รั ก พ ร า ง ใ จ (เทียบศิขร - อัญชัน)

ตอนที่ 16 : เผลอใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 448
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61

ด้านในกระบะคลาสสิกดูดีกว่าที่อัญชันคิดไว้ เบาะหนังสีเทาถูกขัดเป็นมันวาว อุปกรณ์ทุกอย่างดูใหม่เอี่ยมอ่อง ราวกับเจ้าของรถรักและทะนุถนอมมันเป็นอย่างมาก

อย่างกับในฝันแน่ะ ฉันได้นั่งรถแบบนี้ ในไร่ชาที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา” หญิงสาวบอกขณะที่เขาพาขับผ่านไร่ชา

ชอบอีกแล้วละสิเขาถามด้วยสุ้มเสียงที่บอกชัดว่าเธอเป็นนักเพ้อไร้สาระอะไรเทือกนั้น

ใช่ ชอบมากและจะชอบมากกว่านี้ถ้าคุณให้ฉันลองขับมันบ้าง

ท้ายประโยคทำเสียงอ้อนนิดหน่อย แต่นั่นก็พอให้คนขับจอดรถ เทียบศิขรยังคงทำหน้าเหมือนหญิงสาวขอเรื่องไร้สาระ ชายหนุ่มเปิดประตูรถเดินอ้อมจากด้านหน้า ในขณะที่หญิงสาววิ่งอ้อมจากด้านหลังไปถึงประตูฝั่งคนขับแล้ว

ขอร้องเอาไว้ก่อนเลยนะอวบ ห้ามซิ่งเกินร้อยหกสิบ

โอ๊ยร้อยหนึ่งก็ให้มันได้ก่อนเถอะย่ะ” คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยบอกพร้อมค้อนประหลับประเหลือก

อย่าเพิ่งดูถูก เห็นเก่าๆ อย่างนี้แรงไม่ใช่ย่อยนะ

จะแรงเท่าไหร่ก็ช่างเถอะ ฉันจะขับช้าๆ กินลมชมวิว คุณนั่งเงียบๆ แล้วกัน ห้ามขัดขวางความสุขของฉัน” สาวดอกไม้สั่ง

จากนั้นจึงออกรถช้าๆ ขับผ่านไร่ชาสีเขียวกว้างใหญ่ เส้นทางเลี้ยวลดไปตามเขาลูกใหญ่น้อย เทียบศิขรไม่พูดจาขัดขวางความสุขของหญิงสาวอีกกระทั่งรถแล่นมาจอดที่หน้าบ้านคำเอ้ยซึ่งเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูง ตรงบันไดมีเจ้าของบ้านยืนรอรับอยู่

กินข้าวเย็นที่นี่ด้วยกันไหมพี่สิงห์ คุณอัญ” สาวคำเอ้ยตะโกนถามสองหนุ่มสาว

ไม่ปฏิเสธ กำลังขี้เกียจทำกับข้าวอยู่พอดี” คนรับหน้าที่พ่อครัวรีบตอบรับทันควัน

จะดีเหรอคุณอัญชันหันไปถาม ดีที่เธอกับเขายังไม่ลงจากรถไม่งั้นเธอคงไม่กล้ากระซิบ

ดีสิ ผมลืมบอกคุณไปอีกอย่างนะ นอกจากทำงานเก่งแล้ว คำเอ้ยยังทำอาหารอร่อยมาก ไปเถอะลงๆ กินเสร็จจะได้รีบกลับ” ชายหนุ่มว่าพลางเปิดประตูลงไปจากรถ

จะไม่ล้างถ้วยล้างชามให้เขาหน่อยหรือไงหญิงสาวหมั่นไส้จึงขัดเข้าให้

คุณอยากล้างก็ล้างไปเถอะ กินเสร็จผมจะนอนรอหลังรถ

อัญชันค้อนใส่หลังคนหน้ามึน ก่อนจะหันไปยิ้มเจื่อนๆ ให้คำเอ้ยซึ่งคงได้ยินบทสนทนาช่วงหลัง

มาเถอะค่ะคุณอัญ กินแล้วไม่ต้องล้างจานก็ได้เดี๋ยวคำเอ้ยจะให้พี่สิงห์ล้างคนเดียว

บ้านของคำเอ้ยทำจากไม้ทั้งหมด หน้าต่างทุกบานถูกเปิดรับลม ภายในตกแต่งอย่างเรียบๆ มีเฟอร์นิเจอร์เพียงไม่กี่ชิ้น พ่อแม่ของหญิงสาวดีใจที่เทียบศิขรมากินข้าวที่บ้าน อัญชันไปช่วยคำเอ้ยในครัว เธอพบว่าที่ชายหนุ่มพูดก่อนลงจากรถไม่ได้เกินความจริง คำเอ้ยทำอาหารเก่งอย่างที่เขาบอก

