รั ก พ ร า ง ใ จ (เทียบศิขร - อัญชัน)

ตอนที่ 10 : เมื่อความซวยมาเยือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    17 ธ.ค. 61

ทำบุญถวายสังฆทานเรียบร้อยแล้วอัญชันก็มานั่งสงบจิตสงบใจที่ศาลาริมน้ำ จิตใจเธอยังไม่ปลอดโปร่งแต่ก็ถือว่าดีขึ้นระดับหนึ่ง หญิงสาวมองสายน้ำที่ทอดยาวพร้อมทั้งครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตดี

ทางเลือกแรกคือกลับบ้าน โทร. หาผู้เป็นพ่อแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง

ทางเลือกที่สองคือการอยู่ต่อเพื่อพิสูจน์ความจริง รอดูหน้าคนร้ายที่ฆ่าลองก่า แล้วค่อยกลับบ้านอย่างผู้บริสุทธิ์

สบายใจขึ้นหรือยัง” เทียบศิขรนั่งลงข้างหญิงสาว

ค่ะ

กำลังคิดอะไรอยู่” สีหน้าครุ่นคิดของหญิงสาวทำให้เขาอดถามไม่ได้

คิดว่าจะทำยังไงต่อดี” เธอตอบไปตรงๆ

ไม่โทร. ไปฟ้องพ่อล่ะ” เขาถามยิ้มๆ

ก็คิดอยู่เหมือนกัน แต่คิดไปคิดมากลัวเรื่องมันจะง่ายไป สู้อยู่พิสูจน์ตัวเองน่าจะดีกว่า

เขากวนมาเธอก็ประชดไป กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว

ก็ดี แต่บอกก่อนนะว่าคุณอยู่ในฐานะเมียผม ผม…”เขาชี้นิ้วที่อกตัวเอง เป็นคนเดียวที่ปกป้องคุณได้

และเป็นคนที่เชื่อฉันด้วยใช่ไหม” สาวดอกไม้ถามเสียงอ่อน น้ำตารื้นกบตา

ใช่ ผมเชื่อแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะทำอะไรคุณได้ ผมจะลากคอคนร้ายออกมารับโทษเอง” สาวดอกไม้คิดว่าตัวเองฟังไม่ผิดน้ำเสียงเขาเคียดแค้นมาก

ขอบคุณค่ะ” ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันทำให้หญิงสาวเอ่ยขอบคุณเขา

แต่คุณต้องทำงานนะ อยากได้อะไรนอกเหนือจากที่อยู่อาศัยและข้าวสามมื้อคุณต้องเป็นคนจ่ายเอง แล้วก็รับปากมาหนึ่งข้อว่าต่อไปนี้จะไม่ทวงเงินผมอีก

“…”

เรื่องทวงเงินสักคำก็อย่าให้มีออกมานะเขายังย้ำอย่างหน้าด้านๆ

งั้นเอาเงินค่าตั๋วเครื่องบินสองหมื่นที่ฉันให้คุณเมื่อวานมาคืนก่อน

เธอไม่ได้เฉียดใกล้เงินสามหมื่นก้อนนั้นสักนิดนะ หญิงสาวคิด

เฮ้ย บอกแล้วไงห้ามทวงเงิน

ฉันไม่ได้ทวงเงินสามหมื่น แต่ขอเงินค่าตั๋วเครื่องบินที่ให้เมื่อวานคืน ในเมื่อยังไม่กลับก็ยังไม่ต้องใช้” หญิงสาวแบมือออก กระดิกนิ้วให้เขาเอาเงินมาคืน

ยายงก เงินเมื่อวานผมจ่ายค่าข้าวไปหมดแล้วชายหนุ่มทำโวยกลบเกลื่อน

ค่าข้าวบ้าอะไรตั้งสองหมื่น อาหารเมื่อวานเก่งๆ ก็พันห้าเท่านั้นแหละย่ะ ไม่ต้องมาโอ้เอ้คืนมาเสียดีๆ ฉันยังต้องอยู่ที่นี่อีกนานนะ ฉันต้องประหยัด” เหมือนความงกจะติดต่อกันทางลมหายใจ อัญชันคิดว่าตัวเองเริ่มงกขึ้นมาหน่อยๆ แล้ว

