หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 1 : ๑... เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    9 ม.ค. 58

บทนำ

ลดา เสียงเรียกชื่อฉันดังอยู่ในหัวครั้งแล้วครั้งเล่า ภาพความทรงจำในวันวานต่างผุดขึ้นมาราวเชื้อเห็ดเจอปรอยฝน ทุกอย่างแม้แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ยังฝังแน่นในความทรงจำ หญิงสาวกวาดตามองไปรอบๆ ชั้นหนึ่งของตึกที่เปิดเป็นห้องเสื้อ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายแฟชั่นสำคัญของเมืองมิลาน ที่นี่เป็นแหล่งชอปปิงที่เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดังระดับโลก อาทิเช่น อาร์มานี วาเลนติโน แวร์ซาเช ปราดา กุชชี รวมถึงชาวีวี่ (Chaveve) ร้านที่เธอและเพื่อนร่วมหุ้นกันเปิด

ชาวีวี่ก่อตั้งโดยสามสาวเพื่อนรักเปิดให้บริการมาห้าปี เป็นห้าปีที่ต้องบากบั่นฝ่าฝันอุปสรรคนานัปการกว่าลูกค้าจะให้การยอมรับ มาถึงวันนี้ พิมพ์ลดาคิดว่าเธอสามารถวางมันไว้บนมือของ เชวงที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง รวมถึง ชลาลัยเพื่อนอีกคนที่เป็นหุ้นส่วน แต่เดิมทีเธอและเชวงต้องการร่วมหุ้นลงขันกันเปิดร้านแค่สองคน เพราะชลาลัยนั้นไม่ได้สนใจทำธุรกิจห้องเสื้อ แต่ด้วยเงินทุนที่ไม่เพียงพอชลาลัยจึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

พิมพ์ลดาเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าด้วยท่าทางเซื่องซึม เธอไม่เคยลาพักงานนานๆ แต่ตอนนี้เธอกำลังคิดจะหยุดงานแบบไม่มีกำหนด หยุด...แบบปล่อยวางทุกสิ่งอย่างในมือ การลาพักครั้งนี้เธอจะไม่เอางานไปทำด้วย เพราะสิ่งที่เธอกำลังจะทำนั้นสำคัญกว่างาน!

งานที่ให้ความสำคัญลำดับต้นๆ กำลังถูกลดลำดับ

หัวใจ’ กลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งขึ้นมาเสียแล้ว

ทุกครั้งที่ได้ยินเพื่อนสนิทพร่ำเพ้อรำพันถึงรักไม่สมหวัง เธอที่ไม่เคยมีรักยังแอบกังขาในความเจ็บปวดทางใจนั้น แต่มาวันนี้... วันที่เธอเผลอฝากหัวใจไว้กับเพื่อนคนหนึ่ง หญิงสาวตระหนักชัดถึงความเจ็บปวดเจียนขาดใจนั้น และจะไม่มีวันยอมให้ความเจ็บปวดนั้นกล้ำกลายหัวใจเธออีกต่อไป!

 

บทที่ ๑

เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ

กรี๊ดดด!!! เจ้าของห้องนอนบนชั้นสี่ของตึกซึ่งตั้งอยู่ใจกลางถนนย่านเศรษฐกิจกรีดร้องเสียงดังลั่นห้อง ท่าทางผวาบวกกับสีหน้าตกใจของเจ้าหล่อนทำให้ ผู้บุกรุกกดยิ้มกรุ้มกริ่มพึงใจกับอาหารตาในยามเช้า นอกจากท่าทางตกใจจนลนลานกระถดตัวไปชิดตัวเตียง ก็ยังมีชุดนอนสีเหลืองลายเป็ดน้อยน่ารักและไม่รู้เพราะความรีบร้อนหรือนอนดิ้นจึงทำให้รังดุมสามแถวแรกหลุดออกจากกัน ทรวงอกอวบอิ่มจึงกลายเป็นอาหารตาเขาในเช้านี้

“บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าให้เคาะประตูก่อน” เจ้าของห้องสาวแหวหน้าแดงก่ำ ตกใจกับปฏิบัติการรุกประชิดขอบเตียงจนทำตัวไม่ถูก

เคาะก่อนก็อดเห็นของดีสิ’

“ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ” มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าปากกับใจไม่ตรงกัน

