ล้ น ใ จ รั ก ชุดรักคือเธอ (บุษบา + คาวี)

ตอนที่ 25 : ... ฝันร้าย(ถึงงู)ที่จะกลายเป็นดี(ลูกเขย)(?) [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 513
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    17 ม.ค. 64

“ว่าไงจ๊ะเกด”

“พี่เดหลี!” ปลายสายเรียกชื่อเธอเสียงสูงปรี๊ดจนบุษบาต้องเอาโทรศัพท์มือถือออกห่างหู

“ไปบนบานศาลกล่าวที่วัดไหน ทำไมคุณป๋าถึงได้ยอมให้พี่เดหลีเดินทางคนเดียว” การะเกดรัวคำถามใส่พี่สาวด้วยน้ำเสียงตระหนกปนตกใจ ไม่คิดว่าคนอย่างฟาบิโอ้จะปล่อยลูกรักให้บินออกจากกรงทองโดยไม่มีคนติดตาม ตอนได้ยินจากปากพุทธชาดทีแรก เธอแทบกรีดร้องใส่หน้าฝาแฝดว่าโกหก กระนั้นพุทธชาดก็ยืนยันว่าเรื่องที่พูดเป็นความจริง และท้าให้เธอโทร. ไปถามผู้เป็นแม่

“ทำไมเหรอ เกดจะไปบนบ้างหรือไง” บุษบาถามกลับอย่างรวนๆ พวกนี้ชอบล้อเธอบ่อยๆ ว่าเป็นลูกรักลูกหวงของผู้เป็นพ่อ เป็นคนโปรด…สารพัดสารพันที่จะสรรหามาล้อ

“ใช่สิ เกดเบื่อพวกผู้คุมนี่จะแย่แล้ว” คนไม่ชอบให้มีคนติดตามบ่นด้วยความเซ็ง

บุษบาได้ยินดังนั้นจึงได้แต่ยิ้ม เป็นที่รู้กันดีว่าสาวๆ บ้านเธอไม่ชอบให้มีคนติดตามสักคน ยกเว้นแม่จำปาของเธอ เพราะบอดีการ์ดของแม่คือคุณป๋า

“ทำไมไม่ขอให้คุณป๋าลดจำนวนลงสักครึ่งล่ะ” หญิงสาวแนะนำ จะว่าไปมีบอดีการ์ดคอยคุ้มกันถึงห้าคนก็มากเกินไปจริงๆ

“สองคนครึ่งนะเหรอ คิกๆ” การะเกดพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะโอดโอย “โอย…ต่อให้ไปบนจะสร้างวัด ก็ไม่รู้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านจะช่วยดลใจคุณป๋าได้หรือเปล่า” ผู้เป็นน้องออดมาตามสาย ครั้นพอได้ยินพี่สาวหัวเราะคิกๆ ก็โล่งใจ ที่จริงเธอโทร. มาก็เพราะห่วงอยู่ไม่น้อยเนื่องจากบุษบาไม่เคยเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว

“เถอะน่า คุณป๋าทำเพราะห่วง” คนเป็นพี่ปลอบ “แล้วนี่โทร. หาพี่มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีหรอก เพียงแต่เมื่อวานพุดมาเล่าเรื่องพี่เดหลีให้ฟัง พร้อมถามว่าเกดงานยุ่งหรือเปล่า อยากพักผ่อนบ้างไหม…” การะเกดร่ายยาวในขณะที่บุษบากลอกตาขึ้นฟ้า

“แล้วเกดตอบว่ายังไง” หญิงสาวถามเสียงอ่อย

“งานเกดไม่ยุ่ง แล้วเกดก็อยากพัก” คนเป็นน้องตอบเสียงรื่นเริง ขณะที่พี่สาวแอบครางในใจ กลัวมีคนรู้เรื่องอุบัติเหตุเล็กๆ ของเธอ

“…”

“เงียบไปแบบนี้ กลัวเกดตามไปละซี้” คนรู้ทันเปรยมาตามสาย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าการะเกดคงทำหน้ากรุ้มกริ่มแกมเจ้าเล่ห์อยู่แน่ๆ บุษบาคิดอย่างปลงตก พี่น้องแต่ละคนมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวด้วยกันทั้งนั้น

