ล้ น ใ จ รั ก ชุดรักคือเธอ (บุษบา + คาวี)

ตอนที่ 9 : ... พี่ถึกของบุษบา [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 666
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    11 ธ.ค. 63

วันรุ่งขึ้นบรรยากาศอึมครึมยังคงครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ้าน สมทรงที่แอบดูเหตุการณ์ตั้งแต่เมื่อคืนรีบขึ้นมาหาบุษบาแต่เช้า กระเป๋าเสื้อผ้าที่วางบนเตียงทำให้คนสูงวัยใจหายหากปล่อยให้เจ้าหล่อนลากกระเป๋าออกไปพ้นห้อง ไม่แคล้วระเบิดได้ลงกลางบ้าน

“คุณเดหลี…” สมทรงเรียกเจ้าของกระเป๋าที่ตาแดงๆ หน้าเซียวๆ มองปราดเดียวก็รู้ว่าหญิงสาวไม่ได้นอนมาทั้งคืน

“เดหลีจะกลับบ้านค่ะ” บุษบาหันมาบอก

“โธ่…อย่าเพิ่งกลับเลยนะคะ อยู่ช่วยป้าดูนายคาวีก่อนเถอะ” คนสูงวัยลงทุนขอร้องนางรู้นิสัยคาวีดีกว่าใคร ด้วยเห็นชายหนุ่มมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เรื่องเมื่อคืนคาวีไม่ได้มีเจตนาอย่างที่บุษบากล่าวหาสักนิด

“ไม่ค่ะ เดหลีจะกลับ เดหลีทนอยู่กับคนหยาบคายอย่างเขาไม่ได้หรอก” เธอบอกอย่างกระแทกกระทั้น เกิดมาเคยมีใครกล้ามองเธอแบบนั้นบ้าง หากคุณป๋าและน้องชายเธอรู้ว่ามีคนกล้ามองเธอแบบนั้น รับรองเลยว่าฟาร์มแห่งนี้จะโดนระรานจากน้องๆ มหาตัวแสบอย่างมหาโชค มหาลาภและมหาเสน่ห์

“โธ่ อย่าถือสานายเลยนะคะ” สมทรงขอร้อง “ที่เป็นแบบนี้คงหงุดหงิด คนเคยเดินเหินสะดวกนี่คะคุณ จู่ๆ เดินไม่ได้ก็ต้องมีเสียใจกันบ้าง” นางอ้างถึงอาการบาดเจ็บกำมะลอของเจ้านาย ความจริงแล้วสมทรงไม่เห็นด้วยที่คาวีโกหก แต่พอรู้ว่าบุษบาตั้งใจจะไปจากที่นี่ นางจึงต้องยกมาอ้างเพื่อฉุดรั้งหญิงสาวเอาไว้

อาการเจ็บของเขาทำให้ใจของสาวดอกไม้เย็นลง หัวใจที่เคยเต้นแรงด้วยความโกรธค่อยๆ ลดจังหวะลงเหลือแต่ความรู้สึกสำนึกผิดปนห่อเหี่ยว หญิงสาวย้ำกับตัวเองเสมอว่าเธอเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด หากไม่เหม่อลอยจนข้ามถนนแบบไม่ดู เขาก็ไม่เป็นแบบนี้

บุษบาเอื้อมไปเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าสีหวานของตัวเอง สมทรงยิ้มแป้นอาสาจัดเสื้อผ้าใส่ตู้ให้ หญิงสาวพยายามปฏิเสธเพราะเกรงใจ แต่ไม่ว่าอย่างไรคนสูงวัยกว่าก็ยืนกรานจะทำให้เลยได้แต่นั่งดูพร้อมถอนหายใจ

