หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 10 : ๑๐...เพื่อนง้อเพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,603
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    28 ม.ค. 58



บทที่ 10

เพื่อนง้อเพื่อน

ร้านชาวีวี่ยังคงยุ่งวุ่นวายให้สมกับที่เชวงต้องเดินทางกลับมาก่อน เชวงมีแพลนจะจัดแฟชั่นโชว์ร่วมกับเพื่อนที่เป็นดีไซเนอร์ของร้านแบรนด์ดัง การที่ชาวีวี่ได้ร่วมจัดแสดงด้วยถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญ แม้กิจการจะก้าวหน้าขึ้นกว่าแต่ก่อน สามหุ้นส่วนของชาวีวี่ก็ยังไม่คิดจะขยับขยาย พิมพ์ลดาเองเห็นด้วยที่จะทำแค่นี้ก่อน การเปิดสาขาใหม่ในต่างเมืองหรือต่างประเทศยังเป็นหนทางที่ไกลเกินตัว แค่นี้เธอกับเพื่อนก็เหนื่อยกันสายตัวแทบขาดแล้ว หลังจากกลับมาจากเมืองไทยพิมพ์ลดาก็เอาแต่ทุ่มเทเวลาให้งาน ไม่มีใครปริปากถามเรื่องเธอกับอิลฟราน และก็ไม่มีใครเอ่ยชื่อเขา เล่าเรื่องของเขาให้เธอฟังอีกด้วย ทุกคนทำเหมือนชายหนุ่มได้หนีหายตาจากไปหรือไม่มีตัวตน ข้อนี้เองที่พิมพ์ลดาหนักใจอยู่ลึกๆ

...เธอยังไม่ได้ตัดเพื่อนกับเขาสักหน่อย

ข้าวของที่บรรจุอยู่ในถุงกองพะเนินในห้องนอนของเธอถูกนำออกมาแยกเก็บเป็นสัดส่วน หญิงสาวเลือกสวมใส่เป็นบางชุดที่เธอเห็นว่ามันไม่โป๊ อย่างในวันนี้เดรสสีฟ้าลายดอกไม้ถูกนำมาใส่ ติอย่างเดียวคือมันสั้นไปหน่อย คนอื่นเห็นคงบอกว่ามันพอดี แต่สำหรับเธอที่ชอบสวมกระโปรงยาวไม่ก็กางเกงขายาวก็เห็นว่าสั้นเกินไปอยู่ดี หญิงสาวรวบผมยาวสลวยขึ้นมัดเป็นหางม้า ใช้เครื่องม้วนปลายผมให้เป็นลอนงาม เครื่องสำอางที่ได้บรรณาการมาจากเพื่อนถูกนำออกมาใช้ตบแต่งใบหน้าอ่อนๆ พักนี้นอกจากยุ่งเรื่องงานแล้วเธอยังง่วนอยู่กับของฝากมากมายที่ไม่เคยคิดจะดูดำดูดี

ไม่ใช่ว่าเธอเพิ่งรู้ใจตัวเอง ถึงวันนี้หญิงสาวก็ยังค้นหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับอิลฟราน เอาเป็นว่า...เธอ-เริ่ม-ขาด-เขา-ไม่-ได้...ก็แล้วกัน แต่ครั้นจะให้ตามไปง้อก็ไม่ใช่เรื่อง มันออกจะเกินขอบเขตความเป็นเพื่อนไปหน่อย (มั้ง) อีกอย่างเธอก็รู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้าเขาด้วย

“โอ้โหใส่ชุดสวยจัง เมื่อก่อนไม่ยักกะหยิบมาใส่ เดี๋ยวนี้ตัดเป็นตัดตายกันแล้วเอามาใส่ได้หน้าตาเฉย” เอ้อ...ถึงเธอบอกว่าเชวงไม่พูดเรื่องอิลฟราน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายายนี่จะไม่พูดแขวะเธอหรอกนะ

“ฉันแค่เกิดอยากใส่” เธอเถียงไปซึ่งหน้าแบบเลือดไหลซิบๆ หลายครั้งที่หน้าร้อนยามถูกแซวหรือไม่ก็ถูกค่อนขอดถึงข้าวของประดามีที่อิลฟรานขยันซื้อฝาก ตกลงว่าเธอคิดกับเขาแค่เพื่อนจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย!

