่อนน้า...ชายในฝัน...555...
    #208
    0
  19. #207 laila (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 22:46
    พี่ปี๊ดดดดดดดดดดดน่ารับประทาน😍😍😍😍😍😍😍😘😘😘😘
    #207
    0
  20. #206 กันยาลักษณา (Kunyaluksana) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 22:24
    ยอมรับใจตัวเองไม่ได้....โห!!! ยังจะพูด

    รับให้ได้เร็วๆเถอะค่ะ ลุ้นจนตัวโก่งแล้วเนี่ย! 

    #แอบเห็นด้วยกับน้ำนะ นี่มันหน้าที่ 'เมีย' ชัดๆ 5555
    #206
    0
  21. #205 jurai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 22:14
    อิลนายปี๊ดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #205
    0
  22. #202 Pooklook (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 21:17
    ลดาจ๋ายอมพี่ปื๊ดเถอะจร้าาาาาา

    ออกจะน่าร้ากกกก

    ^______^
    #202
    0
  23. #201 เดือนเสี้ยว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 21:10
    ชอบจังเพื่อนนางก็น่ารักตังลดานางก็น่ารัก ยิ่งพี่ปี๊ดนี่ยิ่งน่าลากกกกกกกกกก เอ้ยน่าร้ากเป็นพิเศษ หลงรักเลย ฮามาก เรยอิเรื่องที่อกหักอย่างเอิกเกริกเนี่ยแผนสูงนักนะ พี่ปี๊ดแกมุ้งมิ้ง มุ้งมิ้ง  เดี๋ยวเค้าจะไปจองพี่ปี๊ดมาเข้าหอรอเค้าน้า55555555555
    #201
    0
  24. #200 Suchada Ampong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 20:43
    พี่ปิ๊ด น่ารัก
    #200
    0
  25. #199 cattycall (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 20:05

    ยอมรับใจตัวเอง ได้แล้วอย่าปากแข็ง
    #199
    0