ล้ น ใ จ รั ก ชุดรักคือเธอ (บุษบา + คาวี)

ตอนที่ 27 : ... หลุมรักที่มีพี่ถึกรออยู่ [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 482
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    18 ม.ค. 64

งานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่เฉลียงด้านข้างของตัวบ้าน มีเตาย่างบาร์บีคิวตั้งอยู่ มันเรียบง่ายเสียจนบุษบารู้สึกอึดอัด เนื่องจากมีแค่เธอกับเขาสองคนเท่านั้นคาวีบอกว่าคนอื่นๆ กินเลี้ยงกันที่หน้าบ้านพักซึ่งเขาสั่งให้สมทรงจัดหาอาหารไปเลี้ยงแล้วครั้นพอเธอท้วงว่าทำไมไม่มากินด้วยกันที่นี่ให้หมด เขาก็ตอบโดยไม่ต้องหยุดคิดว่า…อยากอยู่สองคนกับเธอ

ความขุ่นใจเมื่อช่วงบ่ายยังไม่ถูกขจัด บุษบายืนอยู่หน้าเตา ใช้ที่คีบพลิกกุ้ง ปลาหมึกบนตะแกรงย่าง ความรู้สึกแปลกๆ กำลังจู่โจมจนท้องไส้เธอปั่นป่วนไปหมด จะว่าไปมันก็เป็นตั้งแต่เห็นแม่สาวสมสมรหลานของสมทรงนั่นแหละ ตอนกลับมาจากดูโคตกลูกสมทรงรีบปรี่เข้ามาหาเธอที่เพิ่งลงจากรถ ขอโทษขอโพยเธอยกใหญ่ เรื่องที่หลานสาวตัวทำเสียมารยาทและยังเล่าเรื่องสมสมรให้เธอฟังอีกด้วย

สมสมรเป็นลูกของน้องสาวสมทรง พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็ก สมทรงจึงรับหลานสาวคนเดียวมาดูแล หญิงสาวมีใจให้คาวีซึ่งเป็นเจ้านายตั้งแต่แตกเนื้อสาว ถึงอย่างนั้นสมทรงก็ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าคาวีไม่เคยแสดงออกว่าชอบพอสมสมรสักนิด คบหาเป็นพี่น้องเหมือนดั่งมะกอก มะยม

ฟังแล้วแทนที่บุษบาจะรู้สึกดี กลับตรงกันข้าม…อารมณ์ขุ่นมัวกลับปะทุขึ้นมากกว่าเดิมแบบคูณร้อยทีเดียว ซึ่งนั่นทำให้เธอหงุดหงิด ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องอารมณ์เสียไปทำไม กะอีแค่อีตาถึกนั่นมีสาวคอยทอดสะพานให้ แล้วมันก็ไม่เกี่ยวกับเธอสักนิด อีกไม่กี่สัปดาห์เธอก็ต้องไปจากฟาร์มแห่งนี้แล้ว ทำไมจะต้องมาคิดหรือหงุดหงิดให้เสียเวลาก็ไม่รู้

คาวีนั่งจิบเบียร์มองคนย่างของสดที่มีสีหน้าบึ้งตึง จะว่าไปสาวเจ้าก็มีสีหน้าอย่างนี้ตั้งแต่ขึ้นรถกลับบ้านแล้วละ อากัปกิริยาหลายๆ อย่างของหญิงสาวกำลังทำให้นายกระจอกงอกง่อยที่คิดจะสอยดอกฟ้าลำพองใจ ไม่แน่ว่าแม่ดอกฟ้าอาจเผลอหล่นตุ้บลงมาในหลุมที่เขาขุดไว้ก็ได้

“นี่คุณ…ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิคร้าบ” เจ้าของบ้านหนุ่มเอ่ยปากบอกเป็นประโยคแรก

สาวดอกไม้ตวัดหางตามองเขา “เรื่องของฉัน” บอกด้วยเสียงกระแทกกระทั้น ยิ่งเห็นสีหน้าระรื่นของเขา ยิ่งอารมณ์เสีย

“คุณโกรธสมรเหรอ ไม่เอาน่า…อย่าไปถือสาเลย” คนนั่งจิบเบียร์สบายใจเฉิบบอกเสียงกลั้วขำ

“ฉันไม่ได้โกรธ” หญิงสาวกดเสียงบอก คีบกุ้งปลาหมึกใส่จานแล้วมาวางตรงหน้าเขา

“ไม่โกรธก็ ‘หึง’ ละอาการแบบนี้”

สาวดอกไม้ตัวแข็งทื่อเหมือนโดนลูกธนูเจาะกลางหน้าผาก เลือดในกายจับตัวกันเป็นก้อน ก่อนที่ความเยียบเย็นจะค่อยๆ ไต่ขึ้นมาตามแนวสันหลัง เป็นผลให้ร่างเธอสะท้านสมองเบลอ อวัยวะส่วนเดียวในร่างกายที่ยังทำงานอย่างเกินประสิทธิภาพ นั่นคือ…หัวใจ ซึ่งเต้นตอบรับคำสันนิษฐานอันร้ายกาจนั้น

“อะไรกัน ผมพูดแค่นี้ทำหน้าเหมือนโดนผีหลอก” คาวีลุกไปดึงหญิงสาวให้นั่งบนเบาะที่จัดวางไว้เป็นอย่างดี สาวดอกไม้กะพริบตาอย่างคนเพิ่งได้สติ มองหน้าชายหนุ่มแล้วหลับตาปี๋…

“ฉันโดนผีอำ!”