“เหรอ...นึกว่าเพิ่งรู้ใจตัวเอง จะได้รีบบอกให้ไปง้อกันซะให้แล้วๆ ไป รายโน้นตับจะแข็งตายอยู่แล้ว” เพราะเป็นครั้งแรกที่เชวงเริ่มแพลมๆ เรื่องของเขาออกมา พิมพ์ลดาจึงถามอย่างเก้อเขิน

“อิลเป็นอะไรเหรอแก”

เชวงค้อนให้เพื่อนก่อนตอบ “จะเป็นอาร้าย...ก็อกหักน่ะสิ เป็นคนหักอกเขาเองยังมาถาม”

“ไม่ได้หักอกซะหน่อย แค่บอกว่าไม่ได้รักอย่างแฟน”

“หรา...ทุกวันนี้หล่อนยังยืนยันว่ารักอย่างเพื่อนอยู่สินะ”

เอ่อ...อันนี้มันก็พูดยาก คนอย่างเธอไม่เคยมีแฟนนี่นา จู่ๆ จะให้รับว่ารู้สึกพิเศษกับคนที่เป็นเพื่อนกันมาสามปีนี่ยังไงอยู่ แถมเพื่อนคนนี้ยังเจ้าชู้ยักษ์ มีเมียเป็นร้อยอีก โพรไฟล์ของเขามันออกจะเหลือรับไปหน่อย เธอเลยลังเล

“ตกลงว่าอิลเป็นอะไร ไม่เอาคำตอบว่าอกหักหรอกนะ”

“เฮ้อ” เชวงถอนหายใจ “ก็เอาแต่กินเหล้าหัวราน้ำอยู่ที่ผับอีริคนั่นแหละ งานการไม่ยอมทำเพราะโดนใครไม่รู้ทำร้ายจิตใจ” คำก็หักอก...สองคำก็ทำร้ายจิตใจ คนโดนว่าฮึดฮัดอยู่ในใจ

“ตอบดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องแขวะเลยแก” เธอหน้าง้ำ ในใจรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่เป็นต้นเหตุให้เขาเสียใจ กระนั้นก็อดค่อนแคะเขาไม่ได้ “ทำตัวเหมือนเด็กๆ โตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้ว”

เชวงเท้าสะเอวหมับ “นี่แม่ลดา หล่อนอย่าเอาแต่โทษคนอื่น ต้นเหตุมาจากหล่อนนั่นแหละย่ะ รักเขาแล้วไม่ยอมรับใจตัวเอง ปากบอกเป็นเพื่อน แต่แววตาหล่อนน่ะไม่ใช่  รู้ไว้ซะด้วย”

“พอเลยแก หล่อนเหลิ่นไม่ต้องมาใช้กับฉันเลยนะ” สาวร่างเล็กแหวแว้ด

“ทำไม ฉันจะพูดอย่างนี้แหละ ตราบใดที่แกยังทำโง่---เซ่อ---ไม่รู้ใจตัวเอง” คนฟังเจ็บจี๊ดที่อก เธอก็เริ่มรู้ล่ะว่าตัวเองโง่และเซ่ออยู่นิดๆ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอยอมรับนะว่าเธอรักอิลฟรานเกินกว่าเพื่อน

“อีเวง---”

“อร้ายยย...หล่อนอย่ามาจิกเรียกฉันอย่างหยาบคายอย่างนั้น” เชวงเต้นเร่าอย่างขัดใจ สีหน้าไม่ได้จริงจังเท่าที่ควรเป็น

“ทำไม ทียายน้ำยังเรียกแบบนี้ได้ตอนโมโห” พิมพ์ลดาโต้ อ้างถึงชลาลัยที่มักเรียกเพื่อนอย่างนี้ตอนโมโห

“แล้วแกมาโมโหอะไรฉันยะ ฉันไปทำอะไรให้”

“ก็แกพูดว่าฉันหักอกอิลน่ะสิ” เธออุบอิบเถียง จะว่าไปมันก็ใช่อยู่หรอก แต่มันใช่อยู่ครึ่งเดียว เธอยืนยันสถานะเพื่อนกับอิลฟรานตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่ได้คิดหลอกลวงเขา มีแต่เขานั่นแหละที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในหัวใจเธออย่างไม่รู้ตัว