คำเอ้ยเรียนจบทำอาหารมาหรือเปล่าเนี่ยเห็นหน้าตาอาหารแล้วอดถามไม่ได้ รสชาติการจัดวางช่างห่างไกลจากเชฟบ้านๆ

เจ้าคนที่กำลังจัดผักหันมายิ้ม

อ้าว แล้วทำไมไปทำงานเป็นผู้จัดการที่ไร่ล่ะ ไม่ไปสมัครเป็นเชฟ

เคยทำที่ไร่นงพะงาแล้วไงเจ้า แต่อยู่ไม่ได้เลยมาสมัครงานที่ไร่พนาลี

อืม เข้าใจแล้ว ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง ว่าแต่ไปผิดใจกับใครเหรอถึงขนาดต้องลาออกหญิงสาวซักอย่างสนใจ

จะใครล่ะเจ้า ก็พ่อครัวใหญ่ที่นั่นแหละ เขาเห็นว่าคำเอ้ยทำอาหารอร่อยกว่าก็เลยหาเรื่องชวนทะเลาะสาวเหนือบอกด้วยสีหน้างอง้ำ

แหมเสียดายจังเลยนะ แต่ถ้าอัญเจอแบบคำเอ้ยอัญก็ไม่อยู่เหมือนกัน งานหนักดีกว่าต้องรบกับคนหนักโลก

ใช่แล้วเจ้า แต่ทำงานที่ไร่พนาลีคำเอ้ยก็มีความสุขดีเหมือนกันนะเจ้า

ใช่ๆ สำหรับฉันนะ ที่ไร่พนาลีสวยกว่าไร่นงพะงาตั้งเยอะ ทั้งเงียบสงบเป็นธรรมชาติ

โดยเฉพาะบ้านพี่สิงห์ใช่ไหมเจ้าคำเอ้ยกระเซ้า

แหม อันนั้นก็ด้วยแหละ แต่ฉันหมายถึงรวมๆ น่ะ” สาวดอกไม้หน้าแดงก่ำ เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องอาย ไม่เห็นมีเรื่องให้อายสักนิด น่าแปลกที่พี่อาร์ทยอมขายที่สวยๆ ให้เพื่อน” หญิงสาวเฉไฉเพื่อกลบเกลื่อนความอาย

นายรักกันมากเจ้า เห็นกันมาแต่น้อยๆ โตขึ้นเลยช่วยเหลือกัน

ถ้าบอกว่าพี่อาร์ทช่วยเหลือฝ่ายเดียวฉันเชื่อนะ ส่วนอีกคนฉันไม่เห็นว่าจะมีความสามารถช่วยอะไรได้

สาวดอกไม้ไม่อยากนึกถึงเรื่องฐานะแต่ก็อดไม่ได้เพราะครั้งหนึ่งเคยถูกไถเงินซื้อลูกอมสองเม็ดบาท!

คำเอ้ยได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะร่วน ชักชวนอีกฝ่ายให้ยกกับข้าวออกไปด้านนอก เย็นนั้นอัญชันกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย น้ำพริกหนุ่มของคำเอ้ยถูกปากเธอเป็นอย่างมาก แถมพวกเครื่องเคียงผักสดยังหวานกรอบ นับเป็นมื้อที่เธอกินผักได้มากอีกมื้อหนึ่งเลยทีเดียว เพราะมัวแต่กินหญิงสาวเลยไม่เห็นแววตาเอ็นดูอีกสามคู่ที่คอยเมียงมอง คำเอ้ยขยันตักนู่นนี่ให้หญิงสาวตลอด กว่าอาหารมื้อนั้นจะจบลงหญิงสาวถึงกับจุกเพราะมันเลยคำว่าอิ่มมาไกลโข

 

สายลมเย็นที่ลอดผ่านช่องเล็กๆ บนผนังไม่ได้ปลุกให้หญิงสาวรู้สึกตัวตื่น หากแต่ภาพชายร่างสันทัดนั่งจมกองเลือดต่างหากที่ทำให้หญิงสาวผวาตื่นขึ้นมากลางดึกทุกคืน อัญชันมองฝ่าความมืดด้วยหัวใจสั่นไหว ใจเต้นแรง เลือดในกายสูบฉีดด้วยความกลัว ไม่ว่าอย่างไรก็สั่งตัวเองให้ลืมภาพนั้นไม่ได้

