รั ก พ ร า ง ใ จ (เทียบศิขร - อัญชัน)

ตอนที่ 15 : เผลอใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61

8

เผลอใจ

 

จะรู้ไปทำไม รู้แล้วจะ รัก’ เขาไหมล่ะ

เอ๋เขาพูดผิดหรือหูเธอเพี้ยนไป ประโยคคำถามเมื่อครู่ฟังดูทะแม่งๆ อย่างไรก็ไม่รู้ อัญชันสบตาชายหนุ่มก่อนจะเป็นฝ่ายถอนสายตา จู่ๆ ใจก็เต้นแรงแบบหาสาเหตุไม่ได้ หญิงสาวเสมองภาพดอกอัญชัน นั่นยิ่งทำให้เธอหน้าแดงก่ำเข้าไปใหญ่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกเธอกันแน่ เมื่อเช้าเธอยังหงุดหงิดที่เห็นไออุ่นกับคู่หมั้นอยู่เลย ตกเย็นดันมาเผลอใจหวั่นไหวกับอีตาบ้านี่อีก

ฉันจะรักเขาได้ยังไง ในเมื่อไม่เคยเจอหน้ากัน อีกอย่างเทียบมาลาอาจเป็นผู้หญิงก็ได้” ในที่สุดหญิงสาวก็เค้นคำตอบออกมาได้หลังจากที่สมองดีเลย์ไปเกือบสิบนาที

นั่นสิ ชื่อหวานจ๋าขนาดนั้น

แต่ฉันชอบภาพวาดของเขาจริงๆ นะ แล้วในภาพก็เหมือนที่นี่มากๆ” สาวดอกไม้ผายมือไปรอบๆ ไม่เหมือนก็แต่ เออยู่ๆ ก็นึกไม่ออก” ทำหน้าครุ่นคิดพึมพำก่อนจะเบิกตากว้าง เพราะคำถามบ้าๆ นั่นเลยเชียวที่ทำให้สมองเธอเบลอ ต่างก็แต่ใกล้หน้าต่างด้านหน้ากระท่อมมีเถาอัญชันเลื้อยอยู่!

คราวนี้เทียบศิขรยิ้มกว้าง

เคยมีใครมาที่นี่อีกไหมคะ นอกจากฉันกับคุณน่ะค่ะ

มี แม่ของผมไง เมื่อห้าปีก่อนท่านมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ วาดภาพ อ่านหนังสือทำในสิ่งที่ท่านชอบ

สาวดอกไม้อ้าปากหวอก่อนจะเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มกว้าง ช่วงเวลานั้นช่างตรงกับที่เธอได้รับภาพวาดพอดิบพอดี

งั้นฉันก็รู้แล้วละว่ารัก’ เขาได้ไหม บอกเลยนะคะว่าฉัน หลงรัก’ เจ้าของภาพวาดใบนั้น รู้อะไรไหม เห็นครั้งแรกฉันนั่งมองมันเป็นวันๆ พร้อมกับตั้งคำถาม จะมีสถานที่แบบนั้นอยู่จริงหรือ คนวาดจินตนาการไปเองหรืออยู่ ณ ที่แห่งนั้นมันเป็นความคิดที่ฟังดูอาจเพ้อนิดๆ แต่ตอนเห็นภาพวาดนั้นเป็นครั้งแรกหญิงสาวคิดเช่นนั้นจริงๆ ตอนฉันเห็นที่นี่ครั้งแรกก็ฉุกใจเหมือนกัน แต่มันมีเรื่องราวทำให้ต้องละความสนใจไปเสียก่อน ตอนนี้ถึงได้นึกออก” เพราะมัวแต่ทะเลาะกับเขานั่นแหละเลยทำให้เธอลืม

แสดงว่าชอบที่นี่เทียบศิขรลองหยั่งเชิง

มาก…”เธอลากเสียงยาว ไว้คุณอยากขายต่อเมื่อไหร่ค่อยมาบอกฉัน ถึงจะเป็นที่ตาบอดแต่ฉันมีเงินซื้อเฮลิคอปเตอร์เอาไว้ใช้

