ล้ น ใ จ รั ก ชุดรักคือเธอ (บุษบา + คาวี)

ตอนที่ 33 : ... หัวใจที่ขาดรักกับหัวใจที่ข(ล)าดเข(ล)า [4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

กับข้าวคำแรกที่เธอทำให้เขากิน ชายหนุ่มยังจำได้ดี คำแรกคิดถึงรสมือแม่ ใช่ว่าเขาจะรั้งเธอไว้เพราะทำอาหารอร่อยเหมือนแม่ แต่เขาไม่เคยได้กินอาหารฝีมือแม่เลยต่างหาก แม่จากไปตอนที่เขายังเล็กนัก ทำให้จำไม่ได้หรอกว่ารสมือแม่มีรสชาติอย่างไร แต่ที่นึกถึงเพราะเหนือกว่าความอร่อย เขาสัมผัสได้ถึงความตั้งใจและความเอาใจใส่ รสชาติเหมือนคนในครอบครัวทำให้กิน มันทำให้ ‘ผู้ชายหัวใจขาดรัก’ อย่างนายคาวีคนนี้หวั่นไหวและกลัวไปพร้อมๆ กัน กลัวว่าสักวันหากไม่มีเธออยู่ตรงนี้ เขาจะอยู่ไม่ได้ ชีวิตเขาจะเปลี่ยนไป มันจะมีแค่ร่างกายที่ไร้หัวใจ…

บุษบามองแอ่งน้ำใส ปลาตัวเล็กๆ วนว่ายอยู่ในน้ำ ‘หัวใจที่ขลาดเขลา’ ของเธอกำลังสั่นไหวรุนแรง โลกของเธอพลิกหงายตั้งแต่เจอเขาแล้ว เขาดึงเอาตัวตนอีกด้านของเธอออกมา ใช่ว่าอยู่กับครอบครัวเธอจะเป็นคนเก็บกด คุณป๋ากับแม่เลี้ยงลูกทุกคนอย่างให้อิสระในความคิด เธอเองก็ได้รับสิทธิ์นั้น สามารถแสดงออกหรือพูดสิ่งที่คิดได้ทุกเมื่อ

แต่การมีพี่สาวที่มั่นใจในตัวเองสูง เก่งในทุกๆ ด้าน ทำให้คนเป็นน้องอย่างเธอรู้สึกเกร็ง บัวสวรรค์เรียนเก่ง เธอเองก็มีผลการเรียนดีระดับต้นๆ เหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างคือความมั่นใจ บัวสวรรค์มีสิ่งนั้นอย่างเปี่ยมล้นและแสดงออกให้ทุกๆ คนเห็น แต่เธอกลับไม่มีมันเลย…แม้กระทั่งตอนโดนคุณป๋าสั่งห้ามไปทำงานเป็นเชฟ ทั้งที่ใจเธออยากทำงานแทบตายแต่ไม่กล้าคัดค้าน กระนั้นเธอไม่ได้ฝืนอกฝืนใจอยู่บ้านแต่อย่างใด เพราะปกติชอบอยู่เงียบๆ คิดสูตรอาหารอยู่แล้ว เพียงแต่บางครั้งก็อยากได้อิสระยามไปไหนมาไหนคนเดียวบ้าง

การได้เจอคาวีทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไป แม้บางครั้งเขาจะทำให้เธอโกรธ ฉุนเฉียว ไม่พอใจ แต่เธอก็ไม่เคยโกรธจริงจังสักครั้ง แป๊บๆ ก็กลับมาคุยกันดีๆ อารมณ์ที่เดี๋ยวโกรธเดี๋ยวแง่งอนแบบนี้ทำให้เธอสรุปว่าตัวเองอาจ ‘ตกหลุมรัก’ เขาก็เป็นได้ คิดแล้วก็ขนลุก คนอย่างเธอเนี่ยนะ…ตกหลุมรักอีตาถึก

“คุณหนาวเหรอ” คาวีถามขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวห่อตัว

“ปะ…เปล่า” บุษบาปฏิเสธ หลบสายตาลงวูบ ซิกซ์แพ็กกำลังทำเธอละลาย

“งั้นกลับบ้านเถอะ ผมหิวข้าว…” ท้องคนพูดร้องโครกคราก จะว่าไปเขารู้สึกหิวขึ้นมาก็ตอนเห็นหน้าเธอนี่แหละ

 

ทั้งสองเดินเคียงกันมาจากกระต๊อบริมธารจนถึงบ้านหลังใหญ่ บ้านหลังที่บุษบาต้องชะตาตั้งแต่แรกเห็น จะว่าไปแล้วเธอชอบกระต๊อบมากบารมีก่อนบ้านหลังนี้ สถานที่ทั้งสองสวยงามไม่แพ้กันในสายตาเธอ แม้ขนาดและวัสดุก่อสร้างจะห่างชั้นไปไกล แต่ถ้าวัดจากความรู้สึกแล้ว เธอให้คะแนนเท่ากัน

“คุณจะกลับบ้านเมื่อไหร่” จู่ๆ คาวีก็โพล่งถามขึ้น เมื่อทั้งสองยืนห่างจากตัวบ้านไม่ถึงยี่สิบก้าว

“ไม่รู้สิ ฉันขอคุณป๋ามาเที่ยวสามเดือน” นี่ก็ปาไปเกือบเดือนแล้ว ยังไม่ได้ไปไหนมาไหนเลย นอกจากเที่ยวเล่นอยู่ฟาร์มแห่งนี้ หญิงสาวพูดต่อในใจ

“คุณจะไปเที่ยวที่ไหน” เขาถามต่อ

“ไม่รู้…” หญิงสาวตอบตามตรง ตอนแรกตั้งใจไปที่เฮือนดอกรักก่อนแล้วค่อยคิด แต่นี่อะไร ยังไม่ถึงเฮือนดอกรักก็มีแต่เรื่องยุ่งๆ

“ถ้าอยู่ที่นี่ ผมจะพาคุณเที่ยวเอง”

ฟังแล้วดูน่าซาบซึ้งในน้ำใจ หากคนพูดไม่หันหลังพูด บุษบาเห็นผิวแก้มส่วนที่ปราศจากไรเคราแดงเรื่อ

ให้ตายเถอะ…เขาอาย!

