ล้ น ใ จ รั ก ชุดรักคือเธอ (บุษบา + คาวี)

ตอนที่ 55 : อุปสรรคที่เคลื่อนตัว ...[2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    16 ก.พ. 64

ผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่เป็นภาพที่ชินตาในสนามบินเกือบทุกประเทศ ชายหนุ่มร่างสูงที่เดินโอบเอวหญิงสาวร่างโปร่งออกจากทางเดินผู้โดยสารขาเข้าตกเป็นเป้าสายตาหลายคู่เนื่องจากสาวเจ้าซึ่งสวมเสื้อแขนยาวชีฟองสีเหลืองอ่อนกับกางเกงยีนส์สีเข้มอวดเรียวขางามเสริมด้วยรองเท้าส้นสูงปรี๊ดซึ่งบ่งบอกความมั่นใจ กำลังทำท่าทางง่องแง่งใส่ชายหนุ่มเหมือนคู่รัก ฝ่ายชายสวมแว่นตาเรย์แบน เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็กส์ดูเรียบหรูตั้งแต่หัวจดเท้า

“โอ๊ย หัวใจละลาย ผู้ชายอะไรหล่อเวอร์” หญิงสาวกลุ่มหนึ่งกำลังกระซิบกระซาบกันอย่างออกรส

“นั่นสิ โอบกอดเหมือนกลัวจะพรากจากกัน มีแฟนแบบนี้ฉันรักตายเลย” ท่าทางโอบกอดแน่นทำให้สาวๆ หลายคนมองด้วยสายตาเพ้อฝัน

พุทธชาดยิ้มมุมปากเมื่อรู้ว่าเขากับแฝดผู้น้องตกเป็นเป้าสายตาผู้คนในสนามบิน ชายหนุ่มเอียงหน้าไปชิดกลุ่มผมสลวย

“อี๋…ไอ้พี่บ้า เอาหน้าตัวออกไปห่างๆ แล้วก็ปล่อยเอวเค้าได้แล้ว ผู้ชายอื่นเห็น เข้าใจผิดหมดพอดี” การะเกดกระซิบสั่งเสียงผวา ให้มันได้อย่างนี้สิน่า ไปไหนมาไหน ไอ้นี่ชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอทุกที มันดูเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่หวงน้อง แต่สำหรับเธอแล้ว…มันโคตรหลอน!

ไม่เข้าใจว่าผู้หญิงตระกูลเธอถูกสาปมาแต่ชาติปางไหนถึงมีผู้พิทักษ์เป็นชายที่มีความหวงผู้หญิงในบ้านระดับแอดวานซ์ด้วยกันทั้งนั้น เริ่มตั้งแต่คุณป๋าที่หวงแม่รักแม่ที่สุดในสามโลก ดีเอ็นเอความรักความหวงคงถ่ายทอดมาสู่ลูกชายทุกคน

การะเกดขนลุก…พุทธชาดแค่เบาะๆ กอดบ้าง หอมผมบ้าง ถ้าเป็นไอ้พวกมหาละก็ มันทำท่าจะจูบโชว์เลยทีเดียว น่ากลัวที่สุด!

“ขึ้นรถก่อน” พุทธชาดตอบเสียงเรียบ กอดเอวน้องสาวเดินไปที่รถซึ่งรออยู่ก่อนแล้ว

“ดะ…เดี๋ยวก่อนสิ” การะเกดท้วง แม้จะโดนบังคับขืนใจให้มาด้วย แต่ก็ยังไม่วายตั้งเงื่อนไข ทริปนี้เธอกับพุทธชาดเดินทางมาแค่สองคนโดยไร้เงาบอดีการ์ดตามตัว

“อะไร” ใบหน้าหล่อเหลาก้มต่ำ

เฮ้อ…สำหรับคนที่เพิ่งเห็น หัวใจคงละลายไปได้ง่ายๆ ก็แฝดพี่เธอนั้นหล่อเหลาที่สุดในบ้าน พุทธชาดเป็นศูนย์รวมความดูดี หล่อจนน้องๆ สามมหายังเคยแอบค่อนว่าเอามาจนหมดพวกนั้นเลยได้รับเศษเสี้ยวความหล่อและมากด้วยความดิบเถื่อน

“เราลองขึ้นรถโดยสารไปดีปะ เปลี่ยนบรรยากาศ” หญิงสาวอ้อน

“หือ…ไม่ดีกว่า เดี๋ยวตัวจะเมื่อยเสียเปล่าๆ นั่งรถเช่าของสนามบินไปสบายกว่านะ” เจ้าของเสียงทุ้มใช้มือปัดปอยผมที่หลุดระพวงแก้มน้องสาว

