ล้ น ใ จ รั ก ชุดรักคือเธอ (บุษบา + คาวี)

ตอนที่ 24 : ... ฝันร้าย(ถึงงู)ที่จะกลายเป็นดี(ลูกเขย)(?) [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 496
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    16 ม.ค. 64

ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะไม่ไปวัดทำบุญกับคาวี เช้าวันนี้บุษบาก็มาที่วัดกับเขาจนได้ เธอลงมาเตรียมอาหารตั้งแต่เช้าตรู่ และได้รู้ว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของชายหนุ่ม ตอนแรกเขาลงมาจากห้องด้วยสีหน้าบึ้งตึง แต่พอขึ้นรถหน้าบึ้งๆ ก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเธอขึ้นไปนั่งเคียงข้าง จากที่คิดว่าตัวเองบ้า ตอนนี้หญิงสาวคิดว่าคนที่สมควรบ้าคงเป็นเขา ทำหน้าบึ้งอยู่ดีๆ ก็อยากจะยิ้มขึ้นมาเสียอย่างนั้น

วัดที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็คล้ายๆ วัดในชนบททั่วๆ ไป คือมีโรงเรียนอยู่ใกล้กัน ชาวบ้านต่างมาทำบุญกันหนาตา ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนต่างเข้ามาอวยพรคาวีเป็นภาษาท้องถิ่น หลายคนลอบมองเธอ บุษบาพยายามไม่สนใจสายตาเหล่านั้น เธอเกือบทำสำเร็จหากไม่มียายคนหนึ่งเข้ามาอวยพรด้วยเสียงไม่เบานัก

“มีความสุขความเจริญเด้อ ประสงค์สิ่งใดขอให้ได้มา โชคดีให้ไหลเข้า โรคภัยให้ไกลห่างเด้อนายคาวี”

“ขอบคุณหลายๆ ครับ” คาวีตอบกลับเป็นภาษาท้องถิ่น

“ผู้สาวเจ้างามหลาย มีข่าวดีเมื่อได๋อย่าลืมบอกยายเด้อพ่อ” ยายคนนั้นมองมาที่เธอบุษบาอยากปฏิเสธ กระนั้นก็ได้แต่ยกมือไหว้หญิงชราอย่างประดักประเดิด

“บ่ลืมแน่นอนครับยาย ผมจะเชิญทุกคนในหมู่บ้านเลยครับ”

ชายอันเป็นที่รักและนับหน้าถือตาของผู้คนประกาศเสียงดังทีเดียว หลายคนหันมายิ้มให้ หนุ่มสาวบางคนถึงขนาดส่งเสียงแซ็ว

“นายประกาศแบบนี้ ดูท่าอีกไม่นานบ้านเราจะมีงานมงคลใหญ่”

‘เง้อ…ไปกันใหญ่แล้ว’ สาวดอกไม้คิดในใจ ปิดปากเงียบ ไม่อยากหักหน้าเจ้าของวันเกิดที่ยิ้มหน้าบาน

เจ้าของวันเกิดหันมายิ้มกรุ้มกริ่มใส่สาวข้างกาย ถึงเธอจะทำหน้างอง้ำก็ปกปิดความอายไม่ได้ ผิวแก้มแดงเรื่อนั่นยิ่งมองยิ่งอยากลงไปเชยชม เขาอยากรู้ว่าจะหอมสักแค่ไหน คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มก็ยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวที่เรียงเป็นระเบียบ ในวัดในวายังไม่เว้น เขานี่มันหื่นอย่างที่เธอคิดจริงๆ

สาวดอกไม้ค้อนให้คนจ้องหน้าเธอตาไม่กะพริบ เป็นบ้าอะไรของเขากัน จู่ๆ ก็มานั่งมองหน้าเธอแล้วยิ้มๆ ต่อหน้าต่อตาคนนับสิบบนศาลา ผู้ชายอะไรเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนเธอปรับตัวไม่ทัน เมื่อเช้าตอนเขาลงมายังทำหน้าบึ้งตึงไม่ชายตาแลเธออยู่เลย ครั้นพอเธอก้าวขึ้นไปนั่งบนรถด้วย สีหน้าบึ้งๆ ก็คลายลงจนเกือบเป็นเริงร่า ปากที่เม้มสนิทขยับส่งเสียงคุยจ๋อยๆ กับมะยมจนถึงวัด