พิมพ์ลดา สบตาใสซื่อแล้วถอนหายใจ เห็นหน้าซื่อๆ ตาใสๆ แล้วเธอต่อว่าไม่ลง กระนั้นประกายตาบางอย่างก็ฉุดรั้งความคิดเชิงบวก แวบหนึ่งเธอเห็นดวงตาใสซื่อเจิดจ้า หญิงสาวก้มมองก็พบว่ารังดุมเสื้อนอนหลุดออกจากกัน เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มเกินตัวที่ถูกชั้นในสีขาวลายลูกไม้โอบประคองเอาไว้

กรี๊ดดด!!! บรรดาหมอนผ้าห่มหรือแม้แต่หนังสือนิยายที่เจ้าของห้องนำไปอ่านก่อนนอนปลิวว่อน ยังให้ผู้บุกรุกรีบเร้นกายออกจากห้องนอนบนชั้นสี่ไปอย่างไวว่อง ทิ้งไว้แต่เพียงเสียงหัวเราะที่ประสานกับเสียงกรีดร้อง

หญิงสาวเจ้าของห้องนั่งหอบตัวโยนอยู่กลางเตียงซึ่งปูด้วยผ้าปูสีเหลืองซีดเก่าจนเกือบไม่เห็นลาย เพราะแม้มันจะเก่าแต่เธอก็ยังชอบ หลังจากที่ประตูปิดลงเธอก็ทรุดตัวนั่ง มือไม้จับอยู่ที่สาบเสื้อ เหตุการณ์น่าอับอายแบบนี้ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก หากแต่เป็นครั้งที่นับไม่ถ้วนเลยก็ว่าได้ สามปีที่ผ่านมาทุกๆ หนึ่งถึงสองสัปดาห์เธอจะต้องพบพานเหตุการณ์ประดักประเดิดชวนเขินอาย ซึ่งมีตัวต้นเหตุเป็นเขา

อิลฟรานคือ เพื่อน พิมพ์ลดาบอกตัวเองเช่นนั้น

แต่... หญิงสาวกลอกตาพร้อมกับระบายลมหายใจ สายตากวาดมองไปยังข้าวของกองพะเนินซึ่งวางอยู่ข้างห้องนอน เหล่านั้นคือข้าวของที่ เพื่อนของเธอขยันซื้อมาให้ เหลือบเห็นถุงสีน้ำตาลใบใหญ่ซึ่งคงเพิ่งนำมาวางรวมเอาไว้ในเช้านี้ อิลฟรานรู้ว่าหากให้กับมือ เธอจะทำเป็นลืมมันไว้ในซอกใดซอกหนึ่งของตึกสี่ชั้นนี้ การที่เขาบุกเข้ามาโดยไม่บอกกล่าวคือเหตุผลส่วนหนึ่งที่ต้องการนำเจ้าสิ่งนั้นมาวางไว้ โดยไม่สนใจว่าเธอจะนำมันออกมาใช้หรือไม่

นึกถึงบรรดาข้าวของประดามีที่อยู่ในถุงแล้วดีไซเนอร์สาวถึงกับเบ้หน้า น้อยที่เธอจะนำมันออกมาใช้ ทุกอย่างล้วนเป็นของดีมีราคาแพง ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้าเครื่องประดับรองเท้า แต่ก็มีบ้างที่เป็นสมุดปากกาหรือสีไว้สำหรับให้เธอได้ใช้ออกแบบเสื้อผ้า แน่นอนว่าอย่างหลังเธอจะนำออกมาใช้ทุกครั้งที่ได้รับ แต่พวกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายนั้นเธอเหลือจะรับ แต่ละชุดสวยงามก็จริงแต่มันเริดหรู ราคาแพงและที่สำคัญ...มันโป๊!

เสื้อผ้าส่วนใหญ่ในถุงเป็นของที่ซื้อจากห้องเสื้อชื่อดังทั้งนั้น ซ้ำคนซื้อยังรู้ถึงขนาดสัดส่วนขนาดที่เธอเคยลองสวมใส่แล้วยังแปลกใจ เขากะขนาดอก-เอว-สะโพกเธอได้เป๊ะจนน่าตกใจ พิมพ์ลดารู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยที่อิลฟรานรู้ขนาดหน้าอกซึ่งเธอไม่ชอบเพราะมันมีขนาดเกินตัว ส่วนใหญ่แล้วเธอจะสวมเสื้อผ้าตัวใหญ่หลวมโคร่งเพื่ออำพรางมัน แต่ก็ไม่นึกเลยว่า ไอ้เพื่อนบ้าตาดีนั่นยังอุตส่าห์กะขนาดหน้าอกหน้าใจเธอได้อย่างแม่นราวกับเคยสัมผัสมาก่อน

