รั ก พ ร า ง ใ จ (เทียบศิขร - อัญชัน)

ตอนที่ 30 : เทียบมาลากับตระกูลเกริกไกรวัล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 882
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    10 ม.ค. 62

ลงตอนสุดท้ายแล้วเด้อจ้า

ฝากอีบุ๊คพี่เทียบไว้ด้วยนะค้า 

ขอบคุณมากจ้า



เช้านี้เป็นอีกวันที่อากาศสดชื่น หมอกขาวเรี่ยต่ำแตะยอดไม้ ตามใบและกลีบดอกมีหยาดน้ำค้างเกาะอยู่เต็ม อัญชันสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดก่อนจะมองเข้าไปในบ้าน แม้สัญญาณเป็นมิตรยังไม่บังเกิดแก่หนุ่มๆ แต่พวกเขาก็ไม่ได้สร้างความไม่สบายใจให้ เมื่อคืนหญิงสาวนอนแยกมุ้งคนเดียว ส่วนมุ้งหลังเดิมปล่อยให้หนุ่มๆ นอนด้วยกัน

สาวดอกไม้ลุกเดินเข้าครัวเพื่อทำอาหาร วันนี้เป็นวันหยุดเลยไม่มีใครมีแก่ใจตื่นเช้าเหมือนอย่างเธอ เมื่อคืนมหาเสน่ห์ทำตัวแปลกๆ ด้วยการขอนอนข้างลีโอนาร์ด อีกทั้งมีหลายครั้งที่พูดจาประจบประแจงเสียจนเธอกับน้องๆ พากันแปลกใจ ก่อนหน้านี้มหาเสน่ห์แม้ไม่ได้งัดข้อกับเขาเหมือนมหาโชค แต่เธอรับรู้ว่าน้องชายเก็บซ่อนความไม่พอใจเอาไว้อย่างยิ่งยวด ผิดกับเมื่อคืนซึ่งมองเจ้าของบ้านอย่างกับถูกล็อตเตอรี

เมื่อวานคำเอ้ยบอกคุณจะพาน้องฉันไปเล่นอะไรสนุกๆ ในไร่เหรอคะ

เทียบศิขรตื่นต่อจากหญิงสาว เขาออกมายืนแปรงฟันตรงตุ่มมังกรข้างห้องน้ำ

ฮื่อ กะชวนคุณไปด้วยกันนั่นแหละ

ไปไหนคะ

แถวๆ นี้แหละ รับรองสนุก” ชายหนุ่มหันมาหลิ่วตาให้ซึ่งไม่น่าไว้ใจท่าทางสักนิด ตั้งแต่ทำใจยอมรับว่าชอบเขาเข้าแล้ว ก็เหมือนกับว่าเธอเดาใจเขาได้ อย่างท่าทางเมื่อสักครู่นี่มีเลศนัยชอบกล ไม่แคล้วจะต้องเกิดเรื่องกลั่นแกล้งกันแน่ๆ

สายหน่อยสิ่งที่อัญชันคิดกลับเป็นจริง เทียบศิขรพาเธอกับน้องๆ มายังจุดหนึ่งของไร่ซึ่งเป็นถนนลาดยางลดเลี้ยวเคี้ยวคดโดยที่สองข้างทางเป็นไร่ชา บริเวณที่ยืนอยู่เป็นเนินสูงมองเห็นด้านล่างได้อย่างชัดเจน

แน่ไหมเสียงท้าทายนี้ออกจากปากใครไม่ได้นอกเสียจากคนชวน สามมหาถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อมองไปยังด้านล่าง

ไม่เลยผู้ชายตรงหน้าไม่ได้ชวนพวกเขาวิ่งแข่ง หากแต่ชวนแข่งขี่รถล้อเลื่อนไม้ต่างหากเล่า!