ตั้งแต่เกิดเหตุเธอชอบกลางวันมากกว่ากลางคืน แม้ข้างกายจะมีคนนอนอยู่เคียงข้างแต่เธอก็ต้องระงับจิตระงับใจไม่ให้กรีดร้องทุกครั้งที่ฝันเห็น หญิงสาวกลั้นสะอื้น หลายครั้งที่พร่ำบอกตัวเองว่ากลับบ้านไปเสีย ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ให้หมดแต่เธอก็ทำไม่ได้ ส่วนหนึ่งคงมาจากเธอชอบที่นี่ อีกเรื่องก็คือต้องการค้นหาความจริง

นอนไม่หลับเหรอเสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง ไออุ่นๆ ทำให้หญิงสาวรู้ว่ากองผ้าที่กั้นกลางไม่ได้อยู่ที่เดิมอีกต่อไป

ฮื่อ

ฝันร้ายหรือเปล่าน้ำเสียงที่ถามดูห่วงหาอาทรยิ่งนัก

อืม

ฝันเห็นศพเหรอ

อย่าถามได้ไหม คนยิ่งกลัวอยู่” หญิงสาวกระถดตัวเข้าหาเขาทั้งๆ ที่ยังนอนหันหลังให้

จะกลัวทำไม ผีลองก่ามาที่นี่ไม่ถูกหรอกน่า

เอ๊ะ บอกว่าอย่าพูด!” คราวนี้เธอขยับจนชิด ลมหายใจอุ่นของเขากำลังรดใบหูแบบกระชั้นชิด

เทียบศิขรโอบกอดหญิงสาวเอาไว้ แนบริมฝีปากกับติ่งหูขาว

อย่าไปกลัว ผมรู้ว่าคุณลืมภาพนั้นไม่ได้ แล้วผมก็ทำให้คุณลืมเลือนไม่ได้” ริมฝีปากร้อนเคลื่อนไปหยุดที่ซอกคอหอมกรุ่น แต่ผมบอกคุณได้ว่าคุณผ่านมันมาแล้ว เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับคุณ คุณแค่อยู่ผิดที่ผิดทางเท่านั้น วิญญาณของลองก่าไม่จำเป็นต้องมาหาคุณ เพราะคุณไม่ได้ฆ่าเขาเข้าใจไหมอัญ

ขะเข้าใจค่ะเสียงเธอสั่นเพราะความกลัวหรือว่าความรู้สึกอื่นใดไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้เธออุ่นใจ อบอุ่นที่ได้อยู่ในอ้อมกอดเขา เหมือนกับว่าเธอรออ้อมกอดนี้มานานแสนนาน อ้อมกอดที่เป็นของเธอจริงๆ

ลีโอ…”

สิงห์ ผมชอบให้คนที่สนิทกันเรียกแบบนั้น

สิงห์ถ้าฉันไปจากที่นี่คุณจะลืมฉันไหม” ภาพเขาหยอกล้อกับคำเอ้ยผุดวาบขึ้นมาทำให้เธอหวั่นไหวในอกอย่างประหลาด ไม่ควรเลยไม่ควรที่เธอจะรู้สึกแบบนี้ กับไออุ่นเธอไม่เห็นคันหัวใจยุบยิบเหมือนที่เห็นเขากับคำเอ้ย

เทียบศิขรยิ้มในความมืด ปากหนายังแนบกับซอกคอหญิงสาว

หึงเหรอ

มะไม่ ฉะฉันแค่อยากรู้

แล้วคุณล่ะ จะลืมผมไหมอัญ

ไม่ลืมหญิงสาวตอบไปตามตรง ยอมรับว่าตอนนี้ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองสักเท่าไหร่

ถ้าคุณไม่ลืม ผมก็ไม่ลืม

แล้วถ้าคุณลืมล่ะสาวดอกไม้ขยับตัวเล็กน้อย ริมฝีปากอุ่นๆ สร้างความเสียวซ่านประหลาดแก่เธอ เลือดในกายสาวสูบฉีดไปทั่ว เทียบศิขรจับหญิงสาวให้พลิกหันมาเผชิญหน้ากัน แม้มองไม่ชัดนักแต่แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างก็กระทบเข้ากับดวงตากลมโต