ไอ้เพื่อนบ้า...ทำให้หญิงสาวอดยิ้มไม่ได้ ทว่าแค่ครู่เดียวรอยยิ้มขบขันบนใบหน้าก็จางหายไป เมื่อความคิดกระหวัดไปหาสิ่งที่เขาเพียรทำมาตลอด ทั้งเอาอกเอาใจ ซื้อข้าวของให้ คอยช่วยเหลืออีกสารพัด หญิงสาวทำหน้ามุ่ยต่อว่าไอ้เพื่อนบ้าที่แสนดีในใจ

เขามัน...เพื่อนสนิทที่คอยเอาแต่คิดไม่ซื่อ!

 

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงมารับประทานอาหารที่ชั้นสามของตึก พิมพ์ลดาก็ต้องอึ้งกิมกี่อีกครั้งเมื่อเห็น...ภาพชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำเข้มสวมผ้ากันเปื้อนสีเหลืองลายเป็ดน้อยฉายเข้ามาในครรลองสายตาตั้งแต่ก้าวย่างแรกที่เท้าย่ำเข้ามาให้ห้องครัว รอยยิ้มสว่างไสวของเขาทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเธอผิดปกติไป

กรี๊ดดด...เป็ดน้อยน่ารัก!

หลายครั้งที่เชวงและชลาลัยค่อนขอดว่าเธอบ้า พิมพ์ลดาคิดว่าเธอปกติดีทุกอย่างยกเว้นเรื่องความชอบ เธอชอบสีเหลือง ชอบของใช้ทุกอย่างที่มีลายเป็ดน้อยปากสีส้มๆ ชอบมากจนเพื่อนสนิทสองคนถึงกับหน่าย ยกเว้น...อิลฟราน เขาเป็นคนเดียวที่ส่งเสริมความชอบของเธอด้วยการจัดหาสิ่งของที่มีเป็ดๆๆ มาเอาใจ

“ซื้อผ้ากันเปื้อนมาใหม่เหรอคะ” คนถามอมยิ้มแก้มป่องจนคนที่สรรหาของมาเอาใจสาวชุ่มชื่นหัวใจ อิลฟรานชอบสีหน้าแววตาแบบนี้ที่สุด แถมตอนนี้ยังรู้สึกว่าคุ้มเหลือเกินที่เขาบากหน้าใส่มันทำอาหาร ชายหนุ่มตระหนักดีว่ามันไม่เข้ากับเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าแลกมากับรอยยิ้มสว่างสดใสนี้ก็นับว่าคุ้มแสนคุ้ม

“เห็นมันน่ารักดี”

“น่ารักจริงๆ นั่นแหละ อิลนี่ตาถึงจริงๆ” หญิงสาวบอกขณะเดินอ้อมมานั่งเก้าอี้ มือรับชามข้าวต้มที่เขาเสิร์ฟให้ อากัปกิริยาอันแสนคุ้นเคยของหญิงสาวทำให้คนที่เพียรพยายามขยับเส้นความสัมพันธ์ฉีกยิ้มกว้าง นัยน์ตาพราวด้วยความหวังว่าสักวันจะก้าวผ่านเส้นความสัมพันธ์ที่เธอขีดกั้นให้เป็นแค่เพื่อน

“เช้านี้ผมเสิร์ฟข้าวต้มหมู ผัดผักบุ้งและยำไข่เค็มที่ลดาชอบ” ประโยคคุ้นหูลอยมากระทบโสตประสาท พิมพ์ลดายิ้มหวานเป็นรางวัลเฉกเช่นทุกครั้ง โดยไม่ต้องให้เขาออกปากท้วงออดอ้อนขอยิ้มหวานๆ เช่นแต่ก่อน

“ไม่เห็นต้องลำบากเลย”

“ไม่ลำบากอะไร ก็เหมือนตื่นเช้ามาทำกับข้าวกินเอง” คนที่สู้อุตส่าห์ตื่นเช้าจนเป็นกิจวัตรมาเกือบสามปีบอก ถึงแม้จะไม่ได้มาทำทุกวันด้วยการงานที่ยุ่งแต่เขาก็ไม่เคยเว้นห่างให้หญิงสาวลืม ในหนึ่งสัปดาห์อิลฟรานตั้งใจว่าต้องทำอาหารเช้าให้หญิงสาวได้กินอย่างน้อยสองวัน ส่วนเรื่องบุกประชิดขอบเตียงนั้นก็แล้วแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย โดยไม่ให้ทิ้งช่วงห่างเช่นเดียวกัน