แถกข้างทางไปมีหัวร้างข้างแตกแน่งานนี้มหาเสน่ห์กระซิบด้วยน้ำเสียงหวาดๆ

เออสิ แล้วแม่งก็ปัญญาอ่อนมาท้าแข่งอย่างกับตัวเป็นเด็ก” มหาโชคบ่น ยอมรับว่ากลัวไม่น้อย ด้วยว่าไม่เคยลองไอ้รถที่ทำจากไม้ ขับด้วยการนั่งมันลงจากเนินไปตามถนน ที่สำคัญต้องเบรกมันด้วยเท้า!

กล้าไหมนี่ถ้ามาช่วงปีใหม่จะพาไปศึกษาจากสถานที่จริงเขาเลยนะ ม้งเอ็กซ์ตรีมน่ะเคยได้ยินไหม

เอ่ยถึงประเพณีของชาวม้งที่มักจัดขึ้นเพื่อฉลองปีใหม่กันทุกปี มีการละเล่นสืบสานประเพณีหลายอย่าง แต่ที่ตื่นตาตื่นใจนักท่องเที่ยวที่สุดก็คือการแข่งขันความเร็วจากการขี่ล้อเลื่อนไม้หรือที่เรียกว่าม้งเอ็กซ์ตรีม เทียบศิขรได้ไปดูหลายครั้งและชอบจนสร้างรถล้อเลื่อนด้วยตัวเอง ว่างๆ เขามักชวนไออุ่นมาแข่งกัน ไม่ก็แข่งกับพวกคนงานในไร่

ไม่เคยได้ยินครับคนทรงเสน่ห์หลบอยู่หลังพี่ชาย บอกตรงๆ ว่าเขากลัวหน้าแหก

งั้นมาลอง รับรองสนุกเวอร์ งานนี้ลูกผู้ชายตัวจริงเสียงจริงต้องลอง” แม้น้ำเสียงจะชักชวนพูดคุยเป็นอย่างดี ทว่าแววตาที่มองกลับเยาะเย้ยถากถางเสียจนหนุ่มมหาต่างพากันอยู่ไม่เป็นสุข ปฏิเสธไปคงโดนด่าว่าอ่อนด้อยอย่างแน่นอน

รับรองสนุกน่า ประจำที่เร็ว

จับบ่ามหาเสน่ห์ดันให้นั่งบนรถที่จอดรอ กระดิกนิ้วให้มหาโชค มหาลาภทำตาม สองหนุ่มหน้าตึงแต่แววตาเยาะหยันกลับสั่งให้พวกเขาเลือกรถ!

มหาโชคตรงไปยังคันที่อักษรเขียนด้วยเมจิกสีน้ำเงินว่า‘Porsche’

ส่วนมหาลาภเลือก ‘BMW’

คันสุดท้ายของมหาเสน่ห์‘BMX’ …พร่อง!

พร้อมยังคนท้าถามเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นถูกใจ คันที่ชายหนุ่มนั่งเขียนตัว ‘A’ไว้ตัวเดียว ซึ่งไม่ต้องเดาให้เมื่อยตุ้ม คงเป็นทีมอัญชันอย่างแน่นอน

หนึ่งสองซั่ม!

รถไม้ล้อเลื่อนของเทียบศิขรพุ่งไปเป็นคันแรก

แว้กกกเหน่ยังไม่พร้อมมม” มหาเสน่ห์พุ่งตามไปติดๆ เนื่องจากแรงผลักจากด้านหลัง

เฮ้ย พี่อัญทำอะไร” มหาโชคโวยวายลั่น ในขณะที่มหาลาภนั่งเกร็งยามโดนผลัก ชายหนุ่มพยายามบังคับรถไม่ให้ออกนอกเส้นทาง ความเร็วประกอบกับพอจับจังหวะการเลี้ยวได้ทำให้หนุ่มที่ชื่นชอบความเร็วร้องวู้

วู้พร่อง! เยี่ยวกูจะเล็ดแล้ว” มหาโชคที่แล่นคู่คี่กับน้องชายตวาดใส่

เบรก! โชคเอาตีนเบรก!

โครม! สองหนุ่มพุ่งเข้าใส่พุ่มชาที่เสมือนเบรกชั้นดี

ไอ้พี่โชค! กูบอกให้เบรก” มหาเสน่ห์ด่าคนที่นอนทับบนตัวเขา ช่างเลือกที่เบรกได้ดีเหลือเกิน ส่วนเขาก็เจ็บตัวทั้งปีทั้งชาติ!