ผมจะลืมก็ต่อเมื่อคุณลืมเท่านั้น

อัญชันต้องการแค่คำตอบแต่เขาให้ได้มากกว่านั้น ริมฝีปากหนาบดคลึงกลีบปากอิ่มเต็ม มือหนาที่จับต้นแขนในทีแรกเคลื่อนประคองท้ายทอย ลมหายใจอุ่นร้อนที่กระทบพวงแก้มทำให้หญิงสาวขัดขืน จุมพิตแรกที่เคยวาดหวังว่ามันจะอุ่นซ่านเหมือนนิยายที่เคยอ่านกลับดูร้อนแรงดุจเปลวไฟที่กำลังเผาไหม้เธอให้เป็นจุณ ชายหนุ่มเบียดชิดร่างงาม เขยื้อนเสียดสีเนิบนาบอย่างเป็นจังหวะ ขนอ่อนบนตัวหญิงสาวลุกชันกับประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยได้ลิ้มลอง

ครั้งหนึ่งเธอเคยยอมให้เพื่อนชายที่แอบหลงรักเธอจูบ แต่มันแค่ประเดี๋ยวประด๋าวเพราะเธอเป็นฝ่ายถอย มันไม่ได้มีความรู้สึกเสียวซ่านร้อนแรง ต้องการและประหม่าอย่างที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ หญิงสาวเบียดกายแนบชิดอย่างคล้อยตาม มือไม้ที่อยู่ไม่สุขเคล้นคลึงสะโพกงามงอนทำให้เธอส่งเสียงครวญคราง เคยมีเพื่อนบอกว่าเซ็กส์เป็นเรื่องสนุก ตอนนั้นเธอไม่เชื่อ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีเพราะเธอรู้สึกห่างไกลความสนุก

เรื่องเดียวที่ผมอนุญาตให้คุณลืมก็คือเรื่องศพในห้องน้ำ ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับผมคุณต้องจดจำไปจนชั่วชีวิต เหมือนที่ผมตั้งใจจะจารจำคุณไปจนกว่าลมหายใจจะหมดสิ้น

 

ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกของคนงาน อัญชันนั่งมองผู้คนที่เดินผ่านไปด้วยสายตาเหม่อลอย หัวคิ้วโก่งผูกกันเป็นปม ตอนตื่นมาเธอไม่เห็นเขาในมุ้ง อาบน้ำแต่งตัวเสร็จถึงเจอเขายืนรออยู่หน้าบ้าน บอกจะพามากินอาหารเช้าที่โรงอาหารในไร่

ตลอดการเดินทางเธอเงียบเขาก็เงียบ ต่างคนต่างไม่พูดจากันจนกลายเป็นสถานการณ์ที่แสนอึดอัด

เมื่อคืนฉันฝันด้วยแหละคุณ

ว่า…”เทียบศิขรหันมาทางหญิงสาว

ฝันเห็นศพ แล้วก็ฝันลามก

ชายหนุ่มทุบโต๊ะดังปัง จนผู้คนละแวกนั้นต่างหันมามองเป็นตาเดียว เทียบศิขรยกตัวยื่นหน้าเข้าชิดหญิงสาว ดวงตาสีสนิมคมวาวที่จ้องมองทำให้เธอไม่สามารถเปล่งเสียงทัดทานออกไป

จูบกับผมมันลามกตรงไหนวะ!ชายหนุ่มกดเสียงถาม ใจอยากตะโกนป่าวประกาศให้เธออาย

ไอ้เขารึสู้อุตส่าห์ไม่พูดถึงอีกเพราะกลัวจะอาย แต่เธอดันมาพูดแมวๆ หาว่าฝันลามกให้เขาโมโหเสียนี่!

อัญชันกะพริบตาปริบๆ เหลียวมองไปรอบตัวอย่างโล่งใจที่ทุกคนหันหน้าไปทางอื่นราวกับกลัวเขาเหมือนเธอ แก้มหญิงสาวร้อนผ่าวขึ้นยามเมื่อเขาลดสายตาจับจ้องยังกลีบปากอิ่มที่ยังคงช้ำ

คนลามกหญิงสาวกดเสียงด่าเขาไปบ้าง

น้อมรับคำชมนั้น แต่อย่าพูดถึงเรื่องระหว่างเราว่าเป็นความฝันลามกอีก ไม่งั้นผมจะจูบคุณโชว์คนงาน ไม่เชื่อก็ลองดู

