ล้ น ใ จ รั ก ชุดรักคือเธอ (บุษบา + คาวี)

ตอนที่ 34 : ตีเหล็กมันต้องตีตอนร้อน กะเทาะหัวใจสาวต้องทำตอนตั้งตัวไม่ติด [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    25 ม.ค. 64

‘ถ้าคุณไม่กลัวตาย…ก็ลองมารักฉันสิ!’

อร๊ายยย! น่าอับอายที่สุดในสามโลก เจ้าของ ‘วลีเด็ด’ กรีดร้องกับหมอน พูดจบเธอก็เปิดแน่บด้วยการตั้งหน้าตั้งตาวิ่งขึ้นห้อง มากรีดร้องอยู่บนเตียงนอน ไม่รู้วิญญาณลูกสาวเจ้าพ่อที่ไหนเข้าสิง ถึงได้จินตนาการว่าคุณป๋าเป็นโจวเหวินฟะ แล้วประกาศใส่หน้าเขาด้วยวาจาห้าวหาญ

เสียงหัวเราะไล่หลังยังตามหลอกหลอนชวนให้โมโห อีตาบ้านั่น! หัวเราะเยาะเย้ยเธอแน่ๆ หญิงสาวคิดอย่างเจ็บใจ ใบหน้าหวานแดงซ่าน ความอายกลบความโกรธที่โดนเขาหัวเราะเยาะเย้ยเสียมิด เธอเองไม่ใช่หรือที่ตะโกนใส่หน้าเขา หญิงสาวลงโทษตัวเองด้วยการไม่ลงไปกินข้าว ซึ่งจริงๆ แล้วคือหลบหน้าชายหนุ่ม เธอไม่กล้าสู้หน้าเขาหรอก ไปประกาศแบบลูกคุณหนูที่มีพ่อเป็นมาเฟียขนาดนั้น

คาวีไม่ให้หญิงสาวมีเวลาได้ตั้งตัว เขายึดคำที่ว่า ‘ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน’

“ผมนับหนึ่งถึงสาม ถ้าคุณยังไม่เปิด ผมจะพังประตูเข้าไป แล้วไม่ต้องคิดว่าผมไม่กล้านะ…” เสียงห้าวดังข่มขู่อยู่หน้าห้อง หลังจากเขาพยายามเคาะเรียกหญิงสาวให้ลงไปกินข้าวอยู่นาน

คนซบหน้ากับหมอนลุกขึ้นนั่งทำตาเขียวใส่ประตู…ยังเถื่อนได้อีก!

“หนึ่ง…”

บุษบายังคงนั่งหน้าบึ้งกอดอกนิ่งบนเตียง

“สอง…” เสียงห้าวของคาวีเข้มขึ้น

ใบหน้าหวานเริ่มไร้สีเลือด ทั้งที่ตายังจ้องเป๋งที่ประตู

“สะ…”

“เปิดแล้ว!” หญิงสาวกระโดดลงจากเตียง วิ่งไปเปิดประตูห้อง แล้วก็ต้องกรีดร้องหาไทม์แมชีนของโดราเอมอน คนปากแดงกำลังฉีกยิ้มกว้างรอเธออยู่หน้าห้อง ดวงตาคมของเขาเจือรอยขบขัน

“ไปกินข้าว” กระนั้นแล้วคำพูดเรียบๆ ของเขาก็ทำให้เธอลดความประหม่า

“อือ…” คำตอบรับของบุษบาแฝงด้วยความแง่งอน เธอเดินออกจากห้องเหมือนก่อนหน้านั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

แม่บ้านสูงวัยเก็บความดีใจเอาไว้ไม่มิด เมื่อเจ้านายทั้งสองเดินลงมากินอาหารด้วยกันหลังจากที่มึนตึงและงอนกันอยู่นานหลายวัน คาวีนั่งฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาว บุษบาเอาแต่ก้มหน้าก้มตากิน เขาเองก็หิวโซจนไม่มีอารมณ์จะต่อปากต่อคำด้วย อาหารบนโต๊ะมื้อนั้นถูกกินเรียบ ชนิดที่สุนัขเห็นแล้วต้องค้อนให้