“พี่ก็แค่อยากเที่ยวบ้าง งานการไม่มีทำเป็นหลักแหล่งเหมือนพวกน้องๆ มันเลยเหงาเป็นธรรมดา” คนพูดทำเสียงสลด กระนั้นใบหน้ากลับมีรอยยิ้ม

“เฮ้ๆ อย่าเศร้าสิพี่เดหลี เกดยังไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าจะตามไปเมืองไทย” คนตกหลุมพรางรีบท้วง

“…” สาวดอกไม้คนพี่เลือกที่จะเงียบ

“พี่เดหลีน่ะ ห้ามเศร้านะ ที่โทร. มาเนี่ยเกดแค่เป็นห่วง เมื่อวานเกดปฏิเสธพุดไปแล้วตอนนี้พุดกับไอ้พวกสามแฝดมันกำลังหันไปอ้อนวอนอัญโน่น” คนที่ตอนแรกจะโทร. มาแกล้งพี่สาวรีบแบไต๋ทันทีที่ได้ยินเสียงเศร้าๆ

บุษบาแอบครางในใจ พุทธชาดกล่อมการะเกดไม่สำเร็จ แล้วพวกแฝดมหาล่ะจะกล่อมอัญชันสำเร็จหรือไม่

วางสายจากน้องสาวแล้ว สาวดอกไม้ก็ได้แต่นั่งทอดถอนใจหลายต่อหลายเฮือก เธอแก้เซ็งด้วยการใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปด้านข้างของตัวบ้านและสวนรอบๆ ความรู้สึกบางอย่างค่อยๆ ก่อตัวขึ้นยามมองบ้านสีฟ้าและคิดถึงใบหน้าเจ้าของบ้าน หญิงสาวหยุดถ่ายรูปแล้วมานั่งจุ้มปุ๊กกับพื้นอย่างคนที่ไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกแปลกๆ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นนี้สักนิด

 

คาวีที่หลบอยู่หลังบานประตูนานแล้วเห็นหญิงสาวถอนหายใจก็ได้แต่ทอดมองด้วยแววตาอ่อนแสง ดูท่าเธอคงจะโดนพี่น้องเรียกร้องให้กลับบ้านสิท่า ชายหนุ่มไม่ได้ยินบทสนทนาของอีกฝ่าย จึงตีความไปว่าอย่างนั้น บางขณะเขารู้สึกเห็นใจเธอไม่น้อย คิดอยากเป็นอัศวินผู้กล้า เข้าไปหักคานทอง เอ๊ย แหกกรงทองที่กักขังเธอ แล้วพาหนีออกมาด้วยกัน แต่ตอนนี้เขาทำได้แค่คิด เพราะยังไม่รู้ว่ามังกรที่เขาต้องต่อกรด้วยมีอยู่กี่ตัว และมีฤทธิ์ร้ายกาจขนาดไหน

ชายหนุ่มยืนมองหญิงสาวร่างบางที่เปรียบประดุจเจ้าหญิง เขาเพิ่งได้อ่านประวัติคร่าวๆของบุษบาเมื่อช่วงสายของวัน พ่อของเธอนั้นรวยมากรวมไปถึงบรรดาญาติพี่น้องด้วย ดูอย่างพุทธลักษณ์ เจ้าของเฮือนดอกรักนั่นปะไร เป็นถึงเจ้าของบริษัทผลิตน้ำหอมชื่อดัง ส่วนพ่อของบุษบานั้นมีโรงแรมอยู่หลายแห่งทั่วโลก มิหนำซ้ำยังขึ้นทำเนียบบุคคลที่รวยระดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย

ซวยฉิบ! ทำไมเธอไม่เกิดเป็นลูกตาสีตาสาไม่มีเงินนะ เทียบทรัพย์สมบัติที่พ่อเธอมีแล้วเจ้าของมากบารมีฟาร์มซึ่งมีที่ดินนับพันไร่อย่างเขากลายเป็น ‘นายกระจอก’ ทันที

เมื่อชายผู้พอมีอันจะกินมาพบกับคุณหนูลูกอภิมหาเศรษฐี นิยายรักเรื่องนี้ก็ไม่แคล้วจะมีชื่อว่า… ‘ดอกฟ้ากับนายกระจอก’ เติมคำว่า… ‘งอกง่อย’ ตามหลังไปด้วย!