“เฮ้อ...” พิมพ์ลดาถอนหายใจ ยิ่งได้เถียงกับเชวงก็ยิ่งตระหนักถึงความรู้สึกของตัวเอง ดูท่า...เธอ (อาจ) จะไม่คิดกับเขาอย่างเพื่อนเหมือนที่ปากพูดซะละมั้ง

“ไงล่ะแก เพิ่งรู้ใจตัวเองหรือไง ทำหน้าหงอยอย่างกับชะนีทำผัวหาย” เชวงยังไม่เลิกแขวะ บอกเลยเธอจะพูดอย่างนี้จนกว่าอีกฝ่ายจะตามไปง้อขอโทษอิลฟราน เชวงแอบลุ้นให้ทั้งสองลงเอยกันตั้งแต่สองปีแรกที่อิลฟรานตาจีบพิมพ์ลดา ฝ่ายนั้นออกตัวแรงแต่ก็ไม่เคยผ่อนเบา ยังแรงแบบเสมอต้นเสมอปลายจนเธอยอม ผู้ชายบ้าที่ไหนจะแรงขนาดบุกเข้าห้องสาว คิดแผนเอาใจสารพัด เป็นเธอรวบรัดเป็นสามีไปตั้งแต่ปีแรกที่ไล่จีบแล้ว

“ยังไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย” พิมพ์ลดางุบงิบโต้อย่างเขินอาย พูดเรื่องนี้แล้วนึกถึงตอนอยู่บ้านกับเขาสองต่อสองชะมัด

“หรา...แล้วไอ้ที่เจาะไข่แดงเขาตอนอยู่เมืองไทยเล่าแก”

“ห๊า แกพูดเรื่องอะไรเชวง”

“อ๊าว ก็เรื่องที่แกลวนลามอิลตอนอยู่สองต่อสองที่บ้านเขาไง” เชวงหัวเราะร่วน อิลฟรานไม่ได้บอกเล่าให้ใครฟังหรอก เพียงแต่หลุดปากออกมาตอนเมาจนฟิลด์ขาดนั่นแหละ

ลดาได้ผมทั้งตัวทั้งหัวใจแล้วก็ทิ้งผม

คนเมาพูดแค่นี้แหละ ที่เหลือเธอจิ้นต่อเอง!

“อะอิลเล่าให้แกฟังเหรอ” ใบหน้าคนพูดขาวซีดอย่างกับกระดาษดับเบิลเอ

“เอ...หน้าซีดๆ นี่แสดงว่ามันเป็นความจริงเหรอแก กรี๊ดดดด...” จากนั้นเชวงกรีดร้องดังคับร้าน ร้องดังเหมือนชะนีทำผัวหายของแท้ พิมพ์ลดาเลี่ยงเดินหนีก่อนถูกจับซักฟอก ปล่อยให้เพื่อนโทรศัพท์ไปกรี๊ดกับชลาลัย ซึ่งแน่นอนว่าอีกฝ่ายคงกรี๊ดตอบดังไม่แพ้กัน!

 

ตึกสูงหลายสิบชั้นซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมดังใช้เป็นที่พำนักของอิลฟราน พิมพ์ลดาโทร. หาเลขานุการของชายหนุ่มแจ้งว่าอยากพบเขา รอไม่นานอีกฝ่ายก็ลงมารับเธอที่ล็อบบี สมิธคือเลขาคนสนิทของอิลฟราน อีกคนคืออธิคมซึ่งเป็นคนไทยที่มาทำหน้าที่ทั้งเลขาและครูสอนภาษาไทยแก่อิลฟราน สมิธกำลังออกไปทำธุระข้างนอกพอดีจึงฝากให้อธิคมดูแลเธอ

“อิลเป็นยังไงบ้างคะพี่อาร์ท” หญิงสาวถามอย่างห่วงใย เธอสนิทกับอธิคมพอสมควร ชายหนุ่มมาเป็นเลขาของอิลฟรานเมื่อสองปีที่แล้ว เขามีรูปร่างสูงเกินมาตรฐานชายไทย แถมยังมีใบหน้าหล่อเหลา