ไม่ให้ ถือว่าเป็นค่ากับข้าวแล้วกัน ค่าเช่าบ้านด้วยเอ้า!” ชายหนุ่มแถจนสีข้างถลอก

หน้าด้าน! เงินนั่นฉันเอาไปเช่าห้องอยู่ยังหรูกว่ากระท่อมคุณซะอีก แถมยังเหลือไว้ใช้ซื้อแปรงสีฟันใหม่ได้เป็นร้อยอัน” พูดเรื่องใช้แปรงสีฟันเดียวกันแล้วหญิงสาวยังแหยงๆ ไม่หาย

อย่าเรื่องมากน่า เอาเป็นว่าผมจะซื้อแปรงใหม่ให้คุณ จะให้คุณเลือกเมนูอาหารได้ทุกเย็น อ๊ะ ต้องไม่หรูเกินไป ผมจะทำให้เท่าที่ผมทำได้ โอเคปะ

ไม่โอเค เกิดคุณบอกว่าทำได้แค่ไข่ทอด ยำปลากระป๋อง ผัดผักรวมมิตรฉันก็อดสิ” อาหารสามอย่างที่เธอยกตัวอย่างใช่ว่าจะไม่อร่อย มันอร่อยมากทีเดียว ไข่ไก่สดๆ ที่ชาวบ้านเลี้ยง ผักเก็บจากด้านหลังครัวล้วนแต่มีรสชาติดีทั้งสิ้น

ไฮ้ ผมทำได้อีกหลายอย่างน่า รับรองไม่อด ตกลงเลิกทวงเงินนะ จบกันเลยเรื่องเงินน่ะ

อัญชันเบ้หน้าเมื่อคิดว่าเธอต้องกลับไปอยู่กระท่อมหลังนั้นอีก

ขอที่นอนนุ่มๆ ผ้าผืนใหญ่ๆ ไว้ทำม่านบังตาด้วย ขอคำสัญญาอีกครั้งว่าคุณจะไม่ทำอะไรฉัน

เทียบศิขรใช้นิ้วจิ้มหน้าผากอีกฝ่าย

มากไปแล้ว เรื่องผมจะปล้ำเอาออกจากหัวได้เลย บอกแล้วไงว่า…”

เออ ฉันรู้แล้วย่ะ ฉันไม่ใช่สเป็กคุณ แต่ฉันเป็นผู้หญิง ฉันเสียหาย!” สาวดอกไม้กระแทกเสียงบอก

ก็นั่นแหละ ส่วนที่นอนผมหาให้ใหม่ได้ แต่ไอ้ผ้าผืนใหญ่ที่จะทำม่านนี่ผมคาใจ

ไม่ต้องคาใจอะไรทั้งนั้น ฉันแค่ไม่อยากเห็นภาพอุจาดตา

เรื่องเขาชอบแก้ผ้านอนทำให้หญิงสาวสองจิตสองใจ เธอควรไปขอพักในไร่กับไออุ่นดีไหม

อุจาดตรงไหนวะ ออกจะบึกบึนถึกทึนขนาดนั้นแถมยังทั้งใหญ่ทั้งยาวอีกด้วย ชายหนุ่มพูดต่อในใจอย่างลำพอง

แหวะ เอาเป็นว่าฉันไม่อยากเห็น ต่อไปนี้คุณต้องระมัดระวังตัวแล้วก็สำนึกไว้ด้วยว่า…” หญิงสาวชี้นิ้วเข้าหาตัวเองบ้างฉันไม่ใช่เมียคุณ ไม่ต้องมโนให้มาก ฉันกลัวคุณจะละเมอมาไล่ปล้ำฉันเข้าสักวัน

ผมต่างหากล่ะที่ต้องระวังตัว เห็นทำท่ารังเกียจอย่างนี้เถอะ วันดีคืนดีจะลุกขึ้นมาลักหลับผม” เทียบศิขรลูบแขนที่ขนลุกชัน แสร้งทำหน้าแหยงๆ กลัวหญิงสาวมาปล้ำเต็มแก่

ฝันหวานไปเถอะย่ะ!

