รั ก พ ร า ง ใ จ (เทียบศิขร - อัญชัน)

ตอนที่ 23 : การมาของตัวป่วน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    2 ม.ค. 62

12

การมาของตัวป่วน

 

ร้านข้าวต้มที่เต็มไปด้วยลูกค้าในช่วงเช้าวันนี้เนืองแน่นเป็นพิเศษ หนุ่มหล่อที่นั่งในร้านทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ในตลาดต่างพากันตื่นเต้น แม้แต่แม่ม่ายผัวตายอย่างเจ้าของร้านยังพลอยกระชุ่มกระชวยหัวใจไปด้วย นั่นเพราะหนึ่งในสามขยันยิ้มโปรยเสน่ห์ให้สาวๆ คนที่เหลือต่างก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับท้องถิ่นที่พวกเขาซื้อติดมือมาคนละฉบับ

เมื่อไหร่มึงจะหยุดยิ้มชายหนุ่มที่สวมเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมกระซิบถามเสียงเครียด ยิ่งผู้คนเยอะขึ้นเขาก็ยิ่งอึดอัด ตักข้าวกินทีเหลือบตาขึ้นมองก็พบสายตานับยี่สิบคู่จับจ้องอยู่ เขาเกือบสำลักข้าวไปหลายครั้งแล้ว

เอาน่า สาวๆ แถวนี้ไม่เคยเห็นคนหล่อ” น้องชายคนสุดท้องบอกด้วยสุ้มเสียงอารมณ์ดี บอกตรงๆ หลังจากได้พี่เขยคนที่สามความมั่นใจเขาตกฮวบจนติดลบ ด้วยว่าพี่สาวเพิ่งบอกเล่าเรื่องที่ผู้คนในโรงพยาบาลซึ่งพี่เขยทำงานเป็นหมอต่างคิดว่าเขาอายุมากกว่าพี่เขยได้ยินแล้วเหน่ห่อเหี่ยวหัวใจชะมัด

ปล่อยมันเถอะโชค มันกำลังเรียกความมั่นใจกลับคืนมา” อีกหนึ่งหนุ่มที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์บอกโดยไม่เงยหน้า

มหาโชคทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ เนื้อหาในข่าวไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าใดนัก ที่โชว์หราในหน้าแรกเป็นข่าวชู้สาวของคนดังในจังหวัด

ว่าแต่สายของแกสืบมาแน่ชัดแล้วใช่ไหมว่าพี่อัญอยู่ไร่พนาลี

อือ บอกด้วยว่าเคยเห็นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ผู้ชาย

สองหนุ่มที่เหลือกำมือแน่น พวกเขาออกมาตามหาพี่สาวโดยไม่บอกคนในครอบครัว นั่นเพราะกำลังงอนเรื่องพ่อกับแม่ไม่ยอมบอกเรื่องการะเกดพี่สาวอีกคนโดนจับตัวไป รู้อีกทีก็ปลอดภัยแล้ว ส่วนเรื่องอัญชันหนีออกจากบ้าน พวกเขาก็โดนสั่งห้ามยุ่งเพราะคุณป๋ากลัวลูกสาวที่ไม่เคยทำตัวให้ท่านกลัดกลุ้มใจหลังจากถูกวางแผนจับคู่โกรธเพิ่มขึ้น

ผู้ชายที่ไหนวะ เจ้าของไร่ไหม” มหาลาภฝาแฝดคนที่สองถามอย่างอยากรู้ ก่อนหน้านี้ก็พยายามถามแล้ว แต่ไอ้คนทรงเสน่ห์ดันอิดออดไม่ยอมเล่า อิดออดว่าถึงแล้วจะเล่าให้ฟังเอง

ไม่ เขาว่าเป็นคนงานในไร่น่ะ มีกระท่อมหลังซอมซ่อท้ายไร่

หา!