สาวดอกไม้ได้แต่อ้าปากค้าง มองคนก้มหน้ากินข้าวอย่างไม่อินังขังขอบสิ่งรอบกาย

คุณนี่มันเหลือเชื่อจริงๆ ต่อมโรแมนติกเสื่อมหรือไง

ความโกรธมาความอายหนี หญิงสาวจึงแหวใส่อย่างลืมตัว

ไม่ได้เสื่อมแต่มันอยู่ลึกไปหน่อย ถ้าคุณอยากกระตุ้นให้มันทำงาน ต้องพูดหวานกว่านี้ พูดเป็นไหมพี่สิงห์คะพี่สิงห์ขา ไม่ก็เรียกที่รักคะที่รักขาก็ได้ รับรองผมพาคุณกลับบ้านไปสานต่อเรื่องเมื่อคืนให้จบ งานการไม่ทงไม่ทำมันแล้ว ทำลูก’ กับเมียสนุกกว่าเยอะ

สาวดอกไม้กรีดร้องอยู่ในใจ เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นคนแบบนี้

ฉันคงจะยอมหรอก ฉันมันไม่ได้สติไปเองแท้ๆ ที่ยอมให้คุณต่อไปนี้จะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นซ้ำสองอีกแล้วบอกเสียงเฉียบตาขุ่นเขียว

เธอจะไม่ยอมให้มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น จะไม่ยอมให้ความหวั่นไหวครอบงำหัวใจ จะไม่ยอมให้มีปัญหาติดตัวกลับบ้านไป!

ชายหนุ่มเลิกคิ้ว ยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

ผมไม่ได้รอรอบสองเสียหน่อย แต่รอรอบสี่ห้าหกจนถึงร้อยถึงพันโน่น!” พูดจบจึงกระแทกช้อนกับจานข้าวดังเปรื่อง ลุกเดินหนีจากไปดื้อๆ ทิ้งให้คนที่จะโดนรอบสี่ห้าจนถึงร้อยถึงพันมองตามไปด้วยสีหน้าตะลึง!

 

เขาจูบฉัน! แล้วยังมีหน้าบอกไม่รอรอบสองแต่รอรอบที่…” เสียงหวานขาดหายไปเมื่อนึกถึงคำพูดห่ามๆ ที่ทำเอาใจเธอเต้นคร่อมจังหวะ

รอบที่เท่าไหร่อัญอแมนด้าถามอย่างอยากรู้ ลุ้นมาตั้งแต่สมัยเรียนจนถอดใจไปแล้ว ไม่คิดว่าทั้งสองจะกลับมาพบเจอกันอีกครั้งแล้วยังมีซัมติงรองต่อกันอีกด้วย

รอบที่สี่ห้าหกจนถึงร้อยถึงพัน!

ว้าว พี่ลีโอนี่คึกดีเหมือนกันนะ เธอก็ต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยนะอัญ แบบนี้อีกไม่นานฉันคงได้อุ้มหลาน” ปลายสายบอกด้วยน้ำเสียงร่าเริง

ไม่ตลกนะยะ!

ก็ไม่ตลกน่ะสิ ฉันพูดจริงๆ เธอเองก็ลดทิฐิลงบ้างเถอะ จะได้ลงเอยกันเสียที

ทิฐิฉันไปทิฐิกับเขาตอนไหนกัน

ก็ตั้งแต่สมัยเรียนนั่นแหละ จะปฏิเสธหรือว่าไม่ชอบเขาจนออกนอกหน้า เจอกันทีไรก็มีแต่ทะเลาะกัน

นั่นเขาเรียกหมั่นไส้ย่ะ เขาขี้เก๊กจะตาย แถมยังชอบพูดก่อกวนฉันอีกด้วย

โอ๊ยยายอัญ ไม่รู้หรือไงว่าผู้ชายเขาจีบ

จีบ!