“แอบถ่ายรูปบ้านผมไว้ วางแผนจะมาปล้นสวาทเจ้าของบ้านหรือไงคุณ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากเดินมานั่งติดกับหญิงสาวเป็นที่เรียบร้อย

บุษบาค้อนควัก “บ้าสิ ใครอยากจะปล้นสวาทคุณกัน หน้าอย่างกับมหาโจร” คนที่ตกใจในทีแรกแหว คนบ้าอะไร จะมาก็ไม่ให้สุ้มให้เสียง

คาวียิ้มกริ่ม เอียงหน้าเข้ามากระซิบ “ไม่อยากปล้นจริงอะ หลักฐานโชว์อยู่ทนโท่ยังจะมาปฏิเสธ” เขาพยักพเยิดหน้าไปยังโทรศัพท์มือถือ

“ฉันถ่ายเก็บไว้ เพราะตั้งใจว่าจะเอาไปสร้างให้ใหญ่กว่า สวยกว่าต่างหากล่ะ” สาวดอกไม้ลอยหน้าลอยตาบอก อารมณ์ขุ่นมัวจากการพูดคุยกับน้องสาวดีขึ้น เมื่อได้ปะทะคารมกับเขา

เจ้าของบ้านหนุ่มถึงกับสะอึก…พูดกับลูกคนรวยนี่มันยากจริงๆ เพราะไม่มีอะไรจะข่มทำไมเธอไม่เป็นผู้หญิงที่มีปัญหาทางบ้าน ขัดสนเรื่องเงินทองนะ ไม่อย่างนั้นเรื่องคงจะง่ายกว่านี้

เป็นแบบนี้…คงต้องใช้แผนตีหัวลากเข้าห้อง เสกตัวประกันเข้าท้อง แล้วพาไปขอขมาพ่อตาทีหลังเสียแล้ว!

“ผมคิดค่าลิขสิทธิ์ บ้านหลังนี้ผมเป็นคนออกแบบเอง” ชายหนุ่มเรียกร้องสิทธิ์

“สิทธิ์บ้าสิทธิ์บออะไรของคุณ ฉันไม่ได้คิดจะเลียนแบบทั้งหมดเสียหน่อย แค่ถ่ายไว้ให้ช่างที่โน่นดู แล้วฉันจะบอกเขาว่าอยากได้บ้านประมาณนี้ ไม่ใช่ให้เขาสร้างเลียนแบบคุณทั้งหมดหรอกน่า” หญิงสาวบอก

คาวีฉุนกึก เบื่อความรวยของสาวเจ้าจริงๆ ชายหนุ่มหันหน้าไปทางอื่น กระนั้นสีข้างก็ยังแนบติดกับหญิงสาว

“เป็นอะไรของคุณอีกล่ะ” คนที่โดนลมเย็น ลมอุ่น และพายุร้ายโถมเข้าซัดแบบไม่รู้ตัวมาหลายครั้งถามขึ้น คนอะไรเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย…จนเธอเองก็ตามไม่ทัน

“เปล่า” ชายหนุ่มตอบโดยที่ยังหันหน้าไปทางอื่น ในหัวกำลังหาวิธีให้ตัวเองเป็นต่อเธอบ้าง ก็ครอบครัวเธอน่ะเล่นรวยจนเขารู้สึกหดหู่

“นี่ๆๆ” หญิงสาวใช้นิ้วจิ้มที่ต้นแขนซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามของเขา

“ผมกำลังใช้ความคิดอยู่” คาวีบอกเสียงห้วนจัด ท่าทางซีเรียสจนเธออยากรู้

“คิดเรื่องอะไรคะ” สาวดอกไม้พลั้งปากถามแล้วต้องยกมือปิดปากตัวเองโดยไว เขาจะคิดจะทำอะไรก็เรื่องของเขา ทำไมเธอต้องไปอยากรู้ด้วย

บทสนทนาถูกคั่นด้วยมะยมซึ่งมาตามเจ้านายให้ไปดูแม่โคที่กำลังจะตกลูก คาวีลุกเดินกะเผลกๆ ออกไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง บุษบาเห็นท่าไม่ดีจึงขอตามไปด้วย ก็สีหน้าเขามันกระตุ้นต่อมอยากรู้เธอ ตอนแรกเห็นเข้ามาคุยด้วยดีๆ พอบอกว่าจะเอาบ้านเขาไปเป็นแบบ สร้างให้ใหญ่กว่าเท่านั้นแหละ เขาถึงกับเงียบ