“อย่าคิดว่าฉันฟังภาษาอีสานไม่ออกนะ” หญิงสาวกดเสียงบอก ถลึงตาให้คนยังยิ้มอยู่

“หือ นึกว่าฟังไม่รู้เรื่องซะอีก” คนยังยิ้มพูดตาพราว

“ฟังออกย่ะ แล้วก็พูดได้ด้วย แม่ฉันเป็นคนไทย” หญิงสาวส่งค้อนไปให้

“ถ้าฟังออก งั้นคุณก็ไม่ปฏิเสธละสิ”

คิ้วโก่งของบุษบาขมวดมุ่น…ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร

คาวีเหมือนอ่านใจหญิงสาวได้จึงเอนตัวไปกระซิบเสียงไม่เบานัก พลอยทำให้คนรอบข้างหันมายิ้มล้อเลียน

“ก็เรื่องที่ผมจะเชิญทุกคนไปงานแต่งงานของเราไง รับรองเลยนะว่าคุณจะไม่ขายหน้าผมไม่แบกกล้วยไปขอคุณหรอก แต่จะยกให้ทั้งสวนเลย”

มีเสียงหัวเราะคิกดังอยู่รอบๆ บุษบาได้แต่ทำปากขมุบขมิบ กอปรกับที่พระสงฆ์เริ่มให้ศีลให้พร หญิงสาวเลยเลิกสนใจเขา ครั้นถึงตอนกรวดน้ำ มือหนาๆ ก็เอื้อมมากุมมือเธอโดยไม่อายสายตาชาวบ้านที่เมียงๆ มองๆ มาด้วยความสนใจ

“นี่คุณ!” หญิงสาวพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุม

“เฉยๆ น่า เดี๋ยวไม่ได้บุญนะ” เขาหันมาบอกเสียงขรึม

หญิงสาวได้ยินดังนั้นเลยจำต้องยอม ช่างเป็นการกรวดน้ำที่ดูจะได้บุญมากเหลือเกินเขามีแต่แตะข้อมือ แตะแขน แต่อีตาถึกนี่กุมมือเธอเสียแน่นหนึบ เหมือนกลัวหลุดอย่างไรอย่างนั้น…

กลับถึงบ้านหญิงสาวยังไม่หายงอนที่เขาทำเธอขายหน้าหลายต่อหลายครั้ง บุษบาลงจากรถโดยไม่พูดไม่จากับเขา ชายหนุ่มปล่อยให้เธอเดินเข้าบ้านโดยไม่ทักท้วง รอยยิ้มยังประดับอยู่บนใบหน้าที่มีหนวดเครารุงรัง ร่างสูงเดินกะเผลกๆ ตามเข้าไปในบ้าน บุษบาเลี่ยงหลบไปอยู่ในครัวเพื่อช่วยสมทรงตระเตรียมอาหารสำหรับเย็นนี้

“จริงๆ ทุกปีก็ไม่เคยจัดหรอกค่ะ” สมทรงบอกขณะกำลังล้างของสดจำพวกหอยปลาหมึก กุ้ง ที่เตรียมไว้สำหรับย่างตอนเย็น

“อ้าว แล้วทำไมปีนี้ถึงได้จัดล่ะคะ” สาวดอกไม้เอ่ยปากถามเมื่ออารมณ์เย็นลงแล้ว

“ก็เพราะมีคุณเดหลีสิคะ นายถึงอยากฉลอง” แม่บ้านสูงวัยหันมาบอกด้วยท่าทางยิ้มๆ

“หือ” หญิงสาวเลิกคิ้ว

“จริงๆ ค่ะ ทุกปีแค่ไปวัดทำบุญ มีปีนี้แหละที่นายสั่งให้ป้าออกไปซื้อหาของมาทำกิน”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเดหลีล่ะคะ” เจ้าของเสียงหวานอุบอิบถาม ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง หากเป็นเพราะเธอจริงๆ นายถึกนั่นก็กำลังคิดไม่ซื่อกับเธอแน่ๆ

“ก็คุณเดหลีเป็นคนพิเศษ วันพิเศษๆ แบบนี้นายก็เลยอยากฉลองน่ะค่ะ”

ยิ่งสมทรงพูดสาวดอกไม้ยิ่งรู้สึกว่าใบหน้าตัวเองร้อนผ่าวขึ้น หญิงสาวรีบสะบัดใบหน้าเพื่อไล่ความคิดเลื่อนเปื้อน ไม่มีวันที่เธอจะคิดหรือรู้สึกอะไรกับคาวีหรอก เธอรู้ว่ามาตรฐานผู้ชายในฝันของตัวเองสูงส่งขนาดไหน และคาวีก็ไม่เข้าข่ายคุณสมบัตินั้นสักข้อ ไล่กันตั้งแต่ทรงผม ผมเขาซอยเป็นรากไทรยาวเคลียบ่า ถึงแม้จะเหมาะกับรูปหน้าและท่าทางเข้มๆเถื่อนๆ ของเขาก็เถอะ ส่วนใบหน้าที่มีหนวดเครารุงรังนั้นยิ่งหนีห่างชายในฝันเธอไปแบบสุดกู่