ใบหน้าตกใจของพี่ชายทั้งสองทำให้มหาเสน่ห์ไม่คิดอยากบอกระหว่างทาง กลัวสองคนนี้จะหาอาวุธมาจัดการผู้ชายของพี่สาว เขาเป็นหนุ่มน้อยน่ารักจิตใจเอื้อเฟื้อจึงไม่อยากให้มีการนองเลือด อย่างไรก็ตามขอให้เจอกับพี่สาวก่อน ถามไถ่ให้แน่ใจแล้วค่อยฆ่าก็ยังไม่สาย

ตามที่บอกแหละ ไม่อยากบอกก่อนเพราะกลัวพวกนายจะตกใจ

ยิ่งกว่าตกใจมหาโชควางหนังสือพิมพ์ จ้องหน้าน้องชายด้วยแววตาจริงจัง เอาจริงๆ นะเหน่ คราวนี้มึงไม่ได้มั่วใช่ไหม อย่าให้เหมือนคราวพี่คาวีกับพี่น้ำนะ กูขอร้อง

ล้านเปอร์เซ็นต์ พวกนายไม่ต้องเชื่อเค้าตอนนี้ก็ได้ ไปให้เห็นกับตาแล้วค่อยว่ากัน” เป็นครั้งแรกที่คนทรงเสน่ห์ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความมั่วทำเสียงจริงจัง บ่งบอกว่ากลัดกลุ้มไม่น้อยกว่ากัน

พี่อัญไปรู้จักผู้ชายคนนั้นได้ยังไงมหาลาภพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ อัญชันแม้ไม่ใช่สาวสังคมอย่างบัวสวรรค์หรือการะเกดแต่ก็เป็นสาวทำงานที่เก่งไม่ด้อยกว่าสองสาว เป็นไปได้ยากมากที่จะได้รู้จักคนงานในไร่ที่เชียงราย เขากล้าพูดเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่พี่สาวมาเชียงราย

แชทเมล์กันเปล่าวะ หรือไม่ก็ชาตินี้เขาคงเป็นเนื้อคู่กันมั้ง

แน่นอนความคิดนี้ต้องเป็นของมหาเสน่ห์

ชาติหน้าสิมึง พี่พีทมีรีสอร์ตใหญ่โต พี่ถึกมีวัวนับพัน พี่หมอก็มีเกียรติหน้าที่เชิดหน้าชูตากว่าจะฝ่าด่านคุณหมอเลือดตาแทบกระเด็น แล้วกูก็เชื่อว่าพี่อัญไม่ใช่คนไร้ความคิดขนาดนั้น” มหาโชคแย้ง ทั้งที่ในใจมีความหวาดกลัวปนห่วงใยในตัวพี่สาวอย่างล้นพ้น ขออย่าให้สิ่งที่เขากลัวเกิดขึ้นเลย การที่มหาเสน่ห์พูดแค่ว่าซ้อนมอเตอร์ไซค์ยังดูเบาไป สัญชาตญาณมันบอกว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้น

สองหนุ่มต่างนั่งจมจ่อกับความคิดของตนกระทั่งมหาเสน่ห์กินข้าวต้มหมดชามจึงลุกขึ้นจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้านท่ามกลางสายตาเมียงมองของพวกสาวๆ ที่ทำท่าจะกรี๊ดเมื่อหนุ่มทรงเสน่ห์หันไปขยิบตาให้อย่างขี้เล่น

 

ข่าวเกี่ยวกับเสี่ยบัลลพแพร่กระจายไปทั่ว เซฟเฮาส์ที่ถูกใช้เป็นรังรักมานานหลายปีถูกเผาวอดโดยฝีมือภรรยาหลวง ส่วนหญิงสาวที่ถูกตราหน้าว่าเป็นภรรยาน้อยอย่างปิ่นมุกถูกหามส่งโรงพยาบาลโดยลูกน้องคุณนายแพง หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเล่นข่าวนี้หลายวัน ล้วงลึกสาวสืบไปจนถึงเรื่องราวระหว่างเสี่ยบัลลพกับปิ่นมุกว่าทั้งสองรู้จักกันได้อย่างไร ฝ่ายคุณนายแพงผู้ขึ้นชื่อว่าดุนักดุหนาตอนนี้เก็บตัวเงียบ ลูกๆ ทุกคนต่างอยู่ข้างมารดา