 

เป็นอันว่าอัญชันต้องอยู่ต่อเพื่อพิสูจน์ความจริง หญิงสาวกลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืน ใครๆ ต่างก็รู้จักเมียนายสิงห์กันทั้งนั้น และเพื่อไม่ให้เธอต้องอึดอัด เทียบศิขรได้พาหญิงสาวไปสมัครงานในไร่พนาลีซึ่งอยู่ติดกัน ไร่พนาลีไม่ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวเหมือนกับไร่ของไออุ่น หากแต่เป็นไร่ที่ผลิตชาเกรดดีมีคุณภาพ เจ้าของไร่เป็นนักธุรกิจชื่อดังแต่ไม่ได้มาพักที่นี่เพราะต้องดูแลกิจการอย่างอื่น ที่นี่จึงมีเพียงผู้จัดการไร่คอยดูแลงานทุกอย่างแทน

อัญชันพบว่าระยะทางจากที่พักมายังสำนักงานไร่พนาลีนั้นใกล้กว่าไร่นงพะงาหลายกิโล หญิงสาวคิดว่าพื้นที่ที่ไออุ่นแบ่งขายให้เพื่อนคงอยู่สุดขอบแดนของไร่เป็นแน่ บ้านของลีโอนาร์ดหรือนายสิงห์ชื่อเล่นใหม่ที่เธอเพิ่งรู้ถึงได้ใกล้ไร่พนาลีถึงขนาดนี้

ไร่ชาสุดลูกหูลูกตาที่คุณเห็นหลังบ้านนั่นเป็นของพนาลีทั้งนั้นแหละเทียบศิขรบอกเมื่อหญิงสาวถาม

งั้นที่ดินที่คุณขอซื้อต่อพี่อาร์ทก็อยู่ติดไร่พนาลี

ฮื่อ ติดทั้งสองไร่เลย ทำเลดีใช่ไหม

ดีบ้าสิ ที่ตาบอด เกิดเจ้าของไร่เขาหมั่นไส้ไม่ให้ผ่านเมื่อไหร่ได้ไปถอยเฮลิคอปเตอร์มาขับแน่หญิงสาวพูดประชดคนหน้าระรื่น

จักรยานเทอร์โบก็ให้ผมมีปัญญาออกก่อนเถอะแม่คุณ ถ้ามันไม่ให้ผมผ่านผมก็ขายทิ้งไป ไม่เห็นจะต้องคิดมาก

ชีวิตที่ไม่ยุ่งยากด้วยตรรกะความคิดเรียบง่ายชิวจนสุดบรรยายของชายหนุ่มทำให้อัญชันเริ่มตระหนักถึงบางแง่บางมุมในชีวิต เรื่องที่อยู่อาศัยทรัพย์ศฤงคารไม่มีอยู่ในความคิดของเธอสักนิด เพราะผู้เป็นพ่อหาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างที่มันเพียบพร้อมเกินไปทำให้เธอมองข้ามบางอย่างไป

ความพยายาม’ ที่จะใช้ชีวิตขวนขวายหาสิ่งที่ต้องการ ดึงดันไล่ล่าความฝัน สาวดอกไม้นิ่วหน้า ความฝันของเธอคือได้ช่วยเหลือดูแลกิจการภายในครอบครัว เธอบอกตัวเองเช่นนั้นมาจนกระทั่งพบกับลีโอนาร์ด ความพยายามของเขาได้สั่นคลอนความฝันของเธอจนได้ เขาทำให้เธอตระหนักถึงหลายๆ อย่าง

แท้จริงแล้วเธอต้องการอะไร?’ อัญชันตั้งคำถามนี้กับตัวเอง

ถ้าถึงวันนั้นคุณจะซื้อบ้านต่อจากผมก็ได้นะ อย่างคุณไม่น่ามีปัญหากับการซื้อเฮลิคอปเตอร์เท่าไหร่

ดูคุณมีปัญหากับความรวยของฉันจัง ถามจริงอิจฉาฉันหรือเปล่า” เธอมองอย่างจับผิด จะว่าไปพูดกับอีตานี่ก็มีแต่เรื่องเงินตลอด ไม่พูดตรงๆ ก็พาดพิงถึงเสมอ

โน! ผมจะอิจฉาคุณทำไม ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเหมือนหุ่นยนต์ ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องอาศัยแรงบันดาลใจ ไม่ต้องมีแรงกระตุ้น ใช้ชีวิตเพียบพร้อมไปวันๆ อย่างนั้นไม่เห็นมีอะไรน่าตื่นเต้นสักนิดเดียว

อัญชันมองชายหนุ่มตาปริบๆ จะว่าไปมันก็จริงอย่างที่เขาพูด แต่มันแค่เล็กน้อยเท่านั้น เพราะในทุกๆ วันเธอก็มีความสุขกับครอบครัวดี ขาดก็แต่เรื่องแรงบันดาลใจนั่นแหละที่มันเหมือนจะขาดหายไปในชีวิต

