ล้ น ใ จ รั ก ชุดรักคือเธอ (บุษบา + คาวี)

ตอนที่ 21 : ... เรื่องกล้วยๆ [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    13 ม.ค. 64

สายหน่อยกระบะสี่ประตูก็แล่นมาจอดภายในสวนกล้วยซึ่งอยู่ห่างจากบ้านในฟาร์มไปมากโข คนงานกำลังตัดกล้วยอย่างขะมักเขม้น หลายคนทักถามไถ่อาการบาดเจ็บของเจ้านาย บุษบาที่เดินตามเขาได้แต่ค้อนควักให้อย่างหมั่นไส้ ทีตอนแรกบอกเธอว่าเป็นอัมพาตมาตอนนี้ไม่เห็นมีลูกน้องรู้เรื่องสักคน ถามถึงแต่อุบัติเหตุเล็กๆ หน้าปากทางเข้าหมู่บ้าน

สวนกล้วยแห่งนี้มีเพิงพักร้อนอยู่หลายจุด คาวีนำเธอไปยังจุดที่ติดกับบ่อเลี้ยงปลา ยิ่งเห็นสิ่งที่เขาทำ สาวดอกไม้ยิ่งคิดว่าเขานั้น ‘ถึกร้อยแรงม้า’ จริงๆ

“ผมไม่ได้เลี้ยงไว้ขายหรอกน่า แค่เอามาปล่อยและให้อาหารมันบ้าง แล้วให้พวกที่ฟาร์มมาหว่านแหไปทำกินก็แค่นั้น” เห็นสีหน้าอึ้งทึ่งของสาวเจ้าแล้วคาวีต้องออกตัวโดยไวเดี๋ยวเธอจะหาว่าเขามันอึดเกินมนุษย์ธรรมดาทั่วไป

“ฉันก็ยังไม่เห็นได้ว่าอะไร” ตอบแล้วหญิงสาวก็เดินดุ่มๆ ไปยังเพิงที่ปลูกไว้ริมบ่อปลารู้สึกพอใจธรรมชาติรอบด้าน สายลมเย็นๆ พัดแผ่ว เสียงคนงานดังแว่วๆ มาอย่างแข็งขัน

คาวีเดินกะเผลกๆ ตามมานั่งข้างหญิงสาว เขาถอดหมวกแล้วยกขึ้นพัดให้เธอด้วย

“ฉันไม่ร้อนค่ะ” สาวดอกไม้รีบบอก เบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนแก้มแดงๆ ความรู้สึกแปลกๆจู่โจมหัวใจเธออีกแล้ว…

“แต่หน้าคุณแดง เหงื่อออกด้วย” คาวีท้วงเมื่อเห็นแก้มแดงปลั่ง

สาวดอกไม้ได้แต่นั่งให้เขาพัดวีให้ มองคนงานแบกเครือกล้วยไปกองเป็นจุดๆ เพื่อลำเลียงเก็บขึ้นรถทีเดียว

“กล้วยที่สวนส่วนใหญ่เป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยหอมทอง” คาวีมองตามสายตาสาวเจ้าจึงพูดขึ้น

บุษบาไม่ได้หันมาหาเขาแต่หูผึ่งตั้งใจฟังทุกคำ พันธุ์กล้วยที่ปลูกเป็นหลักในสวนแห่งนี้คือกล้วยน้ำว้ากับกล้วยไข่ที่ปลอดสารพิษ กล้วยน้ำว้ามีรถพ่อค้ามารับถึงสวนเพื่อไปขายที่ตลาดไทซึ่งเป็นตลาดค้าส่งชื่อดัง ส่วนกล้วยไข่คาวีปลูกเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ เขาว่าเพื่อนสมัยเรียนทำบริษัทส่งออก เขาเลยได้รับโอกาสดีๆ