ทะนงหลบหน้าผู้คนรวมถึงนักข่าวที่ไล่ล่าตนอย่างกับหมาล่าเนื้อ แน่นอนว่าเรื่องราวถูกสาวมาถึงเขาซึ่งเป็นหุ้นส่วนในธุรกิจของเสี่ยบัลลพ อีกทั้งเสี่ยบัลลพเองก็เคยเป็นเจ้าหนี้ ถ้าไม่เพราะไออุ่นเอาเงินมาโปะหนี้พนันให้ป่านนี้ทั้งไร่ทั้งบ้านก็คงตกเป็นของเสี่ยบัลลพ

สิ่งที่ชายสูงวัยไม่คาดคิดคือลูกสาวตนแอบมีความสัมพันธ์กับอีกฝ่าย มันแทบไม่เคยมีอยู่ในหัวสมองของเขาสักนิด ปิ่นมุกแม้จะเอาแต่ใจแต่ก็เอาการเอางาน ดื้อรั้นหากแต่สุดท้ายก็เชื่อฟัง ทะนงปักใจโทษบัลลพที่หลอกล่อลูกสาวตนทำให้คนอ่อนวัยกว่าตามไม่ทันจนเกิดเรื่องเกิดราวขึ้น

น้องถูกหลอก อาร์ทอย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไรเลยนะ รอให้น้องหายก่อนแล้วค่อยคุยกันอีกที

อย่างไรก็ตามเรื่องชู้สาวหาได้สำคัญเท่าความรู้สึกของว่าที่ลูกเขยในอนาคตอันใกล้ หนทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามทำให้ทะนงต้องรีบมาแผ้วถางไว้ให้ลูกสาว

ครับไออุ่นรับสั้นๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยทำให้คนสูงวัยเดาไม่ออกว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไร

สิงห์เองก็ยังเอ็นดูน้องเหมือนเดิมใช่ไหมทะนงหันมาทางเทียบศิขร

อ้อครับ” ทั้งที่อยากแขวะกัดอยู่นิดหน่อยแต่ถูกสายตาปรามของเพื่อนเลยทำให้เทียบศิขรได้แต่รับไปสั้นๆ ข่าวที่ออกมาครึกโครมจนเป็นที่โจษจันไปทั่วอย่างนั้น ทะนงยังมีหน้ามาขอความเห็นใจ แถมยังเข้าข้างลูกสาวตัวเองได้อย่างหน้าด้านๆ

เท่านี้อาก็เบาใจ ยายมุกพักอยู่ห้องถัดไป ตื่นขึ้นมาก็ร้องหาพี่อาร์ทท่าเดียวเลย ถ้าอาการน้องทุเลาอาจะพาน้องมาหาอาร์ทนะ แต่ถ้าอาร์ทพอลุกได้อาก็อยากให้ไปเยี่ยมน้องบ้าง

เทียบศิขรมองประตูห้องพักที่เพิ่งปิดลง นายทะนงพูดแค่นั้นก็ผลุนผลันออกจากห้อง เดาว่าคงไม่กล้าสู้หน้า

ว่าที่พ่อตามึงพูดอย่างกับต้องการให้มึงไปเยี่ยมลูกสาวเขา

อือ แต่มึงใช้คำผิดนะสิงห์ เขาไม่ใช่ว่าที่พ่อตากูตั้งนานแล้วหรือไม่เคยได้เฉียดกรายเข้าใกล้คำนั้นเลยสักนิด ไออุ่นคิดต่อในใจ

เหรอ…”คนชอบกวนลากเสียงยาว ว่าแต่จะเอาไงต่อวะ มีเรื่องแบบนี้จะสืบต่อไปยังไง คุณนายแพงนี่ดุจริงอะไรจริง ถึงกับเผาบ้านทั้งหลัง กูละกลัวแทนเสี่ยจริงๆ