ผู้ชายในตระกูลเธอไม่มีใครปล่อยหนวดไว้เคราแบบเขาสักคน ทุกคนต่างดูดี ขนาดมหาเสน่ห์น้องเล็กของบ้านที่ชอบแต่งกายด้วยเสื้อยืดสีสดใสกับกางเกงยีนส์ฟิตเปรี๊ยะเข้ารูปหรือไม่ก็มหาลาภที่ชอบสวมเสื้อยืดคอย้วยสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีดจาง ก็ยังดูดีกว่านายถึกคาวีร้อยเท่า

ยิ่งคิดขนกายสาวยิ่งลุกชัน…สาวดอกไม้หันเหความสนใจด้วยการขอตัวออกมาเดินเล่นที่เฉลียงข้างตัวบ้าน ความร่มรื่นทำให้สมองปลอดโปร่ง บุษบาหันมาสนใจตัวบ้านรูปทรงวิกตอเรียที่เธอหมายมั่นปั้นมือว่ากลับไปจะดูทำเลเพื่อปลูกบ้านแบบนี้สักหลัง อาจจะเป็นริมทะเลสาบ หรือไม่ก็สถานที่เงียบสงบที่ไหนสักแห่งในสเปน

หญิงสาวไม่เคยคิดฝันจะมาตั้งรกรากที่ประเทศไทยเพราะรู้ดีว่าผู้เป็นพ่อไม่มีวันยอม คุณป๋าห่วงลูกทุกคน ขนาดพี่สาว น้องสาวเธอซึ่งแยกไปนอนโรงแรมหรือเซฟเฮาส์ส่วนตัว ยังต้องมีบอดีการ์ดส่วนตัวตามประกบ บางครั้งบุษบาก็คิดว่าเป็นเธอน่ะดีแล้ว อยู่บ้านใกล้ชิดแม่กับคุณป๋าแทบตลอด เลยไม่ต้องมีบอดีการ์ดคอยคุม ไม่เหมือนบัวสวรรค์ อัญชัน การะเกด สามคนนั้นชอบบ่นให้ฟังประจำว่าพวกนั้นตามติดยิ่งกว่าเหาฉลาม

หากเธอไม่เกิดรู้สึกอยากเที่ยว โหยหาอิสระและใจกล้าพอที่จะไปขอคุณป๋า เธอก็คงอดมาเห็นโลกใหม่ๆ ด้วยตัวเอง แม้จะเป็นโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนโลกใบเก่าของเธอก็ตาม นับว่าเธอยังโชคดีที่เจอแต่คนดีๆ ไม่ว่าจะเป็นมะกอก มะยม สมทรงและคนอื่นๆ

พอคิดถึงชายหนุ่มอีกคนที่เพิ่งเจอ ปากสีเรื่อก็เชิดงอนขึ้น ไม่รู้ต้องจัดให้เขาอยู่ในคนประเภทไหน ระหว่างดีกับไม่ดี ในเมื่อเขามันเจ้าแผนการ หลอกลวงให้เธออยู่ที่นี่ มิหนำซ้ำยังให้คนกล่าวหาว่าเธอเป็นคนทำให้เขาบาดเจ็บ ซึ่งมันก็จริงอยู่นิดเดียว เธอทำเขาเจ็บก็จริงแต่เจ็บนิดเดียว ไม่ถึงกับทุพพลภาพอย่างที่เขาปั้นเรื่องเพื่อให้เธอมาดูแลเสียหน่อย แถมคำพูดคำจาของเขายังเถื่อนได้อีก พูดจาโผงผาง ตรงเป็นขวานผ่าซาก โมโหที…ราวกับปล่อยสุนัขออกมาทั้งฝูง

เชอะ…ผู้ชายแบบนั้นหรือที่เธอจะต้องสนใจ ไม่มีทางเสียละ!

โทรศัพท์มือถือสั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้า หญิงสาวล้วงมันออกจากกระเป๋ากางเกง พอเห็นชื่อที่โชว์หราก็ได้แต่กลอกตา บางทีการมีพี่น้องเยอะๆ ใช่ว่าจะดีไปเสียทุกอย่าง มันมีข้อเสียอย่างใหญ่หลวง ตรงที่…ถ้าเธอพูดโกหกกับคนหนึ่ง เธอก็ต้องพูดโกหกกับคนต่อๆ ไปด้วย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น