กล้วยไข่กับกล้วยหอมทองที่ถูกส่งออกไปขายเป็นกล้วยปลอดสารพิษ เก็บผลผลิตเมื่อระยะที่สองหรือเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์[1] ทั้งเครือจะถูกห่อด้วยวัสดุกันกระแทก คาวีมีคนงานขับรถไปถึงโรงคัดของเพื่อนที่จังหวัดปทุมธานี

“น้าเสือแกรับหน้าที่ขับรถเอากล้วยพวกนั้นไปส่งถึงที่ พอไปถึงโรงคัดแล้ว เขาจะนำเครือกล้วยไปแขวน ห้ามวางกับพื้นเด็ดขาด กล้วยมันจะช้ำเป็นรอยไม่สวย คนงานจะสวมถุงมือเพื่อป้องกันเล็บขีดข่วนผิวกล้วยด้วย แล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำทำความสะอาด เสร็จแล้วก็ตัดแต่งหวีกล้วยออกจากเครือ” คาวีหยุดพูด จ้องตาคนที่มองเขาตาเขม็ง

“พูดต่อสิคะ”

อุต๊ะ! เธอพูดเหมือนนางเอกในโฆษณาลูกอมเลย ‘พูดอีกสิคะ’ แค่เปลี่ยนจาก ‘อีก’ เป็น‘ต่อ’

“เอ่อ” พี่ถึกถึงกับใบ้กิน เมื่อแอบจินตนาการว่าตัวเองเป็นพระเอกโฆษณาลูกอมปากหอมสดชื่น “จากนั้นเขาก็จะนำไปจุ่มสารป้องกันเชื้อรา จำพวกเบนโนมิลห้าร้อย พีพีเอ็ม เสร็จแล้วก็นำไปเป่าแห้ง คัดเพื่อบรรจุกล่องที่มีรูระบายอากาศ อืม…” ชายหนุ่มยกมือถูเครารุงรังก่อนอธิบายต่อ “ในกล่องเขาจะใส่สารดูดซับเอทิลีน เพื่อไม่ให้กล้วยสุกก่อนถึงปลายทางน่ะคุณ แล้วระหว่างขนส่งก็ต้องควบคุมอุณหภูมิประมาณสิบสามองศาเซลเซียส”

บุษบายิ้มแหยๆ เพิ่งรู้จริงๆ ว่ากว่าเธอจะได้กินกล้วยจากประเทศไทย ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยากพอสมควร หญิงสาวนั่งดูคนงานทำงานกันจนเกือบเที่ยง มะยมก็หิ้วตะกร้าใส่อาหารเที่ยงที่สมทรงฝากมาให้เข้ามา อาหารเที่ยงหน้าตาน่ากิน ประกอบไปด้วยน้ำพริกปลาดุก ผักสด ไข่เจียว แกงหน่อไม้ปลาดุก ตบท้ายด้วยกุนเชียงทอดที่สมทรงจัดให้บุษบาโดยเฉพาะเพราะกลัวหญิงสาวกินอาหารพื้นบ้านไม่ได้ สาวดอกไม้พิสูจน์ให้สมทรงรู้ว่าคิดผิดด้วยการกินอย่างอิ่มหนำสำราญ

หลังจากได้รู้ข้อมูลของกล้วยน้ำว้า ตกบ่ายหญิงสาวก็ต้องประหลาดใจกับกล้วยที่มีชื่อและรูปร่างแปลกๆ อีกครั้ง กล้วยดังกล่าวมีผลเหลี่ยมๆ ติดกัน ซึ่งคาวีบอกว่ากล้วยนี้มีชื่อว่า‘กล้วยเทพพนม’

“อร่อยนะคะคุณเดหลี” แต้วค่อยๆ ดึงผลกล้วยออกจากหวีอย่างเบามือ คาวีรับมาแล้วส่งให้อีกต่อ

“ลองสิคุณ” เจ้าของสวนกล้วยว่าอย่างนั้น

“กินได้แน่เหรอคะ” สาวดอกไม้ถามอย่างกังขา มองผลกล้วยลักษณะเป็นสามเหลี่ยม

“กินได้สิ ผลซ้ายขวาของหวีจะเป็นสามเหลี่ยม คุณดูผลอยู่ข้างในแถวสิ ดูเหมือนสี่เหลี่ยมผืนผ้าไหม”

