ล้ น ใ จ รั ก ชุดรักคือเธอ (บุษบา + คาวี)

ตอนที่ 42 : คาโร่แปลว่าที่รัก [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    31 ม.ค. 64

ตลาดสดในอำเภอมีผู้คนเดินพลุกพล่านจับจ่ายซื้อของเต็มไปหมด สมทรงพานายสาวเข้าออกร้านโน้นร้านนี้เสียสนุก บุษบาชอบซื้อของในตลาดสดมากกว่าเดินซูเปอร์มาร์เกต ได้ยืนฟังสมทรงที่รู้จักมักจี่แม่ค้าพอสมควรต่อรองราคากันทำให้เธออดยิ้มไม่ได้

“ป้าสมต่อราคาเก่งจังเลยนะคะ เป็นเดหลีไม่กล้าต่อสักบาท” หญิงสาวบอกขณะเดินไปซื้อไก่สด เธอไม่กล้าต่อแน่ๆ

“รู้จักกันน่ะค่ะ ซื้อกันบ่อยๆ ต่อนิดๆ หน่อยๆ พอให้สนุก บางอย่างป้าก็ไม่ต่อเพราะรู้ว่าเขารับมาแพง แม่ค้าพวกนี้ส่วนใหญ่เขาบวกกำไรโลละสิบบาททั้งนั้น เราต่อรองให้ลดสักบาทสองบาทจะเป็นไรไป” สมทรงบอก พร้อมชี้ให้นายสาวดูร้านโน้นร้านนี้เผื่ออยากมาซื้อของเองบ้าง

พอซื้อของเสร็จสมทรงจึงชวนหญิงสาวไปกินกวยจั๊บเจ้าอร่อย ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ แต่มีผู้คนนั่งอยู่เต็ม บุษบาและสมทรงต้องยืนรอครู่ใหญ่ถึงจะมีที่นั่ง ม้านั่งยาววางเป็นสี่เหลี่ยมตรงกลางมีคนขายพร้อมหม้อกวยจั๊บและเครื่องเคียงต่างๆ หญิงสาวสั่งธรรมดาแต่ไม่ใส่ปอดส่วนสมทรงสั่งพิเศษใส่ทุกอย่าง

“อร่อยจริงๆ ด้วยค่ะ” สาวดอกไม้เอ่ยปากชม ไม่แปลกใจที่มีลูกค้าเข้าออกเยอะ

“เห็นไหมล่ะคะ ซื้อกลับบ้านไปเผื่อนายหรือเปล่าคะ” แม่บ้านสูงวัยถามนายสาว หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิดก่อนส่ายหน้า

“ซื้อของไปทำเลยดีหรือเปล่าคะ จะได้ทำเผื่อลุงเฟืองกับคนอื่นๆ ด้วย” บุษบาบอก

สมทรงยิ้มแก้มแทบปริ ชื่นชมน้ำใจบุษบาเหลือเกิน ผู้หญิงคนนี้ไม่ถือตัว ไม่เย่อหยิ่งมะกอกแอบมากระซิบเล่าประวัติคร่าวๆ ของบุษบาให้นางฟัง รู้ทีแรกนางถึงกับตกใจ ไม่คิดว่าครอบครัวบุษบาจะเป็นถึงมหาเศรษฐีระดับโลก นั่นเพราะท่าทางการวางตัวของหญิงสาวไม่ได้เชิดหรือเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเหมือนอย่างที่ลูกคุณหนูทั่วๆ ไปทำกัน

“งั้นกินเสร็จเราไปหาซื้อของกัน

ก่อนที่ทั้งสองจะลุกออกจากร้าน สมทรงเหลือบเห็นหญิงสาวคนงานในไร่ที่นั่งอยู่อีกด้านสามคนนั้นกำลังซุบซิบบางอย่างพร้อมกับมองมาที่บุษบา เจ้าตัวเองก็เห็นแล้วแต่ไม่ได้พูดอะไร

“ไปเถอะค่ะป้าสม” หญิงสาวชวน ไม่ใส่ใจกับท่าทีการมองแล้วหันไปพูดคุยของคนกลุ่มนั้น

“รอประเดี๋ยวเถอะค่ะคุณ ป้าข้องใจ” คนข้องใจเดินตรงแน่วไปหาหญิงสาวสามคนที่ทำหน้าแตกตื่น

“มีเรื่องอะไรกัน มองเจ้านายแล้วหันไปซุบซิบนินทา” สมทรงยิงคำถามใส่สามสาวบุษบาเดินมารั้งต้นแขนนางเอาไว้ หากแต่นางไม่ใส่ใจ

“เจ้านาย” หนึ่งในสามสาวทวน มองตรงมาที่บุษบา แววตากังขาเล็กๆ ทำให้บุษบาที่ตอนแรกไม่สนใจ ชักสนใจขึ้นมาเสียแล้ว

“ก็เออสิ นี่เจ้านาย” แม่บ้านสูงวัยชี้มาที่สาวดอกไม้

“จะ…จริงเหรอป้า” อีกคนตะกุกตะกักถาม จากที่นินทากันไฟแลบ ตอนนี้ถึงกับพูดไม่ออก

“เออสิ ถ้าคุณเดหลีไม่ใช่เจ้านาย แล้วพวกเอ็งคิดว่าเป็นใคร” สมทรงย้อนถาม สามสาวสบตากันก่อนตอบพร้อมเพรียงกัน…

“เมียเช่า!”