“งั้นเดหลีลงไปทำอาหารเช้าแทนป้าแล้วกันนะคะ” สาวดอกไม้บอกอย่างปลงตก

“คุณเดหลีทำอาหารเป็นด้วยเหรอคะ” สมทรงหันมาถาม ท่าทางอ้อนแอ้นดูเป็นคุณหนูจ๋าทุกกระเบียดนิ้วเนี่ยนะ จะทำกับข้าวเป็นด้วย

“เดหลีเรียนจบทางด้านนี้มาค่ะ” สาวดอกไม้ยิ้มบาง พร้อมกับขอตัวลงไปด้านล่าง

หญิงสาวเดินผ่านห้องไอ้คุณถึกจอมอหังการ ตวัดค้อนใส่ประตูห้องหนึ่งที ก่อนวิ่งปรู๊ดลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว

 

กลิ่นอาหารหอมไปทั่วห้องครัวเล่นเอาหนุ่มๆ แก่ๆ ที่มาแอบดูพากันกลืนน้ำลายลงคอคนละหลายอึก ท่าทางคล่องแคล่วชำนาญงานครัวสร้างความปลาบปลื้มให้คนที่คาดหวังว่าฟาร์มแห่งนี้จะมีนายหญิงกับเขาสักที ทุกคนต่างล่าถอยเมื่อสมทรงเดินไปตะโกนเรียกลูกชายที่หน้าบ้าน มะกอก มะยม มะเฟืองต่างพากันวิ่งอ้อมไปหน้าบ้าน เพื่อขึ้นไปช่วยกันพยุงเจ้านายลงมาจากห้อง แต่ครั้นไปถึงห้องก็ต้องร้องเหวอ วิ่งกระเจิงออกมา

“ไม่ไปโว้ย!!”

เสียงกัมปนาทดังจากห้องนอนใหญ่ ตามด้วยเสียงวิ่งตึงตังลงบันไดทำให้คนทำอาหารอยู่ต้องวางมือ บุษบามองสามหนุ่มต่างวัยวิ่งลงมาจากชั้นบนอย่างตาลีตาเหลือก หญิงสาวทำเสียงขึ้นจมูกแล้วหันกลับไปสนใจหม้อข้าวต้มบนเตาต่อ

“นายไม่ยอมลงมาค่ะ คุณเดหลี”

ถัดจากสามหนุ่มก็เป็นสมทรงที่เดินแกมวิ่งลงมา หญิงสาวนึกโมโหคนเจ้าอารมณ์กระนั้นก็ปรามๆ ตัวเองเอาไว้ โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะเดินไม่ได้ เขาเลยหงุดหงิด อีกอย่างเธอก็รู้สึกผิดที่เผลอด่าเขาไปตั้งสองครั้ง ‘ไอ้พี่ถึกบ้า’ กับ ‘ไอ้ถึกหื่น’ ไม่น่าออกจากปากคนอย่างเธอเลยจริงๆ

“งั้นเดี๋ยวป้ายกอาหารไปให้เขาบนห้องก็ได้ค่ะ” หญิงสาววางทัพพี ปิดแก๊สแล้วหันไปบอก

สมทรงส่ายหน้าหวือ “ไม่ดีกว่าค่ะ ป้ากลัว…” นางทำหน้ากลัวได้สมจริงยิ่งกว่าดาราเจ้าของรางวัลโทรทัศน์ทองคำเสียอีก

“เขาไม่ทำอะไรป้าหรอกค่ะ ที่เป็นแบบนี้เพราะเขาป่วย” เธอยกคำพูดของสมทรงเมื่อเช้ามากล่าวอ้าง ถึงอย่างนั้นสมทรงก็ยืนกรานไม่ยกอาหารขึ้นไปอยู่ดี

“สงสารป้าเถอะนะคะ เดี๋ยวป้าจะเก็บของในครัวให้ อ้อ แล้วก็อย่าหวังจะใช้คนงานนะคะ เพราะนายไม่อนุญาตให้ใครขึ้นมาบนบ้าน” สมทรงบอก

คาวีเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามในอาณาเขตของตัวเองมากนัก มีไม่กี่คนที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาปัดกวาด ทำความสะอาดบ้าน

เวลาต่อมาบุษบาจำต้องเป็นคนยกถาดอาหารขึ้นไปบนห้องนอนใหญ่ด้วยตัวเอง หลังจากคุยกับสมทรงแล้วเธอก็เที่ยวเดินตามหามะกอก มะยมแต่ก็ไม่พบ สองคนนั้นคงกลัวจนหัวหด เธอเลยต้องรับภาระนี้

ประตูห้องที่แง้มไว้ทำให้หญิงสาวเดินเข้าไปได้สะดวก ร่างสูงใหญ่ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงก่อให้เกิดความรู้สึกผิดขึ้นอย่างท่วมท้น คาวีกำลังพยายามใช้มือพยุงตัวเองนั่งอิงหัวเตียง หญิงสาวรีบวางถาดอาหาร แล้วปราดเข้าไปช่วย ลืมเลือนความขุ่นเคืองใจไปชั่วขณะ

“ฉันช่วยค่ะ”

การช่วยเหลืออย่างเก้ๆ กังๆ ของเธอผ่านไปด้วยดี มีบางขณะที่ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มจนเธอต้องผงะออก บุษบาเกือบส่งค้อนให้เขา หากไม่เห็นสีหน้าหงุดหงิดกึ่งบึ้งนั่นเสียก่อน หญิงสาวหันไปประคองถาดอาหารมาวางไว้บนตักเขา

“ผมไม่กินข้าวเช้า”

ปากแดงที่มีหนวดรายล้อมขยับบอก น้ำเสียงติดจะแง่งอนนิดๆ เขายังไม่หายโกรธเรื่องเมื่อคืนนะ…ยังจำได้ดีตอนที่เธอคว้าจานผัดกะเพรามาราดหัวเขา แถมด่าเขาปาวๆ ว่าไอ้ถึกบ้ากับไอ้ถึกหื่น เขามันหื่นตรงไหนกัน ยังไม่ได้แสดงออกไปสักนิดเดียว

บุษบาปัดความฉุนเฉียวทิ้ง “กินหน่อยนะคะ คุณมียาหลังอาหารที่ต้องกิน” เธอยกช้อนจ่อใกล้ปากเขา สบดวงตาคมกริบราวกับวัดใจ หญิงสาวรู้สึกประหม่าพร้อมเกร็งบ้างแต่ก็เล็กน้อยเท่านั้น เธอเกิดมาท่ามกลางผู้ชายหน้าตาดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นพ่อ น้องชายและญาติๆ ดังนั้นนายหนวดคาวีไม่มีผลต่อระบบการเต้นของหัวใจเธอแน่นอน ที่มันเต้นแรงอยู่ขณะนี้ก็เพราะความไม่คุ้นเคยและความกลัวล้วนๆ

ปากแดงๆ ยอมอ้าเมื่อถูกปลายช้อนดุนสองครั้งติดกัน คาวีกินข้าวจนหมดและยอมกินยาอย่างว่าง่าย ตอนที่สมทรงมาเล่าว่าเธอเก็บเสื้อผ้าจะกลับบ้าน เขาโมโหแทบตาย เลยอาละวาดด้วยการไล่ตะเพิดพวกนั้นให้กระเจิง ครั้นพอเห็นเธอประคองถาดเข้ามา อารมณ์เขาก็เย็นลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

บุษบาเหลือบมองเฝือกตรงขาชายหนุ่ม ไม่น่าเชื่อว่าอุบัติเหตุเล็กๆ จะส่งผลร้ายแรงได้ขนาดนี้ หญิงสาวนึกปลงตกต่อโชคชะตา มันอาจเป็นเวรกรรมแต่ชาติปางก่อนของเธอก็ได้หรือไม่ก็เกิดจากกรรมในชาตินี้ เธอโกหกคุณป๋า โกหกทุกคน ฟ้าเลยส่ง ‘กรรม’ ที่ชื่อนายคาวีนี่มาสนอง…