บุษบาก้มดูแล้วพยักหน้า หญิงสาวลองชิมดูก็พบว่ามันมีรสชาติเหมือนกล้วยน้ำว้าแต่เนื้อเหนียวหนึบ ไม่หวานมากเกินไปนัก

“อร่อยค่ะ”

คาวีเพียงยิ้มมุมปาก แต่แต้วยิ้มกว้างทีเดียว

“นายเพิ่งหามาปลูกได้ไม่กี่ปีนี้ค่ะ ปลูกเฉยๆ ไม่ได้ส่งออกขาย” เด็กสาวอธิบายด้วยน้ำเสียงชื่นชมผู้เป็นนาย ซึ่งสะดุดหูบุษบายิ่งนัก แต่สะดุดด้วยความรู้สึกใดหญิงสาวก็สุดจะหยั่งรู้

“กล้วยพม่าแหกคุกที่เอาไปบ้านเมื่อเช้าก็ตัดมาจากสวนนี้นะคะ” แต้วรับหน้าที่เป็นไกด์ต่อจากคาวีซึ่งเลี่ยงไปดูคนงานขนกล้วยขึ้นรถ โดยมีมะยมคอยยกเก้าอี้ไปให้ผู้เป็นนายนั่งเด็กสาวพูดกลางกับเธอได้ชัดขึ้น ไม่ค่อยมีภาษาท้องถิ่นเหมือนอย่างทีแรก จริงๆ แล้วบุษบาไม่มีปัญหา จะไทยจะอีสานหรือลาวเธอก็ฟังออกทั้งนั้น

“ทำไมถึงมีชื่อนั้นล่ะแต้ว”

เด็กสาวทำตาพราว “กล้วยพม่าแหกคุกเป็นกล้วยตำนานเล่าขานค่ะ นายคาวีเคยเล่าให้ฟังว่านายไปค้นหาข้อมูลในเน็ตมา เล่าขานแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาว่าเชลยศึกชาวพม่าได้กินกล้วยชนิดนี้ แล้วมีแรงถึงกับปีนคุกหนีออกไปได้ คิกๆ” แต้วหัวเราะตบท้ายกับตำนานของเจ้ากล้วยลูกใหญ่เบ้อเริ่มที่เธอแบกเครือเข้าบ้านจนโดนสมทรงเอ็ดตะโรเข้าให้

บุษบาให้แต้วพาชมสวนกล้วย ดีที่วันนี้แดดไม่แรง ท้องฟ้ามีเมฆครึ้มๆ เหมือนฝนจะตกคนงานต่างพากันรีบเร่งเก็บผลผลิต แต้วเล่าว่าคาวีนำหน่อกล้วยเทพพนมไปปลูกไว้ข้างบ้านด้วย คงเป็นกอที่เธอเห็นและเคยเดินผ่านบ่อยๆ นั่นเอง แต้วพาหญิงสาวหยุดดูกล้วยกอหนึ่งซึ่งปลูกไม่ไกลจากบ้านคนเฝ้าสวนที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ของสวน สาวดอกไม้เลิกคิ้ว ต้นนี้ยังไม่ออกผลแล้วแต้วพาเธอมาดูทำไม

“แถ่น…แท้น…หนูให้คุณเดหลีทายว่ากล้วยต้นนี้มีชื่อว่าอะไร” เด็กสาวผายมือไปยังกอกล้วย ซึ่งในสายตาบุษบาก็ดูไม่แตกต่างจากกล้วยชนิดอื่นสักเท่าไร เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ

“โธ่ ไม่ลองทายหน่อยเหรอคะ” คนถามอ้อน

“ไม่ละจ้ะ เจอพม่าแหกคุกไปฉันก็อึ้งแล้ว” บุษบาพูดจบ เด็กสาวก็หัวเราะคิกๆ อย่างขบขัน