อัญชันที่รีบขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาทำหน้าตกใจก่อนระเบิดเสียงหัวเราะเมื่อเห็นน้องชายไม่ได้เป็นอะไรมาก รอยยิ้มบวกกับเสียงหัวเราะยังให้น้องชายสองคนลงไปนอนแผ่หลาบนพื้นอีกรอบอย่างหมดท่า

มหาโชคซุกหน้ากับท่อนแขนซ่อนสีหน้าที่เขาไม่อยากให้ใครได้เห็น ในขณะที่มหาเสน่ห์ยิ้มกว้างพอใจอย่างไม่ปิดบัง พี่สาวคนนี้เป็นคนที่มักจะนั่งเงียบ ดูพี่ๆ น้องๆ ทะเลาะกันเสมอ เป็นคนเดียวที่ไม่เคยก่อเรื่องให้คุณป๋าเดือดเนื้อร้อนใจ เป็นคนเดียวที่ทุกคนในครอบครัวแอบคิดว่าเธอแตกต่างตรงที่พอดีเกินไป เป๊ะเกินไป แต่แล้ววันนี้เขาก็ได้ค้นพบด้วยตัวเองว่าไม่จริงเลยที่ใครต่างพูดว่าอัญชันเรียบร้อย

นี่มันนางมารร้าย’ ฉบับกระเป๋าชัดๆ

เทียบศิขร มหาลาภเดินย้อนกลับมา ตรงนี้ใกล้ถึงจุดที่ตั้งไว้เป็นเส้นชัย บริเวณนั้นมีล้อยางตั้งเรียงเป็นบังเกอร์ ซ้ำยังมีคนงานคอยดูลู่ทางเพื่อป้องกันอันตราย ไม่คิดเลยว่าสองหนุ่มจะด่วนใจร้อนหาที่เบรกเสียก่อนจะถึงเส้นชัย

รอยยิ้มกับเสียงหัวเราะที่ดังอย่างเปิดเผยทำให้มหาลาภชะงักเล็กน้อย ก่อนจะมองไปยังฝาแฝดแล้วจึงอมยิ้ม

สนุกไหมเทียบศิขรจับศีรษะหญิงสาวโยก

สนุกมากค่ะ คุณไม่มาเห็นเหน่กับโชคเบรก” หญิงสาวหัวเราะจนท้องคัด ลืมสังเกตเห็นสีหน้าแววตาของน้องชาย เทียบศิขรเป็นอีกคนที่เห็น ชายหนุ่มยักคิ้วไปทางสามหนุ่ม

เห็นไหมบอกแล้วว่าสนุก ทุกคนมีที่ของตัวเอง พวกนายว่าไหม

ประโยคกินนัยที่ฟังแล้วต้องแปลอีกครั้งยังให้สามหนุ่มนิ่วหน้า ผู้ชายคนนี้จะบอกว่าพี่สาวพวกเขาเหมาะกับที่นี่อย่างนั้นหรือ มหาเสน่ห์คิดตามซ้ำเป็นคนเดียวที่ยิ้มกว้างเห็นด้วย ในขณะที่สองหนุ่มมีใจคัดค้านอย่างสุดกำลัง เนื่องจากไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของอีกฝ่าย

บางทีอาจไม่ใช่” มหาโชคแย้ง ของบางอย่างต้องดูกันนานๆ อดมื้อกินมื้อใหม่ๆ มันก็แปลกดี แต่นานวันแล้วก็ต้องเบื่อต้องท้อกันบ้าง ชีวิตปากกัดตีนถีบมันมีรสชาติก็จริงแต่ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน

สิ่งที่พี่คิดว่าเหมาะกับพี่ บางทีอาจไม่เหมาะกับคนที่พี่เลือก คนเราร้อยพ่อพันแม่ เติบโตใช้ชีวิตมาคนละแบบ ไม่ง่ายหรอกครับที่จะปรับตัวเข้ากันได้ในเร็ววัน มันต้องดูกันยาวๆ” มหาลาภสำทับอย่างเป็นการเป็นงาน เขายอมให้พี่สาวใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ได้หรอก ต่อให้อัญชันยินดีก็ตามเถอะ

เงินอาจไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต แต่ยุคนี้สมัยนี้เราต้องยอมรับนะครับว่าเงินกลายเป็นปัจจัยที่ห้า ความสนุกที่เกิดขึ้นกับพี่อัญในช่วงสั้นๆ มันแค่สุขประเดี๋ยวประด๋าว มันไม่ยั่งยืนจีรังหรอกครับ ดอกฟ้าก็คือดอกฟ้า ก้อนขี้หมาแห้งให้เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นคงยาก

โชค!สาวดอกไม้ปรามน้องชาย หญิงสาวหยุดหัวเราะตั้งแต่สามหนุ่มจ้องหน้ากันอย่างท้าทาย

แรงดีว่ะ เปรียบพี่เขาเป็นก้อนขี้หมาแห้ง โหดร้ายกว่าหมามองเครื่องบินอีกนะเนี่ย” มหาเสน่ห์ชั่งใจว่าเขาควรเปิดโปงความจริงตอนนี้ไหม หรือจะหารสามกับไอ้พวกนี้ดี มีตาหามีแววไม่ ที่ยืนซกมกโลโซตรงหน้านั่นมัน ผ้าขี้ริ้วห่อทอง’ ชัดๆ

ตื่นจากความฝันเถอะพี่อัญ ผมว่าพี่ไม่ควรถลำลึกไปกว่านี้อีกแล้ว เขาไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับพี่หรอก

เหมือนคมหอกทิ่มลงกลางใจ อัญชันเบือนหน้าหนีไปทางอื่น หลายวันมานี้เธอพยายามหลอกตัวเอง พยายามคิดว่ามันต้องเป็นไปได้ เธอมีน้องชายสามคนคอยช่วยเหลือ พวกเขาสามารถเข้ากันได้และอีกหลายๆ อย่างที่ล้วนแต่คิดหวังเอาไว้ทั้งนั้น

เอ่อ ขอเค้าพูดอะไรหน่อยได้ไหม บางทีเรื่องทั้งหมดอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่…”

หุบปาก

อย่าเสือก!

คำสั่งของจอมเผด็จการทั้งสองยังให้คนทรงเสน่ห์เม้มปากแน่น ช่างแม่งเถอะปล่อยให้มันปล่อยไก่โง่ต่ออีกสักพัก แล้วอย่ามาหาว่าเขาไม่เตือนก็แล้วกัน

เทียบศิขรแค่นยิ้ม บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรเมื่อโดนเปรียบเป็นก้อนขี้หมาแห้ง รู้แต่ว่าแม่งเจ็บใจอยู่ลึกๆ หมามองเครื่องบินยังพอทน แต่นี่ก้อนขี้หมาแห้งเชียวนะเว้ย!

เสพติดความสุขสบายจนสมองฝ่อแล้วอย่าเอาความเคยชินของตัวเองมาตัดสินคนอื่นสิวะ

เลิกทะเลาะกันเสียทีเถอะค่ะ เรื่องไร้สาระทั้งนั้น” อัญชันตวาดอย่างขอไปที

นี่เรื่องจริงนะพี่อัญ พี่ใช้ชีวิตอยู่ที่กระท่อมนั่นไม่ได้หรอก

ก็อยู่มาได้เป็นเดือนๆ ไม่เห็นบ่นอะไรนี่” เจ้าของบ้านหนุ่มยียวน แค่ช่วงแรกเท่านั้นหรอกที่หญิงสาวบ่น แต่หลังๆ เขาไม่ได้ยินอีกเลย

หมดเวลาสนุกแล้วพี่ ถ้าเรื่องนั้น…” ชายหนุ่มจงใจเว้นวรรคเพื่อละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจเป็นจริงอย่างที่พี่ยืนยัน ผมเห็นสมควรว่าพี่ต้องกลับบ้านให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะถลำลึกไปกว่านี้