“คืนนี้จะกลับมานอนบ้านหรือเปล่าคะนาย” สมทรงถามหลังจากชายหนุ่มลุกไปนั่งที่ห้องนั่งเล่นซึ่งอยู่ติดกับห้องรับประทานอาหาร

“คิดก่อน” เจ้าของบ้านหนุ่มตอบเสียงเรียบ บุษบาที่กำลังช่วยแต้วเก็บจานชามบนโต๊ะได้ยินแล้วถึงกับแบะปาก

“ใกล้ป่า ใกล้น้ำ ยุงมันเยอะ อย่าไปเลยนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” คนที่เห็นชายหนุ่มมาแต่อ้อนแต่ออกขอร้อง

“กางมุ้งนอนน่า ป้าอย่าห่วงเลย”

“โธ่…ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นอนบนแคร่แข็งๆ แถมอากาศยังหนาว จะทรมานตัวเองไปเพื่ออะไรคะ”

บทสนทนาดังกล่าวตัดจบลงเมื่อคาวีไม่หันมาตอบ สมทรงส่ายหน้าเดินกลับเข้าไปในครัว ผ่านห้องรับประทานอาหารซึ่งบุษบายืนอยู่ แม่บ้านสูงวัยขอตัวกลับ ส่วนแต้วเลี่ยงไปล้างจานพร้อมทั้งบอกว่าจะเดินออกทางหลังบ้านเลย ไม่เข้าไปลาหญิงสาวและเจ้านายอีก

สารคดีที่ฉายอยู่บนจอทีวีขนาดห้าสิบนิ้ว ไม่ได้ทำให้บุษบาเพลิดเพลินสักนิด ยิ่งนั่งอยู่นานก็ยิ่งอึดอัด เขาทำเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาไม่เคยบอกความในใจ พอๆ กับที่เธอไม่เคยทำกร่างเป็นลูกสาวเจ้าพ่อ หญิงสาวนั่งดูอีกพัก วางใจว่าเขาจะไม่ออกจากบ้านอีกจึงค่อยลุกไปหาอะไรทำในครัว

บุษบานำข้าวของที่ฝากสมทรงซื้อออกจากถุงพลาสติกที่สกรีนโลโก้ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แป้งไข่และส่วนผสมอีกหลายอย่างถูกคลุกเคล้าด้วยกัน

ตะวันที่กำลังลับไปกับเหลี่ยมเขา ลำแสงสีส้มนวลตากระจายไปทั่วท้องฟ้า เฉลียงด้านข้างตัวบ้านเป็นมุมที่เห็นทิวทัศน์นี้ได้ บ้านบนเนินท่ามกลางธรรมชาติพาให้คนอยู่อบอุ่นหัวใจแม้ตัวเองจะไม่ใช่เจ้าของบ้านหลังนี้ก็ตาม สาวดอกไม้มองทิวทัศน์เบื้องหน้าด้วยความสุข ต่อให้ประกาศออกไปว่าจะลอกแบบบ้านไปสร้างให้ใหญ่กว่า สิ่งหนึ่งที่เธอทำไม่ได้คือการหาทิวทัศน์รอบบ้าน ที่ดินกว้างขวางไกลสุดลูกหูลูกตา มีทั้งฟาร์มโคเนื้อ โคสวยงามและสวนผลไม้ เธอจะไปหาเอาจากที่ไหน หรือหาได้แล้วจะมีองค์ประกอบอย่างที่มากบารมีฟาร์มได้หรือไม่

คำตอบคือ…ไม่ได้ ต่อให้เอาแบบบ้านไปสร้างให้ใหญ่กว่า สวยกว่า เงินก็ไม่สามารถหว่านซื้อองค์ประกอบหลายอย่างภายในมากบารมีฟาร์ม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น