แพง…”เขาลากเสียงยาวบ้าง คุณซื้อไม่ไหวหรอก

จะแพงแค่ไหนกันเชียว ที่กว้างแค่กระจึ๋งเดียว

เอาเป็นว่ามันแพงจนตีค่าไม่ได้ ไว้คุณกล้า แลก’ เราค่อยคุยกันอีกทีแล้วกัน

อัญชันได้แต่นิ่วหน้า นี่เธอโง่หรือเขาเข้าใจยากกันเนี่ย นับวันยิ่งพูดอะไรแปลกๆ เข้าไปทุกที แค่ตีค่าราคาที่ดินก็ยังพูดกำกวมด้วยการใช้คำว่า แลก’ แทนคำว่า จ่าย’ จิตรกรเขาเป็นอย่างนี้ทุกคนไหมหนอ

 

ความคืบหน้าเรื่องคดียังไม่ถึงไหน ตำรวจสรุปได้ว่าสถานที่เกิดเหตุคือในห้องน้ำ ส่วนมีดที่ถูกพบในถังขยะด้านหลังครัวทำให้อัญชันรอดพ้นจากการเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะวันเกิดเหตุหลังจากตำรวจเข้ามาตรวจหญิงสาวก็ถูกนำส่งโรงพยาบาลทันที ไออุ่นยังแวะเวียนมาหาหญิงสาวโดยมีคู่หมั้นติดสอยห้อยตามมาด้วยทุกครั้ง

หลังจากวันที่เธอปฏิเสธการไปกินอาหารเย็นที่บ้านเขา เธอก็พบว่าปิ่นมุกนั้นตั้งแง่กับเธอน้อยลง ถึงจะไม่เป็นมิตรอย่างออกนอกหน้าแต่ก็ไม่ได้ใช้หางตาเหยียดมองอย่างครั้งแรก

สาวดอกไม้ลอบสังเกตหนุ่มสาวอยู่หลายครั้ง ปิ่นมุกในสายตาไออุ่นคือสาวน่ารักมากเลยทีเดียว ช่างเอาใจ ไม่เจ้าแง่แสนงอนมากจนเกินไป อัญชันพบว่าเธอเองก็ไม่ได้ตั้งแง่กับหญิงสาวอีกต่อไป อาจเป็นเพราะเข้าใจและเห็นใจปิ่นมุกที่มีคู่หมั้นหล่อรวย แถมยังเป็นที่หมายปองของสาวๆ

หาคนร้ายไม่ได้แบบนี้ ความจริงพี่อัญกลับบ้านไปก่อนก็ได้นะคะ” นอกจากเลิกแสดงท่าทางรังเกียจแล้วปิ่นมุกยังเรียกเธอว่าพี่อีกด้วย

ตั้งใจจะอยู่ต่ออีกสักพักค่ะ อยากรู้เหมือนกันว่าใครที่ฆ่าลองก่า” บอกอย่างที่ใจนึก อยากรู้จริงๆ ว่าใครกันหนอที่โหดร้ายถึงขั้นฆ่าแกงคนได้อย่างเลือดเย็น และยังสงสัยอีกด้วยว่าเหตุใดต้องเป็นที่ห้องน้ำหญิงในร้านอาหาร

ตำรวจได้ความคืบหน้าแล้วล่ะน้องอัญไออุ่นแทรกขึ้นด้วยสุ้มเสียงอารมณ์ดีที่คู่หมั้นสาวเลิกตั้งแง่กับสาวดอกไม้มีแขกคนหนึ่งบอกว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุหน้าห้องน้ำติดป้ายห้ามเข้า คงหลังจากน้องอัญเข้าไปในห้องน้ำนั่นแหละ

ติดป้ายห้ามเข้าเหรอคะ

ครับ แขกที่เป็นพยานแจ้งว่าตั้งอยู่สองอันเลย แถมประตูก็ยังล็อกจากด้านในด้วย

หา ล็อกด้วยเหรอคะ ทำไมอัญไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย” หญิงสาวถามด้วยความแปลกใจ

ก็คงมัวแต่กดชักโครกกลบเสียงตดอยู่นั่นแหละ ถึงได้ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย” คราวนี้เป็นเสียงเทียบศิขร