‘เอ…หรือเขาจะคิดว่าเธอดูถูกเขากัน’ หญิงสาวคิด

“นี่ๆๆ” เธอจิ้มนิ้วบนต้นแขนแข็งแกร่งของคนที่นั่งติดกัน

กระบะวีโก้สี่ประตูสีดำแล่นไปบนถนนในฟาร์ม มุ่งหน้าไปทางคอกที่มีแม่โคจะตกลูกมะยมเป็นสารถี โดยที่นั่งคู่คนขับยังว่าง หญิงสาวไม่เข้าใจเพิ่มขึ้นเมื่อเขาไม่ไปนั่งตอนหน้าคู่กับมะยมให้สิ้นเรื่อง ทำไมต้องมานั่งเบียดตัวติดกับเธอตรงตอนหลังของรถก็ไม่รู้

“อะไร” เขาถามเสียงห้วน มือยังกอดอกแน่น

“อยู่ดีๆ ทำไมคุณถึงหน้าบึ้ง คุณโกรธฉันเรื่องที่ฉันจะเอาแบบบ้านไปสร้างให้ใหญ่กว่าคุณเหรอ” หญิงสาวยิงคำถามใส่ทันที

เจ้าของบ้านหนุ่มทำหน้าเหม็นเบื่อคนรวย จะเอาไปสร้างให้ใหญ่เท่าทัชมาฮาลหรือพระราชวังบักกิงแฮม เขาก็ไม่มีสิทธิ์ว่าอะไร จริงๆ แล้วบ้านที่เขาสร้างนั้น เขาประยุกต์จากนิตยสารเมืองนอกหลายๆ เล่ม ให้เข้ากับความชอบของตัวเองนิดหน่อย มันไม่มีลิขสิทธิ์อะไรอย่างที่เขากล่าวอ้างเลย เพียงแต่หมั่นไส้ ไม่ชอบใจที่เธอรวยจนใช้เงินฟาดหัวไม่ได้โว้ย…

“ฉันไม่ได้ตั้งใจดูถูกคุณหรอกนะ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังเงียบ หญิงสาวจึงพูดขึ้นอีก

“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่” …แค่เซ็งกับความรวยของคุณ ชายหนุ่มพูดต่อในใจ

“แต่คุณหน้าบึ้ง”

“หน้าผมมันบึ้งแบบนี้อยู่แล้ว” คนหน้าบึ้งมองออกไปนอกรถ ซึ่งเห็นหลังคาคอกอยู่ไม่ไกล

“คนเอาแต่ใจ!” หญิงสาวข้างตัวสะบัดหน้าหนีบ้าง เป็นเหตุให้คนหงุดหงิดความรวยของสาวเจ้าต้องหันมามอง ใบหน้าเชิดงอนนั่นทำให้เขามันเขี้ยวอยากเคี้ยวเธอเหลือเกิน

‘ผู้หญิงอะไรวะ! งอนยังน่ารัก’

มะยมซึ่งทำหน้าที่สารถีแอบสังเกตอากัปกิริยาของสองหนุ่มสาว พักหลังๆ ดูทั้งสองจะพูดคุยกันได้ดี พอคนหนึ่งงอน คนหนึ่งจะง้อ แบบนี้ไม่แคล้วว่าคงเดินตกหลุมรักของกันและกันเป็นแน่ พี่มะคนน้องอมยิ้มเมื่อคิดได้ว่าอีกไม่นานมากบารมีฟาร์มแห่งนี้จะมีงานมงคล โดยไม่เฉลียวใจเลยว่ากว่าจะมีงานมงคลนั้น เจ้านายของเขาต้องเจอกับอสุรกายตัวร้ายในคราบมังกร ผู้ปกป้องพิทักษ์คานทองของเจ้าหญิงดอกไม้…อีกสักกี่คน และแต่ละคนนั้นมีฤทธิ์ร้ายขนาดซาตานยังเรียกพี่อสูรเรียกพ่อ

ชายใดที่อาจหาญคิดสอยเจ้าหญิงลงจากคานแล้วร่างกายไม่บอบช้ำ ไปกระทืบมหาเสน่ห์ได้เลย!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น