“กินเองก็ไปทำกินที่บ้านสิ ไม่เห็นต้องมาถึงนี่” เธอยังคงท้วงต่อ

“กินคนเดียวไม่อร่อยนี่ ไม่เห็นหน้าลดาแล้วกินข้าวไม่ลง” ชายหนุ่มหยอดขนมจีบให้หญิงสาวเฉกเช่นทุกครั้งที่สบโอกาส

“หน้าฉันไม่เหมือนกับข้าวซะหน่อย หรือคุณเห็นหน้าฉันเหมือนไข่เค็มนั่น” เธอทำปั้นปึ่งขึงตาใส่จานยำไข่เค็มซึ่งเขาก็มองว่าน่ารักเหลือเกิน

“อร่อยจะตาย” หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อคนผีบ้าตักไข่เค็มใส่ปากเคี้ยวกร้วมๆ อย่างหน้าตาเฉย สองแก้มของสาวร้อนผ่าว ไม่ต้องบอกว่ามันเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ปากเขาเคี้ยวแต่ตาสิ...จ้องเธอไม่กะพริบเชียว คนบ้า!

“อย่ามาทำเป็นเล่นนะ” พูดจบก็เบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่บ่งบอกความรู้สึกอันแน่วแน่

“ออกจะจริงจัง มีแต่ลดานั่นแหละที่ทำเป็นเล่น” บทสนทนาที่ชวนให้วกเข้าประเด็นเดิมๆ เฉกเช่นทุกครั้งได้เริ่มขึ้นแล้ว พิมพ์ลดาถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างไม่รู้จะต่อล้อต่อเถียงกับเขาอย่างไรดี

เพื่อนกับแฟนมันแทนกันไม่ได้!

อิลฟรานเข้ามาในชีวิตเธอเพราะเขาจีบเพื่อสนิทของเธอเมื่อสามปีที่แล้ว หม่อมราชวงศ์ชลาลัย กุลวารี คือคนที่เขาหมายตาเอาไว้ นัยว่าทั้งสองพบกันบนเครื่องบิน จะด้วยพรหมลิขิตหรือกรรมลิขิตก็ตาม ทำให้เขาติดตามชลาลัยมาถึงที่ชาวีวี่ เขาเข้ามาเป็นลูกค้าและแสดงตัวว่าต้องการเพื่อนของเธออย่างออกนอกหน้า ถึงขนาดเคยบังคับให้ไปรับประทานอาหารด้วยก็ยังมี แต่ต่อมาธรรมมะย่อมชนะอธรรม เอ่อ...ไม่ใช่สิ ต่อมา เลโอเน่คือคนที่ได้หัวใจชลาลัยไปครอบครอง อิลฟรานจึงได้เปลี่ยนสถานะอยากเป็นแฟนกลายเป็นเพื่อนอีกคนของชลาลัย

เรื่องมันคงจะจบแค่นั้นหากเขาไม่เบนหัวเรือมาที่เธอ มาพร้อมๆ กับ เอริค เพื่อนสนิทของเลโอเน่ที่ทำท่าจะจีบเธอตั้งแต่แรกพบ ในช่วงแรกสองหนุ่มก่อกวนชีวิตอันเงียบสงบของเธอมากพอดู แต่หลังจากประกาศให้ทั้งสองเป็นได้แค่เพื่อน ศึกรบศึกรักที่ทำท่าจะประหัตประหารกันก็สงบลงเหมือนคลื่นใต้น้ำ สองหนุ่มเข้าหาเธอด้วยการขอเป็นเพื่อน

เพื่อน...ที่สบโอกาสเมื่อไหร่ก็พร้อมจะขอเป็นแฟนอยู่ร่ำไป

เหมือนอย่างที่อิลฟรานกำลังหยอดขนมจีบให้เธออยู่ตอนนี้...