ลีโอ! หยุดพูดหยาบคายแบบนี้นะ” สาวดอกไม้หันไปแหวหน้าแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งอายเพราะปากตะไกรของผู้ชายที่นั่งข้างกัน

หยาบคายตรงไหน อ้าวงั้นเปลี่ยนเป็นกดชักโครกเพื่อกลบเสียงผายลมก็ได้ ฟังดูดีไหม ลื่นหูกว่าเดิมป่ะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วยียวนกวนประสาทให้ เห็นแล้วอยากจกลูกตาคมคู่นั้นออกมาโยนให้นกกาแถวนี้กิน

หยาบคายจริงๆ ด้วยแหละ” ปิ่นมุกเบ้หน้าเห็นด้วยกับสาวดอกไม้

อ้าวยายมุก ไหงย้ายข้างได้ล่ะเรา” เทียบศิขรทำท่าจะดีดกะโหลกอีกฝ่าย

แหมก็มันจริงนี่คะ แล้วก็ไม่ต้องมาขู่มุก นู่นเลยไปจัดการเมียตัวนู่น เขาเป็นคนเริ่มนี่” โยนไปให้อัญชันดื้อๆ พร้อมทั้งตวัดค้อนส่งให้เทียบศิขร

ค่อยโล่งหน่อย นึกว่าจะญาติดีกัน แบบนี้ก็ดีไปอย่าง เวลาทะเลาะกับเมียจะได้มีฝ่ายหนุนกับเขาบ้าง หวังพึ่งไอ้อาร์ทคงไม่ได้หรอก สุภาพบุรุษเกิ๊น

แกเป็นซะอย่างนี้ ฉันจะไม่เข้าข้างน้องอัญได้ยังไง จริงไหมมุก” ไออุ่นหันไปถามคู่หมั้นสาว

พี่อาร์ทอยู่ข้างไหน มุกก็อยู่ด้วยค่ะ

ไฮ้ มาทิ้งกันเสียได้” เทียบศิขรบ่นไม่จริงจัง

สมน้ำหน้า อยากปากหมาดีนัก” อัญชันว่าอย่างสะใจ

ปากหมาก็ปากผัวคุณนะ

สาวดอกไม้ค้อนตาคว่ำ ทำปากขมุบขมิบเพราะอยากเถียงเต็มแก่ว่าไม่ใช่ ถึงจะนอนมุ้งเดียวกันทุกคืนก็ตามเถอะ

ไออุ่นกับปิ่นมุกขอตัวกลับไปแล้ว อัญชันกับเทียบศิขรยังคงนั่งอยู่ใต้ร่มไม้ข้างโรงอาหารเพราะอีกครึ่งชั่วโมงกว่าจะหมดเวลาพัก ในที่ทำงานเธอกับเขาเจอกันเฉพาะพักเที่ยง หญิงสาวไม่รู้เลยว่าเขาทำแผนกไหน แต่คิดว่าคงดีเพราะมีรถกระบะใช้สอย เป็นรถที่เห็นครั้งแรกเธอลงความเห็นว่ามันน่ารักดี

งานเป็นไงบ้าง หนักมากไปไหม” จู่ๆ เขาก็ถามขึ้น

ไม่หนักเลย ออกจะเพลินดีด้วยซ้ำ” ตอนนี้อัญชันได้เก็บยอดชาแค่สองสามชั่วโมง หลังจากนั้นคำเอ้ยจะเป็นคนมารับเธอไปที่โรงงานผลิต คำเอ้ยเป็นผู้จัดการ เธอคอยช่วยเหลือเรื่องเอกสารนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็เดินตรวจงานไปเรื่อย

ดีใจที่ชอบ ส่วนเรื่องคดีไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงตำรวจก็ต้องหาคนร้ายพบจนได้

อือ แต่ฉันสงสัย ทำไมฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยคะ แค่เสียงชักโครกไม่น่าดังไปกว่าเสียงคนนะ” ถ้าลองก่าถูกแทงจนพรุนขนาดนั้น มีหรือจะไม่ร้องขอความช่วยเหลือ

หมอชันสูตรแล้วว่าลองก่าถูกวางยาก่อนจะโดนฆ่า เรื่องนี้คุณอย่าไปพูดกับใครนะ แม้แต่คำเอ้ยก็ห้าม” ชายหนุ่มกำชับซึ่งเธอก็พยักหน้ารับอย่างแข็งขันตำรวจกำลังสงสัยว่าคนทำไม่ได้มีคนเดียว แต่ที่ผมสงสัยมากกว่าคือทำไมต้องห้องน้ำหญิง ทำไมต้องเป็นคุณที่เจ็บขี้ตอนนั้น แล้วทำไม…” คราวนี้เขาหันมาจ้องหน้าเธอ คุณถึงปวดขี้จนหูอื้อ!