“ฉันจะอยู่ในฐานะอะไรล่ะ แค่นี้คนก็เอาไปนินทากันทั่วแล้ว” หญิงสาวกัดปากตัวเองแน่น

สาบานสิ…เธอไม่ได้อ่อยเขา!

คาวีหันกลับมา “ใครกล้านินทาผมจะไปเตะปากมัน แล้วเขาก็รู้กันทั่วว่าคุณคือ…” เสียงห้าวขาดหาย เข้าใกล้เรื่องนี้ทีไร เขากลายเป็นไอ้ใบ้ทุกทีสิน่า

“คืออะไร” เจ้าของเสียงหวานทำใจสู้สบตาเขา

“คนพิเศษ…”

ความร้อนไต่แต้มดวงหน้าหวานสวยจนร้อนเห่อเหมือนโดนไฟลวก กระนั้นใบหน้าเทพบุตรมารทั้งสี่ก็ผุดขึ้นมาหลอกหลอน

“แต่มันเร็วไป เราเพิ่งพบกันได้ไม่เท่าไร เราต่างไม่รู้เรื่องราวของกันและกัน ยังไม่ได้ศึกษาเรียนรู้นิสัยใจคอ คุณจะแน่ใจได้ยังไงว่าฉันคือ…คนพิเศษสำหรับคุณ”

เพราะใบหน้าของผู้เป็นพ่อกับน้องๆ แท้ๆ ที่ทำให้เธอพูดไปแบบนั้น เสมือนเบรกความรักที่ยังไม่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาและคำพูดติดเบรกของเธอทำให้คาวีขบกราม…

“จำเป็นด้วยเหรอ…ที่ต้องรู้ว่าคุณเป็นลูกใคร บ้านรวยขนาดไหน ชาติตระกูลเหมาะสมหรือไม่ จำเป็นจะต้องบุกป่าฝ่าฟันจนเลือดอาบตัวก่อนหรือไง ผมถึงจะรักคุณได้ แค่…เห็นหน้าแล้วรักเลยไม่ได้หรือไง”

คาวีมองใบหน้าสวยหวานที่สลดลง หญิงสาวไม่ตอบ เขาเลยพูดต่อ

“ถ้าผมจะรักใครสักคน ผมรักด้วยหัวใจ ไม่ได้รักด้วยสมอง ไม่ต้องเสียเวลาตรึกตรองว่าเธอจะเหมาะสมกับผมหรือไม่ แค่หัวใจบอกว่ารัก…มันเพียงพอแล้วสำหรับผม และถ้าเธอคนนั้นไม่รักตอบ เพียงเพราะผมมันไม่เหมาะสม คนอย่างผมก็ไม่คิดจะบังคับขืนใจเธอ”

มาถึงตรงนี้แล้ว…คาวีเลือกที่จะพูดอย่างที่ใจคิด หากเธอได้ยินแล้วยังรู้สึกลังเล เขาก็ไม่คิดจะเหนี่ยวรั้ง เพราะรักไม่ใช่การทนฝืน แต่รัก…คือการยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย ถ้าเธอและเขายังคิดสวนทางกันแบบนี้ ‘รักของเรา’ มันก็ไปไม่รอดหรอก แม้จะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านความรัก ไม่ได้ผ่านสมรภูมิรักมามากมาย แต่เขารู้จักตัวเองดี…

ลงได้รักแล้วไม่มีคำว่าเปลี่ยนใจและจะรักแบบตรงไปตรงมาในแบบฉบับของเขา

แต่หากไม่รักตอบก็ไม่คิดหักหาญ…ทางใครทางมันเสียแต่ตอนนี้!

เจอความในใจชุดใหญ่ บุษบาถึงกับเงิบ เขาพูดอย่างไม่ลังเลสักนิด แถมยังพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกด้วย ไม่เหมือนเธอที่คอยแต่ลังเลอยู่ตลอด ไม่กล้า…ขี้ขลาด…แต่พอคิดว่าจะเก็บกระเป๋ากลับบ้าน จบเรื่องยุ่งๆ เสียตั้งแต่เนิ่นๆ…หัวใจที่ขลาดเขลาก็กลัวเกินกว่าจะเดินจากไปได้

ขาดเขา…แล้วชีวิตต่อไปเธอจะเป็นอย่างไร กลับไปที่เฮือนดอกรัก อยู่กับพี่ๆ พักผ่อนจนพอใจแล้วกลับสเปนอย่างนั้นหรือ

บุษบาสบตาเขานิ่งราวกับกำลังตัดสินใจ…

“ถ้าคุณไม่กลัวตาย ก็ลองมารักฉันสิ!”

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1625 ปอน (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 11:38

    กลัวเปล่าคะ

    #1,625
    0
  2. #1624 Gift11y (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 09:12
    ไม่กลัวอยู่แล้ววว สู้ๆพี่ถึก
    #1,624
    0