“ไม่ค่อยดีครับ เอาแต่กินเหล้าเมาทั้งวัน” ชายหนุ่มตอบ

สามนาทีต่อมาพิมพ์ลดาก็เห็นด้วยกับอธิคม อิลฟรานนอนแผ่อยู่บนโซฟาภายในห้องพักที่กว้างโอ่อ่าสมกับเป็นโรงแรมชื่อดัง เธอเคยทราบมาว่าเขามีหุ้นในโรงแรมนี้เลยมีห้องพักบนสุดของโรงแรม แต่ก็อย่างว่าแหละ ก็แค่เคยได้ยินมา เรื่องราวของเขายังคงเป็นความลับ

กลิ่นแอลกอฮอล์ทำให้หญิงสาวย่นจมูก โคลงศีรษะให้กับสภาพของชายหนุ่ม นี่มันเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้เสียอีก เขาดู เละ กว่าที่คิดไว้ เรียกว่าแย่สุดๆ หนวดเคราที่ไม่ได้โกนขึ้นรกครึ้ม เดาว่าคงไม่โกนตั้งแต่กลับจากเมืองไทย ใบหน้าเขาซูบตอบแถมยังแดงก่ำเหมือนคนเป็นไข้

“อิลไม่สบายหรือเปล่าคะ” เธอหันมาถามอธิคม

“เปล่าครับ แค่เมาแล้วเลือดลมสูบฉีดดี” ชายหนุ่มปฏิเสธพร้อมขอตัวไปทำงานต่อ เธอเคยได้ยินว่าอิลฟรานมีออฟฟิตในโรงแรม ซึ่งก็คือห้องติดกันกับห้องนี้

พออยู่ในห้องสองต่อสองกับเจ้าของห้อง หญิงสาวก็อดกวาดตามองรอบๆ ไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเหยียบย่างมาที่นี่ เรื่องส่วนตัวของอิลฟรานเธอรู้น้อยมาก หญิงสาวหันกลับมามองคนที่นอนแบ๊บอยู่บนโซฟา เห็นทีว่าต่อจากนี้ไปคงต้องสนใจเรื่องส่วนตัวของเขาให้มากขึ้นหน่อย

อุปกรณ์ที่พิมพ์ลดาต้องการหาไม่ยากนัก เวลาต่อมาหญิงสาวก็นั่งพร้อมกับกะละมังและผ้าขนหนูผืนเล็ก ความเย็นของน้ำที่สัมผัสเข้ากับหน้าทำให้คนหลับตาครางอือ เบี่ยงหน้าหนี ยกมือปัดออกอย่างรำคาญ หญิงสาวได้แต่ถลึงตาใส่ มือยังคงวุ่นเช็ดหน้าให้เขา ตอหนวดแข็งๆ ทำให้เธอนึกอยากโกนออก

“อย่าดิ้นสิคะอิล ลดาเช็ดหน้าให้คุณไม่ถนัด” เธอทั้งขู่ทั้งปลอบในคราเดียว

“หือ...ฝันอีกแล้วเหรอเนี่ย ถุยยย...แม่งไอ้อิลมึงเลิกเพ้อสักทีเถอะ” คนเมาสบถอย่างหยาบคายด่าทอตัวเองจนคนฟังนึกอยากหยิกให้หายเมา ถึงอย่างนั้นก็อดอมยิ้มไม่ได้เมื่อรู้ว่าเขาคิดถึงเธอ

“เพ้อว่ายังไงคะ” เธอถามอย่างอารมณ์ดี ถ้ายังคิดถึงกันก็คง ง้อ ไม่ยากเท่าไหร่

“เพ้อ...” เขาครางแล้วทำเสียงในลำคออย่างเยาะตัวเอง เปลือกตายังปิดสนิท

“ว่าอย่างไรคะ คุณเพ้อถึงลดาว่ายังไงเอ่ย” หลังๆ เสียงในความฝันมันยิ่งชัดเจน ชายหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้น กะพริบตาอยู่หลายครั้งภาพตรงหน้าก็ไม่หายไปเช่นทุกที

“ลดา...”