ปากดีไป เดี๋ยวมึงมีเมียแล้วเจ้าชู้ เมียมึงก็จะดุแบบนั้นแหละ

ฮุ้ย กูไม่ยอมหรอก เดี๋ยวกูกำราบพูดคำเดียวให้รู้เรื่อง

ใครพูดคำเดียววะไออุ่นถามกลั้วเสียงหัวเราะ

กูนี่ไงเทียบศิขรจิ้มนิ้วที่อกตัวเอง ครับ! คำเดียวเอาอยู่

ไอ้บ้าเอ๊ยคนนอนบนเตียงส่ายหัว

เลิกนอกเรื่องเถอะ ตกลงเราจะสืบต่อยังไง กูว่าคนที่ดักทำร้ายมึงเป็นเสี่ยบัลลพนี่แหละ

อือ แต่เราไม่มีหลักฐาน จะไปปรักปรำเขาลอยๆ ไม่ได้หรอก

หรือว่านี่จะเป็นเรื่องเวรกรรมวะ ไอ้เสี่ยนั่นส่งคนมาทำร้ายมึงมันเลยโดนเมียกระทืบแทน” คำพูดติดตลกทำให้ไออุ่นหัวเราะ

อาจใช่หรือไม่ใช่ จริงๆ กูว่าคุณนายแพงคงสงสัยมานานแล้วละ ถึงได้ซ้อนแผนเพื่อจับให้ได้คาหนังคาเขา

แล้วก็เผาบ้านทั้งหลังเนี่ยนะ ยิ่งไปกว่านั้นยังยุให้ลูกกระทืบ เอ๊ย ตบยายมุกจนต้องหามส่งโรงพยาบาล

ความไม่กินเส้นกันระหว่างปิ่นมุกกับลูกสาวคนรองของเสี่ยบัลลพลือไปทั่ว สองสาวต่างชิงดีชิงเด่นกันในทุกด้าน

มันคือกรรมกับการแก้แค้นมั้งไออุ่นพูดอย่างปลงตก

เหมือนที่มึงกำลังทำใช่ไหม กูขอเตือนนะอาร์ท เรื่องนี้ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด มึงต้องทวงความยุติธรรมคืน

อืม กูคงใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงอย่างมุกไม่ได้หรอก กลัวเขางอกว่ะ” ไออุ่นพูดติดตลกบ้าง

ตอนนี้ใครๆ เขาก็เห็นว่างอกมาหน่อยๆ แล้วมั้ง” เทียบศิขรไม่ปลอบแล้วยังตอกย้ำ ไออุ่นเอามือลูบศีรษะนิดหนึ่งก่อนจะยิ้ม

เออว่ะ แต่ในฐานะคู่หมั้นกูควรไปเยี่ยมมุกใช่ไหม

 

สภาพของปิ่นมุกดูไม่จืด ใบหน้าของหญิงสาวบวมตุ่ยมีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด ตาข้างหนึ่งถูกปิด ริมฝีปากเจ่อมีรอยแตกทั้งสองด้าน เทียบศิขรแอบตีสนิทกับพยาบาลที่ดูแลแล้วถามไถ่อาการหญิงสาว ทราบว่าฟันด้านหน้าหลุดไปสี่ซี่ ฟันกรามโยกอีกสอง กระดูกไหปลาร้าหัก แก้วหูอักเสบเนื่องจากโดนตบเข้าจังๆ หลายครั้งติดกัน สภาพหญิงสาวตอนนี้นับว่าบอบช้ำสุดๆ

มุกโอเคไหมเทียบศิขรหลุดปากถามหลังจากลอบสังเกตอาการหญิงสาว

ม่ายปิ่นมุกตอบเสียงพร่า

มึงก็บ้านะสิงห์ ถามได้ว่าโอเคไหม” ไออุ่นอดแขวะเพื่อนไม่ได้

เออ กูขอโทษ กูหลุดปากไป เห็นสภาพยายมุกแล้วไม่น่ารอด” นิสัยส่วนตัวของเทียบศิขรทำให้ผู้คนรอบข้างคร้านจะถือสา ใครๆ ต่างรู้กันดีว่าฝีปากชายหนุ่มคมขนาดไหน