ถึงฉันจะไม่ได้ใช้ชีวิตแบบคุณ ก็ไม่ได้แปลว่าชีวิตฉันจะไม่มีความสุขนะ เราทุกคนต่างมีเส้นทางเดินของตัวเอง

มันก็จริง แต่จะดีกว่านี้ไหมถ้าคุณเลือกทางเดินชีวิตเองได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงครอบครัว ไม่ต้องยึดติดว่าคุณจะต้องเป็นนักธุรกิจเหมือนพี่น้องคนอื่นๆ จะบอกอะไรให้นะอวบ ถ้าวันหนึ่งคุณอยากออกมาใช้ชีวิตเป็นชาวไร่ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ได้เป็นลูกของพ่อแม่ เป็นพี่ของน้องคุณหรอกนะ

อัญชันนิ่วหน้า เธอเกิดในครอบครัวนักธุรกิจ ทุกอย่างถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเล็ก เธอจดจำสิ่งที่ผู้เป็นพ่อทำ พร้อมๆ กับเรียนรู้งานบ้านจากผู้เป็นแม่ อัญชันเคยคิดว่าเธอเรียบๆ ไม่มีอะไรโดดเด่นเหมือนพี่น้องคนอื่นๆ บุษบาเป็นสาวหวานที่ชอบทำอาหาร บัวสวรรค์เป็นพี่สาวที่เก่งทุกด้าน การะเกดเองก็เก่งมาก ทั้งสองสาววีนเหวี่ยงเก่งพอกัน ในขณะที่เธอไม่ค่อยมีเรื่องวีนเหวี่ยงกับใคร ท่ามกลางครอบครัวเธอมักจะเป็นผู้ฟัง พี่ๆ น้องๆ ส่วนใหญ่จะพูดเก่งจนเธอพูดตามแทบไม่ทัน

สิ่งที่เป็นอยู่ไม่ได้ทำให้อัญชันคิดว่าตัวเองมีปัญหา หญิงสาวตระหนักดีว่าเธอมีความสุขมากเมื่ออยู่ท่ามกลางครอบครัว และรู้ด้วยว่าพ่อกับแม่รักลูกทุกคนเท่าๆ กัน แต่การต้องมาอยู่ใกล้ชิดคนอย่างลีโอนาร์ดทำให้เธอฉุกคิด ชีวิตมันมีมากกว่าความเคยชิน สิ่งท้าทายมักแฝงตัวอยู่นอกบ้านเสมอ อย่างเช่นสิ่งที่เธอกำลังเผชิญ

การเป็นเมียลีโอหรือนายสิงห์ที่ใครๆ เรียกขานย่อมเป็นบทบาทใหม่ที่เธอต้องเรียนรู้ แม้จะเป็นเรื่องสมมุติและหญิงสาวคิดไม่ออกว่าเธอกับเขาจะแยกจากกันอย่างไร มีอย่างหนึ่งที่เธอรู้ก็คือชีวิตของเขาน่าสนใจ พอๆ กับเรื่องคดีที่ยังต้องหาคนร้าย

ใครเป็นคนฆ่าลองก่า

การที่เธอตกอยู่ในเหตุการณ์เป็นแค่เรื่องบังเอิญหรือจงใจ

อะไรทำให้ลีโอนาร์ดกลายเป็นคนขี้งก

แค่สามเรื่องนี้ก็ทำให้ต่อมอยากรู้ของเธอลิงโลด อยากค้นหาคำตอบให้ได้ในเร็ววัน เพราะรู้ดีว่าเวลาเธอมีไม่มากแต่หวังให้มันมากพอสำหรับสองคำถามแรกก็เพียงพอ

สาวดอกไม้คิดโดยไม่รู้ว่าอีกไม่นานเธอจะได้รู้คำตอบทั้งหมดด้วยตัวเอง และคำตอบสุดท้ายอาจเหนี่ยวรั้งหัวใจหญิงสาวเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ที่ที่มีแต่เขากับเธอ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

2,225 ความคิดเห็น

  1. #2207 ao_majo (@ao_majo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 14:29

    อัญไปเยียบเท้าใครกันนะ ถึงถูกใส่ร้ายแบบนี้

    #2207
    0
  2. #1610 toffee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 21:03
    พอจะลุยก็ใส่ซะสาวตั้งหลักไม่ถูกเลย ลีโอ ^ ^
    #1610
    0