“ใช่ค่ะ ลดาเอง คุณหิวข้าวหรือเปล่าคะ”

“เฮอะ...มาทำไม ผู้หญิงใจร้าย” พอตั้งสติได้เขาก็ตะแคงข้างหันหนีเข้าหาโซฟา หักห้ามหัวใจไม่ให้เต้นรัวอย่างสุดฤทธิ์ แม่งเอ๊ย...ไอ้หัวใจทรยศ เดี๋ยวก็ควักออกมาโยนให้ไปอยู่กับเขาเลยหรอก ชายหนุ่มด่าทอตัวเอง

พิมพ์ลดาอมยิ้ม ยอมรับว่าใจเต้นแรงไม่น้อยที่เห็นท่าทางแง่งอนของเขา ...มันน่ารักมากกก

“อิลหายโกรธลดาหรือยังคะ” เธอถามเสียงอ่อน วันนี้ตั้งใจมาง้อเขาเต็มที่

“เฮอะ” เขายังคงทำเสียงขึ้นจมูก ซุกใบหน้าเข้ากับหมอน

“ถ้ายังไม่หายงอน ถ้างั้นงอนรอไปก่อนนะคะ เดี๋ยวลดาไปทำอาหารมาให้คุณกิน” หญิงสาวผละออกไป ทิ้งให้ที่ถูกกล่าวว่า งอน นอนฮึดฮัดอย่างขัดใจ

อิลฟรานอยากตะโกนออกมาดังๆ เขาไม่ได้งอนนะเฟ้ย เขาโกรธเธอ ...โกรธที่เธอพูดว่าไม่รักเขา เขาเจ็บมาก ตั้งแต่กลับมาจากเมืองไทยเขาก็เหมือนคนเสียศูนย์ไม่เป็นอันทำอะไร ยอมรับล่ะว่าเขามันออกงี่เง่าหน่อยๆ แต่ทำอย่างไรได้ เขาหวังมากย่อมเสียใจมากเป็นธรรมดา เขารักเธอมาตั้งสามปีเต็ม แต่เธอตอบแทนเขาด้วยการปฏิเสธต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ของเธอ

ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งโงนเงนก่อนพาร่างเดินโซเซเข้าไปในห้อง ไม่อยากอยู่เห็นหน้าผู้หญิงใจร้าย! แล้วก็เกลียดจริงจริ้งไอ้หัวใจทรพีที่เต้นรัวไม่ยอมหยุดนี่ มันจะเต้นหาพร่องมันหรือไง ผู้หญิงไม่ได้มาบอกรักเสียหน่อย ก็แค่...มาง้อให้กลับไปเป็นเพื่อนกันอย่างเดิมล่ะน่า

แต่ฝันไปเลยว่าคนอย่างเขาจะยอมง่ายๆ เธอขยี้ขยำใจเขาจนชอกช้ำขนาดนั้น เขาไม่มีวันยกโทษให้ง่ายๆ ผู้ชายตัวดำรักจริงเจ็บจริงโดยไม่ใช้สแตนอิน---ไม่มีวันย้อมมมม!

 

สี่สิบหน้านาทีกับสิบสองวินาทีโดยประมาณ ผู้ชายตัวดำรักจริง...ก็มานั่งสวาปามอาหารไทยที่พิมพ์ลดาทำโดยไม่เงยหน้ามองคนทำสักนิด เพราะกลิ่นอาหารหอมหวนอย่างต้มยำกุ้งนี่หรอกที่ทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายตัวเองนิดหนึ่ง กระเพราะที่ได้รับแต่แอลกอฮอล์มาหลายวันร้องประท้วงอยากอาหาร

“อร่อยหรือเปล่าคะ” เสียงหวานถามหลังจากเดิมข้าวจานที่สามให้เขา

“เฮอะ” เป็นคำพูดเดียวที่เขายอมพูดกับเธอ พิมพ์ลดายิ้มอย่างอ่อนใจ เอื้อมไปตักไข่เจียวใส่หอมแดงเยอะๆ อย่างที่เขาชอบให้อย่างเอาใจ มีเสียง เฮอะดังกลับมาแทนคำขอบคุณอีกเช่นเคย

“กินอิ่มแล้วอย่าเพิ่งนอนนะคะ เดี๋ยวลดาจะโกนหนวดให้คุณ” เธอบอกเมื่อเขาดื่มน้ำและทำท่าจะลุก อิลฟรานมองหน้าหญิงสาวแล้วเมินหนีไม่พูด