กระบะวีโก้หอบพายุลูกใหญ่เข้ามาในฟาร์ม ทันทีที่รถจอดมะเฟืองกับสมทรงต่างขนของอ้อมไปทางหลังบ้าน

บุษบาลงจากรถด้วยอารมณ์ขุ่นมัวสุดๆ ปรี๊ดแตกตั้งแต่เจอคำว่า ‘เมียเช่า’ บ้าบอที่สุดสมสมรเรียกเธอแบบนั้นได้อย่างไร นี่มันดูถูกชัดๆ เหนือไปกว่าความโกรธคืออับอายที่มีคนไปเห็นภาพวาบหวามรัญจวนที่หลอกหลอนเธอทุกค่ำคืน

‘อ้ายเอิ้นเพราะฮักและเอ็นดูนางดอก’

ทำให้เธอตัวลอยมาได้ตั้งสองวัน ไฉนจู่ๆ คำว่า ‘เมียเช่า’ ทำให้ตัวพองๆ ของเธอฝ่อแฟบก็ไม่รู้ หญิงสาวเดินลงส้นไปตามขั้นบันไดจนถึงระเบียงบ้าน

“เหนื่อยไหม กินน้ำเย็นๆ ก่อนสิคุณ” คาวียิ้มร่าออกมารับ ชายหนุ่มยื่นแก้วน้ำเย็นให้หญิงสาว ทำให้คนที่กำลังจะอาละวาดชะงัก

บุษบารับแก้วน้ำแล้วถอยห่าง มองอย่างไม่ไว้ใจ ปกติไม่เห็นเขาเคยทำแบบนี้…คาวีไม่ยิ้มและพูดจาอ่อนหวานง่ายๆ หรอก

เจ้าของมากบารมียังฉีกยิ้มแป้นทั้งๆ ที่ใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ สมทรงแอบโทร. มารายงานเขาตั้งแต่อยู่ตลาดแล้ว นี่เขาคิดหัวแทบแตกเลยนะว่าจะรับมือบุษบาอย่างไร ทีแรกก็คิดจะฉุดไปคุยกันบนเตียงแต่มะยมท้วงเอาไว้

มันเป็นการหักหาญน้ำใจสาวและไม่แมนอย่างแรง!

“คุณได้ยินข่าวลือนั่นแล้วใช่ไหม” คนถามหน้าแดง เมื่อต้องย้อนไปนึกถึงเรื่องวาบหวาม ไม่น่าเลยจริงๆ เธอไม่น่าสงสัยเรื่อง ‘อีหวึ่ง’ เลยจริงๆ

“ก็นิดหน่อย” เจ้าของฟาร์มตอบเสียงอ่อยๆ ไม่ให้เสียงอ่อยได้อย่างไร ตาเธออย่างกับจะลุกเป็นไฟ

“นิดหน่อยแค่ไหน” สาวดอกไม้ถามอย่างเอาเรื่อง

“นิดหน่อยน่า เดี๋ยวผมจัดการให้นะ เรื่องไม่จริงคุณอย่าเก็บมาคิดให้รกสมองเลย” ชายผู้ไม่เคยปลอบหญิงใดค่อยๆ พูด

“ไม่จริงที่ไหนกัน!” ตวาดออกไปแล้ว หญิงสาวถึงกับอยากแทรกแผ่นไม้หนีอาย

อร๊าย…เธอจะไปรื้อฟื้นความทรงจำทำไมอีกเนี่ย

“จริงก็รู้กันแค่สองคนดีกว่านะ เรื่องสมรผมวานให้ป้าสมแกจัดการแล้ว คุณเลิกโมโหเถอะ ไหนว่าจะทำกวยจั๊บให้กินไง ผมหิ้วท้องรออยู่นะ” เจ้าของบ้านหนุ่มออดเสียงอ่อน มันอ่อนจนเจ้าตัวตกใจว่าตัวเองทำเสียงแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไร

แหย…และไม่แมนเอามากๆ!

“นี่คงโทร. รายงานกันหมดแล้วสิ” หญิงสาวพูดแค่นั้นก็เดินหน้าง้ำเข้าบ้าน ทิ้งให้อีกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก

คาวีไม่เข้าใจตัวเองจริงจริ๊งว่าจะกลัวทำไม แค่ผู้หญิงโกรธ…อีกอย่างตัวเธอก็เล็กแค่นี้พูดยากนักจับหักคอจิ้มน้ำพริกก็สิ้นเรื่อง ทำไมต้องลนลานหาทางง้อไม่ให้โกรธด้วยก็ไม่รู้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น