ล้ น ใ จ รั ก ชุดรักคือเธอ (บุษบา + คาวี)

ตอนที่ 22 : ... เรื่องกล้วยๆ [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 482
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    14 ม.ค. 64

กลับมาจากสวนกล้วยบุษบาก็พบว่าสมทรงกำลังตระเตรียมของทำกล้วยบวชชีเป็นของหวานเย็นนี้ พร้อมกับข้าวต้มมัดเพื่อไปทำบุญวันพรุ่งนี้ หญิงสาวอาสาเป็นลูกมือ แต่สมทรงกลับยกหน้าที่แม่ครัวให้เธอทั้งหมดโดยมีแต้วคอยเป็นลูกมือ

“พ่อไอ้ลูกมะมันไม่ค่อยสบาย ฝากคุณเดหลีด้วยนะคะ” สมทรงเอ่ยปากขอร้อง แรกทีเดียวก็คิดจะทำให้เสร็จก่อน ครั้นพอรู้ว่าหญิงสาวทำเป็นและอาสาจะทำ นางเลยขอตัวไปดูสามี

“ป้าไปเถอะค่ะ เดหลีทำให้เอง” หญิงสาวบอกพร้อมหันไปดูส่วนผสม กล้วยพม่าแหกคุกเตรียมไว้ทำกล้วยบวชชี ส่วนข้าวต้มมัดใช้กล้วยน้ำว้าจากสวนเดียวกัน

แต้วชวนหญิงสาวออกมาทำตรงเฉลียงข้างบ้านซึ่งมองเห็นสวนดอกไม้ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม เด็กสาวกระตือรือร้นขนข้าวขนของ จัดการปูเสื่อกกผืนใหญ่ พร้อมวางอุปกรณ์ให้เธออย่างครบครัน มีเตาแก๊สกระป๋องแบบพกพาด้วย

บุษบาตั้งใจห่อข้าวต้มมัดให้เสร็จก่อน หญิงสาวเทน้ำตาลกับเกลือลงในกะทิสดที่คั้นไว้คนจนส่วนผสมนั้นเข้ากันจากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วนำไปเทใส่กระทะทองเหลืองที่ตั้งไฟ เทข้าวเหนียวซึ่งสะเด็ดน้ำลงไปผัดจนกว่าข้าวเหนียวจะดูดน้ำกะทิ ท่าทางคล่องแคล่วของหญิงสาวตกอยู่ในสายตาคาวีซึ่งเผลอนั่งมองสาวเจ้าอย่างลืมตัว กระทั่งเธอยกกระทะลง หันไปดูแต้วที่นั่งฉีกใบตอง

“ผมช่วย” ผีบ้านผีเรือนดลใจให้เขาพูดออกไป คาวียกมือลูบท้ายทอย เกิดมาเขาเคยคิดอยากจับงานครัวที่ไหน

“งั้นคุณมาปอกเปลือกกล้วยเลยค่ะ”

หญิงสาวไม่ยักทักท้วงแถมยังยื่นหวีกล้วยให้ คาวีเลยคลายความประดักประเดิดลงชายหนุ่มรีบย้ายไปนั่งข้างๆ บุษบา แต่มันอาจติดแนบชิดไปนิด สาวเจ้าเลยถลึงตาให้

“ถ้าเสร็จแล้วก็ผ่ามันด้วยนะคะ” หญิงสาวสั่งต่อทันที คนอาสาเป็นลูกมือยิ้มมุมปากตั้งใจปอกเปลือกกล้วยอย่างบรรจงที่สุด

ถึงตอนห่อบุษบาต้องปวดหัวกับลูกมือตัวโต ใบตองแตกร้าว ข้าวเหนียวทะลักออกมาตามรอยแตกเล่นเอาแต้วอดขำไม่ได้

“คุณจะห่อหรือจะคั้นกันแน่” สาวดอกไม้แหวอย่างลืมตัว อันนี้เป็นอันที่ห้าแล้วที่เขาทำมันแตก บอกให้หยุดทำก็ไม่ฟังกันบ้าง

“ผมเบามือแล้วนะ” คาวีเถียง ใบหน้าเริ่มบึ้งตึง

“ก็บอกให้พับทบกันก่อน แล้วค่อยพับริมลงมา เบาๆ สิค้า” เสียงแม่ครัวดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อลูกมือกำลังจะทำให้ใบตองอันที่หกแตกอีก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทันการณ์มือใหญ่บีบมันเข้าหากันจนดังกร๊อบ! สาวดอกไม้กลอกตาขึ้นมองท้องฟ้ายามเย็น

“มานี่เลย!” เจ้าของมือบางคว้าใบตองอันเก่าออก แล้ววางใบตองอันใหม่ลงบนมือหนาเธอตักข้าวเหนียวใส่ วางกล้วยลงไปด้านบนตามด้วยข้าวอีกครั้งหนึ่ง

“เดี๋ยวๆ ก่อนคุณ” ลูกมือท้วงเสียงหลง ก่อนจะนำเมล็ดถั่วแดงมาวางด้านบน ตำแหน่งที่วางเป็นรูปตาสองข้างและริมฝีปาก ความโค้งงอของเมล็ดถั่วทำให้แลดูเป็นรูปยิ้มๆ บุษบาตวัดค้อนให้คนกำลังอมยิ้ม หญิงสาวจับมือเขาให้ทบใบตองเข้าหากัน ปากก็พร่ำบอกว่าทำอย่างนั้นอย่างนี้ โดยไม่เห็นว่าลูกมือตัวโตไม่ได้มองตามเลย ดวงตาคมกริบอ่อนแสงลงยามจ้องกลีบปากสีเรื่อที่ขยับพูดแจ้วๆ

“เห็นไหมคะ แค่นี้ก็สะ…” เสียงเธอขาดหายเมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคม“เอ่อ…เสร็จแล้วค่ะ” หญิงสาวรีบปล่อยมือเขา ความร้อนแผ่ซ่านที่ใบหน้า ท้องไส้บิดมวนจนรู้สึกเกร็งไปหมด เธอกำลังรู้สึกเหมือนนางเอกในนิยายตอนสบตากับพระเอกเปี๊ยบ!