“ดูสิ หนวดเครารุงรังซกมกเดี๋ยวสาวเห็นจะไม่รักนะคะ”

เพ้ยยย...อย่างกับเขาแคร์สาวๆ พวกนั้น ชายหนุ่มเดินหนีไปอย่างแง่งอน

พิมพ์ลดามองตามด้วยท่าทางอ่อนใจ บอกตรงๆ ว่าตอนแรกทำใจไม่ได้ อิลฟรานไม่เคยเมินหน้าหนีเธอ ไม่เคยทำเสียงขึ้นจมูกใส่ ที่สำคัญ...เธอไม่เคยเอาอกเอาใจเขาเหมือนอย่างที่เขาทำ ออกจะชินที่มีเขาคอยเอาใจเสียด้วยซ้ำ พอได้มาตกที่นั่งเดียวกับเขาเลยปรับตัวไม่ทัน

เก็บจานชามล้างเสร็จแล้วเธอก็พบว่า เพื่อน ไม่ได้ง้อง่ายอย่างที่คิด อิลฟรานนอนห่มผ้าหลับไปอย่างสบายใจ เธอปลุกเท่าไหร่เขาก็ไม่ยอมลุก ตอนที่เขาปัดมือเธอแรงๆ ครั้งหนึ่งทำให้เธอเกือบร้องไห้เพราะความน้อยใจ หญิงสาวไม่ชอบเลยที่เขาเป็นแบบนี้ เธออยากได้อิลฟรานคนเดิมคืนมา แต่เงื่อนไขมันก็เกินรับได้

จากเพื่อนขยับเป็นแฟน...

ที่สำคัญ...ต้อง รัก เพิ่มอีกนิด!

หญิงสาวสะบัดหน้าไล่ความคิดเลื่อนเปื้อนออกจากหัว เธอยังไม่รักเขาตอนนี้หรอก รอให้เขาเคลียร์เรื่องครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องเมียอีก 114 คนนั่นได้ก่อนเถอะ จริงอย่างที่ป้าเธอว่า คนอะไรมีเมียตั้งเป็นร้อย ถ้าไม่ได้ไปเห็นกับตามาแล้วเธอก็คงไม่เชื่อ เขาแบกเธอขึ้นบ่าเดินผ่านผู้หญิงเหล่านั้น สายตาผู้หญิงพวกนั้นยังคงตามมาหลอกหลอนเธอ หนึ่งในนั้นมีความรู้สึกอิจฉามาอย่างแน่นอน

นี่แหละเหตุผลสำคัญที่เธอไม่ยอมเปิดใจให้เขา...

 

พิมพ์ลดากลับมาถึงร้านตอนสองทุ่มเศษๆ อิลฟรานนอนหลับตั้งแต่บ่าย คาดว่าคงตื่นมาตอนดึก เธอทำอาหารไว้ให้เขาอุ่นกิน อธิคมเป็นคนมาส่งเธอ เชวงที่เห็นชายหนุ่มลงมาเปิดประตูรถให้เธอถึงกับกรี๊ดกร๊าดวิ่งถลาออกมาจับแขนเขาไว้ ท่าทางตุ้งติ้งทำให้อธิคมอดยิ้มไม่ได้

“เจอคุณเชวงทีไรได้ยิ้มทุกที” ...เขาอ่อย เชวงกรีดร้องบอกตัวเองในใจ แต่พิมพ์ลดาที่ยืนอยู่ด้วยกันกับเห็นต่าง เธอว่าอธิคมขบขันท่าทางสาวแตกของเพื่อนเธอมากกว่า

“ตลกยิ่งกว่าดูสามช่าอีกใช่ไหมคะพี่อาร์ท” พิมพ์ลดาบอกเสียงกลั้วหัวเราะ

เชวงหันมาค้อนเพื่อน “หัวเราได้อย่างนี้แสดงว่าง้อสำเร็จล่ะสิ เฮ้อ...พี่ปื๊ดนี่หัวใจอ่อนแอเกินกว่าเหตุ โดนเขาทำร้ายขนาดนั้นยังยอมใจอ่อนยกโทษให้ง่ายๆ เป็นเชวงน่ะน้า...จะปล่อยให้ง้อเสียให้เข็ด”