“กล้วยกอนี้ชื่อ ‘สาวกระทืบหอ’ ค่ะ”

ได้ยินดังนั้นบุษบาถึงกับห่อปาก เบิกตากว้าง

“สาวกระทืบหอ!” หญิงสาวทวน ลึกๆ แล้วไม่อยากเชื่อ แต้วคงกำลังอำเธอละสิท่า

“จริงๆ ค่ะ ต้นนี้น่ะกล้วยสาวกระทืบหอ” คนพูดหัวเราะคิกๆ ไปด้วย

“อย่าบอกนะว่ามันเป็นกล้วยมีตำนานอีก” ถามอย่างกังขา

“แม่นแล้วค่ะ คุณเดหลีนี่ฉลาดจังเลย”

“อ่า…ฉันไม่ได้ฉลาดอะไรหรอก ว่าแต่จะไม่เล่าตำนานให้ฉันฟังมั่งเหรอ ทำไมมันถึงชื่อว่ากล้วยสาวกระทืบหอล่ะ”

“ผมเล่าเองครับ” เสียงมะยมดังขึ้นจากด้านหลัง บุษบาเอี้ยวตัวไปมองก็พบว่าเขากำลังพยุงคาวีมาด้วย ทั้งหมดเลยย้ายไปนั่งม้าหินอ่อนหน้าบ้านพักคนเฝ้าสวนกล้วย สีหน้ามะยมดูกรุ้มกริ่มเสียจนบุษบาอดคิดว่าเธอกำลังโดนอำไม่ได้

“เขาเล่ากันว่ามีหนุ่มคนหนึ่งไปขอเจ้าสาว แล้วไม่มีอะไรไปเป็นสินสอดทองหมั้น”

ได้ยินแค่นี้สาวดอกไม้ก็ชักไม่ไว้ใจ เธอคงโดนอำจริงๆ แหละ ยิ่งเห็นปากแดงๆ ของคนบางคนอมยิ้มยิ่งส่อเค้า

“ชายคนนั้นนำกล้วยชนิดนี้ไปเป็นสินสอด พอสาวเจ้าเปิดขันหมากมาเจอแต่กล้วยก็เลยโกรธจนกระทืบหอเลยครับ ฮ่าๆๆ” มะยมกับแต้วหัวร่องอหายอย่างขบขัน หญิงสาวหันไปหาคนที่เอาแต่อมยิ้ม

“จริงเหรอคะ” เธอถาม

“ในอินเทอร์เน็ตเขาเล่ามาอย่างนั้น” คาวีตอบกลั้วเสียงหัวเราะ

“ผู้ชายบ้าที่ไหนแบกกล้วยทั้งเครือไปขอสาว” หญิงสาวบ่นอุบอิบอย่างไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่พวกเขาเล่า กระนั้นก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดใบหน้าเจ้ากรรมถึงร้อนซู่ขนาดนี้

“นั่นสินะ” คาวีเอียงตัวมากระซิบ “เป็นผมจะยกให้ทั้งสวนเลย” คนพูดขยิบตาแถมให้ด้วย

“บ้า!” สาวดอกไม้แหวด้วยความเขินจัด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องเขิน…


[1] ระยะเวลาที่จะเก็บเกี่ยวขึ้นอยู่กับระยะเวลาการขนส่ง ดังนั้นจึงแบ่งระยะเวลาเก็บเกี่ยวออกเป็น 

4 ระยะด้วยกัน ซึ่งดูจากระยะการแก่ของกล้วยโดยผ่าทางขวางของผลกล้วย ระยะแรก Three-quarters เทียบได้กับกล้วยแก่ 50%, ระยะที่สองเรียกว่า Light full Three-quarters เทียบได้กับกล้วยแก่ 70%, ระยะที่สามเรียกว่า Full Three-quarters เทียบกับกล้วยแก่ 80% และระยะที่สี่เรียกว่า Full เทียบกับกล้วยแก่ 85-90 %

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น