อาขอบใจมาก ดีใจที่เราสองคนไม่ถือสาน้อง” ทะนงบอกด้วยสีหน้าตื้นตัน

เทียบศิขรสบตาเพื่อนแวบหนึ่งจึงหันไปเบะปาก เรื่องอย่างนี้ใครเขาถือสากัน มีแต่เขาจะขอถอนหมั้นละสิ เขาละไม่เข้าใจตาแก่ตรงหน้าจริงๆ ป่านนี้แล้วยังเห็นว่าลูกสาวตัวเองใสซื่อบริสุทธิ์

ผมไม่ถือสาหรอกครับ เพราะไม่ใช่คนที่ต้องแต่งงานอยู่กินกับยายมุก” หนุ่มปากจัดโต้กลับไปตรงๆ จนใบหน้าของทะนงซีดเผือด

เอ่อ อาหวังว่าอาร์ทก็คงไม่ถือสาใช่ไหม

ไออุ่นเงียบ สบตาบวมช้ำที่แม้แต่ตาขาวยังแดงของปิ่นมุก

ไฮ้ อย่าห่วงเลยครับ” เป็นเทียบศิขรที่ตอบแทน มึงไม่ถือใช่ไหมอาร์ทที่คู่หมั้นมึงสวมเขา แอบกินกับเพื่อนพ่อมาเป็นแรมปี แถมสุดท้ายยังโดนจับได้จนลงข่าวกันครึกโครม รู้กันทั่วประเทศหรือยังก็ไม่รู้ นี่คนในไร่ยังเล่าอีกว่าตอนโดนจับได้น่ะกำลังขึ้นขี่กันอย่างเมามัน ใช่ไหมวะมุก

อึ้งเงียบกันไปทั้งห้อง ราวกับคำพูดที่เพิ่งพ่นออกจากปากเทียบศิขรคือพิษร้ายสะกดให้ทุกคนหยุดหายใจ โดยเฉพาะทะนงที่อยากล้มลงไปตีอกชกหัวกับพื้น ค่าที่ชายหนุ่มพูดความจริงออกมาอย่างไม่รักษาน้ำใจ

พอเถอะสิงห์ไออุ่นปรามเพื่อน เรื่องของเราค่อยคุยกันทีหลัง มุกรักษาตัวดีๆ ล่ะ ไม่ต้องคิดมาก พี่รู้เรื่องมุกกับเสี่ยมาหลายปีแล้ว

ถ้าเทียบศิขรพ่นพิษทำให้คนในห้องอึ้ง ไออุ่นคงฉกกัดจุดตายของปิ่นมุกจนทะนงที่ยืนอยู่เข่าอ่อนลงทันที

สองหนุ่มช่างสมเป็นเพื่อนกันจริงๆ

 

อัญชันกับคำเอ้ยมาเยี่ยมไออุ่นเย็นวันนั้น วีรกรรมหมาๆ เอ๊ย ห่ามๆ ของเทียบศิขรถูกเล่าขานโดยนางพยาบาลที่เธอได้พูดคุยด้วยสองสามครั้ง ตอนนี้ที่โรงพยาบาลเม้าท์กันให้แซดเรื่องไออุ่นถอนหมั้นปิ่นมุก ทั้งที่ความจริงยังไม่ถึงขั้นนั้นเสียหน่อย ไออุ่นบอกแค่ว่าไว้คุยกันทีหลังแท้ๆ

เรื่องมันลามเหมือนไฟลามทุ่งเลยนะคะสาวดอกไม้เปรยออกมาในขณะที่ปอกแอปเปิ้ลโดยมีคุณสามีกำมะลอนั่งชิมอยู่ใกล้ๆ

ปล่อยให้เขาลือไปเถอะ เราห้ามปากคนไม่ได้หรอก” คนตกเป็นขี้ปากชาวบ้านบอก ส่งสายตาหวานฉ่ำให้หญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างเตียง