พิมพ์ลดาหุบยิ้ม “ยังย่ะ พี่ปื๊ดของแกใจแข็งมาก ไม่ยอมพูดกับฉันสักคำด้วย” พูดจบก็หันไปลาอธิคมแล้วเดินเข้าร้านไปด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เชวงมองตามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“แสดงว่าง้อไม่สำเร็จเหรอคะ ยายลดาถึงได้ตะแง้วๆ ใส่เชวง” อธิคมยิ้มรับ

“ใช่ครับ คุณอิลใจแข็งมาก”

“ก็ดีสิคะ ยายลดาจะได้รู้เสียบ้าง ที่ผ่านมาอิลรู้สึกยังไง” เชวงเห็นดีด้วย

“ว่าแต่จะไม่ให้ผมบอกความหมายคำว่า ปื๊ด กับคุณอิลฟรานจริงเหรอครับ” ชายหนุ่มผู้ควบตำแหน่งเลขาและครูสอนภาษาไทยถาม หากเจ้านายรู้เข้าสักวันมีหวังเขาถูกไล่ออกแหงๆ

“ให้เข้าใจอย่างเดิมนั่นแหละฮ้า ปื๊ดมากกก...ก็คือหล่อลากกก ฮ่าๆ” แม้จะกลัวโดนไล่ออกขนาดไหน อธิคมก็อดหัวเราะไม่ได้

ปื๊ดมากกกก === หล่อลากกก

จะมีใครคิดได้ล้ำลึกเท่าคนเรียก ชลาลัยคือคนที่เรียกอิลฟรานแบบนี้เป็นคนแรก สาเหตุเพราะอิลฟรานมีผิวเข้ม จากนั้นคนอื่นๆ จึงเรียกขานติดปากตามกัน อธิคมมีความคิดเห็นค้านกับพวกสาวๆ ชายหนุ่มคิดว่าอิลฟรานแม้จะมีผิวที่เข้มแต่ก็ไม่ถึงกับดำปี๋น่าเกลียดอะไร ออกจะดูมีเสน่ห์ แถมใบหน้าของชายหนุ่มยังหล่อคมคร้ามสะท้านใจสาวๆ หลายคนอีกด้วย จะมาขัดก็ตรงชอบแต่งตัวเอาใจสาวนี่แหละ เสื้อยืดหลายเป็ดน้อยสีเหลืองหลายตัวในตู้ทำให้เขาขยาดไม่น้อย ให้ตายสิ ไม่เหมาะกันเล้ยยยย

 

ปฏิบัติการง้อถึงห้องยังคงดำเนินไปอย่างลุ่มๆ ดอนๆ เมื่อคนถูกง้อไม่ยอมเล่นด้วย หนวดเคราที่ขึ้นเต็มทำให้อิลฟรานตอนนี้เหมือนมหาโจร พิมพ์ลดาบ่นเรื่องนี้กับเขาทั้งวัน อีกทั้งออดอ้อนว่าเธอจะโกนให้เอง แค่เขานั่งอยู่เฉยๆ ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ไม่ยอม เดินหนีไปท่าเดียวจนเธอชักโมโห

“ถ้าคุณไม่โกนหนวด ลดาจะไม่มาที่นี่อีกแล้วนะคะ” เธอลองใช้เสียงเฉียบขู่เขา หลังจากใช้ไม้อ่อนมาหลายวัน เธอต้องหอบงานมาทำที่นี่ กลับถึงร้านก็ค่ำมืดทุกวัน

“ใครง้อ” เอ่อ...นี่เป็นคำแรกที่เขาหลุดพูดกับเธอ แต่มันไม่น่าฟังสักนิด ...พี่ปื๊ดเริ่มไม่น่ารักล่ะ!