บ้าสิ ฉันไม่ได้ปวดอึจนหูอื้อซะหน่อย แค่อายจนต้องกดชักโครกตลอดเวลา แล้วก็…” อัญชันชะงักเบิกตากว้างเมื่อลืมเลือนบางอย่างไป

แล้วก็อะไร

มีคนโทร. เข้าเครื่องฉันด้วยค่ะ เป็นเบอร์แปลกๆ ฉันไม่ทันได้รับเพราะ เอ่อ…” หญิงสาวอ้ำอึ้ง

กะอำพรางเสียงตดละสิเทียบศิขรโพล่งขึ้นอย่างโมโหที่เธอกล้าลืมเรื่องสำคัญแบบนี้

ก็ใช่ ฉันท้องเสียนี่นา” รับเสียงอ่อย

ชายหนุ่มไม่ได้พูดต่อว่าอีก เพียงแต่มองหญิงสาวด้วยสีหน้าครุ่นคิด

เรื่องคุณท้องเสียก็เหมือนกัน มันบังเอิญเกินไปไหม

นั่นสิ ฉันก็กินเหมือนๆ กับคุณ แต่ทำไมมีแค่ฉันที่ท้องเสียก็ไม่รู้

แถมยังรุนแรงถึงกับต้องนอนค้างโรงพยาบาลตั้งหนึ่งคืนอีกด้วย หญิงสาวคิดต่อในใจ

เอาเถอะ เดี๋ยวผมจะค่อยๆ สืบให้ รอตำรวจอย่างเดียวเห็นจะไม่ทันใจ

คุณจะสืบยังไงคะหญิงสาวขยับตัวเข้าหาเขา สีหน้าอยากรู้กับแววตาเป็นประกายทำให้เทียบศิขรกลั้นยิ้ม

ไม่เกี่ยวกับคุณ

ทำไมจะไม่เกี่ยว ฉันเคยตกเป็นผู้ต้องสงสัยและที่สำคัญฉันเป็นภรรยาคุณนะ

แค่เรื่องสมมุติ

แต่คนอื่นเขาไม่รู้นี่ ไม่รู้ล่ะ… ถ้าคุณไม่ให้ฉันสืบด้วย คืนนี้เตรียมนอนนอกมุ้งได้เลย” หญิงสาวขู่ ในใจลิงโลดที่จะได้ตามสืบหาความจริง ตอนเด็กเธอชอบอ่านการ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวนอย่างโคนันกับคินดะอิจิ ไม่คิดว่าโตขึ้นมาจะได้มาอยู่ท่ามกลางคดีฆาตกรรมที่สืบหาคนร้ายยังไม่พบ

ยังไม่ทันไรก็ขู่กันซะแล้ว นี่ถ้าผมพลาดท่าเสียตัว คุณไม่จับผมโยนออกนอกบ้านเลยหรือไง

ก็ไม่แน่หรอกหญิงสาวบอกเสียงเยาะ ทั้งที่ขุ่นเคืองคำพูดเขาจะแย่ พูดมาได้ว่าจะพลาดท่าเสียตัวให้เธอ คนทุเรศ!