ท่าทางแสนร้ายนิดๆ บวกกับเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของพี่สาวสร้างความหวาดหวั่นให้กับมหาโชคไม่น้อย เขารักพี่น้องทุกคน โดยเฉพาะตอนนี้อัญชันเป็นพี่สาวคนเดียวที่ยังไม่แต่งงานก็ย่อมรักย่อมห่วงไปตามประสาน้องชาย

อัญชันหน้าซีดเผือด ตระหนักถึงสิ่งที่น้องชายต้องการบอกให้เธอรับรู้

บางทีการเปิดโอกาสให้เหน่พูด เรื่องทั้งหมดอาจดีกว่านี้ก็ได้นะ” ตัวเสือกทำใจกล้าแทรกขึ้นมาอีกครั้ง เห็นพี่น้องขัดใจกันแล้วไม่ยักสบายใจ งานนี้รวยหมู่ก็ได้วะ

บอกว่าอย่าเพิ่งเสือกไง

ก็…”

พอเถอะ เรื่องนี้พี่จะตัดสินใจเอง” หญิงสาวหนึ่งเดียวในนั้นตัดบท

เทียบศิขรกอดอกยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหันไปชวนหญิงสาวกลับบ้าน ทิ้งให้สามหนุ่มนั่งมองตาปริบๆ

เขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหนวะ เกิดมากูเพิ่งเคยพบเคยเห็นคนแบบนี้

มหาโชคทำสีหน้าเหลือเชื่อ มหาลาภเองก็มีสีหน้าไม่แตกต่างกัน มีเพียงมหาเสน่ห์ที่กำลังยิ้มเยาะใส่ควายสองตัว มันอยากห้ามไม่ให้เขาพูดเอง เขาก็จะไม่พูด!

 

ทว่าความตั้งใจของคนทรงเสน่ห์เป็นอันต้องพับไปเมื่อช่วงบ่ายของวันคำเอ้ยได้โทร. มาขอพบเทียบศิขร ความหวาดระแวงทำให้หนุ่มทรงเสน่ห์ร้องขอติดตามไปด้วย โดยปล่อยพี่ชายสองคนอยู่กับพี่สาวที่บ้าน ตลอดทางมหาเสน่ห์พยายามมองหาบ้านไม้สักหลังใหญ่ คฤหาสน์สีเทาที่ซ่อนตัวอยู่หลังไร่ หรือแม้กระทั่งบ้านทรงทันสมัยหลังขนาดกลาง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่พบ ดูเหมือนสำนักงานกลางไร่จะเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในไร่แห่งนี้

แขกที่มาพบเทียบศิขรเป็นชายสูงวัยสองคนซึ่งมีผู้ตามอารักขาอีกนับสิบ เหมือนเจ้าพ่อหลุดออกมาจากละครทีวีอย่างไรอย่างนั้น เพราะชายฉกรรจ์ด้านหลังล้วนแต่สวมชุดดำแว่นตาสีดำ

เขามาขอถ่ายละครเหรอพี่สิงห์มหาเสน่ห์กระซิบถามเทียบศิขร ดวงตาสอดส่ายหากล้องที่ซ่อนอยู่

เปล่า นี่ของจริง เวอร์ๆ คนบ้านนี้เขาถนัดนักล่ะ” คนตอบทำหน้าเย้ยหยัน จงใจเน้นคำว่า คนบ้านนี้’ ให้อีกฝ่ายได้ยิน

ธันวารู้สึกอึดอัดกับสายตาลูกชาย ในขณะที่ธานีกำลังร้อนเป็นไฟอย่างพร้อมจะแผดเผาทุกคนที่ขัดใจ

ไอ้นี่มันเด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอนของจริง ผู้ใหญ่มาหายังไม่รีบไหว้อีก” ผู้เป็นปู่เปิดฉากทักทายหลานชายเหมือนอย่างทุกครั้งที่เจอหน้ากัน มันต้องเริ่มแบบนี้และจบในรูปแบบเดียวกันเสมอ เป็นอย่างนี้มาสิบๆ ปีแล้ว