ก็เออสิ เขาจีบแก ไม่งั้นจะหาเรื่องทะเลาะด้วยทำไมถ้าไม่สนใจ

อย่าพูดบ้าๆ สิ เพื่อนเขาสนใจฉันอยู่นะ เขายังกล้าจีบฉันอีกนั่นแสดงว่าเขาเป็นคนใช้ไม่ได้หญิงสาวท้วงหน้าแดงก่ำ

เพื่อนคนไหนของพี่ลีโอสนใจแก ถ้าหมายถึงพี่อาร์ทนั่นน่ะนะฉันว่าไม่ใช่ละ จริงๆ อยากจะแย้งไปตั้งแต่เธอโทร. มาปรึกษาแล้วนะ ฉันว่าเขาไม่ได้ชอบเธอหรอก แล้วไอ้ตุ๊กตาหมูนั่นน่ะอาจเป็นของคนอื่น

อัญชันนึกถึงวันที่ไออุ่นนำตุ๊กตามาให้ เขายิ้มให้เธอแล้วยื่นตุ๊กตาพร้อมการ์ดใบหนึ่ง

เอ่อ อแมนด้าการ์ดใบนั้นยังอยู่กับแกหรือเปล่า” การ์ดที่เธอลืมเปิดอ่านเพราะเพื่อนเรียกพอดี และลืมมันไปว่าฝากการ์ดไว้กับอแมนด้าพร้อมทั้งตุ๊กตานั่นแหละ พอตอนหลังเธอจึงไปทวงคืนแต่ลืมว่ามีการ์ดด้วย

อยู่

ถ่ายรูปส่งมาให้หน่อยสิ ฉันอยากรู้ว่ามันเขียนว่าอะไร

ให้ฉันหาเจอก่อนเถอะ เก็บไว้ให้แต่ไม่รู้ว่าเก็บไว้ตรงไหน

หาให้เจอล่ะ ข้อความในการ์ดใบนั้นอาจพลิกชีวิตฉันนะแก” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง หากเป็นอย่างที่เธอกำลังคิด แสดงว่าไออุ่นไม่ใช่เจ้าของตุ๊กตาหมูสีชมพู แล้วใครล่ะ!

หมายถึงอะไร รู้แล้วชีวิตแกจะเปลี่ยนไปเหรอ

เออสิ ฉันจะได้เลิกคิดว่าเป็นของพี่อาร์ทเสียที

แล้วแกจะได้ไปเพ้อหาเจ้าของตุ๊กตาตัวนั้นต่อ

ไม่! ฉันจะกลับไปใช้ชีวิตปกติสุขของฉันย่ะ

ชีวิตที่มีแต่ความสงบสุข เช้าลุกไปทำงาน เย็นเลิกงานไปกินข้าวกับพ่อแม่ อาจไปงานปาร์ตี้ในช่วงสุดสัปดาห์ แฮปปีกับชีวิตสาวโสดขึ้นคานแบบเต็มตัว

ฉันว่าแกกำลังฝัน แกคงกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้หรอกอัญ ตัวแกใจแกทำไมแกถึงไม่รู้ ขนาดฉันเป็นแค่เพื่อนสนิทยังรู้เลยว่าแกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ต่อให้แกกลับบ้านได้ก็กลับได้แค่ตัว หัวใจแกคงลืมทิ้งไว้ที่นั่น ที่กระท่อมรังนอนอย่างกับนอนวังของพี่ลีโอไง ฉันว่าแกเปิดใจสักนิดเถอะ ลองปล่อยวางเรื่องอดีตที่เคยทะเลาะกันลง แกอาจพบอะไรหลายๆ อย่างที่แกไม่เคยมองเห็น

เขาจ้างแกมาพูดเท่าไหร่ ฉันจ้างแกเลิกพูดสองเท่า

ไม่ได้ค่าจ้าง แต่ที่พูดเพราะทำเพื่อเพื่อน อยากให้ตาสว่าง

ตาฉันสว่างมาก แกต่างหากที่ตาบอดมืด แกไม่เห็นเขาใช้แปรงสีฟันอันเดียวกับฉัน ขอเงินฉันซื้อของทุกอย่าง ยืมเงินฉัน ไม่คืนเงินฉัน ปากร้ายใส่ฉัน แล้วก็ทำลามกกับฉัน!

แกต่างหากที่ตาบอด เขาจูบแกด้วยความรู้สึกแบบไหนยังไม่รู้ มัวแต่จำเรื่องบ้าๆ เดี๋ยวก็พลาดรถไฟขบวนสุดท้าย

ฉันยอมตกรถไฟเลยย่ะ!

สาวดอกไม้โต้กลับโดยไม่ทันคิดว่าเธอได้ตีตั๋วขึ้นรถไฟขบวนนี้ไปอย่างไม่รู้ตัว แถมหนุ่มเจ้าของขบวนก็ยังไม่มีทีท่าจะชะลอให้หญิงสาวได้ลงอีกด้วย

 





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

2,225 ความคิดเห็น