“เช้านี้มีอะไรกินเอ่ย” เชวง เดินเข้ามาชะโงกหน้าอยู่เหนือโต๊ะอาหาร อิลฟรานละสายตาจากคนแก้มป่องตาพอง เอ่อ ออกเขียวนิดๆ

“ของชอบของลดา” ชายหนุ่มตอบพร้อมส่งยิ้ม

เชวงค้อนตาคว่ำ ตบอกตัวเองดังปุๆ รู้สึกหน้าร้อนซู่ประหนึ่งโดนชายหนุ่มขายขนมจีบให้เสียเอง มีแต่เพื่อนเธอนี่แหละใจแข็ง ไม่ละลายไปกับรอยยิ้มสว่างไสว อิลฟรานขึ้นชื่อเป็นหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา เอิ่ม...โคตรหล่อเลยก็ว่าได้ เขามีผิวสีเข้มเหมือนหนุ่มแถบอาหรับ หน้าตานั่นไม่ต้องพูดถึงเขาได้รับส่วนผสมจากผู้ให้กำเนิดทั้งสองอย่างลงตัว เชวงไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกครึ่งอะไร เรื่องราวของชายหนุ่มถูกปิดเป็นความลับทั้งต่อสื่อและคนรอบข้าง แต่คะเนด้วยสายตาแล้วก็น่าจะมีเชื้ออาหรับผสมอยู่มาก

“ขนมจีบแถมด้วยซาลาเปาน่ะเหรอ ยายลดาเบื่อแล้วละมั้ง” เชวงจีบปากจีบคอพูด

“ว่าไป...ลดายังไม่ลองสักคำ กล้าๆ กลัวๆ อยู่นั่นแหละ” อิลฟรานรับมุกพร้อมหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้คนที่ปฏิเสธตนมาตลอด

“แหวะ” คนโดนกล่าวหาว่ากลัวเชิดหน้าขึ้น

“แน่ะ อย่าเพิ่งทำท่ารังเกียจสิ รับลองได้ชิมแล้วจะติดใจ” คนขายขนมจีบยังไปต่อหน้าด้านๆ ชนิดที่กระเบื้องอย่างหนาเกรดดีราคาแพงยังต้องอาย

“โอ๊ย จีบกันอยู่นั่นแหละ ข้าวต้มเย็นหมดแล้ว กินๆ ขนมจีบซาลาเปาเอาไว้ทีหลัง” เชวงนั่งลงคว้าชามข้าวต้มมาตักแล้วลงมือกินมื้อเช้าด้วยสีหน้าขบขัน แน่นอนว่าบางคนกิน แห้วเป็นมื้อเช้าอย่างเช่นทุกครั้ง ส่วนขนมจีบแถมซาลาเปานั่นน่ะเหรอ เก็บกลับบ้านได้เลย!

 

“หนึ่งร้อยสิบห้า...” เสียงเด็กในร้านพูดคุยกันถึงราคาอะไรสักอย่าง พิมพ์ลดาได้ยินแค่ท่อนแรกก็สะดุ้ง หญิงสาววางปากกาในมือลง กลอกตาไปมากับอาการจิตตกที่เริ่มทวีความรุนแรงของเธอ ให้ตายสิ! เธอไม่ถูกกับเลข ‘115’ อย่างแรงทีเดียว เสียงจ๊อกแจ๊กยังดังอยู่เรื่อยๆ ในขณะที่คนสะดุ้งเริ่มหลุดเข้าไปอยู่ในภวังค์

ตอนที่ชลาลัยมีเรื่องไม่เข้าใจกับเลโอเน่ หญิงสาวนำเรื่องมาปรึกษาอิลฟรานซึ่งตอนนั้นเป็นเพื่อนกันแล้ว ชายหนุ่มรับปากคิดแผนช่วยเป็นหมั่นเป็นเหมาะแต่ก็ไม่ทิ้งความแสบสันด้วยการพาตัวชลาลัย เชวงและเธอบินข้ามฟ้าไปยังสถานที่ที่เขาเรียกว่าบ้าน ที่นั่นใหญ่โตและเต็มไปด้วยหญิงสาว ซึ่งจะเรียกให้ถูกก็คือ ฮาเร็ม พิมพ์ลดายังจำใบหน้าของหญิงสาวนับสิบที่เธอพบเห็นได้ติดตา ผู้คนเหล่านั้นต่างมองเธอด้วยสายตาเดียวกันนั่นคืออิจฉา!