แรงอะ ถ้าเป็นการถ่ายละคร ไม่ต้องเดาเลยว่าเป็นตัวร้าย” เสียงกระซิบกระซาบยังดังอยู่ข้างหลัง เทียบศิขรเกือบหลุดหัวเราะ เขาไม่ได้อินังขังขอบต่อคำพูดร้ายกาจของชายตรงหน้า หากแต่ขบขันไอ้บ้าที่คอยกระซิบอยู่ด้านหลัง

แล้วรู้หรือยัง ใครเป็นพระเอก” เอี้ยวหน้าไปถามเสียงเบา อากัปกิริยานั้นทำให้ธานีความดันพุ่งสูง

ไอ้สิงห์! ปู่กับพ่อมึงมาหาทำไมไม่สนใจ” เสียงกัมปนาททำให้มหาเสน่ห์พยายามหดตัวให้เล็กที่สุด เป็นไปได้เขาอยากไปยืนฟังอยู่หลังพุ่มไม้หรือที่ไหนสักแห่งใกล้ๆ บริเวณนี้

มาทำไมเทียบศิขรถามเสียงหน่ายๆ ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อน้ำเสียงนั้นสักนิด ผิดกับผู้เป็นพ่อที่ตอนนี้หน้าหดเหลือสองนิ้ว

อุ๊วะ ไอ้หลานอกตัญญู” ธานีด่ากราดไม่เว้นหน้าอินทร์หน้าพรหม คนเดียวที่กล้าท้าทายเขาก็คือเจ้าบ้าตรงหน้า มันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่วันที่เขาพาผู้หญิงมาให้พ่อมันรู้จัก ผู้หญิงที่เขาหมั้นหมายเอาไว้ให้ตั้งแต่ก่อนธันวาไปเรียนต่อ เด็กชายที่มักจะยิ้มเอียงอายหลบอยู่หลังผู้เป็นแม่ยามเห็นปู่เปลี่ยนไป แววตาร่าเริงถูกแทนที่ด้วยความหมางเมิน ทิฐิทำให้ธานีเอาชนะหลานชายด้วยการบอกจะจัดงานแต่งงานระหว่างธันวากับรำไพหญิงซึ่งเขาได้หมั้นหมายเอาไว้ให้

รู้แล้วยังขยันมาดูน้ำหน้าคนอกตัญญูอย่างผมบ่อยๆ ทำไม คุณเอาเวลาไปทำมาหากินเถอะ

นี่มึงเรียกกูว่าคุณ!ไม้เท้าในมือสั่นเทา ธันวาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าห้าม

พ่อหยุดเถอะครับ ผมบอกแล้วให้โทร. บอกสิงห์ก่อน มาไม่บอกกล่าวทีไรเป็นต้องทะเลาะกันทุกที” คนเป็นลูกทำใจกล้า แต่แล้วก็ต้องโดนปลายไม้เท้าฟาดเข้าที่หน้าผาก เลือดสดๆ ไหลลงตามใบหน้า

กูจะอยู่ที่นี่ ไปๆ ขนของลงเลย ต่อให้บ้านพักไม่มีกูก็จะนอนออฟฟิศ! พวกมึงอย่ามาห้ามกูเชียว

ประกาศิตของผู้ที่ถือตนเป็นใหญ่ดังกึกก้อง ทุกคนต่างมีสีหน้าไม่สู้ดียกเว้นเพียงหนึ่งเดียว คนที่กล้าท้าทายอำนาจเจ้าสัวธานีแห่งตระกูลเกริกไกรวัล

ป้อเลี้ยง…”คำเอ้ยหลุดเรียกชายหนุ่มเหมือนที่เคยเรียก ตั้งแต่อัญชันมาที่นี่เธอก็ต้องเรียกเขาว่าพี่สิงห์ตามที่เขาสั่ง แต่ก่อนนั้นเธอเรียกขานเขาเหมือนคนอื่นๆ นั่นก็คือพ่อเลี้ยงสิงห์