คนฟังทำเสียงขึ้นจมูก อย่าเพิ่งนอกเรื่อง เดี๋ยวหมดเวลาพักเที่ยงเสียก่อน เรื่องเบอร์แปลกๆ นั่นยังไงต่อ” ถามอย่างสงสัยปนโมโหที่หญิงสาวไม่ได้บอกแต่แรก

มันเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกเอาไว้ ฉันยังไม่ได้ลบรายการนะ” ว่าแล้วเธอก็หยิบมือถือขึ้นมากดย้อนดูรายการนี่ไงคะ เบอร์นี้แหละที่โทร. มา พอฉันกดรับมันก็ตัดสายไปเสียก่อน ตั้งใจจะโทร. กลับตอนออกจากห้องน้ำก็เลยลืมไป เพราะ…”

พอเถอะ ไม่ต้องพูดอีกแล้ว” เห็นหน้าซีดๆ แล้วเทียบศิขรนึกสงสาร เป็นใครจะไม่กลัวเมื่อเจอศพเลือดท่วมเต็มสองตา เดี๋ยวผมเอาเบอร์ไปให้ตำรวจเช็กดู มันอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องคดีก็ได้

ฮื่อ ฉันก็หวังว่าอย่างนั้นเหมือนกัน เพราะตัวฉันเพิ่งมาถึงที่นี่ย่อมไม่มีศัตรู ฉันคงไปอยู่ผิดที่ผิดทางเองนั่นแหละ” เรียกว่าซวยเสียยิ่งกว่าซวยเลยก็ได้

หมดเวลาพักแล้ว ไปทำงานต่อเถอะ เย็นนี้ผมจะเอาเจ้าคันนั้นมารับ” เขาชี้ไปที่รถChevrolet farm truck สีเขียว ด้านข้างติดสติกเกอร์ชื่อ ไร่พนาลี

อ้าวแล้วเอทีวีคันนั้นล่ะคะ พี่อาร์ทเขาทวงคืนแล้วหรือไง

เปล่าหรอก คันนั้นผมก็เก็บไว้ใช้ก่อนแต่เราจะไปจอดไว้ที่บ้านคำเอ้ย

หมายความว่าทุกเช้าฉันต้องขึ้นรถสองต่องั้นสิเธอหมายถึงการขึ้นรถเอทีวีมาบ้านคำเอ้ยซึ่งอยู่ในหมู่บ้านแล้วค่อยขึ้นกระบะมายังไร่

ใช่ สงสารรถมัน ขี่ไกลๆ เดี๋ยวจะน็อกไปเสียก่อน

อัญชันนิ่วหน้าเมื่อจู่ๆ ก็คิดบางอย่างได้ แต่เธอว่าคงไม่ใช่… เขาคงไม่ได้เห็นใจเธอที่ต้องนั่งซ้อนเป็นเวลานาน เพราะจากบ้านเขามาถึงกลางไร่ก็ใช้เวลาราวๆ ครึ่งชั่วโมงทีเดียว เพราะไร่พนาลีมีพื้นที่กว้างขวางหลายพันไร่ ถ้าใช้กระบะคงย่นเวลาได้อีกเยอะทีเดียว

 

ปิ่นมุกนั่งทำหน้าง้ำอยู่ภายในห้องทำงานของคู่หมั้น หญิงสาวกำลังงอนที่จู่ๆ ไออุ่นก็บอกเลิกโปรแกรมที่เขาจะพาเธอไปชอปปิงที่ญี่ปุ่น สาวที่วาดหวังอยากไปเที่ยวสองต่อสองกับคู่หมั้นถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ เสื้อผ้าของใช้เธอเตรียมไว้หมดแล้ว รวมถึงตั๋วเครื่องบินโรงแรมที่พักก็ต่างจับจองเอาไว้หมด แล้วเขาก็มาบอกเลิกเอาดื้อๆ

มุกไม่ยอมนะคะ ยังไงพี่อาร์ทก็ต้องไปกับมุก” ออดอ้อนหลังจากนั่งเชิดหน้าอยู่นาน ไม้แข็งไม่ได้ผลก็ต้องใช้ไม้อ่อน ภายนอกไออุ่นแม้จะสุภาพแต่เธอซึ่งคบหาเขามานานรู้ว่าเขาเป็นประเภทอ่อนนอกแข็งใน ไม่งั้นคงไม่บริหารกิจการไร่มาจนเจริญรุ่งเรืองถึงทุกวันนี้ ผิดกับพ่อของเธอที่เอาแต่คบค้าสมาคมกับเพื่อน ทิ้งงานทุกอย่างในไร่ให้เธอดูแลทั้งหมด ซึ่งก็ทำให้เธอหาเวลาเจอคู่หมั้นหนุ่มได้น้อยในระยะสองสามปีให้หลังนี้