เธอไม่รู้ว่าเรื่องที่ชลาลัยพูดว่าเขามีภรรยาถึงหนึ่งร้อยสิบสี่คนนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซ้ำทั้งสองยังเคยพูดจาหยอกล้อกันเรื่องเธอจะเป็นคนที่ หนึ่งร้อยสิบห้าของอิลฟาน ให้ตายเหอะ! ผู้ชายบ้าอะไรมีเมียเป็นร้อย ได้ยินทีแรกเธอถึงกับขนลุกซู่ทีเดียว กระทั่งจำฝังใจมาจนทุกวันนี้

“ขืนฉันให้คุณมากกว่าความเป็นเพื่อน มีหวังต้องกินน้ำตาต่างข้าวแน่ๆ เลยอิล” หญิงสาวพึมพรำกับตนเอง จะว่าไปแล้วเลขหนึ่งร้อยสิบห้านี่ก็เหมือนยันต์ชั้นดีที่ทำให้เธอไม่เผลอใจเปิดรับเขา

เรื่องราวของอิลฟรานวนเวียนอยู่ในหัวหญิงสาวตลอดทั้งวัน เรียกได้ว่ามันเป็นแบบนี้มาตลอดสามปีให้หลัง วันไหนไม่คิดเรื่องเขาสิคงแปลก พิมพ์ลดาช่วยเชวงต้อนรับลูกค้า ปกติแล้วส่วนใหญ่หญิงสาวจะเป็นคนออกแบบสูท ส่วนเชวงรับหน้าที่ดูแลในด้านการขายและการตลาด ชลาลัยเข้ามาช่วยบ้างในบางที ตอนนี้ชลาลัยและเลโอน่มีลูกด้วยกันสองคน  ราฟาเอเล่และเทเรซ่าสองพี่น้องเป็นขวัญใจของทุกคนในร้าน

 

ตอนบ่ายของที่ร้านเป็นช่วงเวลาที่ร้านไม่ค่อยยุ่ง การปรากฏตัวของชายหนุ่มรูปร่างสูงซ้ำยังมีใบหน้าหล่อเหลาทำให้คนในร้านต่างคุ้นชิน เอริคส่งยิ้มให้สาวๆ ก่อนจะตรงหรี่ขึ้นไปบนชั้นสองซึ่งถูกใช้เป็นห้องทำงานของดีไซเนอร์สาว กลิ่นหอมอ่อนๆ กำจายไปทั่วยามเมื่อชายหนุ่มก้าวเข้ามาในห้องทำงานเล็กๆ พิมพ์ลดาเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มอ่อนๆ

เอริคแนบช่อดอกไม้กับอก ยิ้มหวานๆ กำลังละลายหัวใจเขา ตั้งสติได้ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปยื่นช่อดอกไม้ให้กับเธอ พิมพ์ลดารับมาพร้อมกับขอบคุณเหมือนเช่นเคย

“ไม่เห็นจะต้องลำบากเลย” เป็นอีกหนึ่งประโยคที่เธอชอบพูดหลังจากรับดอกไม้ เอริคอยากซื้อของอย่างอื่นแต่รู้ว่าเธอไม่รับเขาเลยซื้อแต่ดอกไม้ ดอกไม้คือสิ่งเดียวที่เธอไม่ปฏิเสธจะรับ

“ผมเต็มใจ ได้เห็นสีหน้าของลดาก็ชื่นใจไปสามวันแล้ว” ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็ลอบถอนหายใจ นี่ก็ เพื่อนอีกคนที่ชอบขายขนมจีบให้เธอ เอริคเป็นเจ้าของผับที่ตั้งอยู่อีกสองตรอกถัดไป ผับของเขาค่อนข้างมีชื่อเสียงและมีลูกค้าระดับวีไอพีมาใช้บริการ ชายหนุ่มเป็นเพื่อนสนิทกับเลโอเน่สามีของชลาลัย เขาไม่ได้รู้จักกับเธอเพราะมาจีบเพื่อนเธอ กระนั้นเธอก็ไม่อาจตอบรับไมตรีที่ชายหนุ่มหยิบยื่นให้ได้

“จริงเหรอคะ แต่คงไม่ชื่นใจเท่านางแบบสาวที่คุณควงไปดินเนอร์หรอก” หญิงสาวกระเซ้าเสียงใส เชวงเพิ่งกรีดร้องกับคอลัมน์ซุบซิบในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อช่วงสาย ในข่าวลงรูปเอริคกับคู่ควงคนใหม่แถมยังมีบรรยายตบท้ายด้วยการบอกว่าทั้งสองหายเข้าไปในโรงแรม

“หือ...ข่าวเร็วเสียจริง แสดงว่าคุณสนใจข่าวผม” ชายหนุ่มตาเป็นประกายเจิดจ้าด้วยความหวัง “คุณหึงผมหรือเปล่าลดา” เขาโน้มตัวข้ามโต๊ะเพื่อรอฟังคำตอบ หากแต่รอยยิ้มสดใสบวกกับดวงตาพราวระยับกลับสร้างความผิดหวังให้แก่ชายหนุ่ม

“ไม่มีเหตุผลที่ฉันต้องหึงคุณค่ะเอริค” รอยยิ้มกับดวงตาที่สดใสไม่ได้ทำให้เอริคเจ็บปวดมากไปกว่าคำพูดซื่อตรงของเธอ

ชายหนุ่มถอนหายใจ ปั้นหน้าจริงจัง “ผมยังยืนยันนะว่าหากคุณให้โอกาส ผมจะเลิกกับผู้หญิงทุกคน จะไม่นอกใจ จะ...”