“หา! เมื่อกี้นี้น่ะนะ” คาวีถามเสียงตระหนก ตกใจที่จู่ๆ บุษบาก็บอกว่าโดนผีอำ มิหนำซ้ำท่าทางกับสีหน้าเธอยังบ่งบอกว่าไม่ได้โกหกอีกด้วย

“ใช่!” สาวดอกไม้กดเสียงบอกขณะที่กำลังตั้งสติ “ผีบ้าผีบอที่มันมาอำว่าฉันหึงคุณน่ะสิ!” เสียงหวานแหวแว้ดๆ ใส่ชายหนุ่ม

คาวีอ้าปากหวอก่อนแหงนหน้าปล่อยเสียงหัวเราะก๊ากออกมา บุษบาหน้าแดงก่ำ มองคนที่หัวเราะได้แซบที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา เขาเล่นแหงนคอตั้งบ่า แล้วอ้าปากหัวเราะอวดฟันสามสิบสองซี่แบบไม่เหนียมอายหรือแอ๊บหล่อสักนิด เกิดมาเธอเพิ่งเคยเห็นคนหัวเราะแบบนี้

ก่อนที่หญิงสาวจะได้คิดอะไรต่อ นิ้วแกร่งก็จิ้มหน้าผากเธอสองสามครั้งติดกัน

“นี่แม่คุณ…ถ้าไม่หึงจะตัวชาไปทำไม” คนพูดตาพราวระยิบระยับ

ความมืดโรยตัวรายรอบไปทุกบริเวณ ไฟดวงเล็กๆ ที่ติดอยู่รอบๆ ให้แสงสว่างแทนดวงอาทิตย์ หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นตึกๆ เพียงเพราะโดนกล่าวหาว่า…หึง

ในพจนานุกรม ‘หึง’ คือการหวงแหนในทางชู้สาว

“ไม่จริง” หญิงสาวส่ายหน้ารัวอย่างตื่นกลัว ‘ไม่จริ๊งงง’ เธอกรีดร้องในใจซ้ำอีกที

“อะไรที่ว่าไม่จริง ไม่โกรธไม่หึง หรือทั้งโกรธทั้งหึง” คนถามยิ้มหน้าบาน

“ไม่จริงทั้งสองอย่าง” หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็ง พยายามเรียกขวัญและกำลังใจกลับมาเป็นไปไม่ได้หรอกที่เธอจะหึงหวงเขา ไม่จริ๊ง! ไม่อย่างนั้นคุณป๋าเล่นงานเธอตายแน่ ไหนจะพี่ๆน้องๆ อีก ยิ่งคิดถึงบุคคลเหล่านั้น หญิงสาวก็ยิ่งหลอนได้อีก…

สีหน้าหวาดหวั่นเกินควรทำให้คาวียอมรามือ ไม่ต้อนหญิงสาวต่อ

“ไม่ก็ไม่ งั้นกินเถอะ” เขาแกะกุ้งให้หญิงสาวอย่างเอาใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องมีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น ทำอย่างกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

“ฉันไม่กินค่ะ” เจ้าของเสียงหวานตอบ

พอคิดถึงครอบครัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็จู่โจมหัวใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาบุษบาไม่เคยสบายใจเลย เพียงแค่อยากยึดเหนี่ยวอิสรภาพที่มีเพียงชั่วขณะ เธอถึงขนาดลงทุนโกหกทุกคน ความเสียใจกลั่นออกมาเป็นน้ำอุ่นร้อน กระนั้นหญิงสาวก็ไม่ยอมให้ไหลออกมา

“เดหลี…” คาวีเห็นหญิงสาวตาแดงก่ำก็คราง…หรือเธอจะโดนผีอำจริงๆ

“คุณคาวี”

เธอเรียกชื่อเขาได้น่าใจหายที่สุด ชายหนุ่มเช็ดมือกับกระดาษทิชชู ใบหน้าเคร่งขรึมขึ้นผิดตา

“ฉันอยากกลับบ้านค่ะ”

‘กูว่าแล้ว!’ เจ้าของบ้านหนุ่มสบถในใจ ตอนนี้ไม่คิดแล้วว่าการปรากฏตัวของสมสมรเป็นเรื่องดี อีกทั้งยังแอบคิดเข้าข้างตัวเองไปว่าดอกฟ้าจะมาโปรดหมาวัด เอ๊ย จะโน้มกิ่งลงมาหานายกระจอก

“แผลผมยังไม่หาย” ชายหนุ่มเอาสีข้างแถจนถลอกปอกเปิกไปหมด

“แต่คุณไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว ให้ฉันกลับบ้านเถอะนะคะ” หญิงสาวท้วงเสียงอ่อนพยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ ตอนนี้เธอไม่ไว้ใจตัวเองมากกว่าไม่ไว้วางใจเขาเสียอีก การไปจากที่นี่เร็วๆ อาจยุติเรื่องราวยุ่งๆ ที่จะตามมาก็ได้

คาวีรู้สึกเหมือนมีเปลวไฟอาบไล้ไปทั่วร่าง พร้อมจะเผาไหม้ทุกสรรพสิ่งให้พินาศเป็นจุณดวงตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าสวยที่ก้มต่ำไม่ยอมสบตาเขา ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินผลุนผลันหนีเข้าบ้าน ก่อนจะขาดสติกระชากเธอมาเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอน แล้วตะโกนถามว่าไม่รู้สึกอะไรกับเขาบ้างหรืออย่างไร ทั้งๆ ที่เขาชอบเธอจะตายอยู่แล้ว!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น