“คุณยังเจ็บแผลหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามหลังจากที่เขากินยาหลังอาหารเรียบร้อยแล้ว

“ไม่!” ชายหนุ่มตอบเสียงติดจะห้วน “ไม่รู้สึกอะไรเลย” ตอกย้ำความทุพพลภาพของตัวเองกับหญิงสาว

ใบหน้างามจืดเจื่อน “หมอบอกว่าคุณมีโอกาสหาย” สาวดอกไม้ต้องการสร้างขวัญและกำลังใจให้เขา คิดในแง่ดีว่าเขาอาจจะไม่ใช่คนโหดร้ายอะไร ที่เป็นแบบนี้คงเพราะกำลังหงุดหงิด หากเป็นเธอได้รู้ว่าตัวเองจะเดินไม่ได้คงได้แต่ร้องไห้โฮ หมดอาลัยตายอยากกับชีวิตเป็นแน่

“พูดแบบนี้ คงอยากไปจากผมเต็มแก่แล้วสินะ” คาวีประชดประชันแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

“เปล่านะคะ ที่ฉันจะจ้างพยาบาลกับนักกายภาพบำบัดนั่นเพราะว่าฉันอยากให้คุณหายไม่ได้ต้องการจะปัดความรับผิดชอบแต่อย่างใด” บุษบาอธิบายอย่างมีเหตุผล

“ผมไม่ต้องการพยาบาล” ชายหนุ่มยืนกรานเสียงหนัก

“แต่คุณต้องการนักกายภาพบำบัดนะคะ” หญิงสาวโต้กลับเสียงแข็งพอกัน

“ไม่ใช่ตอนนี้นี่” เขาชี้ไปที่เฝือกอันใหญ่บนขา สาวดอกไม้เห็นดังนั้นจึงถอนหายใจ

“ฉันไม่รู้วิธีดูแลคนป่วยค่ะ ฉันไม่ได้เรียนมาทางนี้ อีกอย่างฉันต้องกลับบ้านค่ะ หากฉันหายตัวมานาน คนในครอบครัวฉันจะเป็นห่วง”

ดวงตาคมกริบวาววับเมื่อได้ยินคำว่า ‘ครอบครัว’ ชายหนุ่มถามกลับอย่างฉุนขาด

“คุณหนีผัวมาหรือไง!”

หญิงสาวอ้าปากค้างไปหลายวินาที ก่อนจะสวนกลับอย่างไม่ลดราวาศอก

“บ้าสิ คนทุเรศ! มาหาว่าฉันมีสามีได้ไง” แหวเสียงแหลมอย่างไม่เคยทำ

“อ้าว จะไปรู้เหรอ ก็เห็นอ้างว่าจะกลับไปหาครอบครัว ผมก็นึกว่ามีลูกมีผัวแล้ว” คนป่วยกำมะลอตอบด้วยน้ำเสียงติดรื่นเริงนิดๆ

“ใช้คำว่าสามีย่ะ” สาวดอกไม้ขึ้นเสียงสูง รับไม่ได้กับคำว่า ‘ผัว’ ฟังดูแล้วมันหยาบคาย หยาบคายที่สุด!

“ผัว!”

“สามี!”

“ผัว!”

บุษบาหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะโต้รัว

“สามีๆๆ”

คาวีกดยิ้มตรงมุมปาก ก่อนจะขานรับ…

“จ๋าๆๆ” เขารับเสียงหวานเจี๊ยบทีเดียว ขัดกับใบหน้าและบุคลิกอย่างสุดโต่ง

“กรี๊ด…ไอ้ถึกบ้า!” คนตัวเล็กที่แพ้จนหมดรูปรีบวิ่งออกไปจากห้อง ปล่อยให้คนป่วยนั่งหัวเราะอยู่บนเตียง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น