“เยอะไปแล้วค่ะ” หญิงสาวแทรกกลางปล้อง “คุณจะควงใครหรือทำอะไรไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันยังยืนยันว่าคุณเป็นได้แค่เพื่อนค่ะ”

“ว้า...คุณนี่ใจแข็งชะมัดเลย ใจคอจะให้ผมเดินมาฟังคำปฏิเสธทุกวันเลยหรือไง” คนอยากเป็นแฟนมากกว่าเป็นเพื่อนร้องว้าอย่างผิดหวัง ดวงตาจับจ้องใบหน้าพริ้มเพราของสาวร่างเล็กตาไม่กะพริบ ครั้งแรกที่พบกันเอริคคิดว่าเธอดูจืดชืดนุ่มนิ่มอ่อนหวานไม่ใช่สเปกเขา หากแต่พอได้ทำความรู้จักก็ได้รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้ามีดีกว่าที่เห็น เธอเป็นดีไซเนอร์ที่มีอุปนิสัยอ่อนหวาน หวานจับหัวจิตหัวใจ หากแต่ก็ไม่ได้มีแค่ความหวาน บางคราเธอยังห้าวหาญเกินตัว ยกตัวอย่างเช่นตอนที่พูดปฏิเสธเขาเสียงดัง อีกทั้งยังมีจิตใจแข็งแกร่ง ไม่ว่าเขาจะตื๊อขอเป็นแฟนเธอบ่อยแค่ไหน คำตอบเดียวก็คือ...ไม่!

“คุณไม่ได้ชอบฉัน แต่ที่สนใจก็เพราะฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ปฏิเสธขึ้นเตียงกับคุณ” นอกจากมีนิสัยอ่อนหวาน จิตใจแข็งแกร่งแล้วปากเธอยังคมเป็นกรรไกรอีกด้วย ปากอิ่มสีกุหลาบน้อยๆ นั่นช่างเปล่งวาจาขัดกับรูปร่างหน้าตาเหลือเกิน เอริคยอมรับว่ารูปร่างเล็กบอบบาง ใบหน้าพริ้มเพรา นิสัยดีจนนางฟ้าเรียกพี่ แต่มีริมฝีปากที่คมยิ่งกว่ากรรไกรนั้นฉุดรั้งเขาไว้ไม่ให้ปล่อยมือไปจากเธอ

“ผมไม่เข้าใจคุณเลยจริงๆ ตกลงคุณเป็นคนยังไงกันแน่ บางทีคุณก็ดูใจดี บางทีก็ใจร้ายเหลือเกิน เหมือนอย่างในตอนนี้” เขาหรี่ตาจ้องมองหญิงสาวที่กำลังยิ้มหวานให้ ลองได้ยิ้มแบบนี้เถอะ อีกเดี๋ยวเธอก็สาดคำพูดทำร้ายจิตใจเขา

“ฉันเป็นเหมือนคนทั่วๆ ไปค่ะ มีทั้งโลภโกรธหลง มีมุมที่ดีและไม่ดี คุณต่างหากที่ชอบคิดไปเองว่าฉันดีอย่างโน้นอย่างนี้ อีกทั้งยังชอบเอาไปเปรียบเทียบกับผู้หญิงของคุณด้วย” แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้ไม่ได้เปล่งออกมาครั้งแรก พิมพ์ลดาค้านจะนับ เธอไม่ได้เบื่อที่ต้องสนทนาในเรื่องเดิมๆ หากแต่ไม่เข้าใจว่าเขาจะทู่ซี้ยืนยันจะขอคบกับเธออีกทำไม ในเมื่อเป็นเพื่อนกันมันก็ดีอยู่แล้ว