“ก็ฉันนี่ไงคะที่ง้อคุณอยู่” เธอลดเสียงลง

“เฮอะ”

“หายงอนหรือยังคะอิล” เขาหันหน้าหนีไม่ยอมพูดด้วยเหมือนเคย พิมพ์ลดาไม่ถอดใจง่ายๆ “บ่ายนี้ลดาอยากกินส้มตำฝีมืออิลจังเลยค่ะ อิลทำให้ลดากินหน่อยสิคะ” เธออ้อน อุตส่าห์ไหว้วานให้อธิคมไปหาซื้อวัตถุดิบมาให้

อิลฟรานยังทำเฉย ปล่อยให้อีกฝ่ายเดินคอตกออกไปจากห้องนอน ชายหนุ่มชะเง้อคอมองตามแผ่นหลังเล็ก นี่เธอจงใจไม่ปิดประตูห้องนอนเขาหรือเปล่าวะ ทำเสียงขึ้นจมูกครั้งหนึ่งก่อนทิ้งตัวลงนอนตามเดิม บอกแล้วว่าเขาไม่ยอมง่ายๆ  ถ้าไม่ได้เป็นเกินกว่าเพื่อนก็อย่าหวังว่าปื๊ดจะยอม เสียงกุกกักในครัวทำให้ชายหนุ่มเผลอยิ้ม

...ลดาในตอนนี้น่ารักมากกก

เขาก็เหมือนผู้ชายทั่วๆ ไปที่ชอบให้ผู้หญิงที่เรารักเอาใจ พอหญิงสาวมาทำอย่างนี้ให้ใจมันก็อ่อนยวบ แถมความหวังเล็กๆ ที่มีแสงริบหรี่กลับเจิดจ้าขึ้น

เขาหวัง...อยากได้เธอเป็นแฟน

อยากจะรัก (เพิ่ม) อีกสักนิด...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #502 Love Have (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:14
    พี่ปี๊ดยังไม่หายง้อนลดา  แต่ถ้าลดาพูดว่ารักพี่ปี๊ดรับรองเลยค่ะว่าหายง้อนเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ  ขี้คร้านพีปี๊ดจะมาออดอ้อนขอแต่งงานกับลดาเลยก็ได้  เพราะว่าลัดขัดตอนและซ้อมเข้าห้องหอมาก่อนแล้ว  เพียงแค่นี้พี่ปี๊ดก็ใจอ่อนแล้วลดา  และถ้าเธอยืนคำขาดว่าให้พี่ปี๊ดไปจัดการบรรดาเมีย  ๆ ที่บ้านทั้งหมดให้เรียบร้อยแล้วเธอถึงจะตกลง  แต่ถ้าเธอไม่พูดไม่บอกพี่ปี๊ดก็ไม่มีวันรู้หรอกนะว่าเธอต้องการให้ทำอะไรให้  พูดตรง  ๆ ชัด  ๆ ให้เคลียร์ไปเลยค่ะ  และเชื่อได้เลยว่าถ้าพี่ปี๊ดได้ฟังต้องรีบไปจัดการให้แม่เป็ดน้อยอย่างแน่นอนค่ะ
    #502
    0
  2. #448 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:04
    พี่ปืนต้อปิดฮาเร็มก่อนลดาถึงจะยอม
    #448
    0
  3. #93 นินิน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 21:10
    ให้ลดาง้อนานๆเผื่อจะรู้ใจตัวเองเร็วขึ้นเนอะ 5555
    #93
    0
  4. #92 ธีระนัส (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 19:37
    มาอัพต่อเลยได้ม๊ายยยยย อยากอ่านต่อแล้ววววววววว
    #92
    0
  5. #84 adnap (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 11:05
    น่ารัก ชอบพี่ปื๊ดมากๆๆ
    #84
    0
  6. #83 เดือนเสี้ยว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 10:20
    รักพี่ปี๊ดจุงเบย55555555
    #83
    0
  7. #82 ขอให้สมปรารถนา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 10:17
    รออ่านต่อนะคะ

    #82
    0
  8. #81 MooNa Narak (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 09:32
    พี่ปื้ดเล่นตัวเข้าไว้นะ ใจอ่อนมะไหร่ต้องเป็นฝ่ายเอาใจนะเออ
    #81
    0
  9. #80 wow_bigass (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 08:34
    อ่านไปยิ้มไป รักปื้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #80
    0
  10. #79 Nook01 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 06:37
    พี่ปื๊ดง้อยากจริงๆ
    #79
    0
  11. #77 cattycall (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 00:46
    #77
    0
  12. #76 Lovely (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 22:44
    น่ารัก....อยากอ่านพี่ปื๊ดอีกๆๆๆๆๆๆๆ
    #76
    0