ถ้ายอมให้อยู่ อีกสองสามวันคนอื่นๆ คงแห่กันมา” หญิงสาวมีสีหน้าไม่ดี

คนอื่นที่ว่านี้คือบรรดาลูกหลานคนอื่นๆ ที่หวังอยากได้ส่วนแบ่งในไร่แห่งนี้ หลายคนเข้าใจว่าธานียกให้ลูกชายคนโต แท้จริงแล้วเงินส่วนหนึ่งเป็นของพริสซิล่า มารดาแท้ๆ ของเทียบศิขร

ถ้ายังไม่เข็ดก็ให้พวกมันมา” เจ้าของไร่บอกเสียงเย็นชา หลายครั้งที่คนในตระกูลผลัดกันแวะเวียนมาสร้างความวุ่นวายรำคาญใจให้แก่เขา ทุกคนล้วนหวังผลประโยชน์ ทุกคนล้วนแต่อยากเหยียบย่ำเขาให้จมดิน เพื่อที่พวกมันจะได้รู้สึกสูงค่ามากขึ้น

คำเอ้ยกลัวแต่ว่าครั้งนี้มันจะร้ายแรงกว่าครั้งก่อนๆ เพราะท่านเจ้าสัวมาพักค้างคืนที่นี่” คำเอ้ยบอกเสียงหวาดๆ เธอเคยพบกับญาติฝั่งชายหนุ่มหลายคน ตระกูลเกริกไกรวัลนับว่ายิ่งใหญ่ ลูกหลานมีหลายสาย แถมแต่ละคนล้วนแต่ชอบความมั่งมี ชิงดีชิงเด่น หวังจะเป็นคนโปรดของธานีกันทั้งนั้น

ยิ่งชายหนุ่มที่ชื่อ ธงชัย’ ยิ่งแล้วใหญ่ รายนั้นมีนิสัยเหมือนเจ้าสัวธานีเหมือนโขกออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ธงชัยผู้นั้นเป็นลูกของน้องชายคนที่สองของธันวา ซึ่งรำไพภรรยาใหม่ของเขาขอรับมาเลี้ยงเพราะไม่สามารถมีลูกด้วยกันได้

เนื่องจากธันวาไม่สามารถมีทายาทสืบสกุลได้อีก ธันวาบอกผู้เป็นพ่อหลังจากถูกจับแต่งงานกับรำไพซึ่งนั่นสร้างความผิดหวังแก่ฝ่ายหญิงเป็นอย่างมาก สุดท้ายจึงขอรับหลานแท้ๆ ของเขามาเลี้ยงดู ฝ่ายคนเป็นพ่อแม่ยกให้ด้วยความยินดีด้วยหวังในทรัพย์สมบัติที่จะตกเป็นของลูก

เอาเถอะ เขาจะมาจะไปก็ช่างเขา เราอยู่ของเราเหมือนเดิม…” เทียบศิขรย้ำ เหมือนเดิมคือไม่สนใจ คนในไร่นี้ต่างก็พร้อมใจไปกับเขา เพราะล้วนแต่ระอากับความโลภความเย่อหยิ่งของคนเหล่านั้นเต็มที

มหาเสน่ห์ขอแยกตัวกลับบ้านคนเดียวอย่างเงียบๆ ระหว่างทางชายหนุ่มเกิดเปลี่ยนใจเลี้ยวกลับไปทางบ้านพักคนงานในไร่ ชายหนุ่มคิดว่าเรื่องนี้บางทีมันคงตึงมือเขาเกินไป ภาพใบหน้าที่มีเลือดไหลของธันวายังติดตาชายหนุ่ม เกิดมาผู้เป็นพ่อไม่เคยทำอย่างนี้กับลูกคนไหนเลย อย่าว่าแต่ทุบตี คำน้อยถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ดุด่า ซึ่งตรงกันข้ามกับชายชราผู้นั้นโดยสิ้นเชิง

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

2,225 ความคิดเห็น

  1. #2225 ao_majo (@ao_majo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 22:42

    คงต้องหารสามแล้วล่ะนะเหน่

    #2225
    0