ดีไซเนอร์สาววางปากกาลง ทอดสายตาเหม่อมองภาพวาดที่แขวนบนผนังห้อง ปากอิ่มสีกุหลาบคลี่ยิ้ม ดวงตาฉายแววระอิดระอาเล็กน้อย เช้าคน บ่ายคนเป็นแบบนี้มานานกว่าสามปีแล้ว ไม่น่าแปลกที่ไม่มีใครก้าวล้ำเส้นเขตแดนหัวใจที่เธอคั่นไว้ได้ สองหนุ่มต่างเจ้าชู้ยักษ์มีผู้หญิงอยู่รอบกาย ข่าวคราวของพวกเขาดังเข้าหูเธอบ่อยๆ นั่นเปรียบเสมือนยันต์กันผีชั้นดีทีเดียว หญิงสาวหัวเราะออกมาน้อยๆ ก่อนสีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งขรึม

แน่ใจหรือ...เรื่องไม่มีใครก้าวล้ำผ่านเส้นแดนหัวใจมาได้!


ระวังตกหลุมรักพี่ปื๊ด!!!!

 


เรื่องนี้ลงให้อ่าน 15-20 ตอนจ้า 
ราวๆ สิ้นเดือนจะเปิดให้จองพร้อมจรัสศรี ณ เมื่อรักบังเกิด นะคะ
ขอบคุณที่สละเวลาเข้ามาอ่าน
เม้นต์น้อยๆ เม้นต์บ่อยๆ พอเป็นกำลังใจให้กันน้าพี่ยกน้องยก


ปล. พบเจอคำผิดขออภัย เวอร์ชั่นนี้ก่อนขึ้นเขียงให้ บก. หั่นค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #474 Love Have (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:35
    อ่านแล้วรู้สึกอิจฉาลดาจังเลยค่ะ  มีหนุ่ม ๆ มาชอบและมาขอเป็นแฟนถึง 2 คน ซึ่งทั้งสองคนนั้นต่างโปรไฟล์ดีกันคนละแบบนะคะ ไม่รู้ว่าคนไหนที่จะเอาชนะใจลดาได้นะคะ  แถมเธอยังคงใจแข็งมาก ๆ ด้วยนะคะ บอกว่าให้ได้แค่คำว่าเพื่อนก็คือคำว่าเพื่อนเท่านั้นไม่สามารถพัฒนาไปเป็นแฟนได้  เป็นคนอ่านหน่อยไม่ได้นะคะ  ใจอ่อนไปตั้งนานแล้วละคะ  ยิ่งมีผู้ชาย หล่อ  ๆ ดี  ๆ  มาเอาใจถึงขนาดนี้นะคะ  รีบตอบตกลงเป็นแฟนไปตั้งนานแล้วละคะ  รู้สึกว่าจะใจง่ายไปหน่อยไหมเรา  อิอิอิ
    #474
    0
  2. #85 ธีระนัส (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 14:17
    แค่นี้ก็หลังรักแล้วล่ะ
    #85
    0
  3. #27 Yayee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2558 / 08:56
    ปื๊ด น่าร้าก

    หากจะรัก(เพิ่ม) อีกสักนิด กะ เมื่อรักบังเกิด เนื้อหาคนละสไตล์ แต่สนุกทั้งคู่

    ชอบคร่า รอ รอ
    #27
    0
  4. #21 นินิน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 20:47
    ตอนแรกก็ติดหนึบซะแล้วค่า
    #21
    0
  5. #16 punpun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 00:09
    115...เลขนำโชคนะ..ขอบอก...555
    #16
    0
  6. #15 love_31 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 17:05
    แค่ตอนแรกก็สนุกแล้ววววว
    #15
    0
  7. #14 ลัดดาวัลย์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 09:26
    แค่เริ่มต้นก้อน่ารักแล้วค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #14
    0
  8. #13 หนมเหนมอิ๋มอี้ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2558 / 19:07
    รอมานานมากค่ะ  พี่ปื๊ด....  ไรเตอร์มาอัพไวๆนะ
    #13
    0
  9. #12 adnap (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2558 / 16:34
    ชอบๆ หยอดปุกรอคูณสองเลยนะ
    #12
    0
  10. #11 mam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2558 / 16:06
    ชอบมากเลยจร้า  เรื่องนี้เค้าลงชื่อจองด้วยคนน๊าาาาา
    #11
    0
  11. #10 ปนัดดา ศรีจริยา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2558 / 12:58
    ถ้าจะสั่งจองต้องทำยังไงค่ะ
    #10
    0
  12. #9 jane (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2558 / 12:58
    มาแล้ว ๆ พี่ปื้ด มาแล้ว
    #9
    0