หญิงสาวต้องอายเพิ่มขึ้นเมื่อเห็นแต้วหน้าแดงก่ำ ต่อให้ก้มหน้าหลบตาอย่างไรเธอก็เห็นหน้าแดงของเด็กสาว สาวดอกไม้ผ่อนลมหายใจเพื่อระงับความรู้สึกแปลกๆ แล้วหันไปสนใจห่อข้าวต้มให้เสร็จ โดยมีคนข้างๆ คอยหยอดคอยถามอยู่ไม่ขาด

“คุณเลิกช่วยเถอะค่ะ” ในที่สุดสาวดอกไม้ก็หันไปบอกคนที่ทำให้เธอไม่มีสมาธิ กว่าหญิงสาวจะได้ไปทำกล้วยบวชชีพระอาทิตย์ก็ตกดินแล้ว แต้วกับมะยมช่วยกันขนของเข้าบ้านเพื่อย้ายไปทำกล้วยบวชชีพร้อมกับข้าวเย็นในครัว คราวนี้เธอไม่ยอมให้คาวีตามเข้าไป ชายหนุ่มจึงไปนั่งทำงานรอในห้องนั่งเล่นพลางๆ อย่างว่าง่าย

“พรุ่งนี้ไปวัดด้วยกันนะ” เจ้าของบ้านหนุ่มชักชวนหญิงสาว

“ไม่ดีกว่าค่ะ” แม่ครัวสาวรีบปฏิเสธทันที

“คุณนับถือศาสนาคริสต์เหรอ”

“ฉันนับถือศาสนาพุทธค่ะ”

“อ้าว แล้วทำไมไม่ไปล่ะ ผมชวนไปทำบุญนะ” ชายหนุ่มย้ำคำว่าทำบุญ พลอยทำให้คนฟังคิดว่าตัวเองเป็นคนบาปที่ไม่ยอมไปทำบุญกับเขา

“ก็ฉันไม่ใช่คนที่นี่” สาวดอกไม้อุบอิบ

“ทำบุญเขาเลือกวัดด้วยเหรอ ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย”

ยิ่งเขาพูดบุษบายิ่งคิดหนัก ตกลงว่าเธอกลายเป็นคนบาปไปแล้วใช่ไหมที่เลือกวัดทำบุญ

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ”

“แล้วหมายความว่าไงล่ะ” เสียงทุ้มเริ่มรวนเหมือนอารมณ์

“เอ๊ะคุณนี่! ไม่เข้าใจอะไรเลยใช่ไหม” หญิงสาวแหว ไม่รู้จะเซ้าซี้อะไรนักหนา

“ก็เออสิ ถ้าเข้าใจจะถามทำไม” เป็นอันว่าคนชวนทำบุญอารมณ์เสียไปเรียบร้อยแล้วสาวดอกไม้เห็นดังนั้นจึงระงับอารมณ์ขุ่นเคือง ทะเลาะกับเขามีแต่เสียกับเสีย สู้เก็บแรงเอาไว้ดีกว่า

“ฉันแค่ไม่อยากไปค่ะ”

“ทำไมไม่อยากไป เป็นผู้หญิงใจบาปหรือไง” คำถามของเขาทั้งกวนทั้งรวน บุษบากรีดร้องอยู่ในใจ

“ฉันไม่อยากทำบุญร่วมกับคุณไง!”

เงียบกริบ…สองหนุ่มสาวสบตากัน กระทั่งคนตาคมลุกพรวดขึ้น

“เออ! ก็แค่นี้แหละ”

แค่นี้ของเขาดังลั่นห้องจนเธอต้องหลับตาปี๋

“เดี๋ยวสิคะ” ร่างสูงหยุดกึก แต่พอได้ยินประโยคถัดมาก็ถลาออกไปเร็วปานลมพายุ“คุณยังไม่ได้กินกล้วยบวชชีเลยนะคะ”

“ไม่กินโว้ย!”

ร่างบางทรุดนั่งลงตามเดิม มือวางทาบเหนืออกอย่างไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับความดิบเถื่อนแบบเมื่อสักครู่ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่เธอโดนผู้ชายตวาด พ่อกับพี่น้องของเธอไม่มีใครทำแบบนี้สักครั้ง ขนาดพวกน้องๆ มหาที่ว่าเถื่อนๆ ยังไม่ได้ครึ่งอีตาถึกคาวีสักกระผีกริ้น

“ผู้ชายอะไร เถื่อนจนหาความอ่อนโยนไม่ได้ ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่สบตาอีตานั่นแล้วใจเต้นแรง” เจ้าของเสียงหวานพึมพำกับตัวเอง

เธอต้องบ้าไปแล้วจริงๆ!

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น