“แต่เค้าอยากลองนั่งบ้างนี่ ตั้งแต่เกิดมาเค้ายังไม่เคยขึ้นรถทัวร์เลยนะ อีกอย่างกรุงเทพฯ กับบ้านพี่รักก็ห่างกันไม่ถึงสามชั่วโมง ไม่เมื่อยหรอกเสร็จแล้วเราก็โบกรถเข้าไปในหมู่บ้านกันนะ นะ…นะ…” การะเกดเขย่าแขนแฝดผู้พี่ พุทธชาดยิ้มอ่อนโยน หญิงสาวแทบกรีดร้อง ยิ้มแบบนี้แสดงว่าใจอ่อนแล้ว เสร็จเธอละ…

สองพี่น้องนั่งรถแท็กซี่เพื่อไปลงสถานีขนส่งหมอชิต การต้องเดินหาช่องซื้อตั๋วและได้เห็นผู้โดยสารมากมาย ทำให้สองพี่น้องเพลิดเพลินกับประสบการณ์แปลกใหม่ แม้จะตกเป็นเป้าสายตาใครหลายคนก็ตาม เสียงหัวเราะกังวานขึ้นเมื่อมานั่งบนรถโดยสาร หัวเข่าที่ชิดกับเบาะด้านหน้าทำให้การะเกดอดหัวเราะไม่ได้

พุทธชาดทำหน้าอิหลักอิเหลื่อ คนออกแบบคงออกแบบมาสำหรับคนไทยสินะ ลูกผสมที่ตัวสูงขายาวอย่างเขาเลยนั่งเก้าอี้บุด้วยเบาะนิ่มนี่ไม่ค่อยถนัด

ประมาณสิบห้านาทีรถทัวร์โดยสารก็แล่นออกจากชานชาลามุ่งหน้าออกจากกรุงเทพฯไปยังจุดหมาย จมูกโด่งรั้นย่นก่อนสูดลมหายใจฟุดฟิด เมื่อกลิ่นอาหารโชยมา หญิงสาวกำลังชมรายการตลกของประเทศไทยที่พนักงานเปิดให้ชมอย่างเพลิดเพลิน กระทั่งสะดุดกับกลิ่น…

“กลิ่นไส้กรอก” หญิงสาวหันไปเปรยกับฝาแฝดที่เหมือนจะได้กลิ่นแล้วเหมือนกัน

สองพี่น้องสบตากัน ใช่ว่ารังเกียจ…ทั้งสองชอบกินด้วยซ้ำไป แต่มันใช่เรื่องหรือที่ต้องมากินบนรถปรับอากาศแบบนี้

“อืม” พุทธชาดพยักหน้า สีหน้าใกล้เคียงคำว่าพะอืดพะอมมากๆ ชายหนุ่มรู้สึกคลื่นเหียนยามสูดกลิ่นเข้าไป

เสียงคุยจ้อกแจ้กของผู้โดยสารผู้เป็นเจ้าของกลิ่นทำให้สองพี่น้องชะเง้อมอง เป็นหญิงสาวสองคน การะเกดมองผู้โดยสารคนอื่นๆ ก็เห็นว่ามีสีหน้าไม่ต่างจากพวกเธอ แน่ละ! ใครได้กลิ่นก็ต้องนิ่วหน้า กลิ่นแอร์บนรถว่าน่าอึดอัดแล้ว ยังสู้เจ้ากลิ่นนี้ไม่ได้ กว่าสองสาวจะกินไส้กรอกหมด รถก็เคลื่อนตัวออกจากการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ทิวทัศน์ข้างทางทำให้หญิงสาวมองเพลิน การเดินทางแบบนี้นับว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่แม้จะไม่ค่อยประใจกับกลิ่นกับเสียงก็ตามเถอะ การะเกดหันมองคนข้างตัวก็พบว่าพุทธชาดกำลังมองนอกหน้าต่างเหมือนกัน ดวงตาสีฟ้าคมเหลือบมาประสานกับเธอ

‘ไม่ยอมหลับแฮะ ท่าจะกลัวเธอหาย…’ การะเกดคิดอย่างขำๆ

หญิงสาวเบือนหน้าหันไปทางกระจก อดคิดถึงผู้เป็นพ่อไม่ได้ ที่เธอต้องมาเพราะโดนประกาศิตจากคุณป๋าให้มาหาพี่สาวที่เดินทางมาประเทศไทยมาสักพักแล้ว หรือพูดให้ชัดเจนคือมาพาตัวกลับ ไม่ก็มาคุมเฝ้า คุ้มครอง ใช้คำไหนก็ได้ซึ่งนั่นหมายถึงพี่สาวหมดเวลาจะมีอิสระนอกกรงทอง

ดวงตาสีฟ้าสดใสฉายแววเจ้าเล่ห์ ว่าพวกผู้ชายในบ้านหวงร้ายกาจ สาวๆ ดอกไม้บ้านเธอก็มีอิทธิฤทธิ์ไม่แพ้กัน งานนี้คงต้องดวลกันสักตั้ง…เปลือกตาบางหลับพริ้มปิดกั้นแววตาแพรวพราวจากพี่ชายฝาแฝด


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1629 ploy_pns2 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:33
    เอาแล้วววว มีคนมารับกลับบ้านแล้ว~~~
    #1,629
    0