พี่ขอโทษ แต่ไปไม่ได้จริงๆ ครับมุก ที่ไร่เพิ่งเกิดเรื่อง พี่ไม่อยากทิ้งไร่ไปไหน

โอ๊ย ก็แค่มีคนตาย ตำรวจเขาก็ทำงานอย่างเต็มที่ พี่อาร์ทจะห่วงอะไรอีกคะ” หญิงสาวทำหน้ามุ่ย ขัดใจที่ไม้อ่อนก็ใช้ไม่ได้ผล

ห่วงสิ ลองก่าตายในไร่พี่ ถ้าตำรวจยังหาคนร้ายไม่เจออย่างนี้ พี่ไม่มีกะจิตกะใจไปเที่ยวหรอก มุกไปกับเพื่อนเถอะ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดพี่จะออกให้เอง

พี่อาร์ท!ปิ่นมุกได้ยินแล้วอยากลุกขึ้นกระทืบเท้า เขาพูดมาได้อย่างไรว่าให้เธอไปกับเพื่อน เขาไม่รู้หรอกกว่าเธอจะหาเวลาว่างตรงกันกับเขาได้เลือดตาแทบกระเด็น เธอต้องอ้อนวอนขอให้พ่อมาดูแลไร่แทน ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อเตรียมตัวล่วงหน้า พอถึงเวลาแล้วต้องพบกับความผิดหวัง

ยังไงก็ไม่ได้หรอกมุกเขายืนกรานคำเดิม ปิ่นมุกแต่ไหนแต่ไรเป็นคนว่าง่าย ไม่เจ้าอารมณ์แบบนี้ ชายหนุ่มเข้าใจหญิงสาวเป็นอย่างดี เป็นเพราะเขาให้ความหวังเธอเอง หน้าที่การงานของเขากับเธอต่างยุ่งกันมาก กว่าจะหาเวลาว่างไปเที่ยวกันเรียกว่าแทบไม่มี ตลอดเวลาที่หมั้นหมายก็มีเพียงแต่กินข้าว ไปชอปปิงห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองเดือนละครั้งสองครั้ง

มุกผิดหวังกับพี่อาร์ทจริงๆ นะคะ” หญิงสาวบอกเสียงแข็ง

พี่ขอโทษ พี่เข้าใจมุก มุกสมควรโกรธพี่ แต่ขออย่างเดียวอย่าเกลียดพี่เลยนะ พี่ไปไม่ได้จริงๆชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ

มุกอยากจะเกลียดพี่อาร์ทจริงๆหญิงสาวพูดแค่นั้นก็กระแทกกระทั้นเดินออกไป ทิ้งให้อีกคนมองตามด้วยสายตาขอลุแก่โทษ ไออุ่นยอมรับผิดและเอ็นดูหญิงสาวอยู่ลึกๆ เธอไม่ได้บอกว่าเกลียดเขา แต่บอกว่าอยากจะเกลียดซึ่งแปลว่ายังไม่ได้เกลียด

หวังว่าพี่อาร์ทคงไม่ใช่ไม่อยากไปเที่ยวเพราะแฟนพี่สิงห์หรอกนะคะ

จู่ๆ ประตูที่ปิดไปแล้วก็เปิด ใบหน้างอง้ำยื่นเข้ามาโดยที่ตัวยังอยู่หลังบานประตู

ไม่แน่นอนครับชายหนุ่มปฏิเสธทันควัน

งั้นก็แล้วไป อย่าให้จับได้แล้วกัน ไม่งั้นมุกเอาตายแน่

แล้วประตูก็ปิดลงอีกครั้ง คราวนี้ไออุ่นรออีกพักจึงระเบิดเสียงหัวเราะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

2,225 ความคิดเห็น

  1. #2214 Jvar J. (@jvar) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 21:58
    ปวดขรี้จนหูอื้อ 5555
    #2214
    0
  2. #2057 Kamuningka (@Kamuningka) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2558 / 20:12
    บางทีก็หมั่นไส้พี่เทียบ บางทีก็สามมหา ไม่รู้จะเชียร์ใครล่ะ
    #2057
    0