ไออุ่นชอบพอคำเอ้ยตั้งแต่ก่อนไปเรียนต่อ แต่เพราะพ่อแม่หมั้นหมายเขากับปิ่นมุกไว้แล้วเขาจึงยังไม่รุก อีกทั้งยังใจเย็นคิดว่าปิ่นมุกคงเป็นฝ่ายขอถอนหมั้นก่อนเพราะสาวเจ้ามีคู่ควงหลายคน แม้ผู้ใหญ่ไม่รู้แต่เขาก็มีสายสืบคอยรายงานไม่ขาดว่าหญิงสาวเฟลิร์ตกับใครบ้าง จนกระทั่งมาถึงเรื่องเสี่ยบัลลพ เขาทั้งรับไม่ได้และอยากถอนหมั้นใจแทบขาดแต่ถูกเทียบศิขรห้ามปรามเอาไว้ กระทั่งผู้ให้กำเนิดเสียชีวิต เขาจึงกลับมาบริหารงานในไร่พร้อมกับค่อยๆ สานต่อความสัมพันธ์กับคำเอ้ยเงียบๆ และรอให้ปิ่นมุกเป็นฝ่ายถอนหมั้นเอง

ทีนี้คำเอ้ยก็เปิดใจรับพี่ได้หมดแล้วสินะ

ยังหรอกเจ้า ยังต้องดูอีกนาน” คำเอ้ยเบือนหน้าหนีเพื่อหลบซ่อนความอาย เธอเป็นคนหนึ่งที่ทราบเรื่องของปิ่นมุกเป็นอย่างดี รู้มาก่อนไออุ่นกับเทียบศิขรด้วยซ้ำ แต่พูดอะไรมากไม่ได้ เดี๋ยวถูกมองว่าอยากได้คู่หมั้นเขาเลยหาทางให้แตกแยกกัน

ใจร้ายจัง พี่ทำตัวดีมาตลอด ยังไม่เห็นใจพี่” คนเจ็บฉะอ้อนเสียงอ่อน

ไม่เห็นใจจะมาเยี่ยมเหรอเจ้า แค่นี้คนก็เอาไปนินทาแล้ว

ช่างหัวสิ แต่งงานไปกับพี่แล้วเขาก็คงไม่กล้าพูดอะไร เดี๋ยววันแต่งงานพี่จะประกาศเองว่าแอบชอบคำเอ้ยมาตั้งนาน แถมยังจีบคำเอ้ยก่อนด้วย โอเคไหม

แค่กๆ แอปเปิ้ลทำไมมันหวานเลี่ยนจังเลยเมียจ๋า” คนทำท่าสำลักความหวานยักคิ้วส่งยิ้มกวนๆ ให้เพื่อน

ปึ้ก! มือบางตบเข้าที่หลังชายหนุ่มอย่างแรง

สำลักความหวานจนไอขนาดนี้ ไปอ้วกในห้องน้ำเลยไป๊

เฮ้ย เจ็บจริงๆ อะอวบ” คนโดนทุบโวยวาย

อ้าว ก็นึกว่าผลไม้ติดคอนี่นา ที่ตีนี่หวังดีนะคะ” หญิงสาวลอยหน้าลอยตาบอก ไม่สนใจเสียงฮึ่มฮั่มอย่างคาดโทษ

เออๆ ให้ถึงบ้านก่อนเถอะ เดี๋ยวเจอ…”

เจออะไรยะคำพูดสองแง่สองงามทำให้หญิงสาวอายจนหน้าแดง

อ้าว ก็เจอซีนพระเอกโกรธจนหน้ามืดแล้วจับกดบนเตียงยังไงล่ะ

อี๋…”

จากนั้นทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ อัญชันกับคำเอ้ยต่างสลับกันอายเพราะสองหนุ่มเล่นแข่งกันขายขนมจีบ เอิ่ม ทางไออุ่นคงหยอดขนมจีบให้คำเอ้ย แต่เทียบศิขรน่าจะหยิบยื่นขนมบ้าบิ่นให้สาวดอกไม้ ไม่งั้นคงไม่โดนทุบเสียหลายครั้ง ในขณะที่อีกคู่เขามองตากันหวานจ๋อย หนุ่มสาวต่างลงไม้ลงมือเสียงดังจนพยาบาลต้องเข้ามาห้ามปราม

 

อะไรๆ เหมือนจะคลี่คลายขึ้น อัญชันปลดความสงสัยของเธอได้อีกหนึ่ง หญิงสาวเชื่อว่าคนที่สั่งฆ่าลองก่าคือเสี่ยบัลลพ เขามีแรงจูงใจชัดเจน คำเอ้ยเล่าว่าก่อนหน้านี้ไออุ่นเคยให้ลองก่าขับรถรับส่งปิ่นมุก เธอเชื่อว่าลองก่าอาจระแคะระคายจนเสี่ยบัลลพรู้เข้าจึงสั่งฆ่าปิดปาก ส่วนปิ่นมุกจะรู้เห็นด้วยไหมหญิงสาวยังไม่แน่ใจ

ความสงสัยปนอยากรู้ทำให้การสวมวิญญาณนักสืบแอบเก็บข้อมูลอยู่เงียบๆ ในทุกวันของหญิงสาวผ่านไปเร็วมาก เธอคอยแต่ครุ่นคิดจนไม่สังเกตเห็นว่ารอบตัวมีชายคนหนึ่งกำลังลอบมองเธอเช่นกัน

ตกลงเสี่ยบัลลพใช่คนสั่งฆ่าลองก่าไหมคะเพราะได้ยินว่าตำรวจกำลังสอบสวนประเด็นนี้อยู่หญิงสาวจึงกล้าถาม

เทียบศิขรนิ่วหน้า ดูท่าข่าวคงกระจายไปทั่วไร่ถึงได้เข้าหูหญิงสาว

ตำรวจยังไม่สรุปเลย แต่ก็พยายามโยงอยู่นะ เพราะลองก่าเคยขับรถรับส่งมุกหลายครั้ง ที่สำคัญคือลองก่าไม่เคยมีศัตรูที่ไหน

เสี่ยให้การว่ายังไงคะ

ปฏิเสธสิคุณ ใครจะบ้ายอมรับกันเล่า ต่อให้ทำจริงๆ ก็ปฏิเสธไว้ก่อน คนรวยก็เงี้ย

ดูคุณจะแอนตี้คนรวยจังนะหญิงสาวประชดกลับบ้าง ไม่รู้เขามีปัญหาอะไรกับความรวยของเธอ

เปล่าเล้ยออกจะชอบ เงินเยอะๆ จะได้มาแจกผมอย่างคุณไง

ฉันเนี่ยนะแจก อย่าพูดมั่วๆ ยืมก็คือยืมย่ะ ยืมไม่ใช้เขาเรียกหนีหนี้

ทวงอีกแล้ว เบื่อจริงๆ ผู้หญิงคนนี้” ชายหนุ่มบ่นเสียงไม่จริงจัง

อย่าชวนนอกเรื่อง พูดเรื่องคดีมาก่อน ทำไมน้าคุณถึงไม่อยากให้ฉันรู้เรื่องนี้

ก็เรื่องคนอื่นจะอยากรู้ไปทำไมกัน

เรื่องคนอื่นที่ฉันซวยไปรู้เห็น ฉันจะอยากรู้บ้างไม่ได้หรือไง อย่าลืมนะว่าฉันเคยตกเป็นผู้ต้องสงสัย” มันเป็นความจริงที่ครั้งหนึ่งเธอเป็นผู้พบศพลองก่าเป็นคนแรก ตำรวจสงสัยเธอ ผู้คนปรักปรำเธอ กระทั่งวันนี้ก็ยังมีคนคลางแคลงใจในตัวเธอไม่น้อย

เอาเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเอง บางอย่างพูดตอนนี้ไม่ได้ มันจะเสียรูปคดีของตำรวจเขา ถ้าเรื่องคลี่คลายความจริงเปิดเผยแล้วผมจะเล่าให้คุณฟังเป็นคนแรก สัญญาเลยเอ้า!เทียบศิขรทำสัญลักษณ์เหมือนลูกเสือ

ไม่ต้องสัญญา แค่ทำตามที่พูดให้ได้แล้วกัน” หญิงสาวบอกอย่างแง่งอน พักนี้ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เธอรู้จักทำเสียงงอนๆ กับอีตานี่เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ทำแน่ ขอแค่คุณรอฟัง อย่าหนีไปก่อนแล้วกัน